หน้าต่างบานนั้น

กระทู้สนทนา
หน้าต่างบานนั้น

         ดวงอาทิตย์ที่โผล่พ้นขอบฟ้า ทอแสงแรกลงมาสู่เบื้องล่าง สายลมอ่อนขยับเคลื่อนไหว ความเงียบเชียบค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยเสียงแห่งความมีชีวิตชีวา

         ในช่วงเวลาเดิม ระยะเวลาเท่าเดิม บนเส้นทางในตรอกซอกซอยเดิม ชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งเหยาะมาตามทาง ด้วยจังหวะก้าวคงเดิมที่ไม่เร็วหรือช้าจนเกินไป เม็ดเหงื่อโซมกาย ลมหายใจหนักหน่วงแต่คงที่สม่ำเสมอ

         ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นคือแบบแผนคงเดิมตายตัว ในโลกใบเดิมๆ ของเขา ไม่เร็วไม่ช้า ไม่มากไม่น้อย ไม่ขาดไม่เกินไปกว่านั้น

         จนกระทั่งวันหนึ่งที่ม่านของหน้าต่างบานนั้น ซึ่งเคยปิดกั้นการมองเห็นมาตลอดถูกเปิดออก ในเช้าวันนั้น โลกสงบสุขอันซ้ำๆ เดิมๆ ของเขาก็จบลง และทุกอย่างก็ได้เปลี่ยนไป

         ราวกับรูปสลักอันงดงาม ผมดำขลับยาวสลวย ช่วยขับใบหน้าขาวซีดให้ดูโดดเด่น ดวงตากลมโตที่เหม่อมองอย่างเลื่อนลอย ออกไปสู่สถานที่ซึ่งไม่อาจมีผู้ใดล่วงรู้ ผสมคละเคล้าด้วยอารมณ์หวานซึ้งและหม่นเศร้าในเวลาเดียวกัน

         เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับเธอ แต่ครั้งแรกครั้งเดียวนั้น ก็ทำให้เขาต้องตกอยู่ในคำสาปที่เรียกว่ารัก

         หญิงสาวคล้ายมาจากโลกอื่น เป็นโลกแห่งฝันที่ไม่อาจจับคว้า ร่างกายซีดเซียวนั้น ช่างจืดจางราวกับมันพร้อมจะหายไปได้ทุกเมื่อ เปราะบางดั่งแก้วที่จะแตกสลายหากจับต้อง หรือเผลอไปสัมผัสเข้า

         ณ เวลาเดิม ที่จุดเดิมตรงหน้าต่างบานนั้น ด้วยจังหวะก้าวคงเดิมที่ไม่เร็วหรือช้าจนเกินไป เขาค่อยๆ ชะลอความเร็วของฝีเท้าลงจนกระทั่งหยุดอยู่ที่ตรงนั้น

         เธอยังอยู่หลังกรอบกระจก สายตายังคงเหม่อมองออกไปสู่ที่ใดสักแห่ง อาจจะเป็นโลกส่วนตัวของเธอเอง อาจเป็นโลกที่มีเพียงเธอ โลกที่ไม่มีเขาหรือแม้แต่ใครสักคน

         จากวันเป็นเดือน จากเดือนล่วงเลยผ่านเป็นหลายเดือน

         ดั่งคนที่มีจุดหมายปลายทางให้ฝันหาและไขว่คว้า ทุกย่างก้าวของเขาค่อยๆ ถูกเติมเต็มด้วยความหวังและความสุขสดชื่นสดใส เขาหวังว่าจะได้พบเธอในทุกๆ เช้า และหวังจะได้เห็นใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ของเธอมีรอยยิ้มสดใส เปี่ยมไปด้วยอารมณ์แห่งสุขสักวันหนึ่ง

         ไม่รู้ว่านานเท่าใดที่เป็นอยู่อย่างนั้น แต่มันก็นานพอที่จะทำให้ในวันหนึ่ง ดวงตาเลื่อนลอยไร้แววคู่นั้น เหลียวกลับมามองเขาได้สำเร็จ

         แล้วในเสี้ยววินาทีนั้นนั่นเอง ที่เขาได้มองเห็นประกายแสงเล็กๆ ที่แฝงอยู่ในความเฉยชา เห็นความมีชีวิตชีวาที่กำลังหลบเร้นอยู่ในความเศร้าสร้อย และเขาก็ได้ค้นพบว่า ในดวงตาไร้แววคู่นั้น ยังหลงเหลือความหวังอะไรบางอย่างอยู่
 

         หน้าต่างบานนั้นไม่เคยถูกเปิดออกเลยสักครั้ง...

         หญิงสาวมีร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่จำความได้ และนั่นทำให้เธอไม่เคยได้ใช้ชีวิตแบบที่คนปกติทั่วไปทำกัน เมื่อครั้งยังเด็ก ในขณะที่คนอื่นๆ ได้ออกไปวิ่งเล่นที่ภายนอกกันอย่างสนุกสนาน แต่เธอกลับทำได้เพียงเฝ้ามองและจินตนาการ

         วาดวิมานในอากาศว่าสักวัน เธอจะได้ออกไปวิ่งเล่น จะได้เปรอะเปื้อน ล้มลุกคลุกคลานอยู่ในสนามหญ้าแบบนั้นบ้าง

         ทว่าความหวังและความฝัน ก็เป็นได้เพียงความหวังและความฝันสำหรับเธอ แม้เวลาจะผ่านไปนานขนาดไหนก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เธอเติบโตขึ้นอย่างกระเสาะกระแสะ

         แค่ความเป็นปกติสุข ก็ยังต้องใช้พลังชีวิตและความพยายามมากกว่าคนอื่นหลายเท่าตัว

         มีบางครั้งที่จู่ๆ อาการก็ดีขึ้นมาบ้าง แต่พอเริ่มคิดว่าตนเองจะหายเป็นปกติ ทุกอย่างก็จะพังทลายลง จนความหวังที่เคยมีค่อยๆ หดหายลงไปทีละน้อย วันหนึ่งกว่าที่จะรู้ตัว ความเฉยชาก็ฉาบฉายในดวงใจ และเธอก็ไม่เคยยิ้มอีกเลย

         เธอเคยฝัน...

         ภาพในนั้น เธอเห็นตัวเองกำลังเอนกายอยู่บนทุ่งหญ้าเขียวขจี อันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ท่ามกลางแสงแดดอบอุ่น ดอกไม้หลากสีที่ผลิบานแตะแต้มไปทั่ว กำลังอวดกลีบดอกสวยสด และส่งกลิ่นหอมล่อเหล่าแมลงตัวน้อยให้มาหาอย่างกระตือรือร้น

         เมื่อถึงเวลาที่ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำจนลาลับไป เหล่าเดือนและหมู่ดาว ที่ออกมากะพริบหยอกล้อกัน จะช่วยทำให้เพลิดตาเพลินใจ ทำให้เธอห่มคลุมผืนฟ้าอย่างสุขสบายและหลับไปอย่างฝันดี

         เพียงแต่ว่าทุกครั้งที่ฝัน นั่นจะตามมาด้วยความผิดหวังเสมอ และมันก็วนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่อย่างนั้นอย่างไม่รู้จักจบสิ้น

         จนสุดท้ายเธอก็กลัว...

         กลัวว่าจะต้องผิดหวังอีกหน กลัวจนแม้กระทั่งคิดที่จะมีความหวัง ความเหนื่อยล้าและบอบช้ำที่เกิดขึ้น มันมากเกินกว่าจะทนรับได้ไหวอีกต่อไป

         ดวงอาทิตย์ยังคงขึ้นในทุกเช้า และลาลับไปในทุกเย็น เหล่าดวงดาวยังคงกะพริบให้ยามค่ำคืนมาเยือน แต่ในสายตาอันเลื่อนลอยที่ไร้เป้าหมายให้ดำรงอยู่นั้น มันไม่ได้งดงามอย่างเก่าอีกแล้ว

         ทว่าวันหนึ่ง ประกายแสงแห่งความหวังก็กลับผ่านเข้ามาในชีวิตอย่างไม่ได้คาดหมาย ในวันที่กำลังใจเหือดแห้งลงไปจนหมดสิ้น เขาก็ปรากฏตัวขึ้นมา ความมุ่งมั่นและแววตาอันเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งชีวิตของเขานั้น กลับเติมช่องว่างที่กลวงโบ๋ให้ค่อยๆ กลับมาเต็มอีกครั้ง

         ไม่รู้ว่าเมื่อใดที่เขามองมายังเธอ ไม่รู้ว่าครั้งแรกที่เขาส่งยิ้มมาให้นั้นคือตอนไหน และเธอก็ไม่รู้ว่า ตั้งแต่เมื่อใดเช่นกัน ที่เธอเริ่มทำแบบเดียวกันกับเขา

         เธอเคยคิดว่าตัวเองลืมวิธียิ้มไปแล้ว แต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่อย่างนั้นสักนิด

         เธอเคยคิดว่าชีวิตของตัวเองนั้นต้องคำสาป และเกิดมาพร้อมกับความโชคร้ายทั้งปวง แต่พอแค่เธอยิ้ม ทุกอย่างก็พลันเปลี่ยนไป

         แล้วดวงตาเฉยชาเศร้าสร้อยคู่นั้น ก็เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง
 

         วันเวลาพาให้ชายหนุ่มและหญิงสาวทั้งสองได้มาพบกัน และทำให้พวกเขาต่างได้ค้นพบความหมายในการดำรงอยู่ของกันและกัน บางสิ่งบางอย่างกำลังก่อเกิด และเติบใหญ่ขึ้นทีละน้อยอย่างค่อยเป็นค่อยไป

         มันทำให้มีความสุข ทำให้เกิดความหวัง ทำให้ห่วงหาอาทรและไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ราวกับต้องยืนอยู่เพียงลำพัง ต้องเดียวดายบนโลกใบนี้ และมันทำให้ใครคนหนึ่ง พร้อมมีแรงสู้ พร้อมจะเปลี่ยนแปลงให้ดีกว่าเดิม เพื่อใครอีกคนหนึ่ง

         และสิ่งนั้นก็คือความรัก...ความรักที่นับวันจะยิ่งเบ่งบาน และงดงามขึ้นภายในใจ

         แม้ไม่เคยได้พูดจากันสักคำ แต่ทั้งเธอและเขา ต่างก็รับรู้ได้ถึงห้วงอารมณ์ และความปรารถนาดีที่ส่งผ่านให้แก่กันและกัน และมันอบอุ่นจนเกินกว่าที่กระจกใสบางๆ ภายใต้กรอบหน้าต่างบานนั้น จะกางกั้นเอาไว้ได้

         ทุกวันเขาและเธอต่างก็เฝ้ารอ แม้จะได้พบกันแค่เพียงผ่าน

         ทุกคืนเธอและเขาได้โอบกอด และวาดภาพแห่งอนาคตด้วยกันในความฝัน

         สองมือแกร่งของเขาพร้อมจะยื่นออกไป ปกป้องทุกภยันตรายที่กล้ำกรายเข้ามา เธออยากเป็นคนทื่ยืนเคียงคู่ ก้าวไปด้วยกันพร้อมๆ กับเขา เวลาที่เหลืออยู่นับจากนี้ คือช่วงเวลาแห่งความสุข ที่ไม่อาจมีสิ่งใดมาทดแทน คือทั้งหมดในหัวใจ

         สักวันความรู้สึกเหล่านี้จะได้ส่งผ่านไปหาอีกคน

         สักวัน...วันนั้นคงจะมาถึง
 

         ฤดูหนาวผลัดเปลี่ยนเป็นฤดูร้อน ฤดูร้อนหมุนเวียนไปสู่ฤดูฝน และแล้วฤดูฝนก็ผ่านพ้นไป...

         ละอองฝนแรกแห่งฤดูกาลที่หมุนเวียนกลับมาอีกครั้ง โปรยปรายลงมาอย่างอ่อนโยน ละเอียดบางเบาและฟุ้งมัวดั่งม่านเมฆ สดชื่นเย็นสบายดุจได้ดับกระหายจากหยาดน้ำค้างของเช้าวันใหม่

         อุณหภูมิลดต่ำลง ลมเย็นแห้งๆ หมุนวนเป็นเกลียวหอบเอาใบไม้ใบหญ้าที่เกลื่อนอยู่ตามถนนให้ลอยคว้างขึ้นไปในอากาศ

         ชายหนุ่มออกวิ่งไปตามปกติอย่างเช่นที่เคยปฏิบัติมาตลอด ทว่ากลับไม่มีเธออยู่ที่หลังบานกระจกของกรอบหน้าต่างบานนั้นดังเช่นทุกวัน เช้าวันนี้ เช้าวันพรุ่งนี้ ไม่ว่าจะเช้าไหนๆ ในวันถัดมา ก็ไม่มีแม้แต่เงาของเธอเหมือนอย่างวันเก่าก่อน

         คำถามมากมายเกิดขึ้น โดยที่ไม่รู้ว่าจะไปหาคำตอบได้จากที่ไหน มันแปรเปลี่ยนเป็นความกังวล ความขมขื่นที่สะท้อนออกมาในดวงตา กลับกลายเป็นความกลัว และมันก็กำลังคืบคลานเข้าเกาะกินหัวใจ

         เวลาหมุนวนอย่างเชื่องช้า ราวกับว่าทุกสิ่งกลายเป็นนิรันดร เขารับรู้และซึมซับเอาทุกวินาทีแห่งความเจ็บปวดและการถวิลหาเอาไว้ และออกวิ่งดังเช่นที่เคยทำมาตลอดทุกวัน

         แม้ยังไม่หมดหวัง แต่เวลาที่เลยผ่านไป ก็ทำให้เขาเริ่มเข้าใจและยอมรับ

         แม้จะเริ่มเข้าใจและยอมรับ แต่สิ่งที่ยังหล่อเลี้ยงให้เขาทำแบบเดิมซ้ำๆ ก็คือความหวัง

         อาจจะถึงวันที่ความอดทนมาถึงขีดสุดเข้าสักวัน วันที่กำลังใจของเขาหมดไป วันที่เขาต้องก้มหน้าและยอมรับความจริง แต่ตราบใดที่วันนั้นยังมาไม่ถึง เขาก็จะเฝ้ารออย่างมีความหวังต่อไป
 

         สายลมหนาวอ่อนกำลังลงไปทีละน้อย สายลมอบอุ่นเฉื่อยฉิวพัดผ่านมาแทนที่อีกครั้งหนึ่ง

         ในช่วงเวลาและระยะเวลาเท่าเดิม บนเส้นทางในตรอกซอกซอยเดิม ชายหนุ่มที่วิ่งมาถึงตรงจุดเดิม แหงนหน้าขึ้นมองหน้าต่างบานนั้น ม่านยังคงปิดสนิท ยังปราศจากเงาร่างของใครคนเดิมคนนั้นให้ได้เห็น

         ทว่าในเช้าวันนี้ การรอคอยอย่างยาวนานซ้ำๆ เดิมๆ ของเขากำลังจะจบลง เมื่อร่างของใครคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า

         เส้นผมดำขลับเล็กละเอียดและตรงยาว ซึ่งช่วยขับให้ใบหน้าขาวดูโดดเด่น ดวงตากลมโตสดใส ที่เต็มไปด้วยประกายแห่งความหวัง ร่างเล็กเปราะบางนั้น ช่างงดงามภายใต้แสงแรกแห่งดวงตะวัน

         หญิงสาวตรงหน้าเคลื่อนตัวเข้ามาหา ยื่นใบหน้าเล็กเรียวเข้ามาจนใกล้ กระซิบบางคำอย่างสดใสตรงข้างหู

         เขาสบตา ยิ้มกว้าง และรั้งร่างบอบบางมาไว้แนบอก
 

         หญิงสาวผู้ไขว่คว้าความหวังที่ผ่านเข้ามา เธอใช้กำลังใจที่ได้ยืนหยัดขึ้นอีกครั้ง เพื่อที่จะกลับมาพบกับเขา ผู้ซึ่งหยิบยื่นสิ่งนั้นให้แก่เธอ

         ความรัก ความอบอุ่น ความปรารถนาดี ความหวัง ความฝัน ทั้งหมดนั้น ถูกส่งถึงกันได้โดยปราศจากสิ่งใดมากางกั้นแล้ว

         และบัดนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างแท้จริง

         สายลมได้หอบพัดเอาความอบอุ่นเข้ามาช่วยขับไล่ลมหนาว และโอบคลุมหัวใจของคนทั้งสองเข้าไว้ด้วยกัน ต่อจากนี้ เหล่าต้นไม้ใบหญ้าก็จะเริ่มผลิดอกผลิใบ เพื่อต้อนรับฤดูกาลใหม่ในหัวใจของทั้งคู่ ที่กำลังจะมาเยือนในไม่ช้า

จบ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่