สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 7
เอาแบบเข้าใจได้ง่ายก็เรียงเหตุการณ์แบบนี้
1. รัสเซีย, สหรัฐฯ, ฯลฯ ตกลงกันให้ยูเครนปลดอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด แลกกับการที่จะมีการรับประกันความมั่นคงให้ยูเครน
2. รัฐบาลยูเครนส่วนมากจะเป็นโปรรัสเซีย มีนโยบายที่โอนอ่อนและเชื่อฟังเครมลิน หรืออย่างน้อยก็ไม่แสดงความเป็นศัตรู
3. เริ่มมีกลุ่มทุนบางกลุ่มในยูเครนที่สนับสนุนให้สมัครเข้า EU เพื่อดึงเงินนักลงทุนเข้ามา แต่กระแสดูไม่แรงและคนส่วนมากยังไม่สนับสนุน
4. กระแสความต้องการเข้า EU เริ่มแรงขึ้นในหมู่ประชาชนทั่วไป รัฐบาลโปรรัสเซียไม่ตอบสนอง นำไปสู่การชุมนุมเรียกร้องให้เปลี่ยนรัฐบาลที่เป็นโปรยุโรป
4.1 ในขณะเดียวกันก็มีการชุมนุมคู่ขนานสำหรับคนที่ไม่เอายุโรปด้วยเช่นกัน กลุ่มนี้โปรรัสเซียและเรียกร้องให้รัฐบาลโปรรัสเซียอยู่ในวาระต่อไป
4.2 เกิดกการรวมกลุ่มแฟนบอลหัวรุนแรงขึ้นมาเป็นการ์ดเพื่อต่อสู้กับเจ้าหน้าที่และสนับสนุนกลุ่มโปรยุโรป ภายหลังมีการฝึกระเบียบและติดอาวุธเรียกว่า กองพันอาซอฟ
4.3 รัสเซียใช้โอกาสที่ยูเครนเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในการใช้กำลังทหารเข้ายึดแคว้นไครเมีย รัฐบาลโปรรัสเซียในขณะนั้นไม่ทำอะไรโดยปล่อยให้ไครเมียถูกยึดไปอย่างง่ายดาย
5. ยูเครนเปลี่ยนผ่านรัฐบาลไปสู่กลุ่มโปรยุโรป มีความพยายามปฎิรูปกองทัพ, สมัครเข้า EU, ลดระดับความสัมพันธ์กับรัสเซีย
6. รัสเซียก่อตั้งกลุ่มแบ่งแยกดินแดนใน 2 แคว้นของยูเครนคือกลุ่ม LPR, DPR ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากกองทัพรัสเซียและพยายามยึดทั้ง 2 แคว้นในยูเครน
6.1 รัฐบาลยูเครนเริ่มการปราบปรามกลุ่มกบฏที่เรียกทั้ง LPR, DPR แบบรวมๆกันว่า "กบฎดอนบาส" มีประชาชนล้มตายไปพอสมควร ซึ่งพิสูจน์ยากว่าเป็นพลเรือนหรือกบฎติดอาวุธ
6.2 กองพันอาสา "อาซอฟ" เริ่มเข้าปฏิบัติการร่วมกับกองทัพยูเครน รัสเซียเรียกพวกนี้ว่า "กองพันนาซี"
6.3 นานาชาติเข้ามาไกล่เกลี่ยในประเด็นความขัดแย้งดอนบาส เช่น เยอรมนี, ฝรั่งเศส, ตุรกี แต่ผลการเจรจาไม่คืบหน้า
7. รัฐบาลเซเลนสกี้ขึ้นสู่อำนาจและเริ่มโครงการสมัครเข้า NATO+EU โดยรัสเซียพยายามยับยั้งมาโดยตลอด
8. การเจรจาที่มี ปธน.มาครงของฝรั่งเศสเป็นตัวกลางไม่สำเร็จ รัสเซียเริ่มการซ้อมรบใกล้ชายแดนยูเครน พร้อมกับมีการซ้อมรบร่วมของรัสเซียและเบราลุสใกล้ชายแดนยูเครน
8.1 รัฐบาลยูเครนเรียกร้องเปิดการเจรจารอบใหม่ที่มีตุรกีเป็นคนกลาง โดยยอมรับให้ประชาชนในดอนบาสสามารถถือพาสปอร์ตรัสเซียได้ รัสเซียไม่เจรจาและยืนกรานให้ยูเครนยอมรับการประกาศเอกราชของกลุ่มกบฏดอนบาส
8.2 เยอรมนีเข้ามาเป็นคนกลางที่ 2 แต่การเจรจารอบนี้ก็ล้มเหลวอีกเช่นเคย เริ่มมีข่าวลือว่ารัสเซียจะบุกยูเครนแบบสายฟ้าแลบ รัสเซียปฏิเสธข่าวและชี้ว่าเป็นข่าวปลอมของพวกตะวันตก
9. รัสเซียและเบราลุสเปิดฉากรุกรานยูเครนใน 5 ทิศทาง มีเป้าหมายหลักคือ กรุงเคียฟ, คาร์คิฟ, โอเดสซา, มาริยูโปล, ดอนบาสส่วนที่เหลือ
เรื่องราวมันก็เป็นแบบนี้นี่แหละครับ อาจไม่ได้ลงรายละเอียดมาก แต่ทามไลน์ก็คือประมาณนี้
1. รัสเซีย, สหรัฐฯ, ฯลฯ ตกลงกันให้ยูเครนปลดอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด แลกกับการที่จะมีการรับประกันความมั่นคงให้ยูเครน
2. รัฐบาลยูเครนส่วนมากจะเป็นโปรรัสเซีย มีนโยบายที่โอนอ่อนและเชื่อฟังเครมลิน หรืออย่างน้อยก็ไม่แสดงความเป็นศัตรู
3. เริ่มมีกลุ่มทุนบางกลุ่มในยูเครนที่สนับสนุนให้สมัครเข้า EU เพื่อดึงเงินนักลงทุนเข้ามา แต่กระแสดูไม่แรงและคนส่วนมากยังไม่สนับสนุน
4. กระแสความต้องการเข้า EU เริ่มแรงขึ้นในหมู่ประชาชนทั่วไป รัฐบาลโปรรัสเซียไม่ตอบสนอง นำไปสู่การชุมนุมเรียกร้องให้เปลี่ยนรัฐบาลที่เป็นโปรยุโรป
4.1 ในขณะเดียวกันก็มีการชุมนุมคู่ขนานสำหรับคนที่ไม่เอายุโรปด้วยเช่นกัน กลุ่มนี้โปรรัสเซียและเรียกร้องให้รัฐบาลโปรรัสเซียอยู่ในวาระต่อไป
4.2 เกิดกการรวมกลุ่มแฟนบอลหัวรุนแรงขึ้นมาเป็นการ์ดเพื่อต่อสู้กับเจ้าหน้าที่และสนับสนุนกลุ่มโปรยุโรป ภายหลังมีการฝึกระเบียบและติดอาวุธเรียกว่า กองพันอาซอฟ
4.3 รัสเซียใช้โอกาสที่ยูเครนเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในการใช้กำลังทหารเข้ายึดแคว้นไครเมีย รัฐบาลโปรรัสเซียในขณะนั้นไม่ทำอะไรโดยปล่อยให้ไครเมียถูกยึดไปอย่างง่ายดาย
5. ยูเครนเปลี่ยนผ่านรัฐบาลไปสู่กลุ่มโปรยุโรป มีความพยายามปฎิรูปกองทัพ, สมัครเข้า EU, ลดระดับความสัมพันธ์กับรัสเซีย
6. รัสเซียก่อตั้งกลุ่มแบ่งแยกดินแดนใน 2 แคว้นของยูเครนคือกลุ่ม LPR, DPR ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากกองทัพรัสเซียและพยายามยึดทั้ง 2 แคว้นในยูเครน
6.1 รัฐบาลยูเครนเริ่มการปราบปรามกลุ่มกบฏที่เรียกทั้ง LPR, DPR แบบรวมๆกันว่า "กบฎดอนบาส" มีประชาชนล้มตายไปพอสมควร ซึ่งพิสูจน์ยากว่าเป็นพลเรือนหรือกบฎติดอาวุธ
6.2 กองพันอาสา "อาซอฟ" เริ่มเข้าปฏิบัติการร่วมกับกองทัพยูเครน รัสเซียเรียกพวกนี้ว่า "กองพันนาซี"
6.3 นานาชาติเข้ามาไกล่เกลี่ยในประเด็นความขัดแย้งดอนบาส เช่น เยอรมนี, ฝรั่งเศส, ตุรกี แต่ผลการเจรจาไม่คืบหน้า
7. รัฐบาลเซเลนสกี้ขึ้นสู่อำนาจและเริ่มโครงการสมัครเข้า NATO+EU โดยรัสเซียพยายามยับยั้งมาโดยตลอด
8. การเจรจาที่มี ปธน.มาครงของฝรั่งเศสเป็นตัวกลางไม่สำเร็จ รัสเซียเริ่มการซ้อมรบใกล้ชายแดนยูเครน พร้อมกับมีการซ้อมรบร่วมของรัสเซียและเบราลุสใกล้ชายแดนยูเครน
8.1 รัฐบาลยูเครนเรียกร้องเปิดการเจรจารอบใหม่ที่มีตุรกีเป็นคนกลาง โดยยอมรับให้ประชาชนในดอนบาสสามารถถือพาสปอร์ตรัสเซียได้ รัสเซียไม่เจรจาและยืนกรานให้ยูเครนยอมรับการประกาศเอกราชของกลุ่มกบฏดอนบาส
8.2 เยอรมนีเข้ามาเป็นคนกลางที่ 2 แต่การเจรจารอบนี้ก็ล้มเหลวอีกเช่นเคย เริ่มมีข่าวลือว่ารัสเซียจะบุกยูเครนแบบสายฟ้าแลบ รัสเซียปฏิเสธข่าวและชี้ว่าเป็นข่าวปลอมของพวกตะวันตก
9. รัสเซียและเบราลุสเปิดฉากรุกรานยูเครนใน 5 ทิศทาง มีเป้าหมายหลักคือ กรุงเคียฟ, คาร์คิฟ, โอเดสซา, มาริยูโปล, ดอนบาสส่วนที่เหลือ
เรื่องราวมันก็เป็นแบบนี้นี่แหละครับ อาจไม่ได้ลงรายละเอียดมาก แต่ทามไลน์ก็คือประมาณนี้
ความคิดเห็นที่ 11
ผมเป็นกลางเพราะไม่มีผลประโยชน์อะไรกับทั้งสองฝ่าย
โลกวุ่นวายมา 80 ปีเพราะรัสเซียหวังยึดเอาประเทศอื่นไปอยู่ในปกครอง
ฉวยโอกาสที่ประเทศที่บอบช้ำจากการรุกรานของเยอรมันในสงครามโลกไม่ทันตั้งตัวไปรวมประเทศเขาตั้งเป็นโซเวียต
อเมริกาจัดตั้งนาโต้เพื่อป้องกัน ถามว่าประเทศนาโต้ทุกประเทศโดนอเมริกายึดเอาไปเป็นส่วนหนึ่งของอเมริการึเปล่า ก็เปล่า
ประเทศที่เข้านาโต้มีอธิปไตยเป็นของตนเอง มีสิทธิเลือกตั้ง มีการเปลี่ยนรัฐบาลตามกลไกและความพึงพอใจของคนในชาตินั้นๆ
และมีสิทธิออกจากนาโต้ก็ได้เมื่อไหร่ที่ต้องการ
ไม่เหมือนโดนรัสเซียยึดประเทศอย่างไม่เต็มใจในขณะที่อ่อนแอเกินกว่าจะป้องกันตัวเอง
โดนยึดแล้วต้องมาเรียนภาษาพ่อแม่ของคนอื่น ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของคนอื่น
แล้วโซเวียตก็ล้มเอง น่าจะเป็นบทเรียนกับรัสเซียว่าการมีแผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาลไม่ได้ทำให้เกิดการกินดีอยู่ดี
ประเทศอื่นๆฉวยโอกาสแตกอออกเพื่อเป็นประเทศตัวเองอีกครั้งรวมถึง ยูเครน
เขาอยากกลับไปเขาก็ไม่แยกประเทศตนเองแตกออกมาจากโซเวียตตั้งแต่ต้นคิดง่ายๆแบบนี้
แต่เขาออกมาแล้ว กลายเป็นรัสเซียยังพยายามมามีอิทธพลและครั้งนี้จะเอาอำนาจอธิปไตยไปด้วยการรุกรานทางทหารอันบัดซบ
ผมเป็นกลางในความถูกต้อง ความเป็นกลางของผมไม่ได้หมายความว่า ผมต้องไม่เข้าข้างทั้งสองฝ่าย
เป็นกลางคือใครผิดก็ว่ากันตามผิด
โลกวุ่นวายมา 80 ปีเพราะรัสเซียหวังยึดเอาประเทศอื่นไปอยู่ในปกครอง
ฉวยโอกาสที่ประเทศที่บอบช้ำจากการรุกรานของเยอรมันในสงครามโลกไม่ทันตั้งตัวไปรวมประเทศเขาตั้งเป็นโซเวียต
อเมริกาจัดตั้งนาโต้เพื่อป้องกัน ถามว่าประเทศนาโต้ทุกประเทศโดนอเมริกายึดเอาไปเป็นส่วนหนึ่งของอเมริการึเปล่า ก็เปล่า
ประเทศที่เข้านาโต้มีอธิปไตยเป็นของตนเอง มีสิทธิเลือกตั้ง มีการเปลี่ยนรัฐบาลตามกลไกและความพึงพอใจของคนในชาตินั้นๆ
และมีสิทธิออกจากนาโต้ก็ได้เมื่อไหร่ที่ต้องการ
ไม่เหมือนโดนรัสเซียยึดประเทศอย่างไม่เต็มใจในขณะที่อ่อนแอเกินกว่าจะป้องกันตัวเอง
โดนยึดแล้วต้องมาเรียนภาษาพ่อแม่ของคนอื่น ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของคนอื่น
แล้วโซเวียตก็ล้มเอง น่าจะเป็นบทเรียนกับรัสเซียว่าการมีแผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาลไม่ได้ทำให้เกิดการกินดีอยู่ดี
ประเทศอื่นๆฉวยโอกาสแตกอออกเพื่อเป็นประเทศตัวเองอีกครั้งรวมถึง ยูเครน
เขาอยากกลับไปเขาก็ไม่แยกประเทศตนเองแตกออกมาจากโซเวียตตั้งแต่ต้นคิดง่ายๆแบบนี้
แต่เขาออกมาแล้ว กลายเป็นรัสเซียยังพยายามมามีอิทธพลและครั้งนี้จะเอาอำนาจอธิปไตยไปด้วยการรุกรานทางทหารอันบัดซบ
ผมเป็นกลางในความถูกต้อง ความเป็นกลางของผมไม่ได้หมายความว่า ผมต้องไม่เข้าข้างทั้งสองฝ่าย
เป็นกลางคือใครผิดก็ว่ากันตามผิด
ความคิดเห็นที่ 10
เจอมาจากนักวิชาการโปรคอมฯรุ่นเก่าท่านนึง(ชาวรัสเซีย) ท่านระบุอาการรัสเซียที่ก่อสงคราม ผมสรุปตรงกับคำจีนให้ว่า
“เจี๊ยะ ป้า บ่อ สื่อ ฉ่วย สื่อ” กินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำหาเรื่องใส่ตัว
ท่านระบุว่ารัสเซียเกิดอาการภาวะทุนล้นเกิน ภายใต้ระบบเศรษฐกิจที่ผูกขาดในหมู่อีลิท แต่ไอ้การจะกระจายเงินทุนหรือพัฒนาระบบเศรษฐกิจน่ะมันไม่ใช่หัวใจของเศรษฐกิจแบบนี้ซะด้วย
เมื่อคุณมีทุนแล้วจะสร้างกำไรยังไงโดยที่เงินยังวนๆอยู่ในกลุ่มของคุณและใช่สงครามคือคำตอบ จึงกระโจนไปที่ซีเรีย เกิดเหตุการณ์ไครเมีย สนับสนุนฝ่ายแบ่งแยกดินแดน การก่อสร้างสะพานหรูหราหมาเห่าอย่างสะพานไครเมียเป็นหลักฐานที่ดี ซึ่งไอ้แนวคิดนี้มันลามปามถึงขั้นก่อสงครามเต็มรูปแบบ โดยที่ใช้แผนยุทธการที่ไม่ได้อัพเดตอันนำมาซึ่งความฟักอัพทั้งหลายแหล่ตอนนี้
อีกทางนึงคือการพยามถ่ายโอนอำนาจของปูฯ(ใกล้ตายน่ะแหล่ะ) เนื่องจากปูฯแทรกแซงระบบรัฐสภาประเทศตัวเองจนยุ่งเหยิงมั่วซั่วไปหมด ตอนแรกก็ร่างแนวทางการถ่ายโอนอำนาจมาดิบดีอยู่ๆดีๆก็คว่ำอีตอนจะโหวตซะงั้น ปูฯจึงต้องการอำนาจพิเศษเพื่อจะควบคุมกระบวนการที่ว่านี้ สภาวะสงครามจึงเป็นคำตอบที่ประจวบเหมาะกับข้อที่พูดถึงก่อนหน้าพอดีหมีจับยัด
นั่นแหล่ะต้นเหตุแห่งความบันลัยใส้ทั้งหลาย ถามว่าแล้วทำไมไม่แก้เสียแต่ต้นมือ ตอบให้เลยมันไม่รู้จะแก้ยังไงมันผิดแผนไปตั้งแต่สามวันแรกเละตุ้มเป๊ะวอดวาย ได้แต่ถมคนซื้อเวลาไปเรื่อยๆน่ะแหล่ะ
*แก้ไขคำผิด+ปรับเนื้อหา
“เจี๊ยะ ป้า บ่อ สื่อ ฉ่วย สื่อ” กินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำหาเรื่องใส่ตัว
ท่านระบุว่ารัสเซียเกิดอาการภาวะทุนล้นเกิน ภายใต้ระบบเศรษฐกิจที่ผูกขาดในหมู่อีลิท แต่ไอ้การจะกระจายเงินทุนหรือพัฒนาระบบเศรษฐกิจน่ะมันไม่ใช่หัวใจของเศรษฐกิจแบบนี้ซะด้วย
เมื่อคุณมีทุนแล้วจะสร้างกำไรยังไงโดยที่เงินยังวนๆอยู่ในกลุ่มของคุณและใช่สงครามคือคำตอบ จึงกระโจนไปที่ซีเรีย เกิดเหตุการณ์ไครเมีย สนับสนุนฝ่ายแบ่งแยกดินแดน การก่อสร้างสะพานหรูหราหมาเห่าอย่างสะพานไครเมียเป็นหลักฐานที่ดี ซึ่งไอ้แนวคิดนี้มันลามปามถึงขั้นก่อสงครามเต็มรูปแบบ โดยที่ใช้แผนยุทธการที่ไม่ได้อัพเดตอันนำมาซึ่งความฟักอัพทั้งหลายแหล่ตอนนี้
อีกทางนึงคือการพยามถ่ายโอนอำนาจของปูฯ(ใกล้ตายน่ะแหล่ะ) เนื่องจากปูฯแทรกแซงระบบรัฐสภาประเทศตัวเองจนยุ่งเหยิงมั่วซั่วไปหมด ตอนแรกก็ร่างแนวทางการถ่ายโอนอำนาจมาดิบดีอยู่ๆดีๆก็คว่ำอีตอนจะโหวตซะงั้น ปูฯจึงต้องการอำนาจพิเศษเพื่อจะควบคุมกระบวนการที่ว่านี้ สภาวะสงครามจึงเป็นคำตอบที่ประจวบเหมาะกับข้อที่พูดถึงก่อนหน้าพอดีหมีจับยัด
นั่นแหล่ะต้นเหตุแห่งความบันลัยใส้ทั้งหลาย ถามว่าแล้วทำไมไม่แก้เสียแต่ต้นมือ ตอบให้เลยมันไม่รู้จะแก้ยังไงมันผิดแผนไปตั้งแต่สามวันแรกเละตุ้มเป๊ะวอดวาย ได้แต่ถมคนซื้อเวลาไปเรื่อยๆน่ะแหล่ะ
*แก้ไขคำผิด+ปรับเนื้อหา
แสดงความคิดเห็น
สาเหตุของสงครามยูเครน - รัซเซีย ความเป็นจริง
1. ยูเครนถูกระบบผู้นำแบบเผด็จการรัซเซียหมั่นไส้ แล้วเปิดสงครามโจมตี
2. รัสเซียต้องการโจมตีพวกคณะปฏิวัติที่อยู่ในดินแดนยูเครน
3. เมื่อสงครามได้เริ่มขึ้นจะเห็นได้ว่า นาโต้ + USA ส่งอาวุธให้จนยันได้ถึงตอนนี้ กรณีที่ไม่มีสงคราม ยูเครนอาจได้อาวุธมาเรื่อยๆและมีป้อมปราการชิดรัสเซีย จนอาจเป็นต่อ หากรัซเซียจะเริ่มสงคราม (รัสเซียกลัวว่าจะเป็นภัยเลยชิงเปิดศึกก่อน)
4. ปูตินอยากรวมดินแดน
5. ยูเครนทลึ่งไม่ฟังเพื่อนปูตินไปร่วมมือกับนาโต้ จนเกิดสงคราม
ฯ
ขอแบบมีเหตุผลจริงๆเลยนะครับ ไม่เอาว่าใครเริ่มก่อนคือฆาตกรแบบนี้เห็นทุกโพสเลย รบกวนด้วยครับ ผมจะนำไปเขียนบทความสอนเด็กๆครับ มาแชร์กันไม่มีผิดไม่มีถูกผมจะอ่านแบบไม่ตอบเพื่อไม่ให้เกิดการทะเลาะหรือเถียงกันนะครับ ขอบคุณครับ