เราไม่รู้จะมีคนว่าหรือเปล่าที่มาตั้งกระทู้ขอกำลังใจจากคนแปลกหน้าใน internet แบบนี้
แต่เราไม่ไหวแล้วจริง ๆ มันถึงที่สุดแล้วจริง ๆ ค่ะ
เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อไม่นานมานี้ เราเพิ่งได้รับข่าวร้ายว่าพ่อเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ด้วยความที่พ่ออยู่กับแม่สองคน แม่ไม่รู้คิดว่าพ่อไม่ได้เป็นอะไรมาก เลยไม่ได้พาไปรพ. จนอาการหนักแล้วถึงพาไป แล้วแม่ก็ไม่ได้โทรมาหาเรา เพราะคิดว่าไม่เป็นไร พอไปถึงรพ.คือพ่อขยับร่างกายซีกขวาไม่ได้แล้ว พูดไม่ได้ ตาลอย ไปแสกนสมอง หมอบอกว่าเป็นโรค ischemic stroke มารพ.ช้าเกินไป ถ้ามาเร็วกว่านี้ โอกาสที่จะกลับไปเป็นปกติมีมากกว่า 50% เราพูดไม่ออกตอนได้รู้ข่าว คือเครียดมาก
ด้วยความที่เป็นลูกสาวคนเดียว ทำให้ตอนนี้เรากลายเป็นเสาหลักของครอบครัว แม่อาจจะต้องลาออกจากงานมาดูแลพ่อ ส่วนเราเป็นพยาบาล ทำงานห่างจากที่บ้านแบบต้องขึ้นรถไป-กลับ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่เราไม่มีรถส่วนตัว ต้องนั่งรถประจำทาง +/- เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นพยาบาลต้องขึ้นเวร ไม่มีทางที่จะเดินทางไปกลับบ้านได้อยู่แล้ว
เร็วๆนี้พ่อเราจะได้ออกจากรพ. แม่อยากให้กลับไปช่วยดูพ่อ เพราะแม่ยังทำอะไรไม่คล่อง อย่างดูดเสมหะ หรือให้อาหารทางสายยางอะไรแบบนี้ เราเข้าใจแม่ แต่เราก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะงานพยาบาลมันลายากมากๆๆ จะหยุดก็ต้องหาคนมาขึ้นเวรแทน ทำให้เราเครียดมากๆ ไหนจะเรื่องค่าใช้จ่าย ไหนจะเรื่องแม่ที่ต้องดูแลพ่อคนเดียว พ่อเราเป็นคนตัวใหญ่ เทียบกับแม่ที่ตัวเล็ก เราก็กลัวแม่จะไม่ไหว
แต่ถ้าจะลาออกไปทำงานใหล้บ้านตอนนี้ ก็กลัวว่ามันอาจจะไม่ดี ไม่มั่นคงเหมือนที่มำอยู่ เพราะถ้าเราล้มตอนนี้ ทุกคนในบ้านล้มหมด เราไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่บอกตัวเองว่าพ่อต้องดีขึ้น แค่อาจจะใช้เวลา แต่เราก็ไม่รู้จริงๆ ว่าวันนั้นมันจะมาถึงมั้ย
สำหรับคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ต่อให้ไม่มีคนมาอ่าน แต่อย่างน้อย เราก็ได้ระบายความเครียดออกไปบ้าง ถึงมันจะแค่เล็กน้อย ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย
ขอบคุณค่ะ🙏🏻
ขอกำลังใจหน่อยค่ะ
แต่เราไม่ไหวแล้วจริง ๆ มันถึงที่สุดแล้วจริง ๆ ค่ะ
เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อไม่นานมานี้ เราเพิ่งได้รับข่าวร้ายว่าพ่อเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ด้วยความที่พ่ออยู่กับแม่สองคน แม่ไม่รู้คิดว่าพ่อไม่ได้เป็นอะไรมาก เลยไม่ได้พาไปรพ. จนอาการหนักแล้วถึงพาไป แล้วแม่ก็ไม่ได้โทรมาหาเรา เพราะคิดว่าไม่เป็นไร พอไปถึงรพ.คือพ่อขยับร่างกายซีกขวาไม่ได้แล้ว พูดไม่ได้ ตาลอย ไปแสกนสมอง หมอบอกว่าเป็นโรค ischemic stroke มารพ.ช้าเกินไป ถ้ามาเร็วกว่านี้ โอกาสที่จะกลับไปเป็นปกติมีมากกว่า 50% เราพูดไม่ออกตอนได้รู้ข่าว คือเครียดมาก
ด้วยความที่เป็นลูกสาวคนเดียว ทำให้ตอนนี้เรากลายเป็นเสาหลักของครอบครัว แม่อาจจะต้องลาออกจากงานมาดูแลพ่อ ส่วนเราเป็นพยาบาล ทำงานห่างจากที่บ้านแบบต้องขึ้นรถไป-กลับ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่เราไม่มีรถส่วนตัว ต้องนั่งรถประจำทาง +/- เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นพยาบาลต้องขึ้นเวร ไม่มีทางที่จะเดินทางไปกลับบ้านได้อยู่แล้ว
เร็วๆนี้พ่อเราจะได้ออกจากรพ. แม่อยากให้กลับไปช่วยดูพ่อ เพราะแม่ยังทำอะไรไม่คล่อง อย่างดูดเสมหะ หรือให้อาหารทางสายยางอะไรแบบนี้ เราเข้าใจแม่ แต่เราก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะงานพยาบาลมันลายากมากๆๆ จะหยุดก็ต้องหาคนมาขึ้นเวรแทน ทำให้เราเครียดมากๆ ไหนจะเรื่องค่าใช้จ่าย ไหนจะเรื่องแม่ที่ต้องดูแลพ่อคนเดียว พ่อเราเป็นคนตัวใหญ่ เทียบกับแม่ที่ตัวเล็ก เราก็กลัวแม่จะไม่ไหว
แต่ถ้าจะลาออกไปทำงานใหล้บ้านตอนนี้ ก็กลัวว่ามันอาจจะไม่ดี ไม่มั่นคงเหมือนที่มำอยู่ เพราะถ้าเราล้มตอนนี้ ทุกคนในบ้านล้มหมด เราไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่บอกตัวเองว่าพ่อต้องดีขึ้น แค่อาจจะใช้เวลา แต่เราก็ไม่รู้จริงๆ ว่าวันนั้นมันจะมาถึงมั้ย
สำหรับคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ต่อให้ไม่มีคนมาอ่าน แต่อย่างน้อย เราก็ได้ระบายความเครียดออกไปบ้าง ถึงมันจะแค่เล็กน้อย ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย
ขอบคุณค่ะ🙏🏻