🇹🇭💙มาลาริน💙🇹🇭30ก.ย.ย้ำ1ต.ค.ป่วยโควิดรักษาตามสิทธิ-UCEP Plusฉุกเฉินวิกฤตสีแดง/ป่วย839คน หาย733คน ตาย9คน/ขอบคุณฮีโร่


https://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1029786

รัฐย้ำ 1 ต.ค.นี้ ผู้ป่วยโควิด รักษาตามสิทธิ - UCEP Plus รับเฉพาะผู้ป่วยโควิดฉุกเฉินวิกฤตสีแดง


30 ก.ย.2565 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 นับตั้งแต่วันที่1 ต.ค. เป็นต้นไป ที่ได้ปรับเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ยืนยันการรักษาพยาบาลได้ตามสิทธิฟรี ครอบคลุมทั้งสิทธิบัตรทอง สิทธิข้าราชการ และสิทธิประกันสังคม โดยเป็นการดูแลรักษาตามอาการและตามดุลยพินิจแพทย์ รายละเอียดมีดังนี้....👇👇👇👇👇

1.การรักษาแบบเจอ แจก จบ
กรณีไม่มีอาการ ยังคงรับการรักษาในรูปแบบของเทเลเฮลธ์ผ่าน 4 แอปพลิเคชันได้ตามปกติ โดยพบแพทย์ทางไกล วินิจฉัยอาการ และจัดส่งยาทางไปรษณีย์

2.สามารถรับยารักษาโควิดตามอาการที่ร้านยาที่เข้าร่วมโครงการกับ สปสช. ดูรายชื่อร้านยาที่เข้าร่วมโครงการได้ที่ https://www.nhso.go.th/downloads/197 สปสช. ข่าวสารสำหรับผู้พิการ. ข่าวสารสำหรับคนหูหนวก; ข่าวสาร ...
www.nhso.go.th

น.ส.รัชดา กล่าวว่า 3.ยกเลิกการแจกชุดตรวจ ATK ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หากไปโรงพยาบาลแล้วแพทย์พิจารณาให้ตรวจคัดกรอง จะไม่มีค่าใช้จ่าย

4.ผู้ป่วยที่มีอาการหนักสามารถรับการรักษาเป็นผู้ป่วยในในโรงพยาบาลตามสิทธิ

5.การใช้สิทธิ UCEP Plus กระทรวงสาธารณสุขปรับปรุงหลักเกณฑ์ UCEP Plus ใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.65 โดยกำหนดให้เฉพาะผู้ป่วยโควิดที่มีอาการเจ็บป่วยวิกฤต (สีแดง) สามารถใช้สิทธิ UCEP Plus เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทุกแห่งได้ และไม่มีเงื่อนไข 72 ชั่วโมงแรก ซึ่งต้องมีอาการเจ็บป่วยวิกฤตตามเกณฑ์ UCEP Plus เช่น มีภาวะหัวใจหยุดเต้น ทางเดินหายใจอุดกั้น หายใจหอบเหนื่อย มีภาวะที่ทำให้อาการระบบทางเดินหายใจรุนแรง ไม่สามารถหายใจได้ มีภาวะช็อก ความดันโลหิตต่ำ หรืออาการอื่นๆ ที่อาจทำให้เสียชีวิตได้ ส่วนผู้ป่วยโควิด19 อาการสีเหลือง เช่น กลุ่ม 608 ที่ไม่มีอาการ จะไม่ครอบคลุมสิทธิ UCEP Plus แต่สามารถเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลตามสิทธิสุขภาพของตนได้

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ทั้งนี้ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) มีศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต เป็นหน่วยประสานระหว่างประชาชนและสถานพยาบาล ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและให้ข้อมูล สอบถามโทร.0-2872-1669

https://www.thaipost.net/covid-19-news/232786/

ปิดศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ 'อนุทิน'ขอบคุณฮีโร่อาสาสมัคร หลังเปิดมานาน 477 วัน


ปิดศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่ออย่างเป็นทางการ นับเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกไทยผ่านพ้นวิกฤติโควิด ให้บริการ 477 วัน ฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า 3.5 ล้านคน หลังจากนี้ประชาชนรับวัคซีนได้ที่สถานพยาบาลทุกแห่งฟรี

30 ก.ย.65 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง และ ผอ.ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ มอบดอกกุหลาบและเหรียญไทยแลนด์วัคซีนฮีโร่ให้แก่เราอาสาสมัครทั้งภาครัฐและเอกชนที่เข้าให้การช่วยเหลือสนับสนุนการฉีดวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมี 251 หน่วยงานเข้ามาให้การสนับสนุนและสามารถให้บริการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนรวมกว่า 3,500,000 คน รวมเป็นวัคซีนกว่า 6,500,000 โดส ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป การให้บริการภายในสถานีกลางบางซื่อจะปิดลง และไปเปิดให้บริการฉีดวัคซีนที่สถาบันโรคผิวหนังแทนทุกวันเสาร์ ส่วนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อแห่งนี้จะเหลือเพียงการทำหน้าที่ในการเชื่อมต่อคมนาคมเท่านั้น
 
ทั้งนี้ ภายในการปิดศูนย์ฉีดวัคซีนเป็นไปด้วยความอบอุ่น โดยเจ้าหน้าที่ร่วมร้องเพลงกันและปรบมือให้เกียรติซึ่งกันและกันในการร่วมการฝ่าวิกฤติโควิดแล้ว หวังว่าจากนี้จะเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกว่าประเทศไทยสามารถผ่านวิกฤติโควิดและเดินหน้าต่อไปได้


https://www.naewna.com/local/683636

ติดตามข่าวโควิดวันนี้ค่ะ....
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 12
กระทรวงสาธารณสุขแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประจำวันที่ 30 กันยายน 2565 เวลา 11.00 น.
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
https://www.facebook.com/fanmoph/videos/491550586165928/ (มีคลิป)
แถลงความคืบหน้าสถานการณ์โรคโควิด 19
ณ กระทรวงสาธารณสุข
30 กันยายน 2565


[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
รวมสไลด์แถลงสถานการณ์โควิด-19 จาก ศบค.
วันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2565
https://www.facebook.com/informationcovid19/posts/pfbid0c5wDQxthpNCE1zJkLqg4m6EZrowB49rAydH5ckrDA7kXvcpT4zqhvazTUNdJPEkxl


จำนวนการได้รับวัคซีนสะสม (28 ก.พ. 2564 - 29 ก.ย. 2565)
รวม 143,336,779 โดส ใน 77 จังหวัด

ภาพรวมยอดฉีดวัคซีน วันที่ 29 กันยายน 2565
ยอดฉีดทั่วประเทศ 16,655 โดส

เข็มที่ 1 : 2,145 ราย
เข็มที่ 2 : 3,533 ราย
เข็มที่ 3 : 10,977 ราย

จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 สะสม : 57,327,777 ราย
จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 สะสม : 53,838,985 ราย
จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 3 สะสม : 32,170,017 ราย

แหล่งข้อมูล : MOPH-IC
https://www.facebook.com/informationcovid19/posts/pfbid02nHCTtDmUR6z5rv4YPfKsnMWxRqgSTrutCzdNTUVyhBeUNgq1UghVCbuoqb5NiQqWl


[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ราชกิจจาฯ ประกาศ เรื่อง ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ประกาศ ข้อกำหนด และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง  
ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป

ที่มา ราชกิจจานุเบกษา http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2565/E/232/T_0047.PDF
https://www.facebook.com/informationcovid19/posts/pfbid0QzuYtteoR4Z3CX3uLDEadjXPMyBeP3GRBSky1zHiZoT6eUbwamxpmVWKKt5bRQeXl


รายละเอียดผู้เสียชีวิตของประเทศไทย
วันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2565 จำนวน 9 ราย
แหล่งข้อมูล : กระทรวงสาธารณสุข
https://www.facebook.com/informationcovid19/posts/pfbid02RJNxg6WaXPLtshEUfufi9z3ydhiY6dxjCEoYtpN8XKiPV47Mt3pvCKLyV3qn2m5Hl


กรมอนามัย เน้น ข้อปฏิบัติ 3 ด้าน สำหรับสถานประกอบกิจการ ภายหลังโควิดเข้าสู่โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง 1.ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 2.ด้านพนักงานและผู้ปฏิบัติงาน 3.ด้านประชาชนที่เข้ารับบริการ

นายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 เป็นโรคติดต่อร้ายแรงนั้น การป้องกันโรคได้ดำเนินการควบคุมภายใต้พระราชกำหนดฉุกเฉิน พระราชบัญญัติโรคติดต่อ และพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 โดยมาตรการสำคัญสำหรับองค์กรคือ COVID Free Setting ที่ครอบคลุมทุกสถานประกอบการที่ส่งผลต่อสังคม การดำรงชีวิต และภาพรวมด้านเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2565 นี้ ที่ประกาศให้โรคโควิด-19 เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง มาตรการควบคุมที่คุมเข้มได้มีการผ่อนคลายเพิ่มมากขึ้น ยังคงไว้เฉพาะพระราชบัญญัติการสาธารณสุข และกฎหมายอื่นที่ใช้ในการควบคุมกำกับสถานประกอบการต่าง ๆ เช่น ที่สะสมอาหาร สถานที่จำหน่ายอาหาร รวมทั้ง 142 ประเภทกิจการ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ให้มีการปฏิบัติโดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 รวมทั้งกฎหมายอื่นที่ใช้กำกับ เช่น ข้อบังคับท้องถิ่นที่มอบอำนาจให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น กำกับ ดูแล และติดตาม ในการป้องกันและเฝ้าระวังโรคในระดับพื้นที่

มาตรฐานด้านสุขอนามัย สุขาภิบาล และอนามัยสิ่งแวดล้อมที่สถานประกอบกิจการควรปฏิบัติ แบ่งเป็น 1) ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม อาทิ การทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วม การจัดสถานที่ ให้มีการระบายอากาศภายใน จัดให้มีอุปกรณ์ล้างมืออย่างเพียงพอ 2) ด้านพนักงาน และผู้ปฏิบัติงาน อาทิ มีสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี มีการคัดกรองอาการป่วยของพนักงาน เข้ารับการฉีดวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์ หากป่วย ควรหยุดปฏิบัติงาน กรณีสถานที่จำหน่ายอาหาร พนักงานสวมหน้ากากขณะให้บริการ และผ่านการอบรมมาตรฐานของผู้สัมผัสอาหาร และ 3) ด้านประชาชนที่เข้ารับบริการ หากเป็นผู้ที่มีอาการป่วยทางเดินหายใจ และมีความจำเป็นต้องออกจากที่พัก ให้สวมหน้ากาก ส่วนประชาชนทั่วไป แนะนำให้สวมหน้ากาก เมื่อเข้าไปในสถานที่ที่ผู้คนแออัด หรือพื้นที่ปิด อากาศไม่ถ่ายเท ล้างมือบ่อย ๆ เมื่อมีการสัมผัสอุปกรณ์ สิ่งของ พื้นผิวที่สัมผัสร่วมกัน รวมทั้งตรวจ ATK เมื่อมีอาการป่วยและสงสัย ตามความจำเป็น ไม่แนะนำให้ตรวจ ATK ในประชาชนทั่วไปที่ไม่มีอาการป่วย

ที่มา กรมอนามัย
https://www.facebook.com/informationcovid19/posts/pfbid03NjkmTGz2AK87LpY4sU6QqqatdrBw1VqMsaAxpinymdupNBN9NrUzVVKw3QLAeoCl


เมื่อโควิดเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง
แล้วเราต้องทำตัวอย่างไร ?
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02bPXXjzP2j57VXCFRKA7RojAXUiT8K7BRUWDgrFckiem5U1NFZYGD7GG5c4qhY1Lgl&id=100068069971811


ประกาศยกเลิก Application ไทยชนะ
ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0ecH3omsofqd1w1vLCPq71nRX7RZQHkJrhwDtPEq4RR2PjuDVUpQWZXbKysMefU86l&id=100068069971811


ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป   
คลินิกบางรัก เปิด walk in ฉีดวัคซีนโควิด 19 ทุกเข็ม
ที่ชั้น 9 ฝั่งห้องยา อาคารศูนย์การแพทย์บางรัก
กรมควบคุมโรค เขตสาทร กรุงเทพมหานคร   
เปิดให้ประชาชนเข้ารับวัคซีนโควิด 19 เข็ม 1, 2 หรือเข็มกระตุ้น เข็ม 3, 4, 5  
ในทุกวันพุธและวันพฤหัสบดี  สัปดาห์ละ 2 วัน  
เวลา 09.00 น. - 14.30 น.
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0 - 2286 - 2468
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0NGDygR2GVYAuNs8SF3nYHXud6RXKMppb3PyTwAXHN74SpGseneZnmm1CPD6iuqmDl&id=100068069971811


โควิด ป้องกันด้วยมาตรการ DMHT
● Distancing เว้นระยะห่าง 1-2 เมตร เลี่ยงการอยู่ในที่แออัด
● Mask Wearing สวมหน้ากากอนามัยเมื่อเข้าไปอยู่ในสถานที่เสี่ยง/แออัด/อากาศไม่ถ่ายเท
● Hand Washing ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์
● Testing ตรวจ ATK เมื่อมีอาการโรคทางเดินหายใจ
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02suJKW9mQgxpr5q2FaRSxKwzNoT9UssjKejG29pUX6qpDNwMMKY9p9hxTh2sAj7M9l&id=100068069971811


เริ่มขายพรุ่งนี้!! ผลิตภัณฑ์สเปรย์พ่นจมูกดักจับและยับยั้งโควิด-19 ผลงานนักวิจัยไทย

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เปิดตัวผลิตภัณฑ์สเปรย์พ่นจมูกดักจับและยับยั้งโควิด-19 ทางกายภาพ ครั้งแรกของไทย ภายใต้ยี่ห้อ เวลล์โควิแทรป แอนติ-โคฟ นาซาล สเปรย์ ที่ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรม และได้ขึ้นทะเบียนจาก อย.เรียบร้อยแล้ว พร้อมวางจำหน่ายวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ที่ร้านยาองค์การเภสัชกรรม สาขาราชเทวี และเครือข่ายภาคี

สำหรับสเปรย์พ่นจมูกดักจับและยับยั้งโควิด-19 นี้ มีคุณสมบัติสามารถดักจับและยับยั้งเชื้อโควิด-19 ทางกายภาพบริเวณโพรงจมูกต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง ใช้พ่นที่โพรงจมูกทั้ง 2 ข้าง สอดหัวพ่นเข้าไปในโพรงจมูกในแนวตั้ง พ่นข้างละ 1-2 ครั้ง ใช้ได้ตามต้องการทุก 6 ชั่วโมง ได้ถึงวันละ 3 ครั้ง มีขนาด 15 มิลลิลิตร
https://www.facebook.com/Sumnakkaow.PRD/posts/pfbid0K1HqRoLAQvgTeVqNh8NS1SGCQz1vrPQhkdXN34FhF4U581wbYU2zoC9nsZhrdMKyl


เปิดแนวทางการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 หลังปรับเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง 1 ต.ค.นี้

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการดูแลผู้ป่วยโรคโควิด-19 หลังมีการปรับเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป สปสช. ยืนยันการรักษาพยาบาลได้ตามสิทธิฟรี ครอบคลุมทั้งสิทธิบัตรทอง สิทธิข้าราชการและสิทธิประกันสังคม โดยเป็นการดูแลรักษาตามอาการและตามดุลยพินิจแพทย์ ได้แก่ การรักษาแบบเจอ แจก จบ กรณีไม่มีอาการ ยังคงรับการรักษาในรูปแบบของ telehealth ผ่าน 4 แอปพลิเคชันตามปกติ โดยพบแพทย์ทางไกล วินิจฉัยอาการและจัดส่งยาทางไปรษณีย์ สามารถรับยารักษาโควิดตามอาการกับร้านยาที่เข้าร่วมโครงการกับ สปสช. ยกเลิกการแจกชุดตรวจ ATK ผ่านแอปเป๋าตัง หากไปโรงพยาบาลแล้วแพทย์พิจารณาให้ตรวจคัดกรอง จะไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้ป่วยที่มีอาการหนักสามารถรับการรักษาเป็นผู้ป่วยในในโรงพยาบาลตามสิทธิ และการใช้สิทธิ UCEP Plus กระทรวงสาธารณสุขปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้

กำหนดให้เฉพาะผู้ป่วยโควิดที่มีอาการเจ็บป่วยวิกฤต (สีแดง) สามารถใช้สิทธิ UCEP Plus เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทุกแห่งได้ และไม่มีเงื่อนไข 72 ชั่วโมงแรก ซึ่งต้องมีอาการเจ็บป่วยวิกฤตตามเกณฑ์ UCEP Plus เช่น มีภาวะหัวใจหยุดเต้น ทางเดินหายใจอุดกั้น หายใจหอบเหนื่อย หรืออาการอื่นๆ ที่อาจทำให้เสียชีวิตได้ ส่วนผู้ป่วยโควิด-19 อาการสีเหลือง เช่น กลุ่ม 608 ที่ไม่มีอาการ จะไม่ครอบคลุมสิทธิ UCEP Plus แต่สามารถเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลตามสิทธิสุขภาพของตนได้
https://www.facebook.com/Sumnakkaow.PRD/posts/pfbid02kEbZbMmL3imTNa2g1hRu3UQLJ8VE71ABAc8GZU5EeyXaXbY97hSPsYRmKiuLfRfAl
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่