เว็บไซต์ในเครือ
bloggang.com Bloggang pantown.com Pantown pantipmarket.com PantipMarket
maggang.com Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
Pantip Application Pantip iOS Pantip Android Pantip Android
เกี่ยวกับเรา

สิ่งที่เกิดขึ้นในเกมส์ระหว่างอาเจนติน่าพบออสเตรเลีย

เข้ารอบไปแบบได้หวาดเสียวเล็กน้อยสำหรับอาเจนติน่า หลังเอาชนะ ออสเตรเลียไปได้ด้วยสกอร์ 2 - 1 โดยจะเข้าไปพบกับเนเธอร์แลนด์ของหลุยส์ ฟาน กัล  ถือเป็นบิ๊กแมตช์คู่แรกของรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งต่อจากนี้จะเป็นการอธิบายถึงรายละเอียดของเกมส์คู่นี้ ตามมุมมองของผมครับ

1.การจัดตัวผู้เล่น 
- อาเจนติน่า ทางอาเจนติน่าเปลี่ยนผู้เล่นเพียง 1 ตำแหน่ง จากนัดที่เอาชนะโปแลนด์ได้ 2 - 0 ได้แก่ ปาปู โกเมซ ลงแทนที่ของ อังเคล ดิ มาเรีย และยังคงใช้ระบบการเล่นเดิมคือ 4 - 3 - 3 

- ออสเตรเลีย ฝั่งออสเตรเลียก็เปลี่ยนผู้เล่นจากเกมส์ชนะเดนมาร์ก 1 - 0 เพียง 1 ตำแหน่งเช่นกัน โดยเปลี่ยน  คีนู แบคคัส มาแทนที่ของ เคร็ก กู๊ดวิน 

2.รูปแบบการเล่น 
อาเจนติน่าใช้รูปแบบการเล่นเดียวกับเกมส์ที่พบกับโปแลนด์ ด้วยการให้ปีกทั้งสองข้างดึงแบ็คออกจากตำแหน่ง เพื่อให้เกิดช่องว่างระหว่างแบ็คหรือเซ็นเตอร์ จากนั้นจะให้มิดฟิลด์อย่างแม็คอลิสเตอร์สอดขึ้นมาสร้างเกมส์รุกหรือยิงประตู โดยมี ลิโอเนล เมสซี่ คอยรับบทบาทเป็นตัวอิสระในแดนหน้า ซึ่งถึงเกมส์นัดนี้ ลิโอเนล สกาโรนี่ คงค้นพบระบบการเล่นที่สมดุลแล้ว เนื่องจากระบบการเล่นนี้ ทำให้ภาระและหน้าที่ของ โรดิโก เดปอล น้อยลง เพราะมีมิดฟิลด์ถึง 2 คน ในการเล่นร่วมกันในแดนกลาง ซึ่งจากระบบนี้เจ้าตัวจะรับบทบาทเป็นเพียงมิดฟิลด์ box to box เท่านั้น ไม่เหมือนในช่วง 2 เกมส์แรก ที่เจ้าตัวต้องทำหน้าที่สร้างเกมส์รุก และลงมาช่วย ซ้อนเกมส์รับในขณะที่ฟูลแบ็คทั้ง 2 ด้านหลุดตำแหน่งด้วย

และในช่วงครึ่งหลัง สกาโรนี่ได้เปลี่ยนระบบการเล่นเป็น 3 - 5 - 2 เนื่องจากออสเตรเลียพยายามเปิดเกมส์รุกเข้าใส่ และเปิดพื้นที่ในแดนกลาง พร้อมกับช่องว่างตรงกลางระหว่างเซ็นเตอร์ที่กว้างมากๆ จึงเปลี่ยนวิธีการเล่น เป็นการขึ้นเกมส์จากกลางสนาม โดยมี ลิโอเนล เมสซี่ เป็นหัวใจในการขึ้นเกมส์จากตรงกลาง 
ซึ่งสกาโรนี่ใช้ประโยชน์จากเทคนิค ความคล่องตัว และวิสัยทัศน์ของเมสซี่ ลากเลื้อยขึ้นไปเพื่อดึงตัวประกบ และจ่ายออกไปยังพื้นที่ว่างที่แนวรับหลุดตำแหน่ง จากการเข้ามารุมบีบเจ้าตัว โดยเราจะสังเกตุเห็นได้ว่าด้วยวิธีนี้ ทำให้ เลาตาโร มาร์ติเนซ และ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ (ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออก) ได้พื้นที่ในการเข้าทำเยอะมากๆ 

ส่วนฝั่งออสเตรเลียเอง ตั้งแต่เริ่มเกมส์ พวกเขาพยายามใช้สรีระของตัวเองให้เป็นประโยชน์ ด้วยการพยายามเข้าปะทะหนัก ในทุกจังหวะการเข้าแย่งบอล  และการพยายามชวนเล่นลูกกลางอากาศในหลายๆครั้ง

แต่สาเหตุที่ไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่นัก ส่วนตัวผมมองว่าเป็นความคิดมากของเกรแฮม อาร์โนลด์ ผู้เป็นกุนซือ เนื่องจากพยายามให้ลูกทีมเล่นฟุตบอลบนพื้นควบคู่ไปด้วย สังเกตุได้จากการที่พวกเขา มักจะเซ็ตเกมส์รุกขึ้นมาจากแดนหลัง และจะโยนเข้ากรอบเขตโทษก็ต่อเมื่อถึงระยะ ทำให้เกมส์บุกของพวกเขาขาดความน่ากลัว เพราะไม่มีความชัดเจนในการเล่น กลายเป็นการบุกที่ดูครึ่งๆกลางๆ  แตกต่างจากทีมที่เล่นลูกกลางอากาศเป็นหลักทั่วไป ที่จะพยายามใช้จังหวะให้น้อยที่สุด เนื่องจากตระหนักถึงศักยภาพตัวเองดีว่า ไม่สามารถเซ็ตเกมส์สู้ฝั่งตรงข้ามได้

 โดยถ้าพวกเขาเน้นบอลไดเร็ค หรือเน้นการบอมบ์เข้าเขตโทษให้มากกว่านี้ พวกเขาอาจมีโอกาสที่จะตีเสมอได้สูงทีเดียว เนื่องจากช่วงท้ายเกมส์ที่ออสเตรเลียเน้นการวางบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษเป็นหลักแล้วนั้น อาเจนติน่าเกือบพลาดท่าเสียประตูอยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะลูกยิงของการัง คูโอล ในช่วงทดเวลา ถ้าเกิดเป็นประตูมีโอกาสลุ้นถึงการดวลจุดโทษได้เลย 

3.นักเตะที่ทำได้ต่ำกว่ามาตรฐาน
- แมทธิว ไรอัน จริงเกมส์นี้ถือว่าเจ้าตัวทำได้ดีมาตลอดทั้งเกมส์ เพียงแต่การพลาดจังหวะเดียว กลับหมายถึงการส่งออสเตรเลียตกรอบไปเลย แถมเป็นกาาพลาดที่เกิดจากความประมาท ซึ่งจังหวะดังกล่าว มีทางเลือกหลายทางมากๆ ในการแก้ปัญหา จะเป็นการสาดทิ้งไปข้างหน้า หรือเคลียร์ออกด้านข้างก็ได้ แต่เจ้าตัวกลับตัดสินใจที่จะล็อคหลบแนวรุกของอาเจนติน่า ถือเป็นสิ่งที่รับไม่ได้มากๆ สำหรับการผิดพลาดในลักษณะนี้ 

ยังถือว่าเอาตัวรอดไปได้อีก 1 นัด สำหรับอาเจนติน่า ซึ่งจริงๆแล้วเกมส์นี้ถือว่าเล่นได้ดีมากๆ เพียงแต่การเสียประตูตีไข่แตก ทำให้โมเมนตัมของเกมส์เปลี่ยนไป เกมส์หน้าอาเจนติน่าจะเจอเนเธอร์แลนด์  ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย สิ่งที่พวกเขาควรเน้นเป็นพิเศษ คือ ละเอียดกับการเล่นให้มากที่สุด เนื่องจากเนเธอร์แลนด์ของหลุยส์ ฟาน กัล มีจุดเด่นในเรื่องการชิงจังหวะความผิดพลาดจากคู่แข่ง และถ้าเป็นฝ่ายตามหลัง โอกาสที่ไล่ตามขึ้นมาถือว่ามี แต่ต้องเหนื่อยแน่ๆ 

ฝั่งออสเตรเลียเอง ถือว่าทำได้ดีที่สุดแล้ว ตามศักยภาพนักเตะที่พวกเขามี จริงๆการชนะเดนมาร์ก และผ่านเข้ามาถึงรอบ 16 ทีม ได้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว ทั้งๆที่ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ พวกเขาถูกมองว่าเป็นทีมเต็งที่จะตกรอบแรก ต่อไปก็ได้แต่หวังว่าพวกเขาจะสามารถสร้างนักเตะ ที่มีอิทธิพลและแบกทีมเหมือนทิม เคฮิลล์  ได้ในอนาคต 

ผมได้เขียนบทวิเคราะห์นี้ลงใน Pantip ควบคู่ไปกับเพจ Facebook ถ้าใครอ่านแล้วชอบบทความนี้สามารถติดตามที่เพจได้ครับ อัพเดทงานใหม่เรื่อยๆครับ https://www.facebook.com/profile.php?id=100088002469902&mibextid=ZbWKwL
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่