คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
ฉลาดในเรื่องการแพทย์ แต่ไม่รู้เรื่องอื่นๆอีกมากหรือมีอะไรที่เป็นจุดอ่อนซึ่งคนร้ายรู้ เลยเอามาสวมรอย
สมาชิกหมายเลข 1847543 ถูกใจ, jamzkub ถูกใจ, จอห์น สโนว์ ถูกใจ, Pale Horse ถูกใจ, jevaisbien ถูกใจ, kua ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 752520 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6782720 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6039263 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 707102 ถูกใจรวมถึงอีก 10 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 6
หืม จั่วหัวได้แบบ อืมม
ทั้งๆ ที่มันก็คืออาชญากรรมเหมือนๆ กับคดีอื่นๆ
อย่างคดีฆาตกรรมสังหารหมู่ที่หนองบัวลำภูไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย
อาชญากรมันก็คืออาชญากร มันจ้องเฝ้าจู่โจมเหยื่อที่ไม่ระวังตัว หรือเหยื่อที่มีความสามารถในการปกป้องตัวเองได้น้อย
แต่ทำไมอาชญากรรมแบบนี้เหยื่อถึงโดน victim blaming หรือโดน humiliate ขนาดนี้นะ
ทั้งๆที่เหยื่อก็เหยื่อเหมือนกัน ได้รับผลกระทบ เป็นผู้ถูกกระทำ บางรายโดนหลอกเอาเงินเก็บทั้งชีวิต สิ้นเนื้อประดาตัว เหมือนตกนรกทั้งเป็น แต่กลับโดนซ้ำเติมแบบนี้ อืมม
ทั้งๆ ที่มันก็คืออาชญากรรมเหมือนๆ กับคดีอื่นๆ
อย่างคดีฆาตกรรมสังหารหมู่ที่หนองบัวลำภูไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย
อาชญากรมันก็คืออาชญากร มันจ้องเฝ้าจู่โจมเหยื่อที่ไม่ระวังตัว หรือเหยื่อที่มีความสามารถในการปกป้องตัวเองได้น้อย
แต่ทำไมอาชญากรรมแบบนี้เหยื่อถึงโดน victim blaming หรือโดน humiliate ขนาดนี้นะ
ทั้งๆที่เหยื่อก็เหยื่อเหมือนกัน ได้รับผลกระทบ เป็นผู้ถูกกระทำ บางรายโดนหลอกเอาเงินเก็บทั้งชีวิต สิ้นเนื้อประดาตัว เหมือนตกนรกทั้งเป็น แต่กลับโดนซ้ำเติมแบบนี้ อืมม
helloae ถูกใจ, หงส์สังหาร ถูกใจ, เรือเอกหญิงปากชมพู ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6077113 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6896445 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1847543 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1030346 ถูกใจ, ดวงจันทร์กลางวัน ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2707660 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3272526 ถูกใจรวมถึงอีก 9 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ปัญหาสังคม
ข่าวออนไลน์
ฉลาดกว่าหมอ!แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเงินหมอสูญกว่า 100 ล้าน
9 ต.ค.2565 – พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.ภ.8 ได้เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าคดีมีผู้เสียหายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงินมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท โดยมี พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผบก.สอท.4 พ.ต.อ.คงกฤษ ศรีผ่องงาม รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.อ.เทเวศร์ ปลื้มสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.วิชัย แสงวิเชียร รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 2 ศปก.สภ.เมืองชุมพร
ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2565 ได้มีแพทย์หญิง อดีตแพทย์อายุรกรรม โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ชุมพร และอดีต ผอ.ศูนย์แพทย์ศาสตร์ศึกษา ปัจจุบันเกษียณอายุราชการแล้วและเปิดคลินิกอยู่ใน จ.ชุมพร พร้อมด้วยบุตรสาว ได้แจ้งความร้องทุกข์ถูกคนร้ายฉ้อโกงเงินโดยมีพฤติการณ์แห่งคดี สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 ก.ย.65 เวลากลางวัน คนร้ายที่ 1 ได้โทรศัพท์ติดต่อมายัง น.ส.ฎา (นามสมมุติ) และแสดงตัวเป็นพนักงานขนส่งบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง และแจ้งว่า น.ส.ฎา ได้ส่งพัสดุมีสิ่งของผิดกฎหมายไปยังผู้รับปลายทางซึ่ง น.ส.ฎา จะต้องถูกดำเนินคดีที่ สภ.เมืองเชียงราย และแนะนำให้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย
จากนั้นได้ให้ น.ส.ฎา ติดต่อกับบัญชีไลน์ชื่อ “สภ.เมืองเชียงราย” และได้มีคนร้ายที่ 2 แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย พูดคุยหว่านล้อมให้ น.ส.ฎา เชื่อว่าตนเองจะต้องถูกดำเนินคดีมีโทษจำคุก จากนั้นคนร้ายที่ 2 ได้แนะนำให้ น.ส.ฎา พูดคุยกับ ผกก.สภ.เมืองเชียงราย เพื่อจะสื่อให้ น.ส.ฎา เชื่อว่าเหตุการณ์ที่สนทนากันเป็นเรื่องจริง จากนั้นคนร้ายที่ 2ได้ส่งบัญชีไลน์ซื่อ “พ.ต.อ.กิตติพงษ์” ให้ น.ส.ฎา ทำการติดต่อ โดยแจ้งว่าเป็นผกก.สภ.เมืองเชียงราย จากนั้น น.ส.ฎา จึงได้ติดต่อกับผู้ใช้บัญชีไลน์ซื่อ “พ.ต.อ.กิตติพงษ์” และได้มีคนร้ายที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ใช้บัญชีไลน์ชื่อ “พ.ต.อ.กิตติพงษ์” ได้แสดงตัวเป็น ผกก.สภ.เมืองเชียงราย พูดจาหว่านล้อมข่มขู่ น.ส.ฎา ให้เกิดความกลัวว่าตนเองจะต้องถูกยึดทรัพย์สิน และถูกจำคุกที่ สภ.เมืองเชียงราย และแนะนำว่าถ้าไม่อยากถูกดำเนินคดีให้ น.ส.ฎา โอนเงินมาทำการตรวจสอบ
จากพฤติกรรมของแก๊คอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวจึงทำให้ น.ส.ฎา หลงเชื่อและได้แจ้งให้แพทย์หญิงเจ้าของคลีนิคผู้เป็นมารดาทราบ จากนั้นทั้งสองคนจึงได้ใช้บัญชีธนาคารของตนจำนวน 4 บัญชี คือ บัญชีธนาคารกรุงไทย 2 บัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ 2 บัญชี โอนเงินไปให้บัญชีธนาคารของคนร้ายหลายครั้ง และมีบัญชีปลายทางหลายบัญชี ตั้งแต่วันที่ 25-29 กันยายน 2565 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 101,871,381 บาท
ต่อมาเจ้าหน้าที่ธนาคารเกิดความสงสัยได้ติดต่อมายังเจ้าของบัญชีธนาคารทั้ง 2 คน ทราบว่าตนเองถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงินให้กับคนร้ายจนหมดแล้ว จึงได้เดินทางไปแจ้งร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับคนร้ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
สำหรับคดีกชดังกล่าวพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร ได้สอบสวนปากคำผู้เสียหายทั้ง 2 คน พ้อมรายงานผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น และได้มอบสำนวนคดีโอนให้กับ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโลโลยี (บก.สอท.4) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านดำเนินการสอบสวนสอบสวนติตามแก๊งคอนเซ็นเตอร์มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
https://www.thaipost.net/criminality-news/239176/