[CR] รีวิวพาเที่ยว Road Trip อิตาลีเหนือ ตอนที่ 4 เทือกเขาโดโลไมท์ 5 วัน 4 คืน (Dolomites)


สำหรับเพื่อนๆที่อยากดูแบบเต็มๆไม่มีโลโก้เกะกะเชิญที่เว็บไซต์ส่วนตัวผมได้เลยครับ https://www.nopeopletravelphoto.com/

ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายแล้วนะครับ ตอนอื่นๆดูได้จากลิงค์ด้านล่างเลยครับผม
ตอน 1 - https://www.nopeopletravelphoto.com/post/rome_vatican_city_2022
ตอน 2 - https://www.nopeopletravelphoto.com/post/florence_cinque_terre_2022
ตอน 3 - https://www.nopeopletravelphoto.com/post/milan_lake_como_garda_venice_2022

เดือนที่เดินทาง - กรกฎาคม 2022

เทือกเขาโดโลไมท์ (Dolomites) หรือโดโลมิติ (Dolomiti) เป็นสถานที่ที่อยากมาตั้งแต่เริ่มถ่ายรูปใหม่ๆแล้วล่ะครับ จนถึงตอนนี้ก็เกือบสิบปีแล้วและวันนี้ในที่สุดก็ได้มาเห็นกับตา ตอนนี้เป็นตอนแยกพิเศษของ Road Trip ที่อิตาลีเหนือเพราะว่ามาอยู่ในเขาเป็นเวลา 4 คืนด้วยกันแล้วเที่ยวอัดแน่นมากๆ และผมนับว่าเป็นไฮไลท์ของทริปอิตาลีเลยละกัน มันฟินทุกจุดที่มีโอกาสไปยืน

การเดินทางมา Dolomites ขับรถดีที่สุดหรือจะบอกว่าจำเป็นเลยก็ได้ สามารถมาได้จากทั้ง Milan ออก Venice หรือจะกลับข้างกันก็ได้ งานนี้เรามาจากฝั่ง Milan แล้วก็แวะตามทางมาจาก Milan ด้วยไหนๆก็มีรถจะหยุดตรงไหนก็ได้ ถ้าอยากดูว่าไปไหนได้บ้างกลับไปดูที่โพสก่อนหน้าได้เลยครับ [LINK]

ก่อนไปดูที่เที่ยวเรามาดูตารางการเดินทางกันก่อนเพราะหลายๆคนคงตัดสินใจไม่ได้ว่าควรไปไหนบ้างเพื่อไม่ให้เป็นการอ้อมไปอ้อมมา ไม่ต้องกังวลเรื่องหลงทางครับเพราะ Google Maps เชื่อถือได้ แค่รู้ว่าจุดหมายเป็นอะไรก็พอ

อุปกรณ์
เรียงลำดับความจำเป็นจากมากไปน้อยครับ
- รองเท้าสำหรับ hiking ต้องมีไม่งั้นชีวิตมีความเสี่ยง
- เสื้อกันหนาวสำหรับตอนเช้าและกลางคืน
- กล้อง + เลนส์ wide และ tele ได้ใช้ทุกช่วงจริงๆ
- ขาตั้งกล้องสำหรับภาพตอนเย็น ทำให้เมฆหรือน้ำตกไหลๆ
- ฟิลเตอร์ ND 10 stops สำหรับเพิ่มชัตเตอร์สปีดให้เมฆไหลๆ+ polarizer ทำให้ตัดแสงสะท้อนในน้ำหรือทำให้ฟ้าเข้ม

ร้านอาหาร
สำคัญมากคือต้องหาข้อมูลไว้ก่อนว่าร้านอาหารเปิดปิดกี่โมงเพราะร้านอาหารในเขาเค้าเปิดสำหรับข้าวเย็นตอน 7 PM แล้วครัวปิดตอน 9 PM ถ้าพระอาทิตย์ตกเวลาปกติก็ไม่มีปัญหาแต่ว่าพระอาทิตย์หน้าร้อนตกตอน 3 ทุ่ม ถ่ายรูปเสร็จร้านก็ปิดแล้ว เพราะฉะนั้นจะกินก่อนไปถ่ายรูปหรือตุนอาหารไว้ก่อนได้

อินเตอร์เน็ต
อินเตอร์เน็ตใช้ได้ตลอดทุกที่ยกเว้นที่ Tre Cime ที่มีๆขาดๆนิดหน่อยอยู่ที่ว่าเดินเข้าไปในเขาลึกแค่ไหน

จุดค้างคืน
ทั้ง 4 คืนเราย้ายที่นอนหมดเพราะว่าสุดท้ายแล้วเราเข้ามาในเขาจากทิศตะวันตกแต่จะไปโผล่ออกทางทิศใต้ ถ้าไม่ย้ายที่นอนต้องย้อนไปย้อนมาเยอะมากแล้วถนนเหมือนในการ์ตูนขับรถส่งเต้าหู้เลย โรงแรมในภูเขาก็ต้องทำใจหน่อยว่าจะแพงนิดนึงแต่โรงแรมทั้งหมดที่ไปคุณภาพดีมากเตียงนอนสบายสิ่งอำนวยความสะดวกดีเยี่ยม
- คืนที่ 1 Hotel Hell เมือง Ortisei (ชื่อภาษาอิตาลี) / Urtijëi (ชื่อภาษาเยอรมัน) จองได้ที่ https://www.hotelhell.it/
- คืนที่ 2 Hotel Pordoi ที่ Passo Pordoi จองได้ที่ https://www.pordoi.com/en/
- คืนที่ 3 Rifugio Auronzo ที่ Tre Cime จองด้วยการส่งอีเมลไปที่ info@rifugioauronzo.it รายละเอียดตามอ่านได้
- คืนที่ 4 B&B Hotel Passo Tre Croci Cortina เมือง Cortina d'Ampezzo จองได้ที่ https://www.hotel-bb.com/en/hotel/passo-tre-croci-cortina
***โรงแรมใน Dolomites ไม่มีที่ไหนมีแอร์ถึงจะเป็นหน้าร้อน แต่อากาศเย็นตลอดปี


Day 1 - Val di Funes
วันแรกตารางค่อนข้างเบาๆครับเพราะว่าขับรถเยอะแล้วก็ตุนอาหารบ้างเท่าที่ทำได้เพราะไม่รู้ข้างหน้าจะไปเจออะไร ขับตาม Google Maps มาถึงที่เมือง Ortisei แล้วก็เข้าไปเช็คอินที่โรงแรม Hotel Hell ไม่รู้ทำไมชื่อนี้แต่ว่าไม่ได้คาดหวังว่าห้องจะดีมากแต่พอเห็นของจริงแล้วโห ห้องดีมากแถมมีระเบียงด้วย หลังจากเจออากาศร้อนๆมาหลายวันในที่สุดได้หนาวๆแล้ว

จุดหมายของเราเย็นนี้คือ val di funes เมืองข้างเคียง Ortisei แต่ว่าต้องขับลงเขาแล้วขับกลับขึ้นเขาอีกรอบ ที่แรกไปง่ายมากเพราะไม่ต้องเดิน ให้ตาม Google Maps ไปที่ Viewpoint of St.John Church ตอนไปถึงจะมีที่จอดอยู่แล้วมีเครื่องจ่ายค่าจอดให้จ่ายเงินแล้วเอาใบเสร็จมาวางตรงกระจกหน้าได้เลย ผมมาก็แค่ถ่ายภาพนี้แต่เห็นคนเดินไปดูที่โบสถ์ด้วย 

ก่อนฟ้าจะมืดรีบบึ่งไปอีกที่ของวันนี้ Santa Magdalena Viewpoint แต่ว่าขับรถไปที่จุดชมวิวไม่ได้นะครับเพราะว่ามันเป็นถนนส่วนบุคคลที่ให้คนที่อยู่ในนั้นขับเข้าไปได้เท่านั้น ที่จอดรถที่ใกล้สุดคือตรงนิ Parkplatz Bergerplatz ให้เผื่อเวลาเดินไว้ประมาณชั่วโมงนึงเพราะมันไกลแล้วก็ขึ้นเนินด้วยดูทางตาม Google Maps ได้เลยจ้า

มีคนนี้เค้าลงไปเดินลงไปถ่ายภาพในทุ่งข้างทางเพราะมีดอกไม้บานเต็มทุ่งเลยยืมมาอยู่ในภาพหน่อย แล้วปรากฎว่าคนนี้เค้าขับรถขึ้นมาแล้วมีลุงป้าที่เค้าอยู่ที่นี่ออกมา ทีนี้นรกแตกมากเพราะป้าเค้าจะไฝ้กับตาคนนี้ให้ได้ที่ขับรถเข้ามา จนตานี่ขับรถออกไปอยู่ป้าเอาหินปารถด้วย กรี๊ดดด 

ด้วยความที่เป็นคืนแรกที่นี่ไม่รู้ว่าร้านอาหารเค้าปิดครัวเร็วขนาดนี้ตอน 3 ทุ่ม ระหว่างทางกลับโรงแรมเราแวะทุกร้านที่เห็นไฟเปิดแต่ไม่มีใครขายเลยแต่สุดท้ายโชคดีไปเจอร้านข้างโรงแรมที่ขอเค้าให้ทำพิซซ่าใส่กล่องให้หน่อย ไม่อดตายแล้ว

Day 2 - Alpe di Siusi
เช้านี้เราพากันตื่นแต่เช้าเพื่อไปรอถ่ายภาพตอนพระอาทิตย์ขึ้นที่ Alpe di Siusi หรือ Seiser Alm คนส่วนใหญ่เค้าจะนั่งกระเช้าไปแต่ว่ากระเช้ามันเปิด 8.30 AM ถ้ารอเปิดพระอาทิตย์ขึ้นไปไกลแล้ว 

ถนนบน Alpe di Siusi เค้าเรียกว่า Compatsch และเค้าให้ขับรถส่วนตัวขึ้นมาตรงนี้ได้แค่ 5 โมงเย็นถึง 10 โมงเช้าเท่านั้น สำหรับคนมาถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกไม่มีปัญหา เสิช Belvedere dell'Alpe di Siusi ได้เลย ถ้าเปิดตาม Google Maps บางทีมันจะให้ขับไปทางทิศตะวันออกแต่ผมดู street view แล้วมันดูแคบผมเลยเลือกไปทางทิศตะวันตกแทน

ระหว่างทางจะสวยแค่ไหนแต่ก็ต้องเตือนตัวเองว่าขับรถอยู่นะ ขับพลาดตกเข้าเลยนะ วันนี้ดูเมฆเยอะมากเพราะวันก่อนบ่นว่าทำไมฟ้าไม่มีเมฆเล้ย เป็นฟ้าแบนๆ วันนี้เค้าจัดให้จนไม่เห็นเขาเลยจ้า

ระหว่างนั้นมันก็มีช่องที่เมฆเปิดออกมากบ้างเลยไม่ตัดใจถ่ายภาพอื่นไปเรื่อยๆแล้วหวังว่าเมฆข้างหน้าจะเปิดออกมาบ้าง ข้อดีของการมีเมฆเยอะคือมันทำให้เราได้ภาพที่มันดูแตกต่างดูมู้ดดี้ เวลายิ่งมีแสงพยายามแหวกทะลุเมฆออกมามันทำให้เกิดเป็นลำแสงด้วย

หลังจากรอไปเกือบชั่วโมงในที่สุดเค้าก็ออกมาให้เห็น จริงๆแล้วผมชอบภาพนี้ที่เป็นแบบนี้มากกว่าที่จะเห็นทั้งเขาเพราะแบบนี้เมฆมันดูพริ้วๆฟุ้งๆ ดีกว่ามีแต่ฟ้าเกลี้ยงๆแน่นอน

ระหว่างทางกลับเมือง Ortisei วิวสวยมากเช่นกันเลยจอดรถถ่ายเมฆติดยอดเขาเป็นแนวยาวม๊ากกก

พอกลับมาถึงโรงแรมกินข้าวเช้าเสร็จเลยออกไปเดินดูในเมือง Ortisei ดูหน่อยเดี๋ยวจะหาว่าไม่ได้มา เป็นเมืองเล็กๆน่ารักสวยดีนะครับ มีของขายเยอะทั้งของฝากและของกิน


Seceda
หลังจากนี้ไปต่อกันที่รถกระเช้าเพื่อจะไปขึ้นยอดเขา Seceda ที่สถานีชื่อ Funivie Seceda Spa สามารถเอารถไปจอดที่สถานีได้มีค่าจอด 12 Euro จอดได้ทั้งวันมีปัญหาอยู่อย่างนึงคือที่จอดแน่นอาจจะไม่มีที่ให้จอดก็ได้ แต่ผมโชคดีที่มีคนออกพอดีเลยได้จอด แต่ถ้าหาที่จอดไม่ได้แนะนำจอดรถไว้ที่โรงแรมแล้วเดินมาก็ได้ครับ บัตรค่าขึ้นกระเช้าไม่ต้องซื้อล่วงหน้าก็ได้ครับราคา 37 Euro ไปกลับ กระเช้าจะต้องขึ้น 2 ตอนด้วยกัน ตอนแรกจะเป็นอันเล็กๆแต่พอไปกลางทางต้องเปลี่ยนเป็นกระเช้าอันใหญ่เพราะลมมันแรงข้างบนครับ

มาถึงแล้วข้างบนอากาศเย็นดีแม้จะเป็นหน้าร้อน สวยมากกก ยอดเขามันแหลมๆเยอะแยะพื้นเอียงๆชันมาก คือทำไมมันดูต่างดาวหลุดโลกขนาดนี้นะ ตรงสถานีกระเช้าจะมีร้านอาหารอยู่ไว้พักกินข้าวกินน้ำได้

ถ้ามาหน้าร้อนก็จะมีดอกไม้สีเหลืองเต็มทุ่งแบบนี้แหละครับ ทีนี้จุดชมวิวระดับโลกจะต้องเดินขึ้นทางลาดไปทางซ้าย มีป้ายบอกชัดเจนมาก ระหว่างทางก็จะผ่านไม้กางเขนแบบนี้ คลายๆยอดเขาบ้านเรามีศาลเจ้าอะไรประมาณนั้น

เดินต่อมาอีกนิดก็จะเจอกับมุมนี้เอง ใครที่สงสัยว่าทำไมไม่มาถ่ายภาพมุมนี้ตอนพระอาทิตย์ขึ้นอาทิตย์ตกเป็นเพราะว่าที่นี่เค้าไม่มีที่พักให้ค้างคืนแล้วขับรถขึ้นมาไม่ได้ด้วย กระเช้าเปิด 8.30 AM ถึง 6.00 PM

บนนั้นใครอยากเดินเล่นก็เดินไปได้เรื่อยๆจนถึงยอดนู้นเลย แต่เราไม่ใช่แนวจริงๆ 555

คนที่นี่พาหมามาเที่ยวเยอะมาก หมาที่นี่มีความสุขดีมาก

ที่ Dolomites นี่เค้าเลี้ยงวัวกันบนเขาแบบให้มันเดินกินหญ้ากันเองทั้งวันแล้วจะมีเสียงกระดิ่งที่ผูกวัวไว้เสียงไพเราะ


Lake Carezza
พอเที่ยวบน Seceda กันจนเป็นที่พอใจ บ่ายๆแล้วเราก็ลงกระเช้ามาแล้วไปต่อตามทางของเรา ที่ต่อไปคือ Lake Carezza เป็นทะเลสาบไปง่ายๆลงทุนไม่สูงแต่ผลตอบแทนทะลุมาก เป็นทะเลสาบเล็กสีฟ้า turquoise แล้วด้านหลังเป็นแนวเขาสวยมากกก

พอออกจากตรงนี้แล้วไปหยุดกินข้าวที่เมือง Pera ระหว่างทางเพราะมันเริ่มดึกกลัวหาไรกินไม่ได้เหมือนคืนก่อนแถมที่พักคืนนี้อยู่บนเขาสูงใกล้ Passo Pordoi ดูแล้วเปลี่ยวๆ ยังไงแนะนำเพื่อนให้ไปหยุดที่เมือง Canazei แทนเพราะขับรถผ่านแล้วดูครึกครื้นกว่ากันเยอะ

ตรงในเมืองมีน้ำตกเลยแอบถ่ายมาหนึ่งภาพที่เมือง Pera
ชื่อสินค้า:   Dolomites (Italy)
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่