เนื่องจากผมได้เคยลงข้อความและทำเป็นภาพไว้ในกระทู้นี้
https://pantip.com/topic/39904249/comment3

ข้อความในภาพ บันทึกจากคลิปนี้
https://www.youtube.com/watch?v=ZtyOBitIJnM
และต่อมา (ปัจจุบัน) ไม่สามารถเข้าไปดูคลิปนี้ได้ ไม่ทราบเหตุผลว่าผู้จัดทำลบทิ้งไป หรือ จำกัดผู้ที่เข้าดูได้เฉพาะบางคนบางกลุ่ม
คลิปนี้หายไปไหนหนอ....ทำไมต้องลบออกจากระบบ ?
คำสำคัญของภาพที่ผมนำมาลงไว้ และถูกนำมาตีความถกเถียงความหมายคำ
ค้นหาคำที่มีคำตรง ๆ เป๊ะ ๆ ในพระไตรปิฎกว่า คำพูดที่อยู่ในระหว่างการสนทนานั้นไม่มีในพระไตรปิฎก คือ คำที่เกิดจากการสนทนาต่อไปนี้
เวลาในคลิป 1.11 > พระพุทธเจ้าก็บอกให้
เราอยู่กับอานาปานสติหนะค่ะ แม้แต่ท่านเอง ก็ใช้...
> สุจินต์พูดแทรก : ขอโทษ ไม่มีคำนี้ในพระไตรปิฎก
> ....และท่านก็
ใช้อานาปานสติเป็น...
> สุจินต์ : ใช้อานาปานสติก็ไม่มีในพระไตรปิฎก
สนทนาต่อจนถึงเวลา 19.06 : > ขอโทษค่ะ แล้ว
คำว่าอานาปานสติ ที่หนูได้ฟังมา ก็ได้ยินบ่อยทำไมท่านฯ บอกไม่มีล่ะคะ
> สุจินต์ : เค้าไม่ได้บอกใช่ไหม สติคืออะไร อานาปาน คืออะไร จึงไม่รู้ว่าคืออะไร....
สุจินต์พูดอีกยืดยาว คู่สนทนาถาม > 23.31:.
พระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสสอนเรื่องอานาปานสติเหรอคะ
เวลา 23.47 > สุจินต์ :
สอนเรื่องเห็น หรือเปล่าคะ......
วิเคราะห์
จากการที่ผู้ถาม ได้พยายามถามหลายครั้ง เกี่ยวกับคำว่า อานาปานสติ
ผู้ถาม ผมคาดคะเน (ผมไม่ใช่ผู้ถามตัวจริงก็คาดคะเนเอานะครับ - อาจผิดก็ได้)
น่าจะสื่อความหมายถึง การพิจารณาธรรมโดยเลือกเฟ้นธรรมที่พระตถาคตได้แสดงไว้ในอานาปานสติสูตร
กล่าวคือ เมื่อพบโคนไม้ เรือนว่าง หรือสถานที่ ๆ ตนคิดว่าพอเหมาะกับการตั้งกายตรง .....แล้วก็พิจารณาธรรมตามอานปานสติ (สูตร) เป็นต้น
วิเคราะห์การใช้คำว่า "เราอยู่กับอานาปานสติ" "ใช้อานาปานสติ"
ในบางคราวอาจเป็นไปได้ว่า การใช้คำในภาษาพูดของพุทธศาสนิกชนนั้น
ผู้พูดต้องการสื่อความหมายให้ตรง หรืออย่างน้อยที่สุดก็ให้ใกล้เคียงกับ(คำแปลไทย)ที่พระตถาคตได้แสดง(บาลี) ไว้
แต่ด้วยความที่ไม่แม่นยำในคำสอน ไม่แม่นยำในการใช้หลัภาษา จึงทำให้การใช้คำไม่ตรงเป๊ะ ๆ ตามที่มีในพระไตรปิฎก
อาจจะเคยได้ยินได้ฟังกันออยู่บ้างว่า ในเวลาที่เธอ คุณ...นั่งตั้งกายตรง...เธอพิจารณาธรรมบทไหน สูตรไหน
บ้างก็ตอบว่า อานาปานสติ บ้างก็ตอบว่ากายคตาสติ บ้างก็ตอบว่าอนัตตลักขณสูตร ฯลฯ
ถ้าภาษาชาวบ้านก็เรียกสั้น ๆ ว่า > ใช้ธรรมบทไหน ใช้สูตรไหน
ขยายความแบบพิสดารขึ้นไปก็คือ พูดให้ตรงตามที่พระไตรปิฎกแปลไว้ เช่น
ใช้ธรรมสูตรไหน เพื่อนำไปพิจารณาใคร่ครวญ มนสิการโดยแยบคาย กระทำไว้ในใจโดยแยบคาย อย่างนี้ได้ไหม ?
ในการสนทนาบางคราว ทำไมไม่พยายามทำความเข้าใจผู้พูดว่า เขาพูดโดยย่อ !!!
หรือถามกลับไปว่า ที่พูดนั้นต้องการสื่อสารอย่างนี้ใช่ไหม ?...ฯลฯ
จะมีพุทธบริษัทชาวบ้านสักกี่คน ที่พูดเป๊ะ ๆ น้อ....
> ถ้าจะเอาให้เป๊ะ ก็ให้พูดเป็นภาษาบาลีไปเลยดีไหม ?
การใช้คำในระหว่างสนทนา ควรต้องดูเจตนาของผู้พูดประกอบด้วย
ถ้าผู้พูด พูดไม่ตรง ถ้อยคำไม่ตรง (เป๊ะ) แต่ความหมายที่ต้องการสื่อตรงกัน ก็ควรผ่านไป
ดั่งที่พระะตถาคตตรัสไว้ใน อรณวิภังคสูตร ว่า
ภิกษุทั้งหลาย มัชฌิมาปฏิปทาไม่เอียงเข้าใกล้ที่สุด อย่างนั้นที่ตถาคตได้ตรัสรู้แล้ว
อันเป็นปฏิปทาก่อให้เกิดจักษุ ก่อให้เกิดญาณ
เป็นไปเพื่อความสงบเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน
พึงรู้จักการยกย่องและการตำหนิ
ครั้นรู้แล้ว ไม่พึงยกย่อง ไม่พึงตำหนิ พึงแสดงธรรมเท่านั้น พึงรู้การตัดสินความสุข
ครั้นรู้แล้ว พึงประกอบเนือง ๆ ซึ่งความสุขในภายใน ไม่พึงกล่าวความลับ ไม่พึงกล่าวคำล่วงเกินต่อหน้า
เมื่อไม่รีบร้อน จึงพูด เมื่อรีบร้อนไม่ควรพูด
ไม่พึงยึดภาษาท้องถิ่น ไม่พึงละเลยคำพูดสามัญ นี้เป็นอุทเทสแห่งอรณวิภังค์
https://84000.org/tipitaka/pitaka_item/m_read.php?B=14&A=11459&w=%A4%D3%BE%D9%B4%CA%D2%C1%D1%AD
วิเคราะห์ต่อ
การสนทนาในคลิปยืดยาว ต่อมา คู่สนทนายังสงสัยอยู่ จึงถามเกี่ยวกับคำว่า อานาปานสติ ซ้ำเป็นครั้งที่ 4
คู่สนทนาถาม > 23.31:.พระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสสอนเรื่อง
อานาปานสติเหรอคะ
เวลา 23.47 > สุจินต์ตอบ :สอนเรื่องเห็น หรือเปล่าคะ......
***
วิเคราะห์
แทนที่สุจินต์จะตอบตรง ๆ ว่าพระพุทธเจ้าสอนอานาปานสติหรือไม่ (สอนหรือไม่สอนก็ว่าไปตอบไป)
แต่ สุจินต์ใช้สิ่งที่ปลูกฝังรากลึกอยู่ในอนุสัยมานาน >> ปัดตก คำถามของคู่สนทนา
พร้อมกับเฉไฉตามวิธีที่ตนถนัด ถามกลับไปว่า
สอนเรื่องเห็น หรือเปล่าคะ ?
ลูกศิษย์สุจินต์ เคยสงสัยไหมว่า คำถาม คำพูด ที่ สุจินต์ พูดอธิบายกับสตรีในภาพข้างบน
ก็มีบางคำที่ไม่ตรง (ไม่มี) ในพระไตรปิฎกเป๊ะ ๆ
ตัวอย่าง เช่น
คำว่า "สอนเรื่องเห็น" ไม่พบในฉบับ มจร และ ฉบับหลวง
ผมไม่แน่ใจนะครับว่า ในแบับอื่นมีหรือเปล่า (ใครมีเวลาอยากไปค้นหาก็ไปค้นเอาเองนะครับ)
สอนเรื่องเห็น คำนี้ จะมีในพระไตรไปฎกตรง ๆ เป๊ะ หรือไม่ก็ตาม
ผู้รวบรวม มีความเข้าใจว่า ผู้ฟังที่พอจะเข้าใจกระบวนธรรมก็คงจะพอเข้าใจได้ว่า
> ผู้พูดต้องการสื่อความหมาย (ผมอาจจะเข้าใจผิดก็ได้) เพื่อให้เข้าใจ พระพุทธเจ้าสอน เรื่อง
เห็นรูป ทางตา (อายตนะ) โดยจักขุวิญญาณ ธรรมเหล่านี้ เห็นเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป (ไม่ขอลงรายละเอียด)
ผู้ฟัง คู่สนทนาจะได้ไม่ต้องมาตีสำบัดสำนวนว่า คำว่า สอนเรื่องเห็น ก็ไม่มีในพระไตรปิฎก (ฮา)...(ฮา)
[การใช้การสืบค้นคำเอามาข่มกันโดยไม่ดูความหมาย ตัวอย่างเคยดูคลิปสำนักคลอง 10 ปฏิเสธคำว่า 84000 ฯลฯ แล้วก็เอามากดข่มคู่สนทนา]
ผู้รวบรวมจะสื่อความหมายว่า คำพูดบางคำ ละไว้ คำพูดบางคำอธิบายโดยพิสดาร แต่ถ้ามีความหมายตรงกัน ก็ควรอนุโลม
ถ้าความหมายไม่ตรงหรือผิดไป ก็ควรทำความเข้าใจให้ตรงกันเสียก่อนที่จะไปพูดเรื่องต่อไป
บ่อยครั้ง ที่สุจินต์ทักท้วงคู่สนทนาในระหว่างสนทนา ว่า ใช้คำผิด ว่า "เรา" อยู่ // "เรา" ไปปฏิบัติก็ผิดไปแล้ว (ผมฟังผิดหรือเปล่าน้อ...)
เวลาที่สนทนากันด้วยภาษาสามัญของชาวโลก ก็ใช้สรรพนามแทนกลุ่ม พวกท่าน พวกเรา ฉัน เธอ...
พระตถาคต ก็ใช้คำเหล่านี้บ่อย ๆ
แล้วการพูดแบบนี้มันผิดยังไง สำหรับการพูดแบบสามัญ ?
ถ้าผู้พูด คู่สนทนาเขาเข้าใจว่า มีตัวมีตน มีตัวเรา แบบสัสสตทิฏฐิ อย่างนี้สิ จึงควรทักท้วงว่าเขามีความเห็นผิด
หรือว่า จะให้ต้องพูดอย่างนี้หรือครับ
vvv
วันนี้ (ซึ่งเวลาก็ไม่มีอยู่จริง) พวกหมู่สัตว์สมมติรวมถึงผมด้วย
อันว่าสัตว์สมมติพวกนี้ประกอบด้วยมหาภูตรูป ๔ และมีวิญญาณมาอิงอาศัยตามเหตุปัจจัย นามสมมติ A B C ...
พวกสัตว์สมมติเหล่านี้มีหู ตา จมูก...ได้พากันไปใช้หูอันมีโสตวิญญาณ
ได้ยินเสียงผ่านหู จากการเปล่งเสียงออกจากรูทวารทางช่องปาก
จากสัตว์สมมติเพศสตรีที่ประกอบด้วยมหาภูตรูป ๔ มีวิญญาณมาอิงอาศัยตามเหตุปัจจัยชื่อสมมติว่าสุจินต์
[คำพูดข้างบนนี้ รวมเป็นภาษาพูดได้ว่า วันนี้พวกเราไปฟังธรรมซึ่งมีการแสดง(พูด)โดยสุจินต์]
เอ่อ....ถ้าพูดสื่อสารกันเป็นปรมัตถ์ คงประหลาดไม่น้อย
ถ้าพูดความหมายผิด โดยคู่สนทนาคนใดคนหนึ่งคิดว่าตนเองมีความรู้ถูกต้องตรงจริงยิ่งกว่า ก็ควรชี้แจงไปว่า
> ควรใช้คำสื่อความหมายอย่างนี้ ๆ คำที่คู่สนทนาใช้อยู่นั้นไม่ตรงอย่างไร
> แต่ถ้าคู่สนทนา ความรู้น้อยกว่า (หรือาจรู้มากกว่าแต่เพิกเฉย) ก็จะเกิดอาการแบบนี้ นะครับ
https://www.youtube.com/watch?v=WqSiqaq0OYo
ความหมายของทาน (สมเด็จ ป.อ.ปยุตฺโต ท่านรวบรวมไว้ให้ดังนี้ครับ)
ทาน การให้, สิ่งที่ให้, ให้ของที่ควรให้แก่คนที่ควรให้เพื่อประโยชน์แก่เขา, สละให้ปันสิ่งของของตนเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น;
ทาน ๒ คือ ๑. อามิสทาน ให้สิ่งของ ๒. ธรรมทาน ให้ธรรม;
ทาน ๒ อีกหมวดหนึ่ง คือ
๑. สังฆทาน ให้แก่สงฆ์ หรือให้เพื่อส่วนรวม
๒. ปาฏิบุคลิกทาน ให้เจาะจงแก่บุคคลผู้ใดผู้หนึ่งโดยเฉพาะ
(ข้อ ๑ ในทศพิธราชธรรม, ข้อ ๑ ในบารมี ๑๐, ข้อ ๑ ในบุญกิริยาวัตถุ ๓ และ ๑๐, ข้อ ๑ ในสังคหวัตถุ ๔, ข้อ ๑ ในสัปปุริสบัญญัติ ๓)
อ้างอิง
https://84000.org/tipitaka/dic/v_seek.php?text=%B7%D2%B9&original=1#find7
ความหมายของสละ (จาคะ)
จาคะ การสละ, การให้ปัน, การเสียสละ, การสละสิ่งที่เป็นข้าศึกแก่ความจริงใจ; การสละกิเลส
(ข้อ ๔ ในฆราวาสธรรม ๔, ข้อ ๓ ในอธิษฐานธรรม ๔, ข้อ ๖ ในอริยทรัพย์ ๗)
อ้างอิง
https://84000.org/tipitaka/dic/v_seek.php?text=%A8%D2%A4%D0&original=1
ผู้ศึกษาธรรม ฟังคลิป และ ดูภาพประกอบ พิจารณาว่า สุจินต์ให้ความหมายของคำว่าทาน ถูกต้องหรือไม่
คำเตือน
สุจินต์ : ควรศึกษาทุกคำสอนของพระตถาคตด้วยความเคารพ ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่คิดเอง นะครับ
ผู้รวบรวมมีความรู้น้อย ท่านที่มีความรู้ในธรรมโปรดชี้แนะด้วยนะครับ
ขอบคุณมากครับผม
วิเคราะห์วาทะสุจินต์ เริ่มจาก อานาปานสติ ทาน และ สละ (จาคะ)
ข้อความในภาพ บันทึกจากคลิปนี้ https://www.youtube.com/watch?v=ZtyOBitIJnM
และต่อมา (ปัจจุบัน) ไม่สามารถเข้าไปดูคลิปนี้ได้ ไม่ทราบเหตุผลว่าผู้จัดทำลบทิ้งไป หรือ จำกัดผู้ที่เข้าดูได้เฉพาะบางคนบางกลุ่ม
คลิปนี้หายไปไหนหนอ....ทำไมต้องลบออกจากระบบ ?
คำสำคัญของภาพที่ผมนำมาลงไว้ และถูกนำมาตีความถกเถียงความหมายคำ
ค้นหาคำที่มีคำตรง ๆ เป๊ะ ๆ ในพระไตรปิฎกว่า คำพูดที่อยู่ในระหว่างการสนทนานั้นไม่มีในพระไตรปิฎก คือ คำที่เกิดจากการสนทนาต่อไปนี้
เวลาในคลิป 1.11 > พระพุทธเจ้าก็บอกให้เราอยู่กับอานาปานสติหนะค่ะ แม้แต่ท่านเอง ก็ใช้...
> สุจินต์พูดแทรก : ขอโทษ ไม่มีคำนี้ในพระไตรปิฎก
> ....และท่านก็ใช้อานาปานสติเป็น...
> สุจินต์ : ใช้อานาปานสติก็ไม่มีในพระไตรปิฎก
สนทนาต่อจนถึงเวลา 19.06 : > ขอโทษค่ะ แล้วคำว่าอานาปานสติ ที่หนูได้ฟังมา ก็ได้ยินบ่อยทำไมท่านฯ บอกไม่มีล่ะคะ
> สุจินต์ : เค้าไม่ได้บอกใช่ไหม สติคืออะไร อานาปาน คืออะไร จึงไม่รู้ว่าคืออะไร....
สุจินต์พูดอีกยืดยาว คู่สนทนาถาม > 23.31:.พระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสสอนเรื่องอานาปานสติเหรอคะ
เวลา 23.47 > สุจินต์ :สอนเรื่องเห็น หรือเปล่าคะ......
วิเคราะห์
จากการที่ผู้ถาม ได้พยายามถามหลายครั้ง เกี่ยวกับคำว่า อานาปานสติ
ผู้ถาม ผมคาดคะเน (ผมไม่ใช่ผู้ถามตัวจริงก็คาดคะเนเอานะครับ - อาจผิดก็ได้)
น่าจะสื่อความหมายถึง การพิจารณาธรรมโดยเลือกเฟ้นธรรมที่พระตถาคตได้แสดงไว้ในอานาปานสติสูตร
กล่าวคือ เมื่อพบโคนไม้ เรือนว่าง หรือสถานที่ ๆ ตนคิดว่าพอเหมาะกับการตั้งกายตรง .....แล้วก็พิจารณาธรรมตามอานปานสติ (สูตร) เป็นต้น
วิเคราะห์การใช้คำว่า "เราอยู่กับอานาปานสติ" "ใช้อานาปานสติ"
ในบางคราวอาจเป็นไปได้ว่า การใช้คำในภาษาพูดของพุทธศาสนิกชนนั้น
ผู้พูดต้องการสื่อความหมายให้ตรง หรืออย่างน้อยที่สุดก็ให้ใกล้เคียงกับ(คำแปลไทย)ที่พระตถาคตได้แสดง(บาลี) ไว้
แต่ด้วยความที่ไม่แม่นยำในคำสอน ไม่แม่นยำในการใช้หลัภาษา จึงทำให้การใช้คำไม่ตรงเป๊ะ ๆ ตามที่มีในพระไตรปิฎก
อาจจะเคยได้ยินได้ฟังกันออยู่บ้างว่า ในเวลาที่เธอ คุณ...นั่งตั้งกายตรง...เธอพิจารณาธรรมบทไหน สูตรไหน
บ้างก็ตอบว่า อานาปานสติ บ้างก็ตอบว่ากายคตาสติ บ้างก็ตอบว่าอนัตตลักขณสูตร ฯลฯ
ถ้าภาษาชาวบ้านก็เรียกสั้น ๆ ว่า > ใช้ธรรมบทไหน ใช้สูตรไหน
ขยายความแบบพิสดารขึ้นไปก็คือ พูดให้ตรงตามที่พระไตรปิฎกแปลไว้ เช่น
ใช้ธรรมสูตรไหน เพื่อนำไปพิจารณาใคร่ครวญ มนสิการโดยแยบคาย กระทำไว้ในใจโดยแยบคาย อย่างนี้ได้ไหม ?
ในการสนทนาบางคราว ทำไมไม่พยายามทำความเข้าใจผู้พูดว่า เขาพูดโดยย่อ !!!
หรือถามกลับไปว่า ที่พูดนั้นต้องการสื่อสารอย่างนี้ใช่ไหม ?...ฯลฯ
จะมีพุทธบริษัทชาวบ้านสักกี่คน ที่พูดเป๊ะ ๆ น้อ....
> ถ้าจะเอาให้เป๊ะ ก็ให้พูดเป็นภาษาบาลีไปเลยดีไหม ?
การใช้คำในระหว่างสนทนา ควรต้องดูเจตนาของผู้พูดประกอบด้วย
ถ้าผู้พูด พูดไม่ตรง ถ้อยคำไม่ตรง (เป๊ะ) แต่ความหมายที่ต้องการสื่อตรงกัน ก็ควรผ่านไป
ดั่งที่พระะตถาคตตรัสไว้ใน อรณวิภังคสูตร ว่า
ภิกษุทั้งหลาย มัชฌิมาปฏิปทาไม่เอียงเข้าใกล้ที่สุด อย่างนั้นที่ตถาคตได้ตรัสรู้แล้ว
อันเป็นปฏิปทาก่อให้เกิดจักษุ ก่อให้เกิดญาณ
เป็นไปเพื่อความสงบเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน
พึงรู้จักการยกย่องและการตำหนิ
ครั้นรู้แล้ว ไม่พึงยกย่อง ไม่พึงตำหนิ พึงแสดงธรรมเท่านั้น พึงรู้การตัดสินความสุข
ครั้นรู้แล้ว พึงประกอบเนือง ๆ ซึ่งความสุขในภายใน ไม่พึงกล่าวความลับ ไม่พึงกล่าวคำล่วงเกินต่อหน้า
เมื่อไม่รีบร้อน จึงพูด เมื่อรีบร้อนไม่ควรพูด
ไม่พึงยึดภาษาท้องถิ่น ไม่พึงละเลยคำพูดสามัญ นี้เป็นอุทเทสแห่งอรณวิภังค์
https://84000.org/tipitaka/pitaka_item/m_read.php?B=14&A=11459&w=%A4%D3%BE%D9%B4%CA%D2%C1%D1%AD
วิเคราะห์ต่อ
การสนทนาในคลิปยืดยาว ต่อมา คู่สนทนายังสงสัยอยู่ จึงถามเกี่ยวกับคำว่า อานาปานสติ ซ้ำเป็นครั้งที่ 4
คู่สนทนาถาม > 23.31:.พระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสสอนเรื่องอานาปานสติเหรอคะ
เวลา 23.47 > สุจินต์ตอบ :สอนเรื่องเห็น หรือเปล่าคะ......
***
วิเคราะห์
แทนที่สุจินต์จะตอบตรง ๆ ว่าพระพุทธเจ้าสอนอานาปานสติหรือไม่ (สอนหรือไม่สอนก็ว่าไปตอบไป)
แต่ สุจินต์ใช้สิ่งที่ปลูกฝังรากลึกอยู่ในอนุสัยมานาน >> ปัดตก คำถามของคู่สนทนา
พร้อมกับเฉไฉตามวิธีที่ตนถนัด ถามกลับไปว่า สอนเรื่องเห็น หรือเปล่าคะ ?
ลูกศิษย์สุจินต์ เคยสงสัยไหมว่า คำถาม คำพูด ที่ สุจินต์ พูดอธิบายกับสตรีในภาพข้างบน
ก็มีบางคำที่ไม่ตรง (ไม่มี) ในพระไตรปิฎกเป๊ะ ๆ
ตัวอย่าง เช่น
คำว่า "สอนเรื่องเห็น" ไม่พบในฉบับ มจร และ ฉบับหลวง
ผมไม่แน่ใจนะครับว่า ในแบับอื่นมีหรือเปล่า (ใครมีเวลาอยากไปค้นหาก็ไปค้นเอาเองนะครับ)
สอนเรื่องเห็น คำนี้ จะมีในพระไตรไปฎกตรง ๆ เป๊ะ หรือไม่ก็ตาม
ผู้รวบรวม มีความเข้าใจว่า ผู้ฟังที่พอจะเข้าใจกระบวนธรรมก็คงจะพอเข้าใจได้ว่า
> ผู้พูดต้องการสื่อความหมาย (ผมอาจจะเข้าใจผิดก็ได้) เพื่อให้เข้าใจ พระพุทธเจ้าสอน เรื่อง
เห็นรูป ทางตา (อายตนะ) โดยจักขุวิญญาณ ธรรมเหล่านี้ เห็นเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป (ไม่ขอลงรายละเอียด)
ผู้ฟัง คู่สนทนาจะได้ไม่ต้องมาตีสำบัดสำนวนว่า คำว่า สอนเรื่องเห็น ก็ไม่มีในพระไตรปิฎก (ฮา)...(ฮา)
[การใช้การสืบค้นคำเอามาข่มกันโดยไม่ดูความหมาย ตัวอย่างเคยดูคลิปสำนักคลอง 10 ปฏิเสธคำว่า 84000 ฯลฯ แล้วก็เอามากดข่มคู่สนทนา]
ผู้รวบรวมจะสื่อความหมายว่า คำพูดบางคำ ละไว้ คำพูดบางคำอธิบายโดยพิสดาร แต่ถ้ามีความหมายตรงกัน ก็ควรอนุโลม
ถ้าความหมายไม่ตรงหรือผิดไป ก็ควรทำความเข้าใจให้ตรงกันเสียก่อนที่จะไปพูดเรื่องต่อไป
บ่อยครั้ง ที่สุจินต์ทักท้วงคู่สนทนาในระหว่างสนทนา ว่า ใช้คำผิด ว่า "เรา" อยู่ // "เรา" ไปปฏิบัติก็ผิดไปแล้ว (ผมฟังผิดหรือเปล่าน้อ...)
เวลาที่สนทนากันด้วยภาษาสามัญของชาวโลก ก็ใช้สรรพนามแทนกลุ่ม พวกท่าน พวกเรา ฉัน เธอ...
พระตถาคต ก็ใช้คำเหล่านี้บ่อย ๆ
แล้วการพูดแบบนี้มันผิดยังไง สำหรับการพูดแบบสามัญ ?
ถ้าผู้พูด คู่สนทนาเขาเข้าใจว่า มีตัวมีตน มีตัวเรา แบบสัสสตทิฏฐิ อย่างนี้สิ จึงควรทักท้วงว่าเขามีความเห็นผิด
หรือว่า จะให้ต้องพูดอย่างนี้หรือครับ
vvv
วันนี้ (ซึ่งเวลาก็ไม่มีอยู่จริง) พวกหมู่สัตว์สมมติรวมถึงผมด้วย
อันว่าสัตว์สมมติพวกนี้ประกอบด้วยมหาภูตรูป ๔ และมีวิญญาณมาอิงอาศัยตามเหตุปัจจัย นามสมมติ A B C ...
พวกสัตว์สมมติเหล่านี้มีหู ตา จมูก...ได้พากันไปใช้หูอันมีโสตวิญญาณ
ได้ยินเสียงผ่านหู จากการเปล่งเสียงออกจากรูทวารทางช่องปาก
จากสัตว์สมมติเพศสตรีที่ประกอบด้วยมหาภูตรูป ๔ มีวิญญาณมาอิงอาศัยตามเหตุปัจจัยชื่อสมมติว่าสุจินต์
[คำพูดข้างบนนี้ รวมเป็นภาษาพูดได้ว่า วันนี้พวกเราไปฟังธรรมซึ่งมีการแสดง(พูด)โดยสุจินต์]
เอ่อ....ถ้าพูดสื่อสารกันเป็นปรมัตถ์ คงประหลาดไม่น้อย
ถ้าพูดความหมายผิด โดยคู่สนทนาคนใดคนหนึ่งคิดว่าตนเองมีความรู้ถูกต้องตรงจริงยิ่งกว่า ก็ควรชี้แจงไปว่า
> ควรใช้คำสื่อความหมายอย่างนี้ ๆ คำที่คู่สนทนาใช้อยู่นั้นไม่ตรงอย่างไร
> แต่ถ้าคู่สนทนา ความรู้น้อยกว่า (หรือาจรู้มากกว่าแต่เพิกเฉย) ก็จะเกิดอาการแบบนี้ นะครับ
https://www.youtube.com/watch?v=WqSiqaq0OYo
ความหมายของทาน (สมเด็จ ป.อ.ปยุตฺโต ท่านรวบรวมไว้ให้ดังนี้ครับ)
ทาน การให้, สิ่งที่ให้, ให้ของที่ควรให้แก่คนที่ควรให้เพื่อประโยชน์แก่เขา, สละให้ปันสิ่งของของตนเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น;
ทาน ๒ คือ ๑. อามิสทาน ให้สิ่งของ ๒. ธรรมทาน ให้ธรรม;
ทาน ๒ อีกหมวดหนึ่ง คือ
๑. สังฆทาน ให้แก่สงฆ์ หรือให้เพื่อส่วนรวม
๒. ปาฏิบุคลิกทาน ให้เจาะจงแก่บุคคลผู้ใดผู้หนึ่งโดยเฉพาะ
(ข้อ ๑ ในทศพิธราชธรรม, ข้อ ๑ ในบารมี ๑๐, ข้อ ๑ ในบุญกิริยาวัตถุ ๓ และ ๑๐, ข้อ ๑ ในสังคหวัตถุ ๔, ข้อ ๑ ในสัปปุริสบัญญัติ ๓)
อ้างอิง https://84000.org/tipitaka/dic/v_seek.php?text=%B7%D2%B9&original=1#find7
ความหมายของสละ (จาคะ)
จาคะ การสละ, การให้ปัน, การเสียสละ, การสละสิ่งที่เป็นข้าศึกแก่ความจริงใจ; การสละกิเลส
(ข้อ ๔ ในฆราวาสธรรม ๔, ข้อ ๓ ในอธิษฐานธรรม ๔, ข้อ ๖ ในอริยทรัพย์ ๗)
อ้างอิง https://84000.org/tipitaka/dic/v_seek.php?text=%A8%D2%A4%D0&original=1
ผู้ศึกษาธรรม ฟังคลิป และ ดูภาพประกอบ พิจารณาว่า สุจินต์ให้ความหมายของคำว่าทาน ถูกต้องหรือไม่
คำเตือน สุจินต์ : ควรศึกษาทุกคำสอนของพระตถาคตด้วยความเคารพ ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่คิดเอง นะครับ
ผู้รวบรวมมีความรู้น้อย ท่านที่มีความรู้ในธรรมโปรดชี้แนะด้วยนะครับ
ขอบคุณมากครับผม