[CR] หลงเสน่ห์ เบตง ตอน 3 (วันที่สาม เที่ยวรอบๆ เบตง)

สวัสดีครับ มาต่อจากตอนสอง
หลงเสน่ห์ เบตง ตอน 2 (วันที่สอง เที่ยวรอบๆ เบตง)


เช้าวันที่ 3 (12/08/2565) รถตู้มารับพวกเราที่โรงแรมตอน 05.30 น.
มุ่งหน้าไป ภูนภาแคมป์ปิ้ง (Punapa Camping Silipat) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที
Punapa Gunung Silipat ภูนภาแคมป์ปิ้ง
เจอพี่เจ้าของ ได้ทักทายพูดคุยกันเล็กน้อย พี่เขาให้คำแนะนำ ว่าเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย พกน้ำดื่มขวดเล็กติดตัว ก่อนขึ้นจุดชมวิวทะเลหมอก ฆูนุงซีลีปัต
06.20 น.พร้อม ลุยกันเลย เส้นทางเดินขึ้นไม่ไกลมาก ช่วงแรกๆ เดินสบายๆ แต่ช่วงท้ายของเส้นทางมีความชันพอควร
ตลอดเส้นทางมีการปรับทางเดิน/ผูกเชือกในบางช่วง เพื่อช่วยให้เดินง่ายขึ้น ขาขึ้นใช้เวลาเดินประมาณ 40 นาที ถึงยอดเขาฆูนุงซีลีปัต
แล้วเราก้ได้ชมหมอกฟุ้งๆ บรรยากาศเหมือนเมื่อวานที่ สกายวอล์คอัยเยอร์เวง แต่แน่นกว่า ไม่มีช่วงเวลาของการจางหายให้เห็นวิว
แต่ก็ยังมีความหวังว่า รออีกนิด ฟ้าอาจจะเปิด ระหว่างรอก็ได้ พูดคุยกับทีมงานบังมะ รถเที่ยวเลหมอกเบตง (บังมะ นำเที่ยวเบตง) น้องเขาคุยสนุกมาก
เดินเก็บภาพมุมต่างๆ ถ่ายภาพกับน้องหมาคิ้ว 3 มิติ จนเกือบ 07.30 น. ฟ้าก็ไม่มีท่าทีจะเปิด


ได้เวลาลงกันแล้ว ขาลงบางช่วงต้องใช้ความระมัดระวังมากหน่อย ใช้เวลาไปประมาณ 30 นาที
มาถึงภูนภาแคมป์ปิ้ง พักพอหายเหนื่อย ก่อนเดินทางกันต่อตอนประมาณ 08.10 น.


08.40 น. แวะทานมื้อเช้า ร้านสุจินต์ โภชนา(2) 
ตอนไปถึงคนเยอะ เหลือที่นั่งโต๊ะสุดท้ายพอดี รออาหารนานหน่อย แต่อร่อยใช้ได้
ใช้เวลากับมื้อเช้ากันชั่วโมงกว่า จากเดิมว่าหลังทานมื้อเช้าจะแวะอาบน้ำที่โรงแรม ก็เป็นอันยกเลิก เที่ยวต่อกันเลย


09.50 น. มาถึงร้านเฉาก๊วยเบตง กม.4 ชุมชนชาวจีนฮากกา
ชิมเฉาก๊วย(วุ้นดำ) พร้อมขนมมี่ข้าวปัน(ขนมถ้วยโบราณ) กัน


หลังทานขนม ก็เดินมาขึ้นรถ เห็นร้านกาแฟ Betong Hakka cafe & Homestay อยู่ฝั่งตรงข้าม
(บน Google Map ใช้ชื่อ Hakka Diam Betong) แต่งร้านด้วยเครื่องเรือนไม้ แบบย้อนยุค
แวะชิมกาแฟ และฟังเรื่องราวประวัติของร้าน ภาพวาดในร้าน จากเจ้าของ เพลินๆ จนเกือบ 10.15 น. เดินทางกันต่อ


10.35 น. มาถึง อุโมงค์ปิยะมิตร การเข้าชมอุโมงค์ ก็ได้ชม VDO เรื่องราวการใช้ชีวิต ข้าวของเครื่องใช้เก่าที่ยังเหลืออยู่
ชม"ต้นไม้พันปี" ไทรยักษ์แห่งเบตง ชมกันเพลินๆ ใช้เวลากันไป 1 ชม.นิดๆ



ประมาณ 12.00 น. มาต่อกันที่ สวนหมื่นบุปผา (สวนดอกไม้เมืองหนาว) เดิมชมดอกไม้ประมาณ 40 นาที


12.50 น. แวะทานมื้อกลางวันที่ ร้านปลานิลสายน้ำไหล โกหงิ่ว 
ได้ลองอาหารแนะนำของร้าน ที่เน้นเมนูปลา
ทานข้าวกันเกือบชม. หลังอาหารก็เดินทางกันต่อ


14.00 น. มาต่อกันที่ บ่อน้ำพุร้อนเบตง ตอนแรกว่าจะซื้อไข่มาต้ม แต่ก็กลัวจะกินไม่ไหว เพราะเพิ่งทานมื้อกลางวันมา
ที่สำคัญ มีนัดกับร้านทุเรียน ฝั่งตรงข้ามบ่อน้ำร้อนไว้ด้วย เลยต้องงดไข่ต้ม ไปนั่งแช่เท้าอย่างเดียว


ประมาณ 14.30 น.ก็ข้ามถนนไปร้านทุเรียน สั่ง มูซานคิงมาลอง 1 ลูก เฮ้ย! ลูกนี้อร่อยกว่าลูกเมื่อคืน
และลอง โอวฉี่ อีก 1 ลูก ก็อร่อยกันคนละแบบ แต่ราคาแรงทั้ง 2 สายพันธุ์ (โอวฉี่ แพงกว่า มูซานคิงอีก)
ใช้เวลา 15 นาทีจัดการกับทุเรียน 2 ลูก


หลังชิมทุเรียน ก็ไปต่อกันที่ป้าย โอเคเบตง ตอนประมาณ 15.00 น.
ผ่านหลายรอบละไม่ได้แวะ เดี๋ยวเขาจะว่ามาไม่ถึงเบตง
ขอแวะเก็บภาพแป๊บนึงก่อนเดินทางกันต่อ


ข้ามจุดใต้สุดแดนสยาม มายัง The Zon Duty Free Shop ตอน 16.15 น. (เวลาของมาเลเซียเร็วกว่าบ้านเรา 1 ชม.)
ร้านเล็ก มีของไม่หลากหลาย ส่วนใหญ่จะเป็นสุรา บุหรี่ ขนม ของใช้อีกนิดหน่อย ด้านในห้ามถ่ายภาพ เดินกันไม่นานก็ขึ้นรถกลับมาฝั่งไทย
มาลงรถตรงจุดรอยต่อ มาเลเซีย-ไทย เดินข้ามพรมแดนกันตอน 15.35 น. (ย้อนกลับมาใช้เวลาไทย)
ถ่ายภาพกันไปประมาณ 10 นาที ก็เดินทางกันต่อ





16.00 น. มาถึง วัดพุทธาภิวาส รถตู้ไปส่งพวกเราด้านบน แล้วเดินชมจากด้านบนลงมาด้านล่าง
ภายในบริเวณวัดสวยงามมาก เดินลงมาเรื่อยๆ แวะชมจุดต่างๆ จนมาถึงด้านล่าง ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
ข้ามถนนไปขึ้นรถ ที่มาจอดรอฝั่งตรงข้ามวัดแล้ว
[img]https://f.ptcdn.info/418/078/000/rhzfol
ชื่อสินค้า:   เบตง
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่