งูพิษ

- กระผมแบกเป้ไปนอนแม่สาย ตอนเช้าๆตีห้า พระสงฆ์และเณร 8 องค์ เดินบิณฑบาตร กระผมมองซ้ายมองขวา ก็เห็นร้านขายข้าวเหนียวไก่ทอดที่แม่สาย ก็รีบไปสั่ง ข้าวเหนียว 2 ห่อ ไก่ทอด 1 ชิ้น ต่อชุด จำนวน 8 ชุด แล้วรีบวิ่งไปดักรอตักบาตรพระ 8 องค์ ถวายเสร็จแล้วบอกท่านว่าไม่ต้องให้พรครับ
- กระผมลงรถบัสเมื่อถึงบึงกาฬ เจอพระอายุมาก 1 องค์ นึกได้ว่าในเป้มี ข้าวเหนียว 1 ห่อและหมูย่าง 3 ชิ้น เลยรีบวิ่งไปถวายพระ และบอกกับท่านว่าไม่ขอรับพรครับ พอฝนตกกระผมก็เห็นพระออกมาบิณฑบาตรตากฝน ผมก็รีบหาร้านข้าวแกง สั่งข้าว กับ กับข้าว 5 ชุด แล้วไปถวายหลวงพี่ในวัด ออกมา ก็คิดถึงพระป่าที่อยู่บนภูทอก ว่าจะไม่มีอะไรฉัน จึงวิ่งไปร้านข้าวมันไก่ที่บึงกาฬสั่งใส่กล่อง 10 ห่อ แล้วจ้างสามล้อสกายแล๊ปจาก อ.เมือง ไปวัดภูทอก เมื่อไปถึงแม่ครัวบอกว่า พระฉันไปแล้ว กระผมเลยมอบให้แม่ครัวญาติโยมทานข้าวมันไก่นั้นตามสบาย
- กระผมไปกางเต็นท์ที่แจ้ซ้อน กลับออกมาจากแช่น้ำร้อนในตอนเช้า เห็นพระเดินบิณฑบาต อยู่ 1 องค์ กระผมก็คิดถึงข้าวของในรถก็วิ่งไปเอาของทานได้ที่พอจะถวายพระได้รีบไปถวายพระ 
- กระผมไปที่ปราณบุรี กะไปตักบาตร มีพระแก่ 1 รูป กระผมก็ถวาย ขนมปัง และ ของทานได้ แล้วบอกว่าไม่ต้องให้พรครับ ท่านก็บอกว่า ถูกแล้วโยม เพราะหลังจากพระฉันเสร็จที่วัดก็ต้องยถาสัพพีอยู่ดี
- กระผมไปวัดบนยอดเขาที่ลำปาง ในวันธรรมดา ก็มีคนอยู่บ้าง เมื่อเห็นโบสถ์ก็เข้าไปไหว้พระพุทธรูป และเห็นเงียบสงบ ก็เลยนั่งชิดกำแพงด้านหนึ่งไม่เกะกะขวางทางคนอื่นแล้วก็นั่งสมาธิต่อหน้าพระพุทธรูป
- วันหนึ่งตอนเช้ากระผมเดินเล่นในชุมพร ไปเจอวัดที่ชุมพร เห็นคนแต่งชุดขาว ก็เลยเข้าไป มีสวดมนต์ มีฟังพระเทศน์ มีนั่งสมาธิ เมื่อจบแล้ว กระผมก็คิดว่าในวันพระหากมีโอกาสก็จะแต่งชุดขาวมาร่วมกับกัลยาณมิตรในวัดอย่างนี้ในโอกาสต่อไป
- วันหนึ่งที่จังหวัดตรัง กระผมไปทานข้าวมันไก่อยู่ เห็นเณรตัวเล็ก 2 องค์เดินมา กระผมก็รีบให้เจ้าของร้านทำข้าวมันไก่ 4 ห่อ แล้วถวายเณร แล้วให้ท่านนำไปฝากพระที่วัดด้วย
- วันหนึ่งในตลาดที่ไหนไม่รู้ เห็นพระเข้ามาบิณฑบาตร ก็ซื้อของตักบาตร 1 ชุด ถวายพระรูปนั้น และเหมือนเดิมคือไม่ขอรับพรใดๆ
- วันหนึ่งไปนอนที่ อช.ดอยภูคา มีพระมาบิณฑบาตร กระผมมีแค่ขนมปัง ก็รีบไปถวายขนมปัง ให้พระ
- วันหนึ่งไปที่แม่สอด เห็นเณรตัวเล็กๆกำลังเรียนหนังสือ กระผมไม่มีอะไร เลยถวายเงินทั้งหมดในกระเป๋าตังค์ให้กับวัด (ไม่มากนัก)
- วันหนึ่งขับรถไปกับเมีย กะเอาผ้าห่มกันหนาวไปถวายพระ เจอวัดก็เลยเอาผ้าห่มกันหนาวไปถวาย ถวายเสร็จก็ออกมาไม่ขอรับพร 
- วันหนึ่งไปร้านมุ้ง ผ้าห่ม แถวเหมืองแพร่ จ.เลย ไปหาผ้าห่มมุ้ง เจ้าของร้านร่วมถวายผ้าเช็ดตัวผืนเล็กมาด้วย ก็เอาไปถวายพระวัดแถวนั้น พระท่านก็บอกว่ากำลังอยากได้พอดี
- วันหนึ่งไปร้านสังฆภัณฑ์ทางภาคอีสาน ซื้อ จีวร บาตร เครื่องอรรถบริขาร มุ้งหลายหลังหมดร้าน ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว แล้วไปเจอสำนักสงฆ์เข้าก็เข้าไปถวาย ท่านกำลังจัดงานรวมพระอยู่พอดี ได้ใช้พอดี
- วันหนึ่งจะขับรถขึ้นไปอ่างขาง ผมตั้งใจถวายมุ้งพับได้ 4 อัน เห็นสำนักสงฆ์ข้างทางก็เข้าไป เจอลูกศิษย์ไม่เจอหลวงพ่อ ก็เลยฝากมุ้งให้ลูกศิษย์ไปถวายหลวงพ่อแล้วผมก็ขับรถไปต่อไป
- ที่ปางมะผ้า ผมแบกเป้ไป ลงมาจาก บ้านจ่าโบ่ เห็นพระบิณฑบาตร 4 รูป ตามสูตรก็วิ่งไปสั่งข้าวเหนียวไก่ทอดหมูทอด 4 ชุดได้แล้วก็รีบวิ่งไปดักถวายพระ 4 รูป
-------
- กระผมรักษาศีล 5 ไม่ฆ่าสัตว์ เดินก็ระวังเหยียบมด ยุงกัดก็ปล่อยให้มันกินจนอิ่ม ไม่ลักทรัพย์เพราะไม่อยากได้ของๆใคร ไม่ประพฤติผิดในกามคือผิดลูกผิดเมียคนอื่น ไม่พูดโกหก และเลิกดื่มหมดเหล้าเบียร์วายน์ นอกจากนี้ยังสังวรกาย วาจา ใจ เท่าที่ทำได้ โดยเฉพาะเมื่อเกษียณอายุแล้ว สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาวายามะ สัมมาอาชีวะ นี่บริบูรณ์ บางทีก็เดินระวังแล้ว แมงสาบ จิ้งจกดันวิ่งมาเข้าใต้เท้าพอดี แต่ได้พิจารณาแล้วว่าไม่ครบองค์ประกอบของปาณาติบาตร แต่อย่างไรก็เป็นอกุศลกรรมอยู่ดี บางทีก็ทำตัวเป็นเทวดาแจกแถมเงินเมื่อพบบุคคลที่เห็นแล้วเป็นคนดีเท่าที่จะช่วยได้ 
- ไปที่ไหน เจอเจ้าพ่อเจ้าแม่ ตะเคียน จตุคาม ฯลฯ ไม่ไหว้แล้ว เพราะไม่ได้ต้องการอะไร เนื่องจากเข้าใจ กรรมและผลของกรรม และตั้งใจมี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึกเท่านั้น
- ไม่พยายามคิด ไม่พยายามทำ ไม่พยายามพูด ในเรื่องอื่น นอกจากเรื่องกถาวัตถุ 10
- ไม่ชอบสังสรรค์แล้ว ชอบอยู่นิ่งๆ 
- เมื่อเดินก็พยายาม เดินจงกลม ตามดูปฐวีธาตุ กระทบ กับ กายปสาท ตามดูเตโชธาต กระทบกับ กายปสาท 
- เมื่อพบกับสิ่งที่ทำให้ไม่พอใจ ก็ถามตนเองว่าทำไมไม่พอใจ แล้วก็นั่งคิดพิจารณาที่ได้เรียนมาว่าเป็นอย่างไร แล้วพอเจอสิ่งที่พอใจ ก็ถามตนเองว่าทำไมจึงพอใจ พิจารณาแล้วก็แค่สี แค่รูปารมณ์ที่มากระทบ ก็ต้องฝึกไปเรื่อยๆจนกว่าจะไม่มีโทสะ ไม่มีโลภะ 
- เมื่อกระผมเรียนพระอภิธรรมมัตสังคหะรอบที่ 1 รู้ว่า ความกลัวเป็นอกุศลจิต ก็เลยอยากลองว่าจะกลัวไหม เมื่อก่อนขึ้นเครื่องบินต่างๆอย่างน้อยจะต้องท่องคาถาชินบัญชร 3 จบ แต่เมื่อได้ลองบินไปต่างประเทศ 6.5 ชั่วโมง ถามว่ากลัวไหม ตอบไม่กลัวแล้ว เหตุที่ไม่กลัวเพราะการศึกษาพระธรรม ที่ทำให้เข้าใจว่า เรานี้เกิดตายมานับไม่ถ้วนแล้วเกิดตายทุกรูปแบบมาแล้ว ดังนั้นถ้าจะตายก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเป็นเรื่องธรรมดา
- ทุกครั้งที่เกิด โลภะ โทสะ โมหะ ถ้ามีสติรู้ได้ก็จะตามดู แต่บางเรื่องก็ต้านไม่อยู่ แต่ด้วยการพิจาณาเห็นโทษเห็นภัยเห็นทุกข์ชัดเจนในบางเรื่อง เรื่องนั้นๆก็ตัดเด็ดขาดลงไป แต่ก็มีเรื่องที่ละเอียดๆมากๆที่ยังเผลอๆไผลๆด้วยกิเลสที่ยังเยอะแยะหนาทึบอยู่
---------------------
วันหนึ่งผมไปกางเต็นท์นอนคนเดียวที่จุดชมวิวภูลังกา พะเยาว์
บนลานกางเต็นท์ตอนกลางคืนมีผมนอนอยู่เต็นท์เดียว
ปกติไม่ค่อยกลัวเมื่อไปกางเต็นท์นอนคนเดียว แต่เมื่อเกิดความรู้สึกกลัวขึ้นมา เลยพิจารณาว่าตัวผมมีค่าเท่ากับมดเท่านั้น
จึงนอนหลับตอนหัวค่ำ
ในตอนกลางคืนสักราวเที่ยวคืน ก็ตื่นมาทำอาณาปาณสติ พิจารณาลมหายใจเข้าลมหายใจออก
เสร็จแล้วแผ่ส่วนกุศลให้สรรพสัตว์แปดหมื่นโลกธาตุ
นอนต่อ
ตอนตีสี่ก็ตื่นขึ้นมานั่งวิปัสสนากัมมัฏฐานอีกรอบ
เสร็จก็แผ่ส่วนกุศลเหมือนเดิม
-----
วันหนึ่งผมไปกางเต็นท์นอนที่ชายหาดอ่าวกระทิง จันทบุรี ในวนอุทยานแหลมสิง
กางเต็นท์เสร็จก็ไปอาบน้ำ กลับมาเจอรอยงูเลื้อยลงรูตรงประตูเต็นท์ ผมก็พิจารณาว่าจะย้ายเต็นท์ดีไหม แต่พิจารณาแล้วก็อยู่กับมันให้ได้
ตอนสักสองทุ่มกลิ่นเน่าโชยมา แต่ผมไม่ได้ใส่ใจไม่กลัว ตื่นเช้ามาจึงเห็นว่าเป็นปลาเน่า
เจ้าหน้าที่วนอุทยานเข้ามาถามว่าเมื่อคืนเจออะไรไหม ผมตอบว่าไม่เจอ
ดังนั้น ผมก็นอนที่อ่าวกระทิงอีกคืน
ตอนกลางคืนก่อนนอน ตอนเที่ยงคืน และตอนตีสี่หรือตีห้าก็นั่งฝึก กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน โดยอาศัยอาณาปาณสติ ครับ
-----
- ครับงูพิษแบบผมก็มีกิจกรรมประจำวันตอนแก่ๆอย่างนี้แหละครับ ยังมีพิสดารอีกเยอะนะครับ แต่จำไม่ได้ครับ
- กระผมเชื่อว่า เมื่อได้อ่านเรื่องราวที่เป็นกุศล (เรื่องอกุศลก็มีแต่ไม่ได้เล่าให้ฟังนะครับ) ก็คงทำให้ท่านกัลยาณมิตรเกิดมหากุศลจิตตัวที่ 1 ด้วย อารัมมณปัจจัย ได้นะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ศาสนาพุทธ พระไตรปิฎก
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่