เว็บไซต์ในเครือ
bloggang.com Bloggang pantown.com Pantown pantipmarket.com PantipMarket
maggang.com Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
Pantip Application Pantip iOS Pantip Android Pantip Android
เกี่ยวกับเรา

🇹🇭💗มาลาริน💗🇹🇭ปรับไกด์ไลน์รักษา "โควิด" ใหม่เริ่มพรุ่งนี้ /อัปเดต! จุดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด19 ฟรี! ตลอดเดือนธันวาคม

ปรับไกด์ไลน์รักษา "โควิด" ใหม่เริ่มพรุ่งนี้ ลดเกณฑ์ 3 กลุ่มโรคเสี่ยงเข้าถึงยาง่ายขึ้น คาดปีใหม่ใช้เตียงหนักไม่ถึง 50%


กรมการแพทย์ปรับไกด์ไลน์รักษา "โควิด" ฉบับที่ 26 เริ่มวันที่ 30 พ.ย.นี้ ปรับปัจจัยเสี่ยง 3 กลุ่มโรค "ปอดอุดกั้น-หัวใจ-เบาหวาน" ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงไม่ต้องมีระยะโรค ช่วยเข้าถึงยาสะดวกขึ้น พร้อมเพิ่ม LAAB เป็นตัวเลือกรักษากลุ่มนี้ คาดปีใหม่ผู้ติดเชื้อเพิ่ม แต่อาการรุนแรงเพิ่มไม่มาก การใช้เตียงระดับ 2-3 ไม่น่าถึง 50%

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการปรับปรุงแนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัยดูแลรักษาโรคโควิด 19 ฉบับที่ 26 ซึ่งผ่านการพิจารณาของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านสาธารณสุข (อีโอซี) กรณีโควิด 19 เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งวันนี้ผู้เชี่ยวชาญได้มีการประชุมชี้แจงแนวทางหรือไกด์ไลน์ให้แก่แพทย์กว่า 200 คน คาดว่าจะประกาศใช้ในวันที่ 30 พ.ย.นี้ โดยฉบับล่าสุดที่มีการปรับเปลี่ยน คือ....🎯

1.กลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง ไม่มีปอดอักเสบ ไม่มีปัจจัยเสี่ยงเป็นโรครุนแรง จากเดิมที่มีรายละเอียดมาก ก็ปรับเหลือเพียงให้การดูแลรักษาแบบผู้ป่วยนอก ปฏิบัติตนตาม DMHT อย่างน้อย 5 วัน ให้การดูแลรักษาตามอาการตามดุลยพินิจแพทย์ หากต้องให้ยาต้านไวรัสก็อาจให้ยาโมลนูพิราเวียร์ หรือยาฟาวิพิราเวียร์ในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

2.ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงแต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง หรือไม่มีปัจจัยเสี่ยง แต่มีปอดอักเสบเล็กน้อยถึงปานกลางที่ยังไม่ต้องให้ออกซิเจน ได้ปรับเกณฑ์ของปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง เพื่อให้เข้าถึงยาต้านไวรัสสะดวกใน 3 กลุ่ม คือ ....🛟

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังรวมโรคปอดเรื้อรังอื่นๆ ในระยะ 2 ขึ้นไป , โรคหัวใจและหลอดเลือด Class 2 ขึ้นไป และโรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ ก็ปรับเป็นไม่มีระยะของโรคและเป็นโรคเบาหวานธรรมดา แพทย์สามารถให้ยาตามดุลยพินิจได้ ซึ่งการให้ยาต้านไวรัสในกลุ่มนี้ ได้เพิ่มภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (LAAB) เข้ามาด้วย ซึ่งอาจให้ LAAB ตัวเดียวหรือให้ร่วมกับยาต้านไวรัสตัวอื่นก็ได้ตามอาการหรือตามดุลยพินิจของแพทย์

"นอกจากนี้ ยังปรับคำแนะนำการให้ยา โดยแพกซ์โลวิดควรเริ่มภายใน 5 วัน ตั้งแต่เริ่มมีอาการ ให้ยา 5 วัน 10 โดส เรมดิซิเวียร์ ควรเริ่มใน 5 วันตั้งแต่มีอาการ ให้ 3 วัน 3 โดส LAAB ควรเริ่มใน 7 วันตั้งแต่มีอาการให้ 1 โดส และโมลนูพิราเวียร์ควรเริ่มใน 5 วันตั้งแต่มีอาการ จำนวน 5 วัน 10 โดส" นพ.ธงชัยกล่าว

ถามถึงกรณีผู้ป่วยเสียชีวิตที่บ้านแล้วค่อยพบว่าเป็นโควิด มาจากการรู้ตัวว่าติดและเข้าถึงการรักษาช้าด้วยหรือไม่

นพ.ธงชัยกล่าวว่า ขณะนี้ผู้เสียชีวิตมากกว่า 70% เป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีน รับวัคซีนน้อยกว่าเข็ม 3 และเข็มสุดท้ายนานเกิน 3 เดือน บางส่วนมีอาการแล้วไม่ได้สังเกตหรือไม่ได้ตรวจ คิดว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ ดังนั้น หากมีไข้สูงลอย ไอมาก เริ่มหอบเหนื่อย จึงควรรีบมา รพ. โดยเฉพาะกลุ่ม 608 และกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือรับไม่ครบ อาการจะเปลี่ยนแปลงเร็ว จึงขอให้รับมาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและดูแลรักษาได้ทันท่วงที นอกจากนี้ ย้ำว่าทุกคนควรรับวัคซีนให้ครบ 4 เข็ม จะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ หรือติดแล้วโอกาสจะมีอาการุนแรงและเสียชีวิตน้อยลงมาก แม้จะเคยติดเชื้อมาแล้วก็ไม่ต้องไปนับ ให้นับเฉพาะตัววัคซีน แต่หากติดเชื้อแล้วให้เว้นระยะห่างไป 3 เดือนค่อยไปฉีดเพิ่ม

เมื่อถามถึงสถานการณ์เตียงโควิดในช่วงปีใหม่ นพ.ธงชัยกล่าวว่า ขณะนี้เราคืนเตียงไปดูแลผู้ป่วยโรคอื่นๆ แล้ว เหลือเตียงดูแลเฉพาะโควิด 7,564 เตียง ใช้ประมาณ 1,168 เตียง หรือใช้ 19.4% เฉพาะเตียงระดับ 2-3 ที่ดูแลกลุ่มปานกลางถึงรุนแรงใช้ประมาณ 35% แม้ช่วงปีใหม่จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่คาดว่าผู้ป่วยอาการรุนแรงจะเพิ่มขึ้นไม่มาก ประเมินว่าการใช้เตียงจนถึงปีใหม่นี้อาจจะไม่ถึง 50% เนื่องจากหากยิ่งรณรงค์ให้คนฉีดวัคซีนมากขึ้น อาการรุนแรงที่จะต้องใช้เตียงก็จะลดลง คิดว่าไม่ต้องปรับเตียงโรคอื่นมาดูแลโควิดเหมือนเมื่อก่อน ส่วนผู้ป่วยโรคอื่นๆ ก็เริ่มกลับเข้าสู่การรักษาตามปกติตั้งแต่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ส่วนผู้ป่วยที่รอคิวสะสม เช่น การผ่าตัด ก็เริ่มเคลียร์หมดแล้ว อย่างโซนย่านการแพทย์โยธีก็มีการแบ่งปันเตียง ห้องผ่าตัด เตียงพักฟื้น ก็ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงเร็วขึ้น สำหรับผู้ป่วยติดโควิดซ้ำพบว่า อาการน้อยกว่าการติดครั้งแรก

https://mgronline.com/qol/detail/9650000113765

อัปเดต! จุดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด19 ฟรี! ตลอดเดือนธันวาคม 2565


โควิด 19 ดูเหมือนว่าจะอยู่กับเราไปอีกนาน และในช่วงเดือนที่ผ่านมา ตีกราฟตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งอัตราการเจ็บป่วยเสียชีวิต การสร้างภูมิจึงสำคัญ เช็กสถานที่รับวัคซีนฟรี ตลอดเดือนธันวาคม2565
 
หลังจากที่สถานการณ์โควิด 19 ดีขึ้นตามลำดับ ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ได้ปิดตัวลงและกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำหนดให้การวัคซีนหลังจากนี้ จะปรับมาฉีดวัคซีนในสถานพยาบาล ตามแต่ละคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนด ฟรี ตามความสมัครใจ สามารถสอบถามการให้บริการวัคซีนจากสถานบริการใกล้บ้าน ซึ่ง สธ. ยังคงเดินหน้าฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง และเดือนธันวาคมนี้ มีที่ไหนบ้างเช็กได้เลย!


สถาบันโรคผิวหนัง

เปิดลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 ตลอดเดือนธันวาคม 2565 โดยขยายวันที่ให้บริการฉีดวัคซีน ในวันธรรมดาเพิ่มเพื่อเพิ่มการเข้าถึงวัคซีนป้องกันโควิดได้อย่างสะดวกที่สุดโดยยังคงมาตรฐานการบริการเช่นเดียวกับศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อเดิม โดยเป็นวัคซีนทุกเข็ม ทั้งเข็มแรกและเข็มกระตุ้น ยี่ห้อไฟเซอร์ ตั้งแต่เด็กอายุ 5 ปีขึ้นไป
 
โดยเปิดให้ลง ทะเบียน ผ่านทางเว็พไซต์ “สถาบันโรคผิวหนัง” โดยประชาชน สามารถรับบริการวัคซีน ในวันทำการ จันทร์-ศุกร์ (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง โดยแบ่งเป็นรอบเช้า 09.00-12-00 น. และรอบ บ่าย 13.00-15.00 น .
 
1 ธันวาคม 2565
2 ธันวาคม 2565
6 ธันวาคม 2565
7 ธันวาคม 2565
8 ธันวาคม 2565
9 ธันวาคม 2565
13 ธันวาคม 2565
14 ธันวาคม 2565
15 ธันวาคม 2565
16 ธันวาคม 2565
17 ธันวาคม 2565

ณ ชั้น 20 อาคารสถาบันโรคผิวหนัง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เลขที่ 456 ถ.ราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. ทั้งนี้ กระตุ้น ควรเว้นระยะห่างจากเข็มก่อนหน้า อย่างน้อย 120 วัน



ศูนย์ฉีดวัคซีนกระทรวงสาธารณสุข บริเวณโถงชั้น 1 อาคาร 3 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถ. ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ. เมือง จ. นนทบุรี
ในวันเวลาที่กำหนด ตั้งแต่ 9.00น-14.00 น.
 
อังคารที่ 6 ธ.ค.65
อังคารที่ 13 ธ.ค. 65
อังคารที่ 20 ธ.ค. 65
อังคารที่ 27 ธ.ค.65

โดยไม่ต้องจองล่วงหน้าสามารถ Walk-in ได้ตลอดเดือนธันวาคม 2565 และไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นควรเว้นระยะทุก 3-4 เดือนหลังเข็มสุดท้าย ขณะที่วัคซีนไฟเซอร์เด็กเล็กสามารถสอบถามโรงพยาบาลใกล้บ้านได้



โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ  
เปิด walk in ให้บริการฉีดวัคซีนไฟเซอร์  “ ในวันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม 2565”  สำหรับประชาชนทั่วไป เข็ม 1, 2, 3, 4 และ 5 ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนใหม่ จำนวน 300 คน  เริ่มแจกบัตรคิว เวลา 11.30 น. ให้บริการฉีดวัคซีนตั้งแต่เวลา 12.00-14.00 น.
 
-อายุ 18 ขึ้นไป หรือ อายุ 12-18 ปีต้องมีผู้ปกครองมาด้วย

-หากต้องการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เว้นระยะห่างจากเข็ม 2  อย่างน้อย 90 วัน 

-หากต้องการฉีดวัคซีนเข็มที่ 4 หรือ เข็มที่ 5 เว้นระยะห่างจากเข็มก่อนหน้าอย่างน้อย 120 วัน 

-แสดงบัตรประชาชนตัวจริง หรือ หลักฐานการฉีดวัคซีนต่อเจ้าหน้าที่ 

-งดให้บริการฉีดวัคซีนเข็ม 1 เด็ก อายุ 5-12 ปี


โรงพยาบาลกลาง สำนักการแพทย์ กทม.
เปิดให้บริการ walk in ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ทุกวันทำการจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 8.00-15.00 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ (จนกว่าวัคซีนจะหมด) 
 
บุคคลทั่วไปและเด็กอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป
เด็กอายุ 5-11 ปี
โดยมากรอกเอกสารใบยินยอมที่หน้าจุดคัดกรอง ชั้น 1 และนำเอกสารไปยื่นที่จุด ลงทะเบียนวัคซีน ข้างเวชระเบียน หน้าหน่วยแพทย์กู้ชีวิต (EMS)


ศูนย์บริการสาธารณสุข ทั่ว กทม.ทั้ง 69 แห่ง

กทม.ให้บริการฉีดวัคซีนตามความสมัครใจโดยเปิดให้บริการทั้งแบบนัดหมายล่วงหน้าโดยสแกน QR Code จองคิวผ่าน QueQ และรับ Walk in โดยให้บริการ "ฉีดทุกวันศุกร์ ฉีดทุกสูตร และฉีดทุกเข็ม" ติดต่อศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้าน โทร 02-2032883


สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

เชิญชวนพ่อแม่ผู้ปกครอง พาบุตรหลาน เด็กเล็ก ฉีดวัคซีนยี่ห้อไฟเซอร์สร้างภูมิป้องกันโควิด 19 ตั้งแต่เวลา 08.00 -15.00 น โดยเว้นวันหยุดนักขัตฤกธิ์ได้ตลอดเดือนธันวาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 08.00 -15.00 น โดยเว้นวันหยุดนักขัตฤกธิ์  
 
เด็กเล็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน-  11 ปี  ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี

วัคซีนทุกช่วงอายุ ทุกวันศุกร์  

หยุดวันเสาร์-อาทิตย์

ณ. สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ชั้น 3 อาคารสยาม ฯ สามารถจองคิวผ่านการแสกนคิวอาร์โค้ด หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 1415


โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 

เปิดลงทะเบียนจองคิวฉีดวัคซีนโควิด-19 ทุกเข็มในเดือนธันวาคม 2565 เป็นวัคซีนไฟเซอร์ สำหรับเด็กเล็ก อายุ 6 เดือน- 5 ปี  จำกัดวันละ 80 คน ตั้งแต่เวลา 9.00-14.00 น. ณ. ห้องตรวจโรคกุมารเวช ชั้น 1 อาคารพัชรกิติยาภา รพ.พระมงกุฎเกล้า

โดยสแกนที่ภาพ QR Code ด้านล่าง เพื่อเลือกวันฉีดวัคซีนได้ ดังนี้ 
 
14 ธันวาคม 2565
21 ธันวาคม 2565
28 ธันวาคม 2565

ขณะที่ในต่างจังหวัด สถานพยาบาลต่าง ๆ ในภูมิภาค 76 จังหวัด 

ประชาชนสามารถไปรับบริการโรงพยาบาลภาครัฐได้ทั้งหมดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน หรือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โดยกำหนดจุดรับบริการวัคซีนตามบริบท เช่น แบบวอล์กอิน ลงทะเบียนนัดล่วงหน้า จัดหน่วยฉีดเคลื่อนที่สำหรับผู้ป่วยติดเตียง จุดฉีดที่สถานประกอบการ ระบบสถานศึกษา หรือกรณีระบาดเป็นกลุ่มก้อนเพื่อป้องกันการระบาด

ทั้งนี้สามารถตรวจสอบรายชื่อสถานที่ที่ฉีดวัคซีนได้ที่ เว็บไซต์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ของแต่ละจังหวัด

https://www.pptvhd36.com/health/news/2396

ติดตามข่าวโควิดกันต่อนะคะ....
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 14

สธ. เผยแนวโน้ม “โควิด” เพิ่มขึ้น ฉีดวัคซีนเข็มสุดท้ายมาแล้ว 4 เดือน แนะ !! ฉีดเข็มกระตุ้นเพิ่มภูมิคุ้มกัน เพิ่มความปลอดภัยก่อนปีใหม่

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วัคซีนโควิด 19 เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดการเสียชีวิตได้ ซึ่งหลังจากฉีดวัคซีนไประยะหนึ่งแล้ว ภูมิคุ้มกันที่มีจะลดลง จึงต้องมีการฉีดเข็มกระตุ้น ดังนั้น หากยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเลย ขอให้รีบมาฉีด และหากฉีดกระตุ้นเข็มสุดท้ายนานเกิน 4 เดือนแล้ว ขอให้มาฉีดเพิ่ม ซึ่งจากข้อมูลพบว่าการรับวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 4 ช่วยลดการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้ เพื่อเร่งเสริมภูมิคุ้มกันให้ทันช่วงปลายปีที่จะมีกิจกรรมเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ประสานให้เพิ่มสถานที่ฉีดวัคซีน โดยเฉพาะ กทม. ปริมณฑล และจังหวัดท่องเที่ยวและกำชับโรงพยาบาลในสังกัดทุกจังหวัดให้เปิดจุดบริการฉีดวัคซีน รวมถึงจัดบริการเชิงรุกในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงที่เป็นกลุ่มเสี่ยง สำหรับกลุ่ม 608 ที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับนานเกิน 6 เดือนควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น หรือร่วมกิจกรรมที่มีคนจำนวนมากโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย

ที่มา กระทรวงสาธารณสุข
https://web.facebook.com/informationcovid19/posts/pfbid02ms6b6F9LQmf2Pzez58YGPTsddZu5icV3hfN7VeAA4U5FjUHznznCvzH4cywJUZJfl


โรคติดต่อทางเดินหายใจป้องกันได้….

สวมหน้ากากอนามัย เมื่อไม่สบายหรือไปในสถานที่แออัด ช่วยป้องกันโรคโควิด 19 และโรคติดเชื้อทางเดินหายใจอื่นๆ ได้ เช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ RSV
https://web.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0k7yC5oACB4khvSxEeUSzeEcydMpJxYnsu5gcFZLH3mPQa7mQasqZq82A8W4gvMtXl&id=100068069971811


โรงพยาบาลสังกัด กทม. เปิดฉีดวัคซีนโควิดเข็มกระตุ้นฟรี! ทุกสัญชาติ

โรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานครทั้ง 11 แห่ง เปิดบริการฉีดวัคซีนโควิด19 เข็มกระตุ้นฟรี! สำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทุกสัญชาติ ทั้ง Walk in และจองคิวล่วงหน้าผ่านแอป QueQ โดยโรงพยาบาลแต่ละแห่งจะให้บริการในวันและเวลาที่แตกต่างกันดังนี้

1. โรงพยาบาลกลาง บริการฉีดวัคซีนโควิด วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.00-15.00น. ณ ชั้น 3 ห้องตรวจส่งเสริมสุขภาพ

2. โรงพยาบาลตากสิน บริการฉีดวัคซีนโควิด วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.00-14.00น. ณ ศูนย์การค้าแพลตฟอร์ม วงเวียนใหญ่

3. โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ บริการฉีดวัคซีนโควิด วันจันทร์ - พฤหัสบดี เวลา 08.00-14.00น. ณ คลินิกวัคซีนโควิด ชั้น 2 อาคาร 72 พรรษา มหาราชินี ส่วนวันศุกร์ วลา 08.00-14.00น. ณ เรือนวัคซีน อาคารจอดรถ ชั้น 1 อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู

4. โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ฯ บริการฉีดวัคซีนโควิด วันจันทร์ เวลา 13.00-16.00น. ณ ชั้น 2 อาคารอเนกประสงค์ วันอังคาร เวลา 08.00-12.00น. ณ ชั้น 1 อาคารอเนกประสงค์

5. โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ บริการฉีดวัคซีนโควิด วันจันทร์ เวลา 13.00-16.00น. ณ ชั้น 2 ห้องประกันสังคม

6. โรงพยาบาลลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร บริการฉีดวัคซีนโควิด วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-14.00น. ณ ห้องทำแผลฉีดยา

7. โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ บริการฉีดวัคซีนโควิด วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-15.00น. ณ คลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ อาคารอายุบวร

8. โรงพยาบาลสิรินธร บริการฉีดวัคซีนโควิด วันศุกร์ เวลา 13.00-15.00น. ณ ห้องประชุมคุณหญิงหรั่ง กันตารัติ ชั้น 2

9. โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน บริการฉีดวัคซีนโควิด วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-15.00น. ณ ห้องตรวจ 1 แผนกผู้ป่วยอายุรกรรม อาคาร OPD ชั้น 2

10. โรงพยาบาลคลองสามวา บริการฉีดวัคซีนโควิด วันพุธ-ศุกร์ เวลา 13.00-14.00น. ณ อาคารผู้ป่วยนอก

11. โรงพยาบาลบางนา กรุงเทพมหานคร บริการฉีดวัคซีนโควิด วันจันทร์-พุธ เวลา 08.00-11.00น. ณ อาคารผู้ป่วยนอกชั้น 1

ทั้งนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนสุขภาพ สำนักการแพทย์ โทร.1646 ตลอด 24 ชั่วโมง
https://web.facebook.com/Rachadaspoke/posts/pfbid02jy1hnijQn3Zv8ZujstevEJBb3bvEjaj1CvJWL3XmcJWUrJwXCaqciG9uPFME4Dq4l


"จากข้อมูล ผู้เสียชีวิตจากโควิด19 พบว่า เป็นการติดเชื้อครั้งแรก และส่วนใหญ่ไม่ได้ฉีดวัคซีน ดังนั้น หากยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ขอให้รีบไปฉีด หากฉีดแล้ว แต่เข็มสุดท้ายนานเกิด 4 เดือน ขอให้ไปฉีดเข็มกระตุ้น เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน"

ด้วยความห่วงใย
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
https://web.facebook.com/fanmoph/posts/pfbid0wRzd9zDH3r9EkSWEdiBWjkkToVFnVWdUxkLjVaSopa296DeDuzbefjs5saQKiRkyl


WHO เปลี่ยนชื่อ "โรคฝีดาษลิง" เป็น "mpox" เหตุไวรัสพบได้ในสัตว์หลายชนิด ไม่เฉพาะลิง‼

WHO หรือ องค์การอนามัยโลก ประกาศเปลี่ยนชื่อโรคฝีดาษลิง (monkeypox) เป็น "mpox" (การใช้ชื่อ “เอ็มพอกซ์” Mpox แทนชื่อ “มังกีพอกซ์” Monkeypox หมายถึงโรคฝีดาษลิงหรือฝีดาษวานร) เพื่อขจัดความเข้าใจผิดที่ว่าโรคดังกล่าวมีสาเหตุมาจากลิงเท่านั้น เนื่องจากไวรัสชนิดนี้พบได้ในสัตว์หลายชนิด และมักพบในสัตว์ฟันแทะเป็นส่วนใหญ่

โดยจะมีการใช้ชื่อ "โรคฝีดาษลิง" monkeypox และ "mpox" ควบคู่กันในปีหน้า ขณะที่จะมีการลดการใช้ชื่อ "โรคฝีดาษลิง"

ทั้งนี้ WHO ระบุว่า ได้รับคำร้องขอให้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อ "โรคฝีดาษลิง" หลังเกิดความกังวลจากหลายฝ่ายว่าอาจเป็นการตีตรา และเกิดปัญหาเหยียดเชื้อชาติขึ้นได้ หลังจากคนติดเชื้อฝีดาษลิงไปแล้วนับพันคน ในกว่า 100 ประเทศ (ทั้งใน-นอกพื้นที่โรคประจำถิ่น)
https://web.facebook.com/realnewsthailand/posts/pfbid02tV9zYLJttke5RAP7WTZJMpxZgjpa1sKioqbt2MUuepjeRAJQHVbCA9UFmphA8pcl
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่