สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 12
เอาจริงๆ ในรอบ 10 ปีมานี้ คนที่บอกไม่รู้นู่นนี่ (ถ้ามีการศึกษาระดับนึง)
คือผมไม่เข้าใจคนพวกนี้จริงๆครับ
ทั้งๆที่ โลก internet โลก social อยู่ในมือคุณ
ลูกน้องผมก็ชอบตอบแบบเนี้ย
พี่หนูไม่รู้ว่าแบบนี้ผิด ไอ้นั่นผิด ไอ้นู่นผิด
แต่ เรื่องดารารู้ทุกอย่าง รู้ถึงดาราต่างชาติ ดาราคนไหน เลิกกับใคร
คบกับใคร มีแฟนกี่คน รู้หมด ดาราเกาหลี จีน รู้หมด
วันๆเล่นเฟสเป็น 4-5 ชม
ไอ้ที่ควรรู้ ไอ้ที่ควรตาม ไม่ตาม
ไอ้บ้าๆบอๆ ตามจัง
ผมไม่ได้บอกว่า ห้ามเรื่องบันเทิง แต่ต้องแบ่งสัดส่วน
บันเทิงตาม 10 กลุ่ม สาระซัก 3 กลุ่ม
ไม่ไช่ไม่รู้อะไรเลย แล้วก็โง่ซ้ำซาก แล้วบอกชั้น ไม่มีความรู้ ไม่มีใครสอน
(แต่เวลาเรื่องบ้าๆบอๆ ไม่ต้องมีคนสอน)
คือผมไม่เข้าใจคนพวกนี้จริงๆครับ
ทั้งๆที่ โลก internet โลก social อยู่ในมือคุณ
ลูกน้องผมก็ชอบตอบแบบเนี้ย
พี่หนูไม่รู้ว่าแบบนี้ผิด ไอ้นั่นผิด ไอ้นู่นผิด
แต่ เรื่องดารารู้ทุกอย่าง รู้ถึงดาราต่างชาติ ดาราคนไหน เลิกกับใคร
คบกับใคร มีแฟนกี่คน รู้หมด ดาราเกาหลี จีน รู้หมด
วันๆเล่นเฟสเป็น 4-5 ชม
ไอ้ที่ควรรู้ ไอ้ที่ควรตาม ไม่ตาม
ไอ้บ้าๆบอๆ ตามจัง
ผมไม่ได้บอกว่า ห้ามเรื่องบันเทิง แต่ต้องแบ่งสัดส่วน
บันเทิงตาม 10 กลุ่ม สาระซัก 3 กลุ่ม
ไม่ไช่ไม่รู้อะไรเลย แล้วก็โง่ซ้ำซาก แล้วบอกชั้น ไม่มีความรู้ ไม่มีใครสอน
(แต่เวลาเรื่องบ้าๆบอๆ ไม่ต้องมีคนสอน)
สมาชิกหมายเลข 7262937 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 8205157 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 7608408 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5555555 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2901156 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 6646672 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4105464 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4646218 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2480239 ถูกใจ, ติ๋มมี่ ถูกใจรวมถึงอีก 53 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 25
พวกผู้ชายที่บอกว่าเงินเดือนให้แฟนเก็บหมดดูเป็นตัวอย่างไว้นะครับ เร็วๆนี้พึ่งมีกระทู้เถียงกันว่าเงินควรให้ใครบริหาร มีส่วนนึงบอกให้ผู้หญิงบริหารหมดถือเป็นการให้เกียรติ
ผมถึงบอกว่าไม่เกี่ยวว่าผู้ชายหรือผู้หญิงควรเป็นคนบริหาร มันต้องเป็นคนที่บริหารเก่งกว่าเป็นคนบริหาร
ผมถึงบอกว่าไม่เกี่ยวว่าผู้ชายหรือผู้หญิงควรเป็นคนบริหาร มันต้องเป็นคนที่บริหารเก่งกว่าเป็นคนบริหาร
สมาชิกหมายเลข 7262937 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 7608408 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4105464 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4646218 ถูกใจ, khunlovelove ถูกใจ, moopeepink ถูกใจ, voo_worm ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1092432 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4901213 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 7156924 ถูกใจรวมถึงอีก 11 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 3
อ่านแล้วไม่ใช่ไม่มีความรู้ แต่จัดสรรและสร้างวินัยในการใช้เงินไม่เป็นมากกว่า
สมาชิกหมายเลข 8205157 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5555555 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5778456 ถูกใจ, maetel ถูกใจ, Twinnie Rider ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6048534 ถูกใจ, สุขะโต สุขะทานัง ถูกใจ, Megafear ถูกใจ, ปรารถนาดี ไม่มีแอบแฝง ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3157770 ถูกใจรวมถึงอีก 4 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ชีวิตล้มเหลวทางด้านการเงินเพราะไม่มีความรู้ด้านการเงิน ทุกคนคิดว่าไงบ้างคะ
เท้าความไปสมัยที่เรียนจบนะคะก็ได้งานเลยมั่นคงพอสมควร เงินเดือนบวกกับค่าอื่นๆก็ประมาน 18000-21000 บาท ช่วงนั้นคือเครดิตดีมาก บัตรเครดิตได้ทุกธนาคาร รออะไรละคะ รูดเต็มที่ไปเลยค่ะ เงินเดือนออกก็จ่ายขั้นต่ำ กินวันละไม่ต่ำกว่า 500 ชีวิตขาขึ้นสุดๆ ที่บ้านให้รถมาใช้จ้า ก็ใช้ชีวิตไม่คิดอะไร กินเที่ยว รูดบัตร อยากได้อะไรก็ซื้อสิจ้ะ ใช้ชีวิตเเบบนี้มาประมาน 5 ปี เราก็เเต่งงานกับเเฟนก เเฟนทำงานได้เงินเดือนเท่าไหร่ก็โอนให้เราหมดเหลือไว้ใช้จ่ายของเขานิดๆหน่อยๆ หวานหมูจ้ะ ฉันใช้เงินเเบบเต็มที่มาก การเงินเริ่มขาดสภาพคล่อง ชักหน้าไม่ถึงหลัง ปรึกษาเเฟนเอารถเข้ารีไฟเเนนซ์ได้เงินมา1ก้อน กะว่าจะปิดทุกบัตรที่มีอยู่ ก็ปิดไปตามที่ตกลงกับเเฟน ก็กลายเป็นผ่อนจ่ายไฟเเนนซ์เดือนละประมาน 7 พันกว่าบาทก็โอเค ยังคุมค่าใช้จ่ายได้ เเต่ๆๆๆ ด้วยเป็นคนหน้าใหญ่ ใจหนา ปิดหมดก็เปิดใหม่ไปเลยสิคะ ไม่คิดมากเพราะถ้าคิดมากคงไม่ถึงจุดนี้ เปิดทุกบัตรจ้ะ ก็วนลูปกลับมาเเบบเดิม จนใช้เวลาไป 2 ปี กลับมาเป็นหนี้บัตรเเบบเดิม จ่ายขั้นต่ำตลอด เราก็มานั่งนึกว่าเราใช้จ่ายอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน ซื้ออะไรที่เป็นทรัพย์สินบ้างคือไม่มีเลย ใช้จ่ายกินเที่ยวทั้งนั้น จนเริ่มไม่ไหว เราก็คิดว่าจะเอาเงินตรงไหนมาปิด ก็คิดได้เออเราผ่อนไฟเเนนซ์อยู้ก็เอาเพิ่มจ้า เปลี่ยนสัญญาเอาเพิ่มมาเสนกว่าๆ จากปติ7พันกว่าบาทก็กลายเป็นเดือนละ 12000 บาท/ 7ปีไปเลยจ้า เหมือนฉันซื้อรถใหม่ไปอีก1คัน
จนช่วงประมาน 2 ปีที่เเล้วก่อนโควิดจะมา ฉันตัดสินใจลาออกกลับมาทำงานที่บ้านเพราะงานเดิมกดดันหนักมากเเล้วเผอิญมาสมัครงานเเถวบ้านได้ก็ลาออกมา ประจวบเหมาะกับเเฟนถูกออกจากงานเก่าที่เงินเดือนดีมากเพราะทะเลาะกับลูกค้าทำให้โดนร้องเรียนจึงต้องลาออกมา เเต่เรากับกับเเฟนก็ยังอยู่กันคนละจังหวัดเพราะเพื่อนเขายังชวนให้ทำงานเเถวนั้น จังหวะนี้เเหละค่ะ จากที่เคยได้18000+ ก้ลงมาที่ 9900 -12000 เพราะบ้านเราก็อยู่นอกเมืองมีงานทำก็ถือว่าบุญมากค่ะ เเต่ไกล้บ้านค่าใช้จ่ายน้อยมาก ทั้งอำเภอมีเเค่ 7-11 ที่เยียวยาจิตใจได้ เงินเดือนลดลง เเต่หนี้ที่สะสมมาก่อนหน้าไม่ลดตามจ้า การเงินเริ่มขาดสภาพคล่อง ชักหน้าไม่ถึงหลัง เเต่ก็ยังประคองไปได้ จนบอกเเฟนให้กลับมาทำงานเเถวบ้านก้ได้งานพอดี เราก้อยากจะมีบ้านเป็นของตัวเองอายุจะ 30 31 กันเเล้ว มันก็เริ่มจากจุดนี้เเหละจ้ะ เพราะมาดูเราไม่มีเงินเก็บสักบาท หมุนเงินเเต่ละเดือนคือยังไม่พอใช้ เรากับเเฟนทะเลาะกันเเบบหนักมากเพราะเราไม่รู้จักเก็บ โชคดีบ้านเเฟนให้เงินมาปลูกบ้าน ก็บ้านสร้างเสร็จด้วยเงินที่เเม่เขาให้ก็ถือว่ามีบ้านอยุ่ละ เเต่ๆ หนี้สินที่ฉันสร้างไว้มันพันเกี่ยวกันเเบบไม่ไหว ฉันเเก้ไม่ได้เลยคือชีวิตครอบครัวเกือบพัง ทะเลาะกันเเบบไม่ไหว เเฟนบอกเขาไม่ไหวเเล้วที่เราสร้างหนี้จนครอบครัวพัง จนพ่อเเม่ต้องมาช่วย จนตอนนี้คือดีขึ้นมานิดนึง บัตรต่างๆเราก็ปล่อยให้ฟ้อง หนี้รถที่เข้าไฟเเนนซ์ก็กัดฟันกัน เหลืออีก 3 ปี ค่าใช้จ่ายปัจจุบันคือยังพอใช้ชีวิตได้ เราหางานพิเศษได้สอนพิเศษเเถวบ้านก็คือได้รายได้เพิ่มมาอีกทาง ทุกวันนี้คือต้องให้กำลังใจตัวเองว่าอดทนอีกนิดนะ ยังมีคนที่หนักกว่าเราเเต่เขาผ่านไปไม่ได้ ชีวิตครบอครัวเเตกเเยก เเต่เราคือเเฟนยังให้อภัย ครอบครัวให้อภัย เราอายุเท่านี้เราต้องสู้ยังมีงานทำ ฝากให้คนที่แบบยังไม่ถึงจุดนี้เราบอกเลยว่าครอบครัว เเฟนเราต้องรักษาไว้ให้ดีที่สุดเพราะเขาเป็นกำลังใจที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เราก้าวผ่านไปได้ สู้ๆนะคะ