เว็บไซต์ในเครือ
bloggang.com Bloggang pantown.com Pantown pantipmarket.com PantipMarket
maggang.com Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
Pantip Application Pantip iOS Pantip Android Pantip Android
เกี่ยวกับเรา

🇹🇭💚มาลาริน💚🇹🇭เตือนติดโควิดซ้ำเสี่ยงเสียชีวิตขึ้น2เท่า ป่วยหนักขึ้น3เท่า/ไทยพบBN.1แล้ว5ราย/ระวังภูมิต้านทานไม่ช่วย

หมอเฉลิมชัย เตือนอย่าติดโควิดซ้ำ เสี่ยงเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2 เท่า ป่วยหนักมากกว่าเดิม 3 เท่า

หมอเฉลิมชัย ยกผลวิจัยศึกษาเปรียบเทียบคนติดโควิด 1 ครั้งกับติดซ้ำ 2 ครั้ง พบว่าหากติดโควิดซ้ำ 2 ครั้งขึ้นไปโอกาสเสียชีวิตมากขึ้น 2 เท่า ป่วยหนักมากขึ้น 3 เท่า อวัยวะสำคัญของร่างกายเสียหาย ยิ่งติดมากยิ่งอันตรายมาก พยายามอย่าให้ติดโควิดดีที่สุด ลดความเสี่ยงลองโควิด

วันนี้ (16 พ.ย.65) น.พ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ  รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ blockdit ส่วนตัว "ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย"  เตือนไม่ควรติดโควิดซ้ำ โอกาสเสียชีวิตมากขึ้น 2 เท่า และป่วยหนักมากขึ้น 3 เท่า
จากสถานการณ์โควิดทั่วโลกที่ระบาดต่อเนื่องมา 3 ปี พบผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวนมาก ตลอดจนมีการกลายพันธุ์ของไวรัส ทำให้มีประชากรโลกติดโควิดซ้ำเป็นครั้งที่ 2 มากขึ้น จึงได้มีการศึกษาว่า ผู้ติดโควิดครั้งที่ 2 ขึ้นไปจะมีความเสี่ยงเรื่องต่าง ๆ มากน้อยแค่ไหน เมื่อเทียบกับผู้ติดโควิดครั้งแรก

ได้มีรายงานการศึกษาที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารชั้นนำของโลกคือ Nature Medicine เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565การศึกษาจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันที่คณะแพทยศาสตร์ เมืองเซ็นต์หลุยส์ โดย Dr. Ziyad Al-Aly เป็นการเก็บข้อมูลเวชชระเบียนจำนวน 5.3 ล้านคน จาก US. Department Of Veterans Affairs
โดยมีผู้ติดโควิดหนึ่งครั้ง 443,588 คน และผู้ที่ติดโควิดตั้งแต่สองครั้งขึ้นไปจำนวน 40,947 คน

พบผลการศึกษาที่น่าสนใจดังนี้
1.ผู้ที่ติดโควิด 2 ครั้ง มีความเสี่ยงในการเสียชีวิตเพิ่มเป็น 2.17 เท่า เมื่อเทียบกับคนที่ติดโควิดเพียงครั้งเดียว


2. ผู้ที่ติดโควิด 2 ครั้ง มีความเสี่ยงในการที่จะป่วยหนักจนต้องนอนโรงพยาบาลสูงเพิ่มเป็น 3.32 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ติดครั้งเดียว
3. ผู้ที่ติดโควิด 2 ครั้ง มีความเสี่ยงในการที่จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะต่างๆได้แก่ ปอด หัวใจ ไต กระดูก กล้ามเนื้อ เบาหวาน ระบบเลือด สุขภาพจิต ระบบประสาท และทางเดินอาหารมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
4.ผู้ที่ติดโควิดตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป มีปัญหาเสี่ยงเกี่ยวกับหัวใจเพิ่มเป็น 3 เท่า ปัญหาเกี่ยวกับปอด 3.5 เท่า และ 1.6 เท่าในระบบประสาท เมื่อเทียบกับติดครั้งเดียว ซึ่งมักจะพบในเดือนแรก แต่สามารถพบได้ไปถึง 6 เดือน
5. ไม่ว่าจะเป็นไวรัสสายพันธุ์เดลต้าหรือโอไมครอน BA.5 ก็มีผลการศึกษาที่ไม่แตกต่างกัน
6.แม้ผู้ติดเชื้อจะเคยได้รับวัคซีนมาก่อน ก็ยังคงมีความเสี่ยงดังกล่าวเพิ่มขึ้น


รายงานนี้นักวิจัยได้บอกถึงข้อจำกัด ซึ่งสอดคล้องกับผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ใช่นักวิจัยคณะนี้ เช่น Professor J. Moore จาก Cornell Medical Center ที่คิดว่ากลุ่มตัวอย่างในงานวิจัยนี้แม้จะมีจำนวนมาก แต่ไม่สามารถแทนประชากรทั่วไปได้ เนื่องจากเป็นเวชระเบียนของคนที่อายุมาก เป็นผู้ชายผิวขาวและมีอาการหนัก

Dr.C.Gounder จาก Kaiser Health News ได้ให้ความเห็นว่า ดูเหมือนทิศทางความเสี่ยงที่เพิ่มมากนั้น จะค่อยเพิ่มขึ้นด้วยอัตราที่ลดลง เมื่อติดเชื้อตั้งแต่ครั้งที่สามเป็นต้นไป
กล่าวโดยสรุปได้ว่า  ไม่ควรจะติดโควิด เพราะจะมีปัญหาลองโควิดได้ถึง 25% และยืดเยื้อไปได้ 6 เดือน  และถ้าติดโควิดไปแล้วหนึ่งครั้ง ก็ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการติดครั้งที่ 2 เพราะการติดครั้งที่ 2 ขึ้นไป มีอัตราการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งรบกวนอวัยวะต่าง ๆ มากขึ้นด้วย

https://news.ch7.com/detail/606220

ศูนย์จีโนมฯ เผยไทยพบ'โอมิครอน'สายพันธุ์ใหม่ 'BN.1' แล้ว 5 ราย คาดอาจระบาดแทนที่ BA.5
 
ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ (U.S. CDC) กำลังติดตามสายพันธุ์โอมิครอน สายพันธุ์ใหม่ "BN.1" ของเชื้อโควิด-19 ซึ่งถูกจัดให้เป็นสายพันธุ์ย่อยลำดับที่ 6 ที่สหรัฐฯ ต้องเฝ้าติดตาม โดยในประเทศไทยพบแล้วไม่น้อยกว่า 5 ราย ถือเป็นสายพันธุ์ย่อยลำดับที่ 3 ที่ไทยควรเฝ้าติดตาม และมีความเป็นไปได้ที่อาจระบาดแทนที่ BA.5

https://mgronline.com/uptodate/detail/9650000109490

นักไวรัสวิทยาเผยคนติดโควิดแล้วก็ต้องป้องกันตัวเพราะภูมิต้านทานไม่ช่วย



นักไวรัสวิทยายกผลศึกษาทีมวิจัยมะกัน เผยผู้ติดโอมิครอนรุ่นแรกมีโอกาสติดโควิดอีกรอบ ชี้ภูมิธรรมชาติไม่ช่วยในยุคที่เชื้อโรคปรับตัวได้เร็วและหลากหลาย

16 พ.ย.2565 - ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า ช่วงนี้เห็นคนใกล้ตัว และ เพื่อนๆ ในเฟซโพสต์เรื่องติดโควิดมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลายๆคนบอกว่าเคยติด Delta มาแล้วตอนปลายปี บางคนติด BA.2 มาแล้วตอนกลางปี ภูมิจากการติดโควิดไปครั้งที่แล้วสามารถป้องกันการติดซ้ำได้ต่างกันแค่ไหน พอดีวันนี้มีข้อมูลที่ออกมาจากทีมวิจัยจาก Cleveland Clinic ในสหรัฐอเมริกา รายงานเกี่ยวกับตัวเลขความสามารถการป้องกันการติดเชื้อ BA.5 จากกลุ่มตัวอย่างที่เคยติดโควิดเดลตา และ โอมิครอน BA.1/BA.2 มาก่อน โดยข้อมูลมาจากตัวอย่างจำนวนมากกว่า 20,000 คน

ตัวเลขจากรายงานฉบับนี้แสดงว่า ผู้ที่เคยติดโควิดจากสายพันธุ์เดลตามาเมื่อปีที่แล้ว แทบจะไม่มีภูมิเพียงพอต่อการป้องกันการติดเชื้อ BA.5 เลย โดยตัวเลขอยู่เพียงแค่ 11.9% ส่วนผู้ที่เคยติดโอมิครอน BA.1/BA.2 มาก่อนในช่วงต้น-กลางปีที่ผ่านมา ภูมิจากการติดเชื้อสามารถป้องกัน BA.5 ได้ 45.9% นั่นหมายความว่า ประมาณมากกว่าครึ่งหนึ่งของคนที่เคยติดโอมิครอนรุ่นแรกมา จะสามารถติด BA.5 และ โอมิครอนรุ่นหลังๆ รวมถึง BA.2.75 หรือ BQ.1.1 หรือ XBB ได้อีก
ภูมิจากธรรมชาติช่วยได้ครับแต่อย่าคาดหวังว่าจะช่วยได้แบบเต็มที่ในบริบทที่ไวรัสเปลี่ยนไว และภูมิเริ่มตกลงหลังจากติดเชื้อไปสักพัก การป้องกันตัวเองในช่วงนี้สำคัญมากหากไม่อยากเป็นโควิดอีกรอบครับ



https://www.thaipost.net/covid-19-news/263913/

ติดตามข่าวโควิดกันต่อนะคะ....
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 10

คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ เห็นชอบจัดทำ “บัญชียาหลักสำหรับโรคโควิด-19” พร้อมบรรจุยารักษาโควิด 7 รายการ ส่งผลผู้ป่วยโควิดบัตรทองเข้าถึงยา หลัง สธ.ประกาศโควิด-19 เป็นโรคเฝ้าระวัง

ที่มา : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
https://web.facebook.com/informationcovid19/posts/pfbid029nx8sWAzXG3g2hD4AUaQCK3JMcrx83cHPTYCUcnJces1KgD2VxdAQvJhWXmgH69il


สธ. ตั้งเป้าเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ไม่น้อยกว่า 2 ล้านโดส ภายใน ธ.ค. 65 กำชับทุกจังหวัดเร่งฉีดวัคซีนเชิงรุกถึงหมู่บ้าน หลังพบผู้ป่วยโควิดเพิ่มขึ้น

กระทรวงสาธารณสุข เผย สถานการณ์ผู้ป่วยโควิด-19 ของไทยช่วงวันที่ 6 -12 พ.ย. 65 ไทยมีผู้ป่วยโรคโควิด รวม 3,166 ราย เฉลี่ย 452 รายต่อวัน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 12.8% โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยว อาจเป็นผลจากอากาศเริ่มเปลี่ยนแปลง ประชาชนมีกิจกรรมรวมกลุ่ม เดินทางท่องเที่ยว สังสรรค์ รวมถึงบางส่วนเริ่มถอดหน้ากากมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามคาดการณ์ว่าการติดเชื้ออาจจะสูงขึ้นอีกในช่วงปลายปีที่มีกิจกรรมและงานรื่นเริงช่วงใกล้เทศกาล

ขณะเดียวกัน สธ. เร่งรณรงค์ฉีดวัคซีนโควิด-19 มีเป้าหมายไม่น้อยกว่า 2 ล้านโดส ภายในเดือนธ.ค. 65 ซึ่งปัจจุบันภาพรวมการฉีดวัคซีนยังคงต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ จึงเร่งสื่อสารให้ทุกจังหวัดทำแผนและเป้าหมายการฉีดวัคซีนสู่ระดับอำเภอเน้นเชิญชวน ค้นหา ติดตามคนที่ยังไม่ได้ฉีดจนถึงระดับหมู่บ้าน โดย อสม.ร่วมกับกำนัน/ผู้ใหญ่บ้านลงพื้นที่ด้วยกัน และอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้ามารับวัคซีนให้มากที่สุด อาทิ จัดตั้งหน่วยบริการฉีดวัคซีนนอกสถานพยาบาล บริการฉีดวัคซีนถึงบ้านให้กับกลุ่ม 608 และผู้ป่วยติดเตียง เป็นต้น

พร้อมยืนยันว่ามีวัคซีนเพียงพอ เข้าถึงได้ง่าย และได้เตรียมยาต้านไวรัส เวชภัณฑ์ วัคซีน รวมทั้ง LAAB ไว้เพียงพอเพื่อรองรับการระบาดของโรค ขณะที่สถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ มีความพร้อมให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
https://web.facebook.com/ThaigovSpokesman/posts/pfbid0X4orhhhzWpjzpebTTjrdBZzMSneR2Nw7VLPP2ny94YMTpeW6Cfni2sdtiRYzb5dpl
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่