บอกต่อ ฟิล์มนิรภัย SmartTec เซฟตี้ชั้นแรกของบ้าน ลดอุบัติเหตุไม่คาดฝันให้เด็กซน




          สวัสดีทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านกระทู้นี้ทุกคนครับ ก่อนอื่นขอแจ้งก่อนว่ากระทู้นี้เขียนมาเพื่อรีวิวของใช้ส่วนตัว เกิดการใช้งานจริงมาซักระยะ แล้วรู้สึกว่ามันมีประโยชน์ดีสำหรับบ้านที่มีลูกน้อยวัยกำลังซน ถ้าพ่อแม่คนไหนสนใจก็ลองอ่านเพื่อประกอบการตัดสินใจกันดูนะครับ


          บ้านผมมีลูกชาย 2 คน ค่อนข้างซนพอกันทั้งคู่และไม่ค่อยระวังเท่าไหร่ เคยเกิดเหตุการณ์ที่เขาวิ่งชนกับกระจก เพราะเบรคไม่ทัน หัวโนไปหลายวัน แต่โชคดีที่กระจกไม่แตก เหตุการณ์นั้นก็ทำให้ภรรยาผมเหมือนคนจิตตกตลอดเวลา เวลาลูกไม่ได้อยู่ในสายตาก็จะมีกังวลตลอด เลยมีติดลูกกรงจากด้านในเพิ่ม กันเวลาโยนของ โยนของเล่นจะไปโดนกระจก ผมเลยมีไอเดียว่าจะติดตัวฟิล์มนิรภัยนี่แหละ เท่าที่เคยได้คำแนะนำจากเพื่อน มันสามารถลดอุบัติเหตุได้ เวลาวิ่งชนถ้าแรงกระแทกระดับแค่แรงเด็กเล็กๆ จะไม่ทำให้แตก พอทำการบ้านและเทียบข้อมูลหลาย ๆ เจ้า จึงได้คำตอบเรื่องประโยชน์ประมาณนี้
          - ลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ ตัวฟิล์มจะมีส่วนช่วยในการซับแรงกระแทก
          - เวลาโจรบุกเข้ามาทุบกระจกก็จะแตกยากขึ้น
          - ช่วยลดคมแหลมของเศษกระจก และไม่ทำให้เศษกระจกตกตามพื้น
          - ฟิล์มลดความร้อนได้ดี ประหยัดเงินค่าไฟแอร์
          - ไม่สะท้อนแสงรบกวนเพื่อนบ้าน แล้วก็ลดแสงเข้าในบ้าน


          กระจกที่บ้านผมเป็นบานเลื่อน 2 บานและเดินเข้ามาจะเป็นห้องรับแขก มีทีวีตั้งอยู่กลางบ้านเลย ปกติเวลาดูทีวีช่วงกลางวันจะมีแสงสะท้อนเข้ามา ทำให้ภาพมันไม่ค่อยชัด ต้องปิดม่านถึงจะดูโอเคขึ้น ซึ่งถ้าติดตัวฟิล์มนิรภัย ก็จะมีข้อดีเรื่องช่วยกรองแสงสะท้อนเข้าหน้าจอด้วย ถือว่าตอบโจทย์เรื่องการใช้ชีวิตด้วย


          หลังทำการบ้านเทียบราคาและคุณภาพอยู่หลายเจ้า ผมตัดสินใจติดฟิล์มนิรภัยกรองแสงของแบรนด์ SmartTec ผมจำชื่อรุ่นไม่ได้นะ แต่ผมเลือกความเข้มของฟิล์ม 40% ส่วนความหนา 4 มิล  ตัวฟิล์มเป็นแบบนาโนเซรามิค ผสมรวมกับฟิล์มนิรภัย หลังจากตกลงราคาเสร็จสับ คุยผ่านทางไลน์เบื้องต้น ก็ทำการนัดพี่ช่างเข้ามาวัดพื้นที่ให้ฟรี และเตรียมฟิล์มเข้ามาติดให้ด้วย ตัวฟิล์มที่ได้ก็จะเป็นโทนสีชาโคล ตอนยังไม่ติดก็แอบรู้สึกสีเข้มไป กลัวบ้านมืดพอสมควร แต่ตอนติดแล้วก็ไม่ได้มืดขนาดนั้นครับ


          เริ่มขั้นตอนการติดตั้งด้วยการเอาเหล็กดัดออกก่อน วัดขนาดกระจกและวัดขนาดฟิล์มให้พอดีกัน ทำความสะอาดกระจกให้อย่างดี ห้ามมีเศษผงหรืออะไรก็ตามที่นูน ๆ ติดกระจกเด็ดขาด ไม่งั้นตอนติดฟิล์มมันจะไม่เรียบ เค้าพาทีมงานมาหลายคน ผมกับลูกก็ยืนดูอยู่เฉย ๆ ไม่ได้เข้าไปช่วยยกอะไรมาก


          ตอนพี่เค้าติดตั้ง ผมก็คอยดูงานอยู่ตลอด เพราะกลัวว่าถ้ามีอะไรไม่เรียบร้อยจะได้แก้กันทัน พี่ช่างใช้เวลาติดตั้งราว ๆ ครึ่งชั่วโมงได้  พอติดฟิล์มเสร็จสองบานก็ทำการรีเช็คกระจกให้อีกรอบ ความรู้สึกหลังติดเสร็จค่อนข้างต่างนะ เรื่องแสงสะท้อนช่วยได้ค่อนข้างมาก ส่วนเรื่องความมืดที่กังวลตอนแรกก็ไม่เท่าไหร่ ยังถือว่าสว่างในระดับปกติ


          มองจากด้านนอกระยะไม่พ้นประตูรั้วก็จะประมาณนี้ครับ มันก็ยังพอเห็นว่ามีใครทำอะไรอยู่ในบ้าน เห็นเงาสะท้อนในฟิล์ม ส่วนตัวผมโอเคนะ เพราะมองระยะใกล้แล้วมันไม่ทะมึนอึดอัดเกินไป


          มาดูระยะไกลพ้นนอกรั้วกันบ้างครับ ตัวกระจกจะค่อนไปทางทึบ ถ้าไม่เปิดไฟจะทึบกว่านี้อีกครับ ข้อดีตรงที่ถ้ามองเรื่องความปลอดภัย กันโจรขโมย มันไม่รู้ว่ามีใครอยู่ในบ้านบ้าง ผมว่าลดความเสี่ยงเรื่องการโจรกรรมได้พอสมควร เวลาผมถอยรถเข้าบ้านตอนกลางคืนก็ลดแสงสะท้อนจากไฟท้ายรถได้อีกต่างหาก


          สรุปการติดฟิล์มนิรภัยครั้งนี้ นอกเหนือจากเรื่องข้อดีที่สัมผัสได้จากตัวฟิล์มต่าง ๆ ที่ผมกล่าวไว้เบื้องต้น ส่วนตัวผมว่ามันซื้อความสบายใจของผมกับภรรยาได้เยอะขึ้น อย่างตัวภรรยาผมเวลาอยู่บ้านกับลูกสองคน แล้วเค้าต้องแวะไปทำกับข้าว เข้าห้องน้ำ หรือ ทำกิจกรรมอย่างอื่นที่คลาดสายตาจากลูก ถ้าเกิดอุบัติเหตุอย่างเช่น ลูกวิ่งชนกระจก เล่นของเล่นที่มีน้ำหนัก บางทีเหตุการณ์จริงอาจจะไม่ได้เกิดขึ้น แต่ภาพในหัวมักชอบคิดในแง่ลบ ติดกังวลเกินไปตลอด ใจอยู่ไม่เป็นสุขเลย หรือ ของมีคมไปโดนกระจก ไปจนถึงเรื่องโจร มันก็ถือว่าเป็นความปลอดภัยด่านแรกที่รองรับความเสี่ยงจะเกิดขึ้นได้ อย่างน้อย ๆ ตัวฟิล์มมันก็ทำให้เกิดแรงซับที่ช่วยลดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ มุมมองผมแลกมากับความปลอดภัยของคนที่รักและความสบายใจ ผมยอมควักจ่าย คุ้มกับความรู้สึก แก้ปัญหาจิตตกไปได้จริงครับ สำหรับกระทู้นี้ ขอจบการเล่าแต่เพียงเท่านี้ ใครเคยมีลูกซน ๆ แล้วมีปัญหาเรื่องกังวลแบบที่บ้านผมบ้างไหมครับ แล้วแก้ปัญหาเรื่องนี้ยังไงบ้าง อยากฟังแนวทางของแต่ละบ้านครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่