เป็นปัญหาที่เรา หรือสภาพแวดล้อม

กระทู้คำถาม
เรามีเรื่องจะเล่าและถามทุกคนค่ะ 
ช่วงนี้เราค่อนข้างมีเรื่องชีวิตให้นอยบ่อยมากค่ะ เราจะพิมพ์เป็นข้อๆเลยนะคะ 
1.เรื่องเพื่อน ตั้งแต่เด็กเราไม่เคยมีปัญหาเรื่องการเข้าสังคมหรือการหาเพื่อนเลย จนเราขึ้นมหาลัย ตอนแรกเราก็มีเพื่อนนะคะ แต่ดูเหมือนนานๆเข้า เราดูเหมือนเป็นส่วนเกินของกลุ่ม รู้ได้จากการที่พวกเขาสร้างแชทกลุ่มใหม่ที่ไม่มีเรา แล้วไม่นานก็มีคนในกลุ่มออกมาเหมือนเราอีก1คน เพื่อนคนที่ออกมาโดนเหมือนเราเลยค่ะ ถึงตอนนี้เราจะมีเพื่อนแล้ว และดีมาก แต่ทั้งห้องมี17คนค่ะ กลุ่มเรามีกันแค่4คน มันเป็นปัญหามากเวลาที่ทำงานต่างๆ เพราะเราเป็นคนที่ใครถามเรา หรือขอให้ช่วยงานเราก็ไปทำให้แบบไม่ขัดอะไร  แน่นอนค่ะ ว่าในใจเราแอบคิดว่าถ้าเราช่วยเขา เขาก็จะช่วยเราตอบ แต่พอมีงานกลุ่ม เวลาพรีเซ็นต์งาน การโหวตคะแนน การปรบมือให้กำลัง เราจะเป็นกลุ่มที่แย่ที่สุด ทั้งโดนยิงคำถาม ทุกคนโหวตให้กันหมด แต่กลุ่มเราไม่มีใครโหวตสักคน ปรบมือก็แค่เปาะแปะเบาๆ แต่กับของคนอื่นเขาปรบมือให้กัน ไม่ตั้งคำถาม ไม่มีอุปสรรค ซึ่งเราไม่เข้าใจว่าทั้งๆที่เราก็โหวตให้คนอื่นแต่ทำไม ไม่มีใครโหวตเราบ้าง เรามั่นใจมากว่าทำงานได้ดีพอตัว  เพื่อส่งผลกับคะแนนเก็บมากค่ะ คือเราเสียใจจนร้องไห้ จนคาบบ่ายวันนี้เราโดดเรียนนั่งทำงานห้องคอมเลย เราคิดตลอดว่าเขาเป็นเพื่อนร่วมห้องถึงไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน ก็พร้อมช่วยกัน (เหมือนเราโลกสวยอยู่นะ😂) 
2.เรื่องอาจารย์ อันนี้สุดๆค่ะ ทุกที่จะมีทั้งคนดีคนไม่ดี เราเข้าได้ค่ะ คือมีอจ.อยู่คนนึง เราไม่เข้าใจทัศนคติของเขาเลย เพราะคาบแรกของเทอม2 เป็นครั้งแรกที่ห้องเราได้เรียนกับเขาค่ะ ซึ่งเขาสั่งงานให้นักเรียนส่งรูปตัวเองหน้าสดของตัวเองรายงานตัวลงในไลน์ เราเข้าใจเพื่อนค่ะที่หามุมหาแสง เพราะไม่มันใจกับกล้องสด(เราส่งแรกๆ) จนกินเวลาไปประมาณ30นาที ไม่เกินนี้ค่ะ รวมเวลาที่เพื่อนเดินไปถามว่าให้ทำงานอะไร และเวลาเดินกลับมาบอกเพื่อนที่ห้องแล้ว จนอจ.เขาเดินมาที่ห้อง ก้าวเข้าห้องปั๊บ คือพูดขึ้นเลยว่า ทำอะไรกันสั่งงานง่ายแค่นี้ทำไม่มันช้าอย่างนี้ กินเวลาไปตั้ง1ชม.(แต่อจ.เข้าสายได้คืองงมากค่ะ คือทั้งห้องมองหน้ากันเลย )จบไปจะทำอะไรได้ อย่างนี้ไม่ต้องเรียนหรอก ไปเป็นเมียน้อยเขานู่น สาขาเธอมันเรียนง่ายแค่ภาษาไทยได้ก็จบได้แล้ว ไปเป็นเด็กชงน้ำบ้าง บลาๆๆๆ เธอไปฟ้องอจ.แผนกเธอได้เลย ฉันพูดถูก ฉันพร้อมที่จะรับในสิ่งที่ฉันพูด(เราอัดเสียงไว้บางส่วนค่ะ แต่อัดตรงแรงๆไม่ทันค่ะ) แล้วเขาก็ตบท้ายว่า เนี่ยถ้าเธอไม่อยากให้ใครดูถูกเธอ พวกเธอก็อย่าทำให้เขาดูถูกได้(เราไม่เข้าใจว่าการถ่ายรูป ต้องตั้งสถานการณ์ให้ไปเป็นเมียน้อยเลยหรอ มันเกี่ยวอะไรกัน)เขาบอกว่าเป็นการสอนแบบตั้งสถานการณ์ขึ้นมา พูดแบบนี้กินเวลานานมาก สักพักเราก็พูดถึงเรื่องตัวเองค่ะ ว่าเขามีสามีเป็นคนญี่ปุ่น เขาบอกสามีรักเขามาก เขาพาสามีเราไปนั่งกับเด็กนั่งดริ้ง เขาบอกสามีเขาก็ไม่ชอบ รักแต่เขา แล้วก็บอกว่าฉันจะสอนพวกเธอแต่งหน้า เขาบอกเข้าพูดแบบวัยรุ่นปรับตัวให้เข้ากับเด็กสมัยใหม่(ทุกคนคือขำแห้งค่ะ) จากจบคาบนี้เราก็ดิ่งไปหาอจ.ที่แผนกเลยค่ะ ว่าเขาทำแบบนี้เหมาะสมหรอ แล้วก็เอาเสียงให้ฟังค่ะ แน่นอนค่ะเพื่อนทั้งห้อง และอจ.3คนในแผนก ไม่โอเคค่ะ จนอจ.ในแผนกโทรไปคุยกับเขา พอคุยกันเสร็จอจ.ในแผนกก็บอกว่า มันไม่เหมาะจริงๆนั่น แต่พวกเราก็เงียบไว้นะอย่าไปโต้ตอบเขา จนคาบเขาเขาในอาทิตย์ถัดมา เข้ามาเหมือนเดิมค่ะ พูดก่อนเลย ใครเป็นคนเอาเรื่องฉันไปพูด เห็นว่ามีคนอัดคลิปด้วยนิ วันนี้อัดอีกนะ เดี๋ยวฉันจะฟ้องเธอ มาเล่นแบบนี้เงินในกระเป๋าพร้อมหรือยัง(เราก็นิ่งค่ะ พร้อมแอบพิมพ์บอกอจ.แผนกด้วย) เขาบอกว่าเราทำให้เขาเสียหาย เสียชื่อเสียง ฉันเป็นอจ.สอนที่นี่มา27ปี พูดได้3ภาษา นักเรียนฉันเจอมาเยอะ ใครฟ้องฉัน ฉันก็รอด อจ.ที่โทรมาก็รู้จักกัน ใครเขาจะเชื่อพวกเธอ(เราเข้าใจอจ.แผนกเราที่โทรไปค่ะ ว่าเขาไม่อยากพูดหรือโต้ตอบเพราะป้องกันการมีปัญหา) อจ.ที่ปรึกษาเธอก็โง่ ไปเชื่อเด็ก ฉันฟ้องเธอได้นะ แล้วเขาเหมือนจะรู้ค่ะว่าเราเป็นคนอัด เราคิดว่าที่เขากล้าพูดกล้าท้าฟ้อง เพราะเขามีเงินค่ะ จากการทีเขาเล่าเรื่องสามีของเขา แล้วพอเริ่มสงบ เขาก็โหมดชวนคุยค่ะ เรื่อง แต่งหน้า ยูทูป ติ๊กต๊อก และสั่งงานค่ะ เราว่าเขาก็พูดดีได้ ทำไมเขาไม่ทำ ทำไมเราต้องใช้คำพูดแบบนั้นในการสร้างสถานการณ์ มันมีวิธีการสอนแบบอื่นที่ดีกว่านี้เยอะ และขู่ว่าจะฟ้องเรา เราเก็บเสียงที่อัดได้ไว้อยู่ค่ะ และมีพยานเยอะ และเราจะรอดูคาบถัดไปว่าเขาจะพูดอยู่มั้ย 
3.เรื่องครอบครัว ง่ายๆเลยค่ะ รักลูกไม่เท่ากัน ตอนนี้เราอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยงค่ะ เรามาอาศัยอยู่บ้านเขา แม่เลี้ยงดีกและพ่อดีกับเรามากค่ะ ถึงจะมีปัญหาเรื่องที่ไม่ค่อยปล่อยเราไปไหนมาไหน แต่ไม่ใช่ปัญหามาก แต่ปัญหาคือ คนในบ้านค่ะ คือไม่ว่าจะมีอะไร คนในบ้านจะถามจะโทษเราก่อนตลอด ทั้งๆที่ในบ้านมีกันตั้ง7คน แต่ว่าเราคนเดียวเช่น บ่นรอยๆว่าใครปิดฝาเครื่องปรุงไม่สนิท ทำแบบนี้เดี๋ยวมันหกได้นะ แล้วในบ้านมีเราคนเดียว เขาจะว่าใครได้อีกนอกจากเรา เราไม่เข้าใจทำไมไม่พูดตอนคนทั้งบ้านอยู่ มันจะเป็นแบบนี้ ถึงมันจะเล็กน้อย แต่มันบ่อยจนเราร้องไห้ค่ะ พี่สาวพ่อเดียวกัน ทำผิดไม่เคยโดนว่าเลย ทั้งที่คนในบ้านรู้ว่าพี่เป็นคนทำ แต่ไม่มีใครพูดเลย งานบ้านพี่ก็ไม่ได้ทำเลย กลับมาจากเรียนเราก็ทำงานบ้านของเรา เลิกเรียน4โมง ทำงานบ้านกับอาบน้ำก็กินเวลาไปยัน6โมงแล้ว เราอยากทำงานบ้านเสร็จแล้วอยากไปนอนพักผ่อน แต่เราต้องมานั่งรอหนีบผมให้พี่วันเว้นวัน มันเหนื่อยใจมากค่ะ ปฏิเสธก็ไม่ได้เพราะมาอาศัยเขาอยู่
-อาจมีพิมพ์ตกหล่นไปบ้าง แต่ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบนะคะ 
-เราอยากถามว่าจากสถานการณ์ที่เราเจอ เราควรทำยังไงต่อดีคะ ตอนนี้เราเหมือนเป็นคนประสาท ที่อะไรนิดอะไรหน่อยก็ร้องไห้แล้ว ค่ะ 
ขอบคุณสำหรับคำตอบล่วงหน้านะคะ💗
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่