JJNY : สวนปาล์มสะอื้น! ราคาดิ่ง│บลูมเบิร์กแฉลูกเขย'อุปกิต'│ลูกหนี้กยศ. 3จว.ใต้ขอบคุณ"ประชาชาติ"│‘ฮาน เลย์’ให้สัมภาษณ์CNN

ชาวสวนปาล์มสะอื้น! ราคาดิ่งเหลือ 5 บาท/กิโลกรัม
https://www.nationtv.tv/news/economy-business/378887436
  
 
ชาวสวนปาล์มน้ำตาตกราคาดิ่งลงเหลือประมาณกก.ละ 5 บาท ถูกโรงงานกดดันปฏิเสธการรับซื้อ โดยการอ้างเครื่องจักรเสีย ทำเดือดร้อนหนักทั้งชาวสวนและเจ้าของลานเทรับซื้อปาล์ม บางวันต้องขนส่งไปขายโรงงาน
 
นายวารินทร์ สุวรรณรัตน์ อายุ 68 ปี เกษตรการชาวสวนปาล์มน้ำมัน ต.ท่าสะบ้า อ.วังวิเศษ จ.ตรัง กล่าวว่า ขณะนี้เดือดร้อนหนักจากปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ โดยขณะนี้เหลือกก.ละ 4.90 – 5.20 ซึ่งไม่คุ้มทุนอย่างมาก ขณะที่ปุ๋ยราคายังสูง ยังไม่ได้ลดต่ำลงมา จากเดิมราคากระสอบละ 700 -800 บาท แต่ขณะนี้ราคากระสอบละเกือบ 2,000 บาท ตนเองขายปาล์มน้ำมันได้ประมาณ 3,000 บาท แต่ไปซื้อปุ๋ยราคากว่า 10,000 บาท ซึ่งเกษตรกรจำเป็นจะต้องใส่บำรุงต้น บำรุงลูกทุกๆ 4 เดือน หากไม่ใส่ผลผลิตก็ไม่ออก พร้อมเรียกร้องไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเกษตรกรโดยตรง แต่ปล่อยให้ปุ๋ยราคาแพงโดยไม่มีทีท่าจะหยุดและลง สวนทางกับราคาปาล์มน้ำมันที่คงลดลงต่อเนื่อง ทำให้เจ้าของสวนบางรายไม่ได้ใส่ปุ๋ย ซึ่งปาล์มน้ำมันหากไม่ได้ใส่ปุ๋ยจะไม่มีผลผลิต ทำให้เกษตรกรเดือดร้อนอย่างหนัก
 
    ทางด้านนางอภิญญา วงศ์วิวัฒน์ เจ้าของลานเทวงศ์วิวัฒน์ ต.ท่าสะบ้า อ.วังวิเศษ จ.ตรัง กล่าวว่า ขณะนี้ราคาปาล์มน้ำมันลดต่ำลงอย่างมากตลอดระยะเวลาประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา จนขณะนี้เหลือกก.ละประมาณ 4 บาทกว่า ถึง 5 บาทเศษแล้วเท่านั้น ( 4.90 – 5.20 บาท) ซึ่งปริมาณผลผลิตปาล์น้ำมันก็ไม่มาก อยู่ในระดับกลางๆ แต่ราคากลับตก เดือดร้อนทั้งเกษตรกรและเจ้าของลานเท โดยเกษตรกรต้องซื้อปุ๋ยในราคาที่แพงมากกระสอบละยังเกือบ 2,000 บาท สวนทางกับราคาปาล์ม ซึ่งราคาปาล์มน้ำมันที่กก.ละ 5 บาทขณะนี้ซึ่งปุ๋ยราคาแพง เทียบเท่ากับปาล์มน้ำมันกก.ละ 2 บาทเศษ ในยุคที่ปุ๋ยราคาปกติ โดยราคาปาล์มกก.ละ 5 บาทขณะนี้ถือว่าเกษตรกรขาดทุน เพราะปัจจัยการผลิตต้นทุนสูงมาก ซึ่งถ้าจะให้เกษตรกรอยู่ได้ราคาปาล์มน้ำมันจะต้องกก.ละ 6 บาทกว่าถึง 7 บาท จึงจะอยู่ได้ เพราะปาล์มต้องใส่ปุ๋ย ถ้าไม่ใส่ปุ๋ยก็ไม่มีลูก
 
      ถ้ารัฐบาลช่วยลดต้นทุนราคาปุ๋ยลงมาที่กระสอบละ 1,000 บาท เกษตรกรก็อยู่ได้ ส่วนสาเหตุไม่ทราบแน่ชัด เท่าที่ทราบจากโรงงานบอกว่า อินโดนีเซียและมาเลเซีย ปาล์มน้ำมันออกมาก ทำให้ราคาน้ำมัน CPO ของโลกลดลง เพราะราคาปาล์มน้ำมันในประเทศไทยขึ้นอยู่กับราคาน้ำมัน CPO ในตลาดโลก ซึ่งจริงๆ เป็นช่วงประเทศไทยปาล์มน้ำมันออกน้อย แต่ก็ส่งผลมาถึงประเทศไทยด้วย ทำให้ราคาปาล์มลดลง โรงงานเองแม้จะไม่ได้ปฏิเสธการรับซื้อโดยตรง เพราะผิดกฎหมาย แต่สารพัดจะมีข้ออ้างที่จะปฏิเสธการซื้อ เช่น ปิดโรงงานบ้าง สลับกันหยุดบ้าง กล่าวอ้างว่า เครื่องจักรเสียบ้าง รถตักเสียบ้าง หยุดเดินเครื่องบ้าง ซ่อมแซมเครื่องจักรบ้าง หรือเมื่อนำไปขายปล่อยให้จอดรอเป็นเวลานาน ทำให้รถบรรทุกปาล์มต้องจอดตากแดด ทำสูญเสียน้ำหนัก บางโรงงานซื้อแต่เฉพาะลูกค้าประจำของตัวเอง บางวันตนเองต้องบรรทุกส่งไปขายที่โรงงาน จ.กระบี่ ยิ่งทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นอีก ทำให้เดือดร้อนอย่างมากทั้งชาวสวน และลานเท โดยลานเทจะไม่รับซื้อก็ไม่ได้ ถ้าผลปาล์มสุกเกษตรกรตัดมาขายก็ต้องรับซื้อ ซึ่งปาล์มน้ำมันหากผลสุกก็ต้องตัด เพราะหากไม่ตัดก็ร่วงหล่นคาต้น ไม่เหมือนกับยางพาราไม่ตัดน้ำยางก็ยังคงอยู่ จึงเรียกร้องรัฐให้เร่งแก้ปัญหาในเรื่องราคา หรือหากช่วยเรื่องราคาไม่ได้ ให้ช่วยปรับลดราคาปุ๋ยและปัจจัยการผลิตให้ต่ำลง ให้เกษตรกรอยู่ได้ ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าจะ 5 บาท แต่หากปัจจัยการผลิตลดต่ำลง เกษตรกรก็อยู่ได้ รัฐควรจะเข้ามาดูข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นและบอกเกษตรกร ว่าทำไมราคาปาล์มถึงลงเหลือกก.ละ 5 บาท ทั้งๆปริมาณผลผลิตมีไม่มาก


 
บลูมเบิร์กแฉ ลูกเขย 'ส.ว.อุปกิต' ถูกจับพร้อมนายหน้าค้าอาวุธชาวพม่า 'ตุน มิน ลัต'
https://www.matichon.co.th/foreign/news_3579682
 
บลูมเบิร์กตีข่าว ลูกเขย ‘ส.ว.อุปกิต’ ถูกจับพร้อมนายหน้าค้าอาวุธชาวพม่า ‘ตุน มิน ลัต’
 
จากกรณีที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน โดยอ้างทางการไทยว่า ได้จับกุมนักธุรกิจชาวเมียนมา ที่ต้องสงสัยว่าค้ายาเสพติด โดยมีความเชื่อมโยงกับคณะรัฐบาลเผด็จการทหารเมียนมา ทั้งยังมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ ส.ว.รายหนึ่งของไทย 
 
โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ระบุว่า ได้ควบคุมผู้ต้องสงสัย ในข้อหาร่วมกันสมคบกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดฯ, ร่วมกันช่วยเหลือสนับสนุนการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และร่วมกันสมคบการฟอกเงินฯ โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นจำนวนหลายจุด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในหลายพื้นที่
 
และยังยึดทรัพย์สินมูลค่า 200 ล้านบาท จากผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 ราย เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ได้แก่ ชายสัญชาติเมียนมา อายุ 53 ปี 1 ราย, จับกุมชายไทย อายุ 38 ปี 1 ราย, จับกุมหญิงไทย อายุ 44 ปี 1 ราย และจับกุมหญิงไทย อายุ 50 ปี 1 ราย
 
กระทั่ง นายอุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว ยืนยันว่าไม่มีอะไร รู้จักกันมามากกว่า 20 ปี ทำธุรกิจด้วยกันมากว่า 10 ปี และ กล้ารับประกันว่าไม่มีเรื่องยาเสพติด ส่วนธุรกิจที่อยู่ที่โรงแรมฝั่งท่าขี้เหล็ก ได้ขายไปแล้ว และสมัยทำงานอยู่ ได้เคร่งเรื่องยาเสพติด และไม่มีเรื่องดังกล่าว
 
เมื่อวันที่ 23 กันยายน เว็บไซต์ บลูมเบิร์ก รายงานกรณีการจับกุมผู้ใกล้ชิดกับรัฐบาลทหารพม่าดังกล่าว โดยว่า ความเคลื่อนไหวนี้ เป็นการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่าง 2 รัฐบาล
 
ทั้งยังรายงานด้วยว่า ลูกเขยของ นายอุปกิต ปาจรียางกูร ส.ว.ไทย ถูกจับในครั้งเดียวกันนี้ ในข้อหาสมรู้ร่วมคิด ค้ายาเสพติด การจับกุมดังกล่าวเป็นการสืบสวนทลายเครือข่ายยาเสพติด โดยเรื่องดังกล่าว บลูมเบิร์กได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว โดยไม่ต้องการะบุชื่อ เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
 
นายซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมา ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าว
 
ขณะที่ Justice For Myanmar กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อความยุติธรรมในเมียนมา ได้เปิดเผยเครือข่ายธุรกิจ ของนายอุปกิต โดยอ้างว่า ในปี 2019 นายอุปกิต ได้ลงจากตำแหน่งบอร์ดในบริษัท Allure ก่อนที่จะมีลูกเขยเข้ามานั่งในตำแหน่งดังกล่าวแทน

ทั้งนี้ รายงานข่าวจากชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. แจ้งว่า การจับกุมนายตุน มิน ลัต อายุ 53 ปี นักธุรกิจค้าอาวุธชาวเมียนมาที่มีความสนิทสนมกับผู้นำระดับสูงในเมียนมา พบว่า เจ้าตัวถูกจับกุมในวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ชั้น 41 ย่านพระราม 9 โดยนายตุนได้ซื้อไว้ 3 ห้อง รวม 30 ล้านบาท ซึ่งตำรวจขยายผลจากการจับกุมยาเสพติดและขยายผลมาถึงนายตุน
 
โดยจากการตรวจค้นในพื้นที่ จ.เชียงราย ยังพบผู้ร่วมขบวนการคนไทย รวม 3 คน เป็นหญิง 2 คน และชาย 1 คนด้วย ทั้งนี้ ตำรวจได้จับผู้ต้องหาคดียาเสพติด 4-5 เคส พบว่าธุรกรรมการเงินเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับนายตุน มิน ลัต



ลูกหนี้กยศ. สามจังหวัดภาคใต้ขอบคุณ "พรรคประชาชาติ" ช่วยปลดโซ่ตรวน
https://www.khaosod.co.th/politics/news_7282391

ลูกหนี้กยศ.สามจังหวัดภาคใต้ ขอบคุณ ” พรรคประชาชาติ ” ช่วยเหลือผลักดันปลดโซ่ตรวนเป็นลูกหนี้กยศ. ทำเหมือนตายทั้งเป็น บ้านกำลังจะถูกยึด อยากฝากขอโครงการเรียนฟรี ถึงป.ตรี ด้วยเชื่อว่าจะแก้ปัญหาสามจังหวัดได้
 
วันที่ 23 ก.ย.2565 ที่คลินิกลูกหนี้ กยศ. เลขที่ 179/10 ซอย คุปตาสา ถนนสิโรรส อ.เมือง จ.ยะลา นางนิธิมา ลามะ ประธานกลุ่ม ลูกหนี้กยศ.จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งหนังสือขอบคุณ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และ เลขาธิการพรรคประชาชาติ โดยมีเนื้อหา ว่าสืบเนื่องจากเมื่อต้นปี 2562 กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) ได้ดำเนินการฟ้องร้องและบังคับคดีจากผู้กู้ยืมเงินกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา และได้แจ้งหนังสือขอหักเงินเดือนไปยังหน่วยงานต่างๆของภาครัฐ ส่งผลให้ผู้กู้ยืมเงินกยศ.ประสบปัญหาจำนวนมาก
 
เนื่องจากถูกเรียกเก็บค่าปรับ ค่าธรรมเนียม ค่าทนาย บางรายถูกบังคับคดี รวมถึงการถูกยึดทรัพย์สินและประกาศขายทอดตลาด ทำให้เกิดปัญหาไม่มีที่อยู่อาศัย สร้างความเสียหายและได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ส่งผลหลายรายเกิดภาวะเครียดจนเสียชีวิต ทำให้เกิดการรวมกลุ่มลูกหนี้ กยศ.จากจังหวัดชายแดนภาคใต้ เสนอข้อเรียกร้องให้ทางกยศ.ปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ ลดดอกเบี้ย และยกเลิกเบี้ยปรับ รวมถึงเรียกร้องให้ระงับการบังคับคดี กลุ่มตัวแทนลูกหนี้กยศ.จึงได้นำข้อเรียกร้อง ขอให้พรรคประชาชาติช่วยเหลือลูกหนี้กยศ. ที่กำลังประสบประหาดังกล่าว
 
จากปัญหาข้างต้นนั้น พรรคประชาชาติได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากลูกหนี้จนเกิดการผลักดันมาเป็นนโยบาย และได้ต่อสู้เรื่องดังกล่าวเพื่อหวังช่วยเหลือลูกหนี้กยศ. และผู้ค้ำประกัน รวมถึงครอบครัวจนถึงปัจจุบันสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบพ.ร.บ.กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ไม่มีดอกเบี้ย ไม่คิดค่าปรับ และให้มีผลย้อนหลังผู้กู้ยืมเงินและผู้ค้ำประกันทุกราย
 
ในโอกาสนี้ลูกหนี้กยศ.ขอขอบคุณ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และ เลขาธิการพรรคประชาชาติ และคณะกรรมการพรรคประชาชาติที่ร่วมต่อสู้ให้ลูกหนี้มาโดยตลอด จนทำให้ทุกคนสามารถผ่านพ้น ความทุกข์ ได้ด้วยดี
 
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังพบว่า ลูกหนี้กยศ. ได้ทำป้ายไวนิลและโปสเตอร์ติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย โดยนางนิธิมา ลามะ ประธานกลุ่ม เปิดเผยด้วยว่า ลูกหนี้กยศ.ทุกคน ต้องการจ่ายหนี้ แต่ดอกเบี้ยและเบี้ยปรับสูงทำให้ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ ทำให้ตลอดที่ผ่านมาลูกหนี้กยศ. เหมือนตายทั้งเป็น แต่หลังจากที่สภาเห็นชอบทำให้พวกเรารู้สึกดีใจที่ได้ร่วมต่อสู้เรื่องนี้ สำเร็จได้เพราะมีพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และ เลขาธิการพรรคประชาชาติ และส.ส.พรรคประชาชาติ ร่วมผลักดัน
 
ขณะที่ลูกหนี้กยศ. ชาวจ.ปัตตานี กล่าวว่า บ้านกำลังจะถูกยึด เครียดมาตลอด ทราบว่าพรรคประชาชาติช่วยลูกหนี้กยศ.สำเร็จ รู้สึกดีใจมาก ขอบคุณพรรคประชาชาติ ขอบคุณมากๆช่วยลูกหนี้ได้สำเร็จจริง ทุกคนเดือดร้อนเพราะดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ
 
ส่วนลูกหนี้กยศ. อีกราย ชาวจ.ยะลา สามีถูกยิงเสียชีวิต ในเหตุการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า หนี้จำเป็นต้องจ่าย แต่ดอกและเบี้ยปรับมากเกินจนจ่ายไม่ไหว ตนเองเป็นแม่เลี้ยงเดียว มีหนี้ 3 แสน ดอกและต้นอีกรวมๆต้องจ่าย 8 แสนกว่าบาทที่ต้องจ่ายมันหนักมาก ต้องขอบคุณพรรคประชาชาติที่ช่วยลูกหนี้กยศ. แต่ก็อยากถามด้วยว่า แล้วดอกเบี้ยและค่าปรับที่จ่ายไปแล้วบางส่วน เขาจะคืนให้เราไม่ อย่างน้อยถ้าได้กลับมาก็จะได้นำมาเป็นทุนการศึกษาให้ลูกต่อได้
 
อยากฝากเรื่องนี้ อยากให้ผู้รู้หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องช่วย ตรงนี้ด้วย เพื่อความยุติธรรมที่เท่าเทียมกัน และถ้าเป็นไปได้ อยากให้รัฐบาลมีนโยบายเรียนฟรี แบบฟรีจริงๆจนถึงปริญญาตรี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของอนาคตชาติ
 
จำได้ว่า ก่อนที่จะมีโครงการกยศ. เด็กบ้านเราเรียนหนังสือน้อยมาก พอมารุ่นเราแม้จะโดนหลอกว่าไม่ต้องจ่ายตอนแรกๆที่เข้าไปทำเรื่อง มารู้ตอนหลังมาต้องจ่ายหลังจากจบ แต่สุดท้ายกองทุนนี้ก็ทำให้เราเรียนจบมาได้ ทำให้เรามีการศึกษาได้ ถ้ารัฐบาลเปิดโอกาสให้ เรียนฟรีจริงเชื่อว่าจะแก้ปัญหาสามจังหวัดได้ด้วย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่