เว็บไซต์ในเครือ
bloggang.com Bloggang pantown.com Pantown pantipmarket.com PantipMarket
maggang.com Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
Pantip Application Pantip iOS Pantip Android Pantip Android
เกี่ยวกับเรา

JJNY : ‘สุทิน’ไม่หวั่นพท.ถูกเจาะภาคอีสาน|ทีมศก.เพื่อไทยลงพื้นที่ปทุมวัน|สภาประชาชนภาคใต้ ดึงสติรบ.|แรงงาน Foxconn ลุกฮือ

‘สุทิน’ ไม่หวั่นเพื่อไทยถูกเจาะภาคอีสาน มอง ‘2 ป.’ แยกกันเดินทำอ่อนแอ ฝ่ายค้านได้เปรียบ
https://www.matichon.co.th/politics/news_3696844

 
‘สุทิน’ ไม่หวั่นเพื่อไทยถูกเจาะภาคอีสาน มอง ‘2 ป.’ แยกกันเดินทำอ่อนแอ ฝ่ายค้านได้เปรียบ
 
เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ระบุว่า ขณะนี้ในภาคอีสานมีผู้เสนอตัวเป็นตัวแทนพรรคเกือบ 200 คน อีกทั้งสถานการณ์ก่อนเลือกตั้งที่หลายพรรคการเมืองเริ่มขยับเจาะพื้นที่ภาคอีสาน พท.จะรับมืออย่างไร ว่า พท.ทำเต็มที่อย่างที่เคยทำมา ส่วนเรื่องผู้สมัคร คนเก่ายังอยู่เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนบางเขตที่ในอดีตไม่มีผู้สมัคร ขณะนี้ก็มีผู้มาสมัครล้น เพราะฉะนั้นมีโอกาสคัดเลือกผู้สมัครที่ดีได้เยอะ ดังนั้นเชื่อว่าตัวผู้สมัครและนโยบายของ พท.ไม่เป็นรองใคร ความเชื่อถือต่อ พท.ในภาคอีสาน เชื่อว่าไม่มีใครสู้ได้
 
เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันว่าไม่กังวลถูกเจาะใช่หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ไม่กังวล ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจต่อ พท.มีสูงมาตลอด
 
เมื่อถามถึงกระแสข่าวแยกกันเดินของ 2 ป. จะช่วยทำให้พรรคฝ่ายค้านได้เปรียบในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ได้เปรียบแน่นอน เพราะจากเดิมเขาอยู่ด้วยกันเป็นเอกภาพแข็งแรง เมื่อแยกออกไปก็ต้องอ่อนแอลงกว่าเดิมแน่
 
แต่ความอ่อนแอของคู่แข่งเป็นปัจจัยหนึ่ง แต่ความเข้มแข็งของเราคือปัจจัยสำคัญที่สุด” นายสุทินกล่าว
 
เมื่อถามถึงการประชุมใหญ่พรรคที่จะมีขึ้นในวันที่ 6 ธ.ค.นี้ นอกจากการปรับกรรมการบริหารพรรคแล้ว จะมีวาระอื่นอะไรบ้าง นายสุทินกล่าวว่า อาจมีนโยบายใหม่ๆ ที่ผ่านการพิจารณาของกรรมการบริหารพรรคมานำเสนอ เมื่อถามต่อว่า ถึงเวลาเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหรือยัง นายสุทินกล่าวว่า กำลังพิจารณาอยู่ว่าวันที่ 6 ธันวาคม เป็นจังหวะที่เหมาะสมหรือไม่ คิดว่ายังมีเวลาอีกนาน อาจไม่จำเป็นต้องเป็นวันนั้น


 
ทีมศก.เพื่อไทยลงพื้นที่ปทุมวันรับฟังปัญหาปชช.
https://www.innnews.co.th/news/politics/news_455886/
 
คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ปทุมวันรับทราบปัญหาจากประชาชน ชี้ รับมือปัญหาประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ปัญหาอัคคีภัย การจัดหาที่อยู่อาศัยราคาถูก ลดค่าเดินทางสาธารณะ และ การสร้างธุรกิจอนาคตสำหรับคนรุ่นใหม่
 
นางสาวจุฑาพร เกตุราทร ว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม. เขตบางรัก สาทร ปทุมวัน กล่าวว่า วันนี้ตนและนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ ลงพื้นที่เขตปทุมวัน พบประชาชนเพื่อรับทราบปัญหา ซึ่งนอกจากปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัวแล้ว ปัญหารายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นปัญหาของคนไทยทั้งประเทศแล้ว ปัญหาของเขตปทุมวันยังมีปัญหาเฉพาะท้องถิ่น เช่น ปัญหาเรื่องอัคคีภัยที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งโดยเฉพาะในพื้นที่บริเวณบ่อนไก่ที่มีประชากรหนาแน่น ซึ่งต้องหามาตรการในการป้องกันและระมัดระวังอย่างชัดเจน มีการฝึกการป้องกันอัคคีภัยอย่างเป็นระบบและสม่ำเสมอ อีกทั้งจะต้องมีนโยบายในการจัดหาที่อยู่อาศัยในราคาที่ถูกเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และผู้ที่มีปัญหาที่อยู่อาศัยจากอัคคีภัย และต้องโยกย้ายจากที่อยู่อาศัยเดิม เป็นต้น
 
นอกจากนี้เขตปทุมวันเป็นศูนย์กลางการเดินทางของรถไฟลอยฟ้าและรถไฟใต้ดิน ซึ่งมีราคาสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ของประชาชน แนวทางในอนาคตจะต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนลดลงและ เพื่อลดค่าครองชีพ อีกทั้งประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยจะมีประชากรผู้สูงอายุเป็นสัดส่วนถึง 20% ของประชากรทั้งหมดในเวลาอีกไม่กี่ปีนี้ ดังนั้นแนวทางการดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร ทั้งการดูแล การรักษาพยาบาล ลดเวลาการรอคอยในการพบแพทย์
 
และรายได้เพื่อประคองชีวิต ต้องมีแนวทางที่ชัดเจนและทำได้จริง เพราะจากประวัติศาสตร์จะพบว่าพรรคการเมืองไหนจะหาเสียงอย่างไรก็ได้ แต่พรรคการเมืองที่ทำได้จริงคือพรรคเพื่อไทยเท่านั้น และที่สำคัญเขตปทุมวันเป็นพื้นที่ที่นักศึกษาและคนรุ่นใหม่ใหม่มาใช้ชีวิต พบปะสังสรรค์พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิด และเป็นวิถีชีวิตและเป็นแหล่งสันทนาการของกลุ่มนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ ดังนั้นการที่จะต้องจัดทำสถานที่เพื่อให้มีการมั่วสุมทางด้านการพัฒนาความคิด เพิ่มความฉลาดและมีทิศทางสำหรับอนาคตจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและต้องทำ
 
การจัดทำ co-working space สำหรับให้เด็กรุ่นใหม่ ได้มาร่วมกันคิด ร่วมกันทำ สร้างธุรกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ สร้างแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ โดยเปิดโอกาสและชักจูงให้ชาวต่างประเทศที่ฉลาด เก่ง และมีความชำนาญเข้ามาร่วมดำเนินการด้วย สร้างประเทศไทยให้เป็นชุมชนของคนเก่ง คนหัวกะทิ
 
เพื่อพัฒนาต่อไปเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ในอนาคต โดยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการส่งเสริม และทำให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง โดยต้องมีการปรับเปลี่ยนกฎหมายเพื่อรองรับธุรกิจอนาคตเหล่านี้ ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ที่มีความฉลาดให้ได้เป็นเศรษฐีและมหาเศรษฐีได้เป็นจำนวนมากในอนาคต อีกทั้งยังช่วยเพิ่มจีดีพีของไทยให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อลดสัดส่วนหนี้สาธารณะ และหนี้ครัวเรือนของประเทศไทยให้มีสัดส่วนที่ลดลงได้ และยังจะเป็นการสร้างงานที่มีรายได้สูงจำนวนมาก เพิ่มงานเพิ่มรายได้ให้กับคนรุ่นใหม่ โดยอาจจะเริ่มโดยการพัฒนาการปรับเปลี่ยนระบบดิจิตอลในระบบรัฐ
 
สร้างระบบ Blockchain และโยงเข้าสู่ภาคเอกชนให้เกิดเป็นจริงได้ เป็นต้น ซึ่งหลายปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าประเทศไทยได้ล้าหลังไปมาก และมีปัญหาหลายด้าน ดังนั้นต้องแก้ไขปัญหาจำนวนมากพร้อมไปกับการที่จะต้องพัฒนาและสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ให้กับนักศึกษาและคนรุ่นใหม่จึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลในอนาคตจะต้องเร่งเข้ามาแก้ไขและปรับเปลี่ยนประเทศ เพื่อประเทศไทยจะไม่ตกยุคและล้าหลังเหมือนในปัจจุบัน และพรรคเพื่อไทยพร้อมและอาสาเข้ามาแก้ไขเพื่อยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของคนไทยทุกระดับชั้น
 

 
สภาประชาชนภาคใต้ ดึงสติรัฐบาล ค้นหาข้อเท็จจริงปลากุเลาตากใบ ก่อนโยนบาปให้ไทยพีบีเอส
https://www.mhttps://www.matichon.co.th/region/news_3696916

สภาประชาชนภาคใต้ ดึงสติรัฐบาล ค้นหาข้อเท็จจริงปลากุเลาตากใบ ก่อนโยนบาปให้ไทยพีบีเอส
 
เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ สภาประชาชนภาคใต้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้รัฐบาลต้องค้นหาข้อเท็จจริงกรณีปลากุเลาตากใบ ก่อนไทยพีบีเอสจะอ้างความรับผิดชอบ ระบุว่า
 
“ เป็นที่ทราบกันดีว่ากรณีการนำปลากุเลาเค็มตากใบขึ้นโต๊ะอาหารผู้นำประเทศที่มาร่วมประชุมเวทีเอเปค 2022 ที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 14 – 19 พฤศจิกายน 2565 ที่เพิ่งผ่านไปนั้น ได้กลายเป็นประเด็นทางการเมืองไปแล้ว
 
และปัญหาที่เกิดขึ้นนี้กำลังถูกปัดความรับผิดชอบของบางหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้กับสถานีฯไทยพีบีเอส โดยไม่มีกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้วยว่าเรื่องดังกล่าวนั้นมูลการหาผลประโยชน์จากคนบางกลุ่มจริงจนเป็นที่รับรู้ของบุคลากรคนในองค์กรดังกล่าว
 
หากแต่หลังจากเป็นข่าวครึกโครมได้มีความพยายามของคนในองค์กรนั้นสร้างหลักฐานและสร้างภาพว่ามีการสั่งปลากุเลาเค็มจากตากใบจริง ทั้งที่มีความย้อนแย้งกับคำบอกเล่าของประชาชนในพื้นที่ ตามที่สื่อมวลชนได้รายงานข่าว
 
การเสนอข่าวของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสศูนย์ข่าวภาคใต้ เป็นการเสนอไปตามคำสัมภาษณ์ของชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่จริง ซึ่งมีข้อสังเกตุในขณะนั้นว่าปลากุเลาที่รัฐบาลอ้างว่ามาจากตากใบนั้น เป็นของจริงหรือไม่ ? ถือเป็นการนำเสนอข่าวที่มีการตั้งข้อสังเกตุที่น่าสงสัยจริง อันเป็นสิ่งที่รัฐบาล(หน่วยงานที่รับผิดชอบ) จะต้องสืบหาข้อเท็จจริง มิใช่ปัดความรับผิดชอบด้วยการโยนความผิดไปที่สำนักข่าว เสมือนเป็นการบิดเบือนข้อสงสัยของสังคมและของประชาชนในพื้นที่ ด้วยมีเงื่อนงำให้ชวนสงสัยอยู่หลายประการ แม้จะมีตัวแทนของหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้พยายามออกมายืนยันถึงที่มาที่ไปของปลากุเลาฯก็ตาม
 
สภาประชาชนภาคใต้ ได้ติดตามเรื่องนี้รวมถึงการแสดงความรับผิดชอบของผู้บริหาสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงครั้งล่าสุดที่มีการลาออกของบรรณาธิการข่าวอาวุโส และมาตรการอื่นๆที่ผู้บริหารระดับสูงพยายามแสดงออกเพื่อให้กระแสกดดันจากสังคมลดลง ซึ่งอาจจะรวมถึงแรงกดดันจากฝ่ายการเมืองด้วยนั้น พวกเราไม่เห็นด้วยนักกับการกระทำดังกล่าวของคณะผู้บริหารไทยพีบีเอส แต่ก็เคารพและเข้าใจถึงแรงกดดันที่เกิดขึ้น
 
ด้วยเหตุว่าการแสดงความรับผิดชอบที่ไม่ได้มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการในลักษณะนี้นั้น ถือเป็นตัดสินและยอมรับแล้วว่าการเสนอข่าวของเจ้าหน้าที่(นักข่าว)ดังกล่าวนั้นเป็นความผิดพลาดจริง และยังนำไปสู่การสร้างความลำบากใจและกลายเป็นแรงกดดันกับเจ้าหน้าที่ผู้เสนอข่าวอย่างไร้ความเป็นธรรม และเชื่อว่าจะส่งผลต่อจิตใจและความเชื่อมั่นไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่ของไทยพีบีเอสโดยรวมอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
 
โดยมี 19 องค์กรภาคประชาชนร่วมกันลงนามสนับสนุน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่