ยอดเขาโมโกจู มีความสูง 1964 ม.สูงที่สุดในผืนป่าตะวันตก และสูงเป็นอันดับ 8 ของประเทศไทยตั้งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติแม่วงศ์ กินพื้นที่ 2 จังหวัดคือ นครสวรรณ์และกำแพงเพชร ลักษณะส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ
โดยผืนป่าแห่งนี้เป็นป่าที่มีความสมบูรณ์ ทำให้มีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่ รวมถึงประชากรเสือโคร่งจำนวนมากจนปัจจุบัน ได้เกิดความร่วมมือระหว่าง กรมอุทยาน และ WWF เพื่อฟื้นฟูและรักษาประชากรของเสือโคร่งในผืนป่าแห่งนี้
ทางอุทยานแห่งชาติแม่วงศ์จะเปิดให้เดินช่วงเดือน พ.ย.-ก.พ. ของทุกปี โดยจะเดินระยะทาง 64 กิโลเมตรทาง อุทยานเคลมไว้ว่าเป็นระดับ 5 ระดับโหดหินหรือ Extreme Treking โดยจะเป็นการนั่ง รถไปกลับ 14 กิโลเมตร เดินเท้า 50 กิโลเมตร(แต่ผมวัดได้แค่ 41 กิโลแฮะ) ระยะเวลา 5 วัน 4 คืน โดยจะแบ่งเป็นการตั้งแคมป์ ที่จุดสกัดแม่กระสา 1 คืน(คืนแรก) จุดตั้งแค้มป์แม่รีวา (คืนที่ 2 และคืนสุดท้าย) จุดตั้งแค้มป์ตีนดอย (คืนที่สามก่อนขึ้นยอดโมโกจู) โดยในการเดินจะมีผู้ร่วมพิชิตทั้งหมด 24 คน บวกเจ้าหน้าที่ในการดูและ 5 คน โดยหน้าที่จะรับผิดชอบการ ประกอบอาหาร นำทาง ให้ความรู้ และให้ความช่วยเหลือเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ดังนั้นเราควรพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุดนะครับ

การเตรียมตัว
- ชุดเดินป่า เน้นขายาวแขนยาวรัดกุมครับ ทนร้อนเวลาเดินนิดนึง จะได้แผลเป็นน้อยครับ แมลงต่างๆ ยุง เห็บลม คุ่น เยอะมาก
- เต้นท์หรือเปล (ถ้าไปในช่วงมีพายุฝน แนะนำเปลจะสะดวกกว่าครับ)
- ยาแก้ไข้ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาทาแมลงสัตว์กัดต่อย พลาสเตอร์ยา สเปรย์กันยุง
- ถุงนอน ถ้าเป็นคนขี้หนาวแนะนำ Comfort rating ที่ 10 องศาลงไป
- ไฟฉายคาดหัว จำเป็นมากครับในป่ากลางคืนมืดปราศจากแสงใดๆ
- เครื่องกรองน้ำพกพา อันนี้จำเป็นเพราะเราจะทานน้ำจากลำธารตลอดทุกวัน ถ้าไม่มีแนะนำถามในกลุ่มที่เราจะไปด้วยก็ได้ครับ
- ขนม อาหารให้พลังงาน อันนี้จำเป็นนะครับในป่าอาจเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดได้เสมอ ควรมีติดไว้
- ไม้เท้าเดินป่า อันนี้จำเป็นครับ เนื่องจากการเดินแบกเป้หนักๆของเราขึ้นและลงภูเขาที่ลาดชัน ไม้เท้าจะช่วยหัวเข่า พยุงตัวเวลาลื่น อีกทั้งยังไว้สู้หรือไล่สัตว์ป่าที่จะมาทำร้ายได้ครับ
- จาน ช้อน แก้วส่วนตัวเพื่อรับประทานอาหาร โดยกองกลางจะทำข้าวเป็นหม้อๆให้เราต้องตักใส่ภาชนะเราครับ เอาจานขนาดปกติผมว่าดีสุดเพราะทานสะดวก เราต้องใช้ในทุกมื้อเลยครับ
- อื่นๆอาทิเช่น แก๊สกระป๋อง หม้อสนาม แผ่นรองนอน เชือกตากผ้า ของเพิ่มความสะดวกต่างๆ อันนี้ตามสะดวกของแต่ละคน แต่อย่าเอาไปเยอะเกินนะครับมันจะหนัก 555
Day 1
เราเดินทางออกจากรุงเทพกันตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวันจันทร์ที่ 21 พ.ย. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชม. ก็มาถึงจังหวัดกำแพงเพชร ทำการเช็คอินเข้าที่พัก พักผ่อนเพื่อที่ในตอนเช้าเราจะเดินทางไปที่ อช.แม่วงศ์ โดยจากตัวเมืองจะใช้เวลาประมาณ 1 ชม.ครึ่ง หลังจากจ่ายค่าเข้าอุทยาน เราก็ขับตรงตามทางมาเรื่อยๆ ก็จะถึงที่ทำการอุทยาน ทำการขนของลง เตรียมของทำธุระส่วนตัว จากในรูปเราเลี้ยวขวาเพื่อเข้าที่ทำการ ถ้าตรงไปอีกประมาณ 30 กม. ก็จะไปถึงช่องเย็นในตำนาน ^__^

ได้เวลา 8.00 เราก็เริ่มทยอยเข้าห้องประชุม เพื่อฟังคำแนะนำต่างๆจากเจ้าหน้าที่

ประมาณ 9.30 ก็ได้เวลาจัดของขึ้นรถ รับอาหารเที่ยวจากเจ้าหน้าที่ ออกเดินทางสู่พงไพร แห่งความสงบและสวยงามแห่งนี้กันครับ

หลังจากระเด้งกระดอน ทับกันไปมา ละลายพฤติกรรมเพื่อนร่วมทริป กันอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็มาถึงจุดปล่อยตัว
จุดนี้ของเราไม่ต้องเอาลงนะครับเอาแค่น้ำดื่มข้าวขนม ติดตัวไว้ก็พอ เจ้าหน้าที่จะเอาของไปส่งให้เราที่แม่กระสาเลย
อย่าบ้าแบกแบบผม มันจะเหนื่อย 555

เริ่มเดินครับระยะทาง 9 กิโลเมตรไปยังแค้มป์แม่กระสา เป็นการเดินบนทางรถ มีเนินขึ้นลงพอให้ได้งองแงครับ ช่วงนี้ก็เดินชิวๆไปครับ
เหนื่อยก็พักไม่ต้องรีบเร่ง

ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเราก็เดินมาถึงแล้วครับ จุดแค้มป์ของเรา ลานสวยมากติดลำธาร จะผูกเปลหรือกางเต้นท์ก็ตามสะดวกครับ

ที่นี้จะมีห้องน้ำไว้บริการ เป็นจุดสุดท้ายของการอาบน้ำและขับถ่ายแบบปกติ เพราะคืนต่อๆไปเราจะอาบแบบธรรมชาติกันอีก 3 คืน
ลำธารจุดนี้กว้างใหญ่มีหาดทราย สวยน่าเล่น น่าถ่ายรูปมากครับ

ตกเย็นมา เจ้าหน้าที่จะทำอาหารให้เราทานครับ เชฟของเรานับจากวันนี้คือจ่าแดง คนนี้นี้เอง.. ทำอาหารอร่อยมาก จุดไฟเก่ง เดินเก่งกว่า ตามไม่เคยทัน

ก่อนเข้านอนพักผ่อนเราก็ นอนดูดาวกันครับ วันนี้คืนเดือนมืดฟ้าสวยมาก คงจะจดจำไปได้อีกนาน ส่วนรูปดาวก็ตามมีตามเกิดครับ ^__^
[CR] พิชิตโมโกจู ในวันฝนตกท่ามกลางฤดูหนาว (รีวิว+การเตรียมตัว)
โดยผืนป่าแห่งนี้เป็นป่าที่มีความสมบูรณ์ ทำให้มีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่ รวมถึงประชากรเสือโคร่งจำนวนมากจนปัจจุบัน ได้เกิดความร่วมมือระหว่าง กรมอุทยาน และ WWF เพื่อฟื้นฟูและรักษาประชากรของเสือโคร่งในผืนป่าแห่งนี้
ทางอุทยานแห่งชาติแม่วงศ์จะเปิดให้เดินช่วงเดือน พ.ย.-ก.พ. ของทุกปี โดยจะเดินระยะทาง 64 กิโลเมตรทาง อุทยานเคลมไว้ว่าเป็นระดับ 5 ระดับโหดหินหรือ Extreme Treking โดยจะเป็นการนั่ง รถไปกลับ 14 กิโลเมตร เดินเท้า 50 กิโลเมตร(แต่ผมวัดได้แค่ 41 กิโลแฮะ) ระยะเวลา 5 วัน 4 คืน โดยจะแบ่งเป็นการตั้งแคมป์ ที่จุดสกัดแม่กระสา 1 คืน(คืนแรก) จุดตั้งแค้มป์แม่รีวา (คืนที่ 2 และคืนสุดท้าย) จุดตั้งแค้มป์ตีนดอย (คืนที่สามก่อนขึ้นยอดโมโกจู) โดยในการเดินจะมีผู้ร่วมพิชิตทั้งหมด 24 คน บวกเจ้าหน้าที่ในการดูและ 5 คน โดยหน้าที่จะรับผิดชอบการ ประกอบอาหาร นำทาง ให้ความรู้ และให้ความช่วยเหลือเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ดังนั้นเราควรพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุดนะครับ
การเตรียมตัว
- ชุดเดินป่า เน้นขายาวแขนยาวรัดกุมครับ ทนร้อนเวลาเดินนิดนึง จะได้แผลเป็นน้อยครับ แมลงต่างๆ ยุง เห็บลม คุ่น เยอะมาก
- เต้นท์หรือเปล (ถ้าไปในช่วงมีพายุฝน แนะนำเปลจะสะดวกกว่าครับ)
- ยาแก้ไข้ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาทาแมลงสัตว์กัดต่อย พลาสเตอร์ยา สเปรย์กันยุง
- ถุงนอน ถ้าเป็นคนขี้หนาวแนะนำ Comfort rating ที่ 10 องศาลงไป
- ไฟฉายคาดหัว จำเป็นมากครับในป่ากลางคืนมืดปราศจากแสงใดๆ
- เครื่องกรองน้ำพกพา อันนี้จำเป็นเพราะเราจะทานน้ำจากลำธารตลอดทุกวัน ถ้าไม่มีแนะนำถามในกลุ่มที่เราจะไปด้วยก็ได้ครับ
- ขนม อาหารให้พลังงาน อันนี้จำเป็นนะครับในป่าอาจเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดได้เสมอ ควรมีติดไว้
- ไม้เท้าเดินป่า อันนี้จำเป็นครับ เนื่องจากการเดินแบกเป้หนักๆของเราขึ้นและลงภูเขาที่ลาดชัน ไม้เท้าจะช่วยหัวเข่า พยุงตัวเวลาลื่น อีกทั้งยังไว้สู้หรือไล่สัตว์ป่าที่จะมาทำร้ายได้ครับ
- จาน ช้อน แก้วส่วนตัวเพื่อรับประทานอาหาร โดยกองกลางจะทำข้าวเป็นหม้อๆให้เราต้องตักใส่ภาชนะเราครับ เอาจานขนาดปกติผมว่าดีสุดเพราะทานสะดวก เราต้องใช้ในทุกมื้อเลยครับ
- อื่นๆอาทิเช่น แก๊สกระป๋อง หม้อสนาม แผ่นรองนอน เชือกตากผ้า ของเพิ่มความสะดวกต่างๆ อันนี้ตามสะดวกของแต่ละคน แต่อย่าเอาไปเยอะเกินนะครับมันจะหนัก 555
Day 1
เราเดินทางออกจากรุงเทพกันตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวันจันทร์ที่ 21 พ.ย. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชม. ก็มาถึงจังหวัดกำแพงเพชร ทำการเช็คอินเข้าที่พัก พักผ่อนเพื่อที่ในตอนเช้าเราจะเดินทางไปที่ อช.แม่วงศ์ โดยจากตัวเมืองจะใช้เวลาประมาณ 1 ชม.ครึ่ง หลังจากจ่ายค่าเข้าอุทยาน เราก็ขับตรงตามทางมาเรื่อยๆ ก็จะถึงที่ทำการอุทยาน ทำการขนของลง เตรียมของทำธุระส่วนตัว จากในรูปเราเลี้ยวขวาเพื่อเข้าที่ทำการ ถ้าตรงไปอีกประมาณ 30 กม. ก็จะไปถึงช่องเย็นในตำนาน ^__^
ได้เวลา 8.00 เราก็เริ่มทยอยเข้าห้องประชุม เพื่อฟังคำแนะนำต่างๆจากเจ้าหน้าที่
ประมาณ 9.30 ก็ได้เวลาจัดของขึ้นรถ รับอาหารเที่ยวจากเจ้าหน้าที่ ออกเดินทางสู่พงไพร แห่งความสงบและสวยงามแห่งนี้กันครับ
หลังจากระเด้งกระดอน ทับกันไปมา ละลายพฤติกรรมเพื่อนร่วมทริป กันอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็มาถึงจุดปล่อยตัว
จุดนี้ของเราไม่ต้องเอาลงนะครับเอาแค่น้ำดื่มข้าวขนม ติดตัวไว้ก็พอ เจ้าหน้าที่จะเอาของไปส่งให้เราที่แม่กระสาเลย
อย่าบ้าแบกแบบผม มันจะเหนื่อย 555
เริ่มเดินครับระยะทาง 9 กิโลเมตรไปยังแค้มป์แม่กระสา เป็นการเดินบนทางรถ มีเนินขึ้นลงพอให้ได้งองแงครับ ช่วงนี้ก็เดินชิวๆไปครับ
เหนื่อยก็พักไม่ต้องรีบเร่ง
ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเราก็เดินมาถึงแล้วครับ จุดแค้มป์ของเรา ลานสวยมากติดลำธาร จะผูกเปลหรือกางเต้นท์ก็ตามสะดวกครับ
ที่นี้จะมีห้องน้ำไว้บริการ เป็นจุดสุดท้ายของการอาบน้ำและขับถ่ายแบบปกติ เพราะคืนต่อๆไปเราจะอาบแบบธรรมชาติกันอีก 3 คืน
ลำธารจุดนี้กว้างใหญ่มีหาดทราย สวยน่าเล่น น่าถ่ายรูปมากครับ
ตกเย็นมา เจ้าหน้าที่จะทำอาหารให้เราทานครับ เชฟของเรานับจากวันนี้คือจ่าแดง คนนี้นี้เอง.. ทำอาหารอร่อยมาก จุดไฟเก่ง เดินเก่งกว่า ตามไม่เคยทัน
ก่อนเข้านอนพักผ่อนเราก็ นอนดูดาวกันครับ วันนี้คืนเดือนมืดฟ้าสวยมาก คงจะจดจำไปได้อีกนาน ส่วนรูปดาวก็ตามมีตามเกิดครับ ^__^
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้