เว็บไซต์ในเครือ
bloggang.com Bloggang pantown.com Pantown pantipmarket.com PantipMarket
maggang.com Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
Pantip Application Pantip iOS Pantip Android Pantip Android
เกี่ยวกับเรา

เล่ห์ดวงใจ (18)

.

                         18
          _______________________________________

 
          “พี่รันต์ขับรถดี ๆ นะคะ ไปถึงอนามัยแล้วโทรหาขวัญด้วย” เย็นวันอาทิตย์ เพียงขวัญยืนส่งการันต์กลับไปสถานีอนามัยที่เขาประจำอยู่ 
          ระยะห่างหรือช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับพวกเขาทั้งสองคน การันต์เคยขอให้หล่อนลาออกจากงาน เขาอ้างว่าสามารถหาเลี้ยงหล่อนได้พร้อมลูกอีกหลายคน ทว่าเจ้าตัวไม่ยอม แต่ก็ให้สัญญาว่าเมื่อไหร่ที่หล่อนมีลูกแล้วจะลาออกแน่นอน เมื่อได้ฟังดังนั้นเขาจึงไม่เซ้าซี้อีก 
          หลังจากหมั้นกันอย่างไม่เป็นทางการ เพียงขวัญก็ได้ย้ายมาอยู่ห้องพักของการันต์ ปล่อยห้องของเธอให้คนอื่นเช่าเหมือนเดิม ระหว่างนั้นเพียงขวัญก็ทำหน้าที่ดูแลลูกหอทางนี้แทนเขา
          “ครับ... คิดถึงจัง ขวัญอยู่ทางนี้ดูแลตัวเองด้วยนะ เหงา ๆ ไม่มีอะไรทำก็ไปหานิสาที่บ้านก็ได้ แล้ววันศุกร์พี่จะรีบกลับมา” หนุ่มใหญ่กล่าว พร้อมจูบหน้าผากของสาวเจ้าเบา ๆ เพื่อเป็นการบอกลา
          “ค่ะ พี่รันต์รีบไปเถอะเดี๋ยวมืดเสียก่อน” หล่อนตอบ เมื่อร่ำลาเสร็จการันต์จึงขับรถออกไป เพียงขวัญยืนมองรถของสามีขับออกไปจนลับตาแล้วจึง เดินกลับเข้าห้อง หล่อนมีอะไรบางอย่างที่ต้องทำ
          สามเดือนแล้วที่ประจำเดือนของเธอยังไม่มาเลย แอบหวั่นใจอยู่บ้างว่าบางทีตนเองอาจจะท้องหรือไม่ ทว่าอาการที่คนท้องเป็นก็ยังไม่เกิดขึ้นกับเธอเลย เช่น อาเจียนแพ้ท้อง ดังนั้นเธอจึงไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายกันแน่ ส่วนเรื่องที่ประจำเดือนไม่มา ตนเองก็ยังไม่ได้เล่าให้การันต์ฟัง กลัวจะตื่นเต้นเกินกว่าเหตุ แต่เธอก็ได้เตรียมอุปกรณ์สำหรับการตรวจครรภ์เอาไว้แล้ว
          เพียงขวัญเดินไปเปิดลิ้นชักหัวเตียง หยิบที่ตรวจครรภ์ออกมาสองอัน จากนั้นก็เดินไปยังตู้กระจก ส่องกระจกดูรูปร่างของตนเอง ใช้มือลูบวนหน้าท้องที่แบนราบ 
          “หนูมาอยู่กับแม่จริง ๆ เหรอ นี่เราท้องจริง ๆ เหรอ ทำไมไม่มีอาการใด ๆ เลย นอกจากเมนส์ไม่มาแค่สามเดือนแล้วเท่านั้น” พึมพำกับตนเองในกระจก มือก็ลูบ ๆ วน ๆ ที่หน้าท้องแบนราบของตน จากนั้นก็ยกที่ตรวจครรภ์ขึ้นมาจ้องมอง “ท้องไม่ท้องเดี๋ยวรู้กันวันนี้ล่ะ” หล่อนกล่าว จากนั้นก็เดินเข้าห้องน้ำไป
          เพียงขวัญแกะที่ตรวจครรภ์เพื่อจะทำการพิสูจน์ว่าตนเองท้องจริงหรือไม่ รอเวลาประมาณสามสิบนาทีก็ทราบผล พอครบเวลาที่กำหนด ทำเอาเธออ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก ผลตรวจทั้งสองอันขึ้นสองขีด นั่นปรากฏว่า ‘เธอกำลังตั้งครรภ์จริง ๆ’ 
          เพียงขวัญยิ้มดีใจ ถึงจะยังไม่ทันได้แต่งงานกับการันต์อย่างเป็นทางการก็ตาม ทว่าพวกเธอพร้อมมากที่จะมีลูกด้วยกัน เธอดีใจจนเนื้อเต้น แต่ยังไม่คิดจะบอกผู้เป็นสามีในเวลานี้ รอเก็บไว้เซอร์ไพรส์ เป็นของขวัญในวันเกิดของเขาที่จะถึงในต้นเดือนหน้าจะดีกว่า
          เพียงขวัญตื้นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เธอยังตื้นเต้นขนาดนี้ แล้วการันต์จะตื่นเต้นขนาดไหน เขาอยากมีลูกมาก ๆ และในที่สุดวันนี้ก็มาถึง จากนั้นเพียงขวัญก็โทรอวดทุกคน ไม่ว่าจะเป็นบิดาของตน อัญญา วนารี และแม้แต่ประภาวรินทร์น้องสาวของสามี ยกเว้นก็แต่เจ้าตัวคนเดียวที่จะไม่บอกในตอนนี้ และเธอก็ห้ามให้ทุกคนบอกการันต์ด้วย เพราะเธอจะเก็บไว้บอกในวันเกิดของเขาเอง ทุกคนก็ตกลงตามนั้น ยอมปิดเป็นความลับช่วยเธอ
          สุดสัปดาห์การันต์ไม่ได้กลับมาบ้าน เพราะมีประชุมที่โรงพยาบาลในตัวจังหวัด เพียงขวัญจึงบอกกับเขาว่าจะเป็นฝ่ายเดินทางไปหาเขาเอง แม้การันต์จะห้ามหล่อนก็ไม่ยอมฟัง ด้วยความคิดถึงมันมีมากมายเกินกว่าจะห้ามไหว อีกอย่าง สถานีอนามัยที่การันต์ทำงานอยู่ก็ไม่ได้ไกลนัก ถึงจะอยู่คนละจังหวัดก็ตาม เพียงขวัญสามารถเดินทางไปได้ ใช้เวลาขับรถเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง การันต์สุดจะต้านทานคนดื้อรั้นไหว จึงยอมอนุญาตให้มาแต่โดยดี
          “ขวัญส่งพี่รินทร์ลงตรงหน้าบ้านได้ไหมคะ ขวัญอยากรีบไป ฝากขอโทษคุณแม่ด้วยที่ขวัญไม่ได้เข้าไปหา” เพียงขวัญพูดถึงบุพการีของสามีอย่างรู้สึกผิด เธอขับรถมาส่งประภาวรินทร์หลังจากพาเธอไปฝากครรภ์ที่คลินิก 
           “ไม่เป็นไรจ้ะ คุณแม่พี่ท่านเข้าใจ ยิ่งรู้ว่าจะมีหลานที่เกิดจากลูกชายหัวแก้วหัวแหวนนะ ยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่ พูดถึงขวัญไม่หยุดเลย ห่วงอย่างนั้นอย่างนี้ ทีตอนพี่ท้องนิสา ไม่เห็นห่วงพี่แบบนี้เลย นี่ถ้าเกิดพี่รันต์ได้หลานชายนะ มรดกไม่ต้องพูดถึง” ประภาวรินทร์พูดถึงผู้เป็นแม่ แต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ไม่ได้ตั้งแง่งอนอะไร
          “โถ่พี่รินทร์น่ะ ว่าคุณแม่ไปได้ ไม่จริงหรอกค่ะ ท่านก็ห่วงมากทุกคนนั่นแหละ” เพียงขวัญพูดอย่างนึกเกรงใจ
          “จ้าพี่รู้ พี่พูดไปอย่างนั้นเอง ความจริงท้องอยู่พี่ไม่อยากให้ขวัญขับรถไกล ๆ เลย พี่เป็นห่วง ขวัญน่าจะรอพี่รันต์อยู่ที่หอพัก สัปดาห์หน้าพี่รันต์ก็กลับมาแล้ว” ประภาวรินทร์พูดอย่างนึกห่วงพี่สะใภ้คราวหลาน แววตาที่สื่อออกมาอยากให้เพียงขวัญรู้ ว่าหล่อนรักและเอ็นดูแค่ไหน ไม่ติดขัดอะไรเลยที่คบกับพี่ชายของตน ทว่าเจ้าตัวยืนยันว่าจะไปหล่อนก็ไม่รั้งไว้ 
          เพียงขวัญให้สัญญาว่าจะค่อย ๆ ขับรถ ไม่รีบร้อน แล้วไปถึงสถานีอนามัยจะรีบโทรมารายงานทันที เมื่อร่ำลากันเสร็จ ประภารินทร์ก็ลงจากรถเดินเข้าบ้านไป ส่วนเพียงขวัญขับรถมุ่งหน้าไปหาการันต์ด้วยความคิดถึง
 
 
 
           ขณะที่การันต์กำลังเตรียมเอกสารเพื่อเข้าอบรมในวันพรุ่งนี้ จู่ ๆ ก็มีคนมาหาเขาถึงที่ ตอนแรกคิดว่าเป็นรถของภรรยาที่มาถึงแล้ว กลับไม่ใช่ ส่วนรถก็คุ้นตาเหลือเกิน พอเห็นเจ้าของรถก้าวเท้าลงมาเขาแทบอยากหยุดหายใจ มัดหมี่มาทำไมที่นี่ แถมยังมาหาเขาในวันนี้อีก ไม่อยากให้เพียงขวัญไม่สบายใจ ถ้าเกิดมาเจอเข้ากับหล่อนแบบนี้
          มัดหมี่เป็นผู้หญิงคนสุดท้ายของเขาก่อนที่จะมาเจอเพียงขวัญ เขาและหล่อนไม่ได้จริงจังต่อกัน เขาจะไปหาหล่อนเวลาที่ต้องการ และจบด้วยค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ เมื่อเขาเจอกับเพียงขวัญจึงขอตัดสัมพันธ์สวาทนั้นไป หล่อนก็ยินยอมตกลง ทว่าวันนี้หล่อนมาทำไม
          มัดหมี่เดินมาหาเขาที่ห้องทำงาน ยืนมองเขาด้วยรอยยิ้ม “รันต์เห็นหน้ามัดหมี่แล้วทำไมต้องทำหน้าอย่างนั้นด้วยคะ ทำอย่างกับเห็นผีแหนะ” สาวสวยถาม มัดหมี่แต่งกายเซ็กซี่ จัดจ้าน ตามสไตล์ผู้หญิงทำงานกลางคืน หล่อนทำงานในร้านบาร์ที่เขามักไปดื่มเป็นประจำ พอมีเพียงขวัญเข้ามาเขาก็เลิกไปที่นั่น
          “เปล่าครับ... ผมแค่ตกใจที่เห็นมัดหมี่มาที่นี่น่ะ” เขาพูดติดขัด 
          “แล้วนี่ผู้หญิงของคุณอยู่ไหนเหรอคะ ไม่มาด้วยเหรอ” สาวเจ้าทำเป็นถามหา มองซ้ายมองขวาไม่เจอใครจึงเผยยิ้ม เป็นยิ้มที่การันต์เห็นแล้วสั่นสะท้านที่สุด “พอดีว่ามัดหมี่ไม่ค่อยสบายค่ะ คั่นเนื้อคั่นตัว ไม่อยากไปหาหมอในเมืองน่ะ อยากมาคุณ” หญิงสาวเอ่ย ไม่เพียงเท่านั้นยังก้าวเท้าเดินเข้าไปหาหมอหนุ่มในห้องตรวจเลย
            การันต์ไม่ทันเอ่ยปาก หล่อนก็เข้ามาประชิดตัวแล้ว “มัดหมี่ครับ คือผมต้องเตรียมเอกสารไปอบรมที่โรงพยาบาลพรุ่งนี้ เดี๋ยวผมเรียกหมอรุ้งให้มาตรวจนะครับ” หมอหนุ่มพูดพร้อมจะต่อสายไปยังรุ่งรัตน์ ที่ตอนนี้ออกเวรไปแล้ว อยากให้เธอมาช่วยเขาออกไปจากสถานการณ์ในตอนนี้ที ด้วยเกรงว่าเพียงขวัญจะมาเจอเข้า แล้วพาลเข้าใจผิดเขาไปใหญ่ นี่ก็จวนใกล้เวลาที่ภรรยาสุดที่รักจะมาถึงแล้ว 
          แต่ไม่ทัน! โดนหล่อนห้ามไว้ก่อน “ไม่ค่ะ มัดหมี่ไม่อยากรักษากับหมอรุ้ง มัดหมี่อยากให้รันต์รักษาให้ ทำไมคะ ตั้งแต่มีผู้หญิงคนใหม่นี่ รันต์รังเกียจมัดหมี่ขนาดนั้นเลยเหรอคะ อีกอย่างหมอรุ้งก็ไม่อยู่ด้วย” หล่อนทำหน้าบึ้งให้เขา จ้องมองใบหน้าคมเข้มนั้นอย่างเสียดาย นึกอิจฉาผู้หญิงคนนั้นของการันต์ขึ้นมาทันทีทันใด ที่ได้เขาไปครอง จากนั้นก็เดินเข้าไปใกล้ ๆ เบียดกายของหมอหนุ่มที่นั่งอยู่
          “โอเค ๆ ครับ เดี๋ยวผมตรวจอาการไข้ให้ก็ได้ มีอาการเป็นยังไงบ้างครับ เป็นไข้มากี่วันแล้ว” หมอหนุ่มถาม แม้จะทราบว่า การที่หญิงสาวมาหาเขาในวันนี้จะไม่ใช่ป่วยจริงก็ตาม การันต์หยิบอุปกรณ์ในการวัดไข้ และหูฟังมาตรวจให้กับเธอ
          “ตรงนี้ค่ะรันต์” หล่อนแอ่นหน้าอกขาวอวบอิ่มให้กับเขาตรวจฟัง การันต์ชะงักค้าง เพราะความเป็นผู้ชายทำให้เขาต้องลอบแอบกลืนน้ำลาย แต่ก็ยังทำเหมือนห่างเหิน และตรวจแบบคนไข้ปกติธรรมดา “ทำไมต้องทำเป็นกลัวมัดหมี่ด้วยคะ เมื่อก่อนรันต์ก็เคยตรวจร่างกายมัดหมี่ทุกซอกทุกมุมมาแล้ว” หญิงสาวพูดแบบไม่เคอะเขิน 
          ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงจับหล่อนพาออกไปข้างนอกแล้ว แต่เวลานี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป ไม่อยากทำให้เพียงขวัญไม่สบายใจ แม้แต่เรื่องเล็กน้อยก็ตาม หญิงสาวลุกขึ้นเปลี่ยนท่า ผลักหมอหนุ่มให้นั่งลงบนเก้าอี้อย่างง่ายดาย และเธอก็นั่งลงบนตักของเขา โดยไม่เกรงใจสถานที่ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน ทำราวกับอยากจะยั่วยุตัณหาของเขาให้กลับมาอีกครั้ง
          “ตรวจตรงนี้ด้วยสิคะ” หล่อนยั่วยุ ในขณะที่นั่งอยู่บนตักชายหนุ่ม “มัดหมี่ไม่ได้ไม่สบายอะไรหรอกค่ะ มัดหมี่แค่คิดถึงคุณ ตั้งแต่รันต์มีผู้หญิงคนใหม่ ก็หายหน้าไปเลยนะคะ แอบมาหามัดหมี่บ้างไม่ได้เลยหรือไง มัดหมี่อยากเห็นจริง ๆ ว่าผู้หญิงของคุณจะสวยขนาดไหนกัน” พูดพร้อมไล่ปลายนิ้วมือไปตามแผ่นอกกว้างของเขา ลูบไล้วนอยู่อย่างนั้น ขณะที่ก็ยังนั่งอยู่บนตักของเขา
 
 
          เพียงขวัญขับรถเข้ามาจอดหน้าสถานีอนามัย มองเห็นรถเก๋งที่จอดอยู่ก่อนหน้า ใครมาหรือ ตั้งคำถามกับตนเอง ครั้นจะว่ารถของชาวบ้านที่มาหาหมอคงไม่ใช่ ส่วนมากจะเป็นมอเตอร์ไซค์กันเสียมากกว่า หรือไม่ก็จักรยาน ส่วนคนมีตังค์หน่อยก็มักจะเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลในตัวเมือง รถของหมอรุ่งรัตน์ก็ไม่ใช่ อีกทั้งยังไม่เห็นจอดอยู่ด้วย น่าจะกลับไปแล้ว 
          หล่อนเพียงสงสัยไม่ได้ใส่ใจนัก คิดว่าการันต์ต้องอยู่ในห้องตรวจบนอนามัยแน่ จึงเดินขึ้นไปหา เห็นประตูห้องทำงานของเขาเปิดอยู่ก็คลี่ยิ้ม พลางรีบสาวเท้าเดินไป การันต์ยังอยู่บนตึกอนามัยจริง ๆ 
          “พี่รันต์คะ...” เพียงขวัญเอ่ยเรียก แต่ต้องสะดุดกึกกับภาพที่เห็น ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนตักของสามีตนเอง “พี่รันต์... มีแขกอยู่เหรอคะ” หล่อนถามอย่างลืมตัว ภายในปั่นป่วนไปหมด ทำอะไรไม่ถูกที่เจอภาพบาดตาบาดใจจ้ะ ๆ อย่างนั้น จากนั้นก็หันหลังเดินกลับเงียบ ๆ 
          “เพียงขวัญ... ขวัญรอพี่ก่อนค่ะ ไม่ใช่อย่างที่ขวัญเข้าใจนะ” การันต์เรียก ผลักมัดหมี่ออกจากตักอย่างเร็ว ทำให้เจ้าหล่อนล้มลงไปกองที่พื้น โดยปราศจากความไยดีจากเขา หล่อนกรี๊ดอย่างไม่พอใจก่อนจะลุกเดินตามทั้งสองคนออกมา 
          การันต์รีบสาวเท้าเดินตามเพียงขวัญไปติด ๆ “ขวัญฟังพี่ก่อนค่ะ” การันต์เรียกพร้อมเอื้อมมือไปรั้งแขนของเธอไว้ แต่โดนเธอสะบัดออก
          “ขวัญจะกลับ” เพียงขวัญพูดเสียงเรียบ ผละร่างหมอหนุ่มให้ออกห่าง แล้วรีบเดินมาขึ้นรถของตนเอง 
          “ขวัญเปิดประตูรถลงมาคุยกับพี่ก่อนค่ะ ขวัญกำลังเข้าใจพี่ผิดนะ มันไม่ใช่อย่างนั้น” การันต์ทุบประตูรถของเธอ ทว่าเธอไม่สนใจสตาร์ตรถเพื่อขับออกไป “ขวัญ... ขวัญครับ” เขาเคาะประตูรถขณะที่รถของหญิงสาวกำลังเคลื่อนตัว จากนั้นก็ขับออกไปจากสถานีอนามัยเพื่อกลับหอพัก 
          “รันต์คะปล่อยเขาไปเถอะค่ะ รันต์ยังมีมัดหมี่อยู่ทั้งคนนะคะ” สาวเจ้าเกาะแขนหมอหนุ่มเอาไว้ แต่โดนเขาสะบัดออกอย่างไม่ไยดีอีกรอบ ก่อนจะเดินไปหาสมชายผู้เป็นภารโรง ที่กำลังทำหน้าที่ของตนอยู่อีกมุมของสถานีอนามัย ปล่อยให้หญิงสาวกรี๊ดไม่พอใจอยู่อย่างนั้น
          “อ้าวหมอเมื่อกี้เหมือนผมเห็นคุณขวัญมาเลยนะครับ” สมชายถาม
          “พี่สมชายผมฝากปิดอนามัยด้วยนะครับ ผมฝากด้วย พรุ่งนี้ผมจะกลับมา” การันต์พูดเพียงเท่านี้ก็รีบจ้ำอ้าวเดินไปยังรถของตนเอง แล้วขับตามเพียงขวัญออกไปติด ๆ โชคดีที่เธอไม่ได้คิดหนีไปไหน เพราะเธอขับกลับหอพักของเขานั่นเอง
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่