เว็บไซต์ในเครือ
bloggang.com Bloggang pantown.com Pantown pantipmarket.com PantipMarket
maggang.com Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
Pantip Application Pantip iOS Pantip Android Pantip Android
เกี่ยวกับเรา

🇹🇭💗มาลาริน💗🇹🇭พบ BA.2.75 และBN.1, BL.2 มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเร็ว ส่วน BQ.1 พบ 9 ราย XBB 13 ราย/รบ.พร้อมซื้อวัคซีนโควิด

พบสายพันธุ์ BA.2.75 และลูกหลาน BN.1, BL.2 มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเร็ว ส่วน BQ.1 พบ 9 ราย XBB 13 ราย



22พ.ย.2565- นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์สายพันธุ์เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในประเทศไทย ตั้งแต่ต้นปี 2565 พบสายพันธุ์เดลตาถูกแทนที่ด้วยสายพันธุ์โอมิครอนสายพันธุ์ย่อยต่างๆ ได้แก่ BA.1, BA.2, BA.4, BA.5 และสายพันธุ์ย่อยอื่นๆ ปัจจุบันสายพันธุ์โอมิครอนเป็นสายพันธุ์หลักที่แพร่กระจาย อยู่ในประเทศไทย จากสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง นำไปสู่วิวัฒนาการการกลายพันธุ์ ภายในสายพันธุ์เดียวกันอย่างต่อเนื่อง เกิดเป็นสายพันธุ์ย่อยหลากหลายกลุ่มในตระกูล ซึ่งมีตำแหน่งกลายพันธุ์ต่างๆ กันไป

ข้อมูลล่าสุดที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับเครือข่าย ตรวจเฝ้าระวังติดตามการกลายพันธุ์ของเชื้อโควิด 19 ในประเทศ และติดตามสายพันธุ์น่ากังวลที่อาจพบจากผู้เดินทางเข้าประเทศ โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างวันที่ 12-18 พฤศจิกายน 2565 ผลการตรวจเฝ้าระวังแบบ SNP/Deletion ด้วยวิธี RT-PCR จำนวน 246 ราย พบว่า ในภาพรวมพบสัดส่วนของ BA.2.75 เพิ่มขึ้นเป็น 42.9% จากสัปดาห์ก่อนที่มีสัดส่วน 23.6% และเมื่อแยกตามกลุ่ม พบว่าส่วนใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้ติดเชื้อในประเทศจาก 23.2% เป็น 43.9% โดยเฉพาะพื้นที่เขตสุขภาพที่ 2, 6, 11 และ 12 ที่พบสัดส่วนมากกว่าครึ่งเป็นสายพันธุ์ BA.2.75
จากการถอดรหัสพันธุกรรมแบบทั้งตัว (Whole genome sequencing) ของตัวอย่างในประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน พบสายพันธุ์ BA.2.75 และลูกหลานของ BA.2.75 เช่น BA.2.75.2, BA.2.75.5.1 (BN.1), BA.2.75.1.2 (BL.2) จำนวนมากกว่า 138 ราย

นอกจากนี้ยังพบสายพันธุ์ BQ.1 ที่ระบาดในอเมริกาและยุโรป จำนวน 9 ราย ส่วนสายพันธุ์ XBB ที่ระบาดมาก ในสิงคโปร์ พบจำนวน 13 ราย ทั้งนี้ยังไม่พบสัญญาณความรุนแรงของเชื้อที่กลายพันธุ์แต่อาจจะทำให้มีการแพร่และ ติดเชื้อง่ายขึ้น

นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวต่อว่า เชื้อโควิดสายพันธุ์ BA.2.75 ตรวจพบครั้งแรกในอินเดียเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2565 และได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สายพันธุ์ BA.2.75 มีการกลายพันธุ์อย่างหนึ่งที่สำคัญ คือ G446S บนโปรตีนหนาม ซึ่งจับกับตัวรับในเซลล์ของมนุษย์ และเกี่ยวข้องกับการหลบภูมิคุ้มกัน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บ่งชี้ว่าอาจมีข้อได้เปรียบในการแพร่ระบาด โดยในประเทศไทยรายงาน BA.2.75 ครั้งแรกเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2565

“กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังคงเฝ้าระวังติดตามการกลายพันธุ์ของเชื้อโควิด 19 ร่วมกับเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง และเผยแพร่บนฐานข้อมูลสากล GISAID อย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามผลกระทบจากสายพันธุ์ย่อยของสายพันธุ์น่ากังวล ที่อาจมีต่อการแพร่เชื้อ ความรุนแรงของโรค ประสิทธิผลของมาตรการทางสาธารณสุข และคุณสมบัติของอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องของเชื้อไวรัส เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนการออกแบบการรักษา การให้ยาต้านไวรัสหรือแอนติบอดีสังเคราะห์ อย่างไรก็ตามมาตรการทางสาธารณสุข การสวมหน้ากากอนามัยในสถานที่แออัด การล้างมือ ยังรับมือกับการระบาด ได้ทุกสายพันธุ์ การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นสามารถช่วยลดความรุนแรงของเชื้อได้” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าว


https://www.thaipost.net/covid-19-news/268649/

อนุทิน'ยันรัฐบาลพร้อมซื้อวัคซีนโควิดสายพันธุ์ใหม่ ฉีดให้ปชช.



22พ.ย.2565-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี กรณีที่มีแพทย์ระบุว่า วัคซีนป้องกันโควิด 19 ที่ใช้อยู่ในประเทศไทยขณะนี้ ไม่สามารถป้องกันโควิด 19 สายพันธุ์ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น จะไม่มีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิต ทั้งนี้ตนเคยยืนยัน มาตั้งแต่แรกแล้ว ว่าวัคซีนไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100% แต่สามารถลดความรุนแรง

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีวัคซีนที่ถูกผลิตมารองรับกับสายพันธุ์ หรือการกลายพันธุ์ในอนาคตกระทรวงสาธารณสุข และรัฐบาลพร้อมที่จะจัดหามาให้ประชาชน แต่ตอนนี้ยังไม่มี ซึ่งวัคซีนที่ใช้อยู่ในประเทศไทยขณะนี้ ผู้ผลิตยืนยันว่าสามารถป้องกันโควิด 19 ได้หากได้รับเข็มกระตุ้น จึงขอให้ประชาชนเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้น หรือฉีดให้ได้อย่างน้อย 4 เข็ม ก็จะเข้าสู่โซนปลอดภัยมากขึ้น ส่วนใหญ่ที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ คือผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน หรือ ผู้ที่ไม่ได้ฉีดเข็มกระตุ้น เพราะแต่ละคนมีปัจจัยความเสี่ยงไม่เหมือนกัน พร้อมย้ำว่ารัฐบาลมีความพร้อมที่จะฉีดวัคซีนให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ ขอให้มั่นใจในความปลอดภัย

https://www.thaipost.net/covid-19-news/268625/

ติดตามข่าวโควิดกันต่อนะคะ....
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 8

คกก.โรคติดต่อฯ เห็นชอบแนวทางจัดหาวัคซีนโควิด ปี 66 เข็มกระตุ้นสำหรับทุกกลุ่มตามความสมัครใจ จำนวน 1-2 โดสต่อคน รองรับการระบาดที่กำลังเพิ่มขึ้น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 9/2565 กล่าวว่า ที่ประชุมในวันนี้ได้พิจารณาและเห็นชอบแนวทางการจัดหาวัคซีนโควิด 19 ปี 2566 โดยมีกรอบในการจัดหาและบริหารจัดการให้มีวัคซีนเข็มกระตุ้นสำหรับกลุ่ม 608 บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ด่านหน้าและ อสม. รวมถึงประชาชนทั่วไปตามความสมัครใจ จำนวน 1-2 โดสต่อคน โดยให้พิจารณาสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงของสายพันธุ์ไวรัส และแนวโน้มประสิทธิผลของวัคซีนต่อสายพันธุ์ที่ระบาด และนำเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคเพื่อให้คำแนะนำสำหรับการให้วัคซีนโควิด 19 ในปี 2566 อย่างเหมาะสม รวมถึงยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนป้องกันโควิด 19 และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารจัดการวัคซีนโควิด 19 ภายหลังการประกาศเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง เพื่อสนับสนุนภารกิจวัคซีนโควิด 19 ให้ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์

ที่มา : กระทรวงสาธารณสุข
https://web.facebook.com/informationcovid19/posts/pfbid02kSy2sVBotEniuttCwLJseWjbHQa7L7sKhNa863KgntgxgbKmXWBZjYe2t6Hz57xml


แนวโน้มผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วโลกเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาว แนะกลุ่ม 608 เข้ารับวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกัน

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข มีความห่วงใยประชาชนจากแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศเนื่องด้วยขณะนี้เป็นฤดูหนาวที่เอื้อต่อการแพร่เชื้อไวรัส ประกอบกับทั่วโลกมีการผ่อนคลายมาตรการป้องกันโรค ขณะที่ไทยก็ได้เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวซึ่งมีผู้เดินทางมาจากทั่วโลก

ดังนั้น การดูแลป้องกันตนเองเช่นสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่แออัด การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ตลอดจนการสร้างภูมิคุ้มกันโดยการรับวัคซีนจึงมีความจำเป็นสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่ม 608 ซึ่งมีความเสี่ยงสูง ต้องเข้ารับวัคซีนตามเกณฑ์และเข็มกระตุ้นเมื่อครบระยะเวลา เพื่อลดอาการป่วยหนักหรือเสียชีวิต โดยประชาชนสามารถติดต่อเข้ารับวัคซีนสถานพยาบาลใกล้บ้าน ซึ่งปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขกระจายวัคซีนสำหรับประชาชนทุกกลุ่มไปยังสถานพยาบาลทั่วประเทศและเพียงพอกับความต้องการ

แม้สถานการณ์แพร่ระบาด หรือการมีจำนวนผู้ป่วยหนักในไทยไม่ได้อยู่ในระดับสูงหรือน่ากังวล แต่ฤดูหนาวจะเป็นช่วงที่ไวรัสมีการแพร่กระจายรวดเร็วและตอนนี้หลายประเทศที่อากาศหนาวจัดก็มีผู้ป่วยมากขึ้น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุขจึงมีความห่วงใย และขอให้ประชาชนเข้ารับวัคซีน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้กระจายวัคซีนสำหรับทุกกลุ่มไปยังสถานพยาบาลพร้อมบริการให้ประชาชนทั่วประเทศ
https://web.facebook.com/Sumnakkaow.PRD/posts/pfbid02uFrMdZqWoCBhosNdaqxNX9UymnTNnjTYipqSjuGWNrdSbPi3nxnnsGCpPT5DxTGml


“อนุทิน” ย้ำ ฉีดวัคซีน 4 เข็มขึ้นไป จะปลอดภัยแม้ติดเชื้อโควิด19 สายพันธุ์ใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วงนี้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวย้ำว่า วัคซีนโควิด 19 ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อ แต่สามารถลดความรุนแรงของอาการ และลดการเสียชีวิตได้ แม้ว่าจะมีเชื้อโควิด 19 สายพันธุ์ใหม่ ที่กลายพันธุ์เข้ามาเพิ่มเติมก็ตาม โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับวัคซีนตั้งแต่ 4 เข็มขึ้นไป จะอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยแน่นอน

จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนรับวัคซีนเข็มกระตุ้นให้มากที่สุด ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของแต่ละด้วย และขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ด้วยว่า เรามีความพร้อมที่จะรับวัคซีนกระตุ้นเพิ่มเติมหรือไม่
https://web.facebook.com/Sumnakkaow.PRD/posts/pfbid02SH68ojzf7g7xiDFSVyppUsLTAzGQrAz6BaT91BnoBVdPwUfdYjvfDipV44kacq6jl
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่