ทำไมเราไม่ออกเงินคนละบาทสองบาท สร้างสวนป่าขนาดใหญ่ในเมืองให้ครบทุกเมือง

พอดีเมื่อคืนดูสารคดีไทยพีบีเอส ทางช่องยูทูป
ตอน ล่านาก  เกี่ยวกับการค้าสัตว์สงวนชนิดนี้
และปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับนากในพื้นที่
ชานเมืองต่างๆที่ถิ่นอาศัยของนากถูกหมู่บ้านจัดสรร
กลืนกินไปจนนากไม่มีแหล่งหากินในธรรมชาติ
ต้องเข้ามารบกวนบ่อปลาบ่อกุ้งของชาวบ้าน
กลายเป็นความขัดแย้งในพื้นที่ ผู้บรรยายก็เสียง
เย็นชา ดนตรีก็หลอน ภาพก็ขมุกขมัว ดูน่ากลัวปน
หดหู่เหมือนจะไร้ทางออก  สงสารน้องมาก ที่เขต
บางขุนเทียนที่นับได้มีแค่7ตัวและมีแนวโน้มจะ
สูญพันธุ์  โถ น้องมีแค่7ตัวคนกรุงเทพฯมีเกือบ20ล้าน
เลี้ยงน้องไม่ได้กลายเป็นความขัดแย้ง เก่งจริงๆตัวแค่นี้
น้องมีจำนวนน้อยกว่าตะกวดซึ่งมีเป็นแสน แต่กลายเป็น
แพะรับบาป ผมเลยคิดว่าทำไมเราไม่สร้างสวนป่า
ขนาดใหญ่ตามเมืองใหญ่ๆให้คนให้สัตว์ใช้ประโยชน์
ร่วมกัน คล้ายสวนป่าบนเกาะแมนฮัตตั้นแบบนั้น
มีระบบนิเวศน์ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ให้สัตว์เล็กๆในเมือง
ได้ใช้เป็นหลุมหลบภัยและคนก็ได้ใช้พักผ่อน ออกกำ
ลังกายด้วย ผมรู้ว่าที่ดินตามชานเมืองนั้นราคาสูง
ถ้ารอรัฐบาล ชาติหน้าบ่ายๆเราก็มีพื้นทีสีเขียวไม่ครบ
ทุกเมือง แต่ถ้าประชาชนชาวเมืองรวมตัวกันตั้งเป็น
กองทุนสีเขียวรับบริจาก เฉลี่ยคนละบาทต่อวัน 1-3 ปี 
ก็มีเงินซื้อที่ชานเมืองได้เป็นร้อยไร่แล้วทุกเมือง
ขอแรงภาคเอกชน ห้างร้าน ค้าปลีกธนาคาร ช่วยกัน
เปืดรับบริจาค แค่เศษสตางค์เซเว่น บิลล์ละ50สต.
1บาท 2บาท ถ้ามีจิตเป็นกุศล แค่ปีเดียวก็เหลือเฟือ
ยิ่งสะสมกองทุนได้มากเราก็ยิ่งได้สวนป่าขนาดใหญ่
แล้วก็ปลูกป่าสร้างระบบนิเวศน์สำหรับสัตว์ที่ตกค้าง
อยู่ท่ามกลางป่าคอนกรีตได้อาศัย อย่างน้องนาก7ตัว
ที่บางขุนเทียน ถ้าเรามีแหล่งน้ำพื้นที่สัก10ไร่ที่เรา
ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำไว้โดยห้ามคนไปจับ น้องก็กิน
ไ่ม่หมดแล้ว จะได้ไม่ต้องดูสารคดีหลอนๆอีก เวลา
ไปเยี่ยมน้องก็เปลี่ยนเป็นความสุขแทน ไม่รู้ว่าเมื่อ
ไหร่เราจะมีจิตสำนึกร่วมกันในการพัฒนาบ้านเมือง
และส่วนรวมโดยไม่ต้องรอรัฐบาลซะที หรือชั่วชีวิต
นี้เราจะไม่เห็นเรีองแบบนี้เลยสักครั้ง
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่