ถ้ากินเจประเสริฐ วัวควายก็เป็นอรหันต์ใช่ไหม?
ข้อความ "ถ้ากินเจมันประเสริฐเป็นบุญใหญ่นัก วัว ควาย ก็คงเป็นพระอรหันต์หมดแล้ว คนเราจะกินอะไรไม่สำคัญ สำคัญที่ว่ากิเลสตัณหาตัดได้หรือเปล่า แล้วการกินเจก็ไม่ช่วยให้กิเลสตัญหาลดลง แต่ถ้าจะกินเพื่อสุขภาพละก็อนุโมทนา หลวงปู่กล่าว"
อธิบายว่า การที่เราบวชเป็นพระ ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะลดจากการตกนรกได้ เช่นกัน
การโกนหัว ๑๐๐ หัวก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าการตอบเช่นนี้ เป็นเช่นนี้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรสักอย่าง
ประโยชน์อย่างเดียวก็คือ เราไปลดกิเลสของเราซะ
สมมติว่า เราทำดี ๑๐% ทำชั่ว ๙๐% เราจะเอาความดี ๑๐% ไปแก้ความชั่ว ๙๐% ไม่ได้ คนชอบอันไหนก็จะยกสิ่งนั้นมาอ้าง
ถ้าหากว่าห่มผ้าเหลืองประเสริฐมากนัก
พระท่านก็ไม่ต้องมีการตกนรกสิ? ไม่ต้องลงนรกเลย
แต่...!! แค่ทำผิดก็ยังต้องมีการให้ลาสิกขาเลย
ทำไมผ้าเหลืองถึงคุมเอาไม่อยู่
ถามว่า "คนเราจะกินอะไรไม่สำคัญ สำคัญที่ว่ากิเลสตัณหาตัดได้หรือเปล่า"
อธิบายว่า แต่ละคนก็มีแต่ละวิธีไม่เหมือนกัน เช่น เริ่มด้วยคนๆ นี้เขาจะตัดกิเลสด้วยเรื่องอะไร ก็จะหาวิธีการทางสายนั้นมาตัดกิเลส
แต่การกินเจเขาจะตัดกิเลสด้วยการสำรวมด้วยการกินก็ได้
และเป็นวิธีการฝึกตัดกิเลสด้วยวิธีหนึ่งได้ไหม?
ทำไมเราไปมองว่าเขาไม่ได้ฝึกหัดตัดกิเลสล่ะ?
ถามว่า "แล้วการกินเจก็ไม่ช่วยให้กิเลสตัณหาลดลง"
อธิบายว่า ก็เราไม่ได้ไปทำ เราก็จะลดกิเลสลงได้อย่างไร? เราห่มผ้าเหลืองแต่ไม่ได้ปฏิบัติ เราก็ยิ่งทำบาปหนัก ทำไมคนห่มผ้าเหลืองถึงติดยา ติดเหล้า ติดผู้หญิงได้
ถ้าเราจะพูดในทำนองนี้อะไรก็แก้ไม่ได้หรอก
สรุปจะแก้ต้องใช้หลักอริยสัจ ๔ คือ เหตุเราเป็นอย่างนี้ เพราะเหตุอะไร เราก็ไปแก้ไข
นี่แหละเป็นการแก้ทุกข์ที่แท้จริง
แต่ตัวอื่นเป็นแค่ "นิมิตหมาย" เหมือนกับว่าเราทำพิธีกรรม ก็คือ เป็นนิมิตหมายว่า ต่อไปนี้เราจะตั้งใจทำความดีแล้วนะ นี่แหละเป็นนิมิตหมาย
การกินเจก็เช่นเดียวกัน เราตั้งใจว่าเราฝึกฝน ฝึกหัดตนเอง ควบคุมตนเอง ลดกิเลส นี่แหละ เป็นนิมิตหมาย
คำว่า นิมิตหมาย ไม่ใช่ว่าสำเร็จเลย
เราจะต้องไปทำ ปฏิบัติให้บรรลุ สำเร็จ


ถ้ากินเจประเสริฐ วัวควายก็เป็นอรหันต์ใช่ไหม?
ข้อความ "ถ้ากินเจมันประเสริฐเป็นบุญใหญ่นัก วัว ควาย ก็คงเป็นพระอรหันต์หมดแล้ว คนเราจะกินอะไรไม่สำคัญ สำคัญที่ว่ากิเลสตัณหาตัดได้หรือเปล่า แล้วการกินเจก็ไม่ช่วยให้กิเลสตัญหาลดลง แต่ถ้าจะกินเพื่อสุขภาพละก็อนุโมทนา หลวงปู่กล่าว"
อธิบายว่า การที่เราบวชเป็นพระ ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะลดจากการตกนรกได้ เช่นกัน
การโกนหัว ๑๐๐ หัวก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าการตอบเช่นนี้ เป็นเช่นนี้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรสักอย่าง
ประโยชน์อย่างเดียวก็คือ เราไปลดกิเลสของเราซะ
สมมติว่า เราทำดี ๑๐% ทำชั่ว ๙๐% เราจะเอาความดี ๑๐% ไปแก้ความชั่ว ๙๐% ไม่ได้ คนชอบอันไหนก็จะยกสิ่งนั้นมาอ้าง
ถ้าหากว่าห่มผ้าเหลืองประเสริฐมากนัก
พระท่านก็ไม่ต้องมีการตกนรกสิ? ไม่ต้องลงนรกเลย
แต่...!! แค่ทำผิดก็ยังต้องมีการให้ลาสิกขาเลย
ทำไมผ้าเหลืองถึงคุมเอาไม่อยู่
ถามว่า "คนเราจะกินอะไรไม่สำคัญ สำคัญที่ว่ากิเลสตัณหาตัดได้หรือเปล่า"
อธิบายว่า แต่ละคนก็มีแต่ละวิธีไม่เหมือนกัน เช่น เริ่มด้วยคนๆ นี้เขาจะตัดกิเลสด้วยเรื่องอะไร ก็จะหาวิธีการทางสายนั้นมาตัดกิเลส
แต่การกินเจเขาจะตัดกิเลสด้วยการสำรวมด้วยการกินก็ได้
และเป็นวิธีการฝึกตัดกิเลสด้วยวิธีหนึ่งได้ไหม?
ทำไมเราไปมองว่าเขาไม่ได้ฝึกหัดตัดกิเลสล่ะ?
ถามว่า "แล้วการกินเจก็ไม่ช่วยให้กิเลสตัณหาลดลง"
อธิบายว่า ก็เราไม่ได้ไปทำ เราก็จะลดกิเลสลงได้อย่างไร? เราห่มผ้าเหลืองแต่ไม่ได้ปฏิบัติ เราก็ยิ่งทำบาปหนัก ทำไมคนห่มผ้าเหลืองถึงติดยา ติดเหล้า ติดผู้หญิงได้
ถ้าเราจะพูดในทำนองนี้อะไรก็แก้ไม่ได้หรอก
สรุปจะแก้ต้องใช้หลักอริยสัจ ๔ คือ เหตุเราเป็นอย่างนี้ เพราะเหตุอะไร เราก็ไปแก้ไข
นี่แหละเป็นการแก้ทุกข์ที่แท้จริง
แต่ตัวอื่นเป็นแค่ "นิมิตหมาย" เหมือนกับว่าเราทำพิธีกรรม ก็คือ เป็นนิมิตหมายว่า ต่อไปนี้เราจะตั้งใจทำความดีแล้วนะ นี่แหละเป็นนิมิตหมาย
การกินเจก็เช่นเดียวกัน เราตั้งใจว่าเราฝึกฝน ฝึกหัดตนเอง ควบคุมตนเอง ลดกิเลส นี่แหละ เป็นนิมิตหมาย
คำว่า นิมิตหมาย ไม่ใช่ว่าสำเร็จเลย
เราจะต้องไปทำ ปฏิบัติให้บรรลุ สำเร็จ