St.Pierre และ Miquelon ดินแดนฝรั่งเศสในทวีปอเมริกาเหนือ

.

.
The island of St. Pierre
© Gord McKenna/Flickr
.
.

.
The island of St. Pierre
© Gord McKenna/Flickr
.
.

.
The island of St. Pierre
 © Gord McKenna/Flickr
.
.

.
Chantal  Braiand
.
.
.


หมู่เกาะ St. Pierre กับ Miquelon
อยู่ห่างจากชายฝั่งแคนาดาประมาณ 25 กิโลเมตร
ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ
และห่างจากแผ่นดินใหญ่ฝรั่งเศส 4,000 กม.
อยู่ภายใต้การควบคุมของฝรั่งเศส 
ที่นี่คือ ฐานที่มั่นสุดท้าย/ดินแดนโพ้นทะเล
ของฝรั่งเศสในมหาสมุทรแอตแลนติก

ในปี ค.ศ. 1520
นักสำรวจกลุ่มแรกที่ไปเยี่ยมชมหมู่เกาะนี้
คือ José Alvarez Faguendez ชาวโปรตุเกส
ผู้ค้นพบหมู่เกาะ St. Pierre and Miquelon

หมู่เกาะนี้ผู้ตั้งรกรากครั้งแรก
คือ พวกนักเดินเรืออพยพจากฝรั่งเศสตะวันตก 
ส่วนใหญ่เป็นชาว Basques Normans และ Bretons
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 
ผู้อยู่อาศัยพูดภาษาฝรั่งเศส
และปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีฝรั่งเศส 
ส่วนใหญ่เป็นชาวคริสต์นิกายโรมันคาธอลิก

ในปี ค.ศ. 1536
ที่นี่กลายเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส
แต่ในอีกไม่กี่ศตวรรษต่อมา 
สลับกันเป็นของอังกฤษกับฝรั่งเศส
ที่แย่งกันปกครองและชิงดินแดนกัน
ในที่สุด ฝรั่งเศสก็สละอาณานิคม
ที่ครอบคลุมพื้นที่ทางตะวันออก
ในทวีปอเมริกาเหนือเกือบทั้งหมด
ยกเว้นหมู่เกาะ St. Pierre และ Miquelon

ในปี ค.ศ. 1976
หมู่เกาะ St. Pierre และ Miquelon
เป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส

เดือนพฤษภาคมคม ค.ศ.1985 
หมู่เกาะ St. Pierre และ Miquelon
ได้แปรสภาพเป็นสถานะ Collectivité
ดินแดนโพ้นทะเล/ประชาคมพิเศษเฉพาะ
เพื่อยุติข้อขัดแย้งทางด้านโครงสร้างภาษี
ของสหภาพยุโรป European Union
ซึ่งฝรั่งเศสเป็นสมาชิกร่วมอยู่ด้วย
.
.

.
.
.

หมู่เกาะแห่งนี้มี 8 เกาะ พื้นที่รวม  242 ตร.กม.
มีแค่ St. Pierre และ Miquelon ที่มีคนอาศัยอยู่
ส่วนเกาะที่เหลือเป็นที่โล่งและเป็นหิน 
มีชายฝั่งที่สูงชัน และมีชั้นดินบาง ๆ เท่านั้น
ที่ทำให้ภูมิประเทศไม่ถึงกับแห้งแล้งเกินไป
ชาวเกาะ 6,000 คนอาศัยอยู่ที่ St. Pierre 
ราว 90% ของประชากรทั้งหมด
แต่ที่นี่มีท่าเรือน้ำลึกและสนามบินท้องถิ่น

ที่นี่มีความสำคัญด้านฐานที่มั่นสุดท้าย
ของฝรั่งเศสที่ตั้งอยู่ในอเมริกาเหนือ
ทำให้ต้องใช้เงินอุดหนุนหมู่เกาะเหล่านี้ 
แม้ว่าทรัพยากรในท้องถิ่นจะขาดแคลน
ไม่เพียงพอสำหรับประชากร
เสบียงของเกาะประมาณ 70%
นำเข้าจากแคนาดา/ฝรั่งเศสผ่านโนวาสโกเชีย
การตกปลาคอดยังคงเป็นอาชีพหลัก
ปลาแช่แข็ง ปลาแห้ง ปลาแปรรูป
ยังเป็นสินค้าส่งออกหลักของหมู่เกาะนี้
 
.

.
ในอดีตก่อนปี ค.ศ.1920
ชาวเกาะ St. Pierre และ Miquelon  
หาเลี้ยงชีพด้วยการจับปลา
และให้บริการเสบียงต่าง ๆ ให้กับ
กองเรือประมงนอกชายฝั่ง  Newfoundland

แต่ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1920 
สหรัฐอเมริกามีกฎหมายห้ามขายและดื่มเหล้า
ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจ/เศรษฐกิจใหม่
ที่นี่เป็นจุดพักสินค้าเหล้าเถื่อนจำนวนมาก
มีทั้งประเภทต้มเอง/นำเข้าจากยุโรป
รอวันเวลาลักลอบนำเข้าสหรัฐอเมริกา
กลายเป็นศูนย์กลาง/ชุมทาง Hub เหล้าเถื่อน
ในเขตพื้นที่อเมริกาเหนือโดยพฤตินัย 
นอกเหนือจากแคนนาดาที่มีอยู่แล้ว

.
.

.
กองเหล้าเถื่อนที่ท่าเรือ St. Pierre
© bayoffundy.ca
.
.

.
กองเหล้าเถื่อนที่ท่าเรือ St. Pierre
© bayoffundy.ca
.
.
.


ธุรกิจใหม่นี้มีกำไรดีมาก
จนชาวบ้านตาล่อ(โลภอยากได้)
ล่อตาล่อใจจนชาวเกาะเลิกทำประมง 
โรงงานต่างปิดตัวลงกลายเป็นโกดังเก็บสินค้า
พร้อมกับโกดังสมัยใหม่ผุดขึ้นตามริมฝั่งน้ำ
แม้ว่าจะมีการก่อสร้างจำนวนมากหลายแห่ง
แต่พื้นที่เก็บเหล้าเถื่อนก็ยังไม่เพียงพอ
ทำให้ต้องจ่ายเงินให้เจ้าของบ้านส่วนตัว
เพื่อขอใช้ห้องใต้ดินกักตุนเหล้าเถื่อน

ในช่วงรุ่งเรือง แม้แต่ Al Capone
ยังมาใช้เกาะแห่งนี้เป็นโกดังเหล้าเถิ่อน
Al Capone มาเฟียคนดังของสหรัฐอเมริกา
ที่พ้นคุกตะรางมาหลายครั้งมาก
เพราะไม่มีใครกล้าเป็นพยานคดีฆ่าสังหาร
แต่มาตายน้ำตื้นกับคดีหนีภาษี
ต้องโทษจำคุก 7 ปี ที่คุก Alcatraz
คุกทึ่เป็นเกาะกลางทะเล  แหกคุกยากที่สุด
แต่ก็มีนักโทษ 3 คนแหกคุกได้
จนเป็นตำนาน/สร้างเป็นภาพยนตร์หลายครั้ง
.
.

.
.

.
Alcatraz
.
.

.
เกาะ St. Pierre (ขวา) 
เกาะ  Miquelon (บนซ้าย)
เกาะ  Langlade (ล่างซ้าย)
© Doc Searls/Flickr
.
.
.


เกาะเล็ก ๆ ที่นี่เป็นสรวงสรรค์พ่อค้าเหล้าเถื่อน
กินเวลานานเกือบ 13 ปีเลยทีเดียว
และประสบความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ
กับธุรกิจเหล้าเถื่อนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเลย
เป็นจุดพัก/ขนส่งเหล้าเถื่อนเข้าสหรัฐอเมริกา

ในปี ค.ศ.1933
สหรัฐอเมริกายกเลิกกฎหมายเรื่องเหล้าทั้งหมด
บนเกาะที่เคยเจริญรุ่งเรืองอย่างมากมาย
ก็พังทลายลงกลับคืนสู่รากฐานเดิม
คือ ชาวเกาะกลับไปหาปลาตามเดิม
.
.

.
.


ในปี ค.ศ. 1972
เกิดข้อพิพาทขึ้นระหว่างแคนาดากับฝรั่งเศส
เกี่ยวกับพรมแดนทางทะเลระหว่างแคนาดา
กับดินแดนโพ้นทะเลอาณาเขตของฝรั่งเศส
ที่เกาะ St. Pierre กับ Miquelon

ในปี ค.ศ. 1992
ข้อพิพาทดังกล่าวได้ยุติลง
โดยอนุญาโตตุลาการเขตเศรษฐกิจจำเพาะ
Exclusive Economic Zone (EEZ)
กำหนดเขตพื้นที่ขึ้นรอบ ๆ เกาะสองแห่งนี้
เขตดังกล่าวมีรูปร่างคล้ายรูกุญแจที่ผิดขนาด
โดยมีทางเดินเรือแคบ ๆ กว้าง 20 กิโลเมตร
และทอดยาว 348 กิโลเมตรไปทางใต้
ของเกาะ St. Pierre กับ Miquelon
เพื้อให้ฝรั่งเศสเข้าถึง EEZ จากน่านน้ำสากล
โดยไม่ต้องผ่าน EEZ ของแคนาดา

แม้ว่าขอบเขต EEZ ค่อนข้างจะไม่เหมาะสม
ถ้ามองจากแผนที่ด้านบนนั้นจะเห็นชัดเจน 
เพราะ EEZ แคนาดาขยายออกไปได้ไกล
เกินกว่าของฝรั่งเศสมาก (ที่ถูกจำกัดเขตไว้)
ตามรายงานของ New York Times
เขตแดนทางทะเลมีข้อผิดพลาดอีกประการหนึ่ง
เขตน่านน้ำทางทะเลซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่าง
เกาะ St. Pierre กับ Newfoundland 
อาจผ่าน Green Island ของแคนาดา
และ Little Green Islands ทางใต้ 
แผนที่บางแห่งจะมีเกาะเล็กเกาะน้อย
ที่ด้านใดด้านหนึ่งของน่านน้ำสองประเทศ
บางแห่งจะตัดตรงทางผ่านเกาะเหล่านี้ 
ทำให้ฝรั่งเศสมีพรมแดน/เขตน่านน้ำทับซ้อนมาก
กับหลายประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ
เป็นลำดับประเทศที่ 3 ในเขตพื้นที่นี้

เรียบเรียง/ที่มา

https://bit.ly/3dSfciT
https://bit.ly/3SrTv8h
https://bit.ly/3fycOhq
https://nyti.ms/3UPAf6e
https://bit.ly/2SNZ0OY
.

.
.

.
ธงชาติ Saint Pierre and Miquelon
.
.

.
แผนที่ Saint Pierre และ Miquelon
.
.

.
St Pierre, Le Quai La Roncière, 1887
.
.

.
Saint-Pierre ในปี ค.ศ. 1921
.
.

.
Saint-Pierre ในปี ค.ศ. 2013
Saint-Pierre Airport มุมล่างขวา
.
.

.
เรือประมงที่ท่าเรือ Saint-Pierre
.
.

.
Miquelon Airport
.
.

.
St Pierre เมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด/เมืองหลวง
.
.
.
ท่าเรือ Miquelon ในช่วงฤดูหนาว
.
.
.

เรื่องเล่าไร้สาระ

ก่อนปี พ.ศ. 2537
สินค้าชายแดนมีเกลื่อนกลาดในหาดใหญ่
ก่อนที่เมืองไทยจะเข้า WTO
และการลดภาษีภายในประชาคมอาเซี่ยน

ราว ๆ ปี พ.ศ. 2544
การลดภาษีก็เริ่มออกฤทธิ์แรงแซงทางโค้ง
ทำให้จุดพักสินค้าชายแดนระหว่างประเทศ
ที่ปาดังเบซาร์ สะเดา ทุ่งลุง มึค่าตอบแทนให้
หาดใหญ่เป็นยี่ปั้ว ซาปั้ว ขายทั่วประเทศ
ส่วนจุดอื่น ๆ มี สายบุรี สุไหงโกลค สตูล
สินค้าส่วนใหญ่นำเข้าจากซิงลี่ ปีนัง ลังกาวี
เพราะเป็นทางผ่านเข้าสยามใกล้สุดในแถบนี้
ค่อย ๆ ล่มสลายทะยอยเลิกราไปในที่สุด

สินค้าชายแดนจะใช้กองทัพมดในการขนส่ง
มด คือ คนงานจำนวนมากกระจัดกระจาย
มีหน่วยสอดแนม หน่วยให้สัญญาณ หน่วยขนส่ง
หน่วยจัดเก็บ หน่วยขาย หน่วยเก็บเงิน/บัญชี
มีนายทุนใหญ่(ซือแย/นายู) เป็นผู้บัญชาการ
เรียกว่ามี ระบบ Logistic เหมือนกองทัพ
(ซือแย=สยาม นายู=มาลายู)


สินค้าชายแดน มี 2 นัยคือ
สินค้าหนีภาษี กับ สินค้าเสียภาษีตามกฎหมาย
มีการ Import/Export ชอบด้วยกฎหมาย

สินค้าหนีภาษีที่ลักลอบนำเข้ามาสยาม
ถ้าจับได้จำนวนมากจนล้นโกดังศุลกากร
จะมีการประมูลขายทอดตลาด (รู้กันวงใน)
พ่อค้าแม่ค้าจะฮั้วกันกดราคาประมูล
แล้วค่อยยืมใบอนุญาตขนสินค้ามาใช้กัน
เพราะใบอนุญาตนี้ใช้ได้ทั่วราชอาณาจักร
แบบเคยมี Apple ขนกันข้ามปีแล้ว
ขนไปขายขนไปส่งหลายจังหวัดหลายครั้งแล้ว
จนใบอนุญาตฉีกขาดชำรุดแล้ว
ในภายหลังจึงต้องระบุวัน Expired Date
และระบุสถานที่จุดหมายปลายทางกำกับไว้

ตามกฎหมายศุลกากรพื้นที่หาดใหญ่ สะเดา
เป็นเขตพื้นที่ภาษีศุลกากรพิเศษเฉพาะ
ใครจะครอบครองใช้ประโยชน์ส่วนตัวไม่ผิด
แต่ถ้าค้าขายหรือนำออกนอกเขตดังกล่าว
ทั้งนายด่านศุลกากร/ตำรวจจับกุมยึดได้
จนเป็นข่าวดังลงในหนังสือพิมพ์หลายครั้ง
อ้างว่า ซื้อในประเทศ ทำไมโดนจับ
ทางการก็บอก ไปหาใบเสร็จรับเงินมา จะไม่จับ
แต่ร้านค้าสินค้าชายแดนในหาดใหญ่
ในยุคนั้นไม่มีร้านไหนที่กล้าออกใบเสร็จรับเงิน
เพราะเท่ากับเปิดช่องระบุตัวตนว่า ค้าจริง

สินค้าชายแดนไม่มีรับประกันแบบของห้าง
รวมทั้งการบริการหลังการขายแบบห้าง
ทำให้หลังจากไทยเข้า WTO ลดภาษีกลุ่ม Asian
สินค้าชายแดนกับสินค้าในห้างราคาไล่เลี่ยกัน
ธุรกิจสินค้าชายแดนในหาดใหญ่
หลายรายจึงเลิกราไป บางรายปรับตัวใหม่
ขายหนังสีชมพู(X) ยาปลุกกำหนัด เสื้อผ้า
Software ผิดกฎหมาย น้ำหอม เครื่องสำอางค์
แต่กระแสคลื่นความเปลี่ยนแปลงก็โถมทับ
จนค่อย ๆ ร้างราหายไปหลายเจ้าในทุกวันนี้

สินค้าชายแดนฟังดูดีไม่มีนัยเหยียด
เหมือนกับคำเรียกว่า สินค้าเถื่อน
เพราะอย่างที่บอกมีทั้งสินค้าเสียภาษี
กับสินค้าหนีภาษี (มีมากกว่าหลายเท่า)
เพราะสินค้าบางอย่างนำเข้า Lots ใหญ่
จ่ายภาษีถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ
เช่น น้ำมันปาล์ม เนื้อวัว เนื้อแพะ ฯลฯ
ส่วนจะมีของห้อยท้ายตามมาอีกมากหรือไม่
เป็นหน้าที่ของทางการในการทำตามกฎหมาย

เมืองชายแดนทุกประเทศจะมีสินค้าประเภทนี้
จนกลายเป็นเรื่องของประเพณีวัฒนธรรม
อยู่เมืองชายแดนไม่ใช้สินค้าชายแดน
ดูเหมือนคนแปลก ๆ ผิดปกติผิดชาวบ้าน
คนเช่นนี้ จขกท. รู้จักมักคุ้นอยู่ 2-3 ราย
เวลาพูดคุยไม่ควรเสวนาเรื่องใช้สินค้าชายแดน
เพราะมักจะของขึ้น พล่ามแต่ความถูกต้อง/ภาษี
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่