สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
จขกท ไม่ควรรับภาระนี้อีกต่อไป เพราะ
1. งานนี้ความเครียดสูง มันจะดูดพลังงานหนูไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเบื่อ เกลียดชัง ไม่อยากเข้าใกล้ในที่สุด
2. หนูเสียโอกาส แทนที่จะได้ออกไปทำงานสร้างอนาคตให้ตัวเอง ลองคิดดูว่า หากหนูไปเริ่มงานเอาตอนอายุปลายยี่สิบ เพื่อนรุ่นเดียวกันเขาไปปถึงระดับบริหารกันหมดแล้ว และในวันหน้าหากอายุเกินสามสิบ ก็ไม่ต้องหวังว่าจะไปสมัครงานที่ไหนถ้าไม่มีประสบการณ์ และไม่มีคนฝากให้
ลูก ๆ ควรลงขันกันจ้างพยาบาลมาดูแลย่า ยาย ไม่ใช่มาตัดอนาคตลูกแบบนี้ ถ้าพ่อแม่ยังคิดว่าหนูควรทำหน้าที่นี้ต่อไปละก็ หนูควรออกจากบ้านไปอยู่หอ และหางานทำ
1. งานนี้ความเครียดสูง มันจะดูดพลังงานหนูไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเบื่อ เกลียดชัง ไม่อยากเข้าใกล้ในที่สุด
2. หนูเสียโอกาส แทนที่จะได้ออกไปทำงานสร้างอนาคตให้ตัวเอง ลองคิดดูว่า หากหนูไปเริ่มงานเอาตอนอายุปลายยี่สิบ เพื่อนรุ่นเดียวกันเขาไปปถึงระดับบริหารกันหมดแล้ว และในวันหน้าหากอายุเกินสามสิบ ก็ไม่ต้องหวังว่าจะไปสมัครงานที่ไหนถ้าไม่มีประสบการณ์ และไม่มีคนฝากให้
ลูก ๆ ควรลงขันกันจ้างพยาบาลมาดูแลย่า ยาย ไม่ใช่มาตัดอนาคตลูกแบบนี้ ถ้าพ่อแม่ยังคิดว่าหนูควรทำหน้าที่นี้ต่อไปละก็ หนูควรออกจากบ้านไปอยู่หอ และหางานทำ
สมาชิกหมายเลข 5251579 ซึ้ง, สมาชิกหมายเลข 5560991 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 7779941 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 7525973 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3899723 ถูกใจ, เรียมเอง หลงรัก, Anvier หลงรัก, Tan NB ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 894761 ถูกใจ, fat_adahcus ถูกใจรวมถึงอีก 72 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 7
ออกไปหางานทำ หาสังคมให้เหมาะกับวัยค่ะ
อย่าเอาอนาคตมาทิ้งกับการดูแลคนแก่ เครียดมากนะคะ
ตอนนี้ครอบครัวพี่ช่วยกันดูแลแม่ซึ่งมีภาวะสมองเสื่อม dementia พูดไปเรื่อย บางทีก็ด่าแหลก แต่ความทรงจำไม่หาย เหมือนย่าน้องอ่ะค่ะ
นี่ช่วยกันและกำลังจ้างคนจากศูนย์มายังเครียด เหนื่อยมากเลย
น้องรีบไปทำงานแล้วลงขันจ้างคนมาช่วยดูแลค่ะ
รีบหาทางไปหางานทำ ไม่งั้นพอถึงวันที่เราอายุมากกว่านี้ ประสบการณ์ไม่มี งานเริ่มหายาก เงินไม่มี ไม่เคยใช้ชีวิต มันจะเครียดและเศร้านะคะ แล้วพอเราแก่ ไม่มีเงิน ไม่มีสังคม ชีวิตตกนรกเลยนะ
อย่าเอาอนาคตมาทิ้งกับการดูแลคนแก่ เครียดมากนะคะ
ตอนนี้ครอบครัวพี่ช่วยกันดูแลแม่ซึ่งมีภาวะสมองเสื่อม dementia พูดไปเรื่อย บางทีก็ด่าแหลก แต่ความทรงจำไม่หาย เหมือนย่าน้องอ่ะค่ะ
นี่ช่วยกันและกำลังจ้างคนจากศูนย์มายังเครียด เหนื่อยมากเลย
น้องรีบไปทำงานแล้วลงขันจ้างคนมาช่วยดูแลค่ะ
รีบหาทางไปหางานทำ ไม่งั้นพอถึงวันที่เราอายุมากกว่านี้ ประสบการณ์ไม่มี งานเริ่มหายาก เงินไม่มี ไม่เคยใช้ชีวิต มันจะเครียดและเศร้านะคะ แล้วพอเราแก่ ไม่มีเงิน ไม่มีสังคม ชีวิตตกนรกเลยนะ
สมาชิกหมายเลข 5251579 ซึ้ง, สมาชิกหมายเลข 8353289 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 3899723 ถูกใจ, Anvier ซึ้ง, Tan NB ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 894761 ถูกใจ, fat_adahcus ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1230458 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2001701 ถูกใจ, Brownpinkworld ถูกใจรวมถึงอีก 15 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ปัญหาผู้สูงอายุ
วิธีรับมือผู้สูงอายุ
ปัญหาชีวิต
สุขภาพจิต
ผู้สูงอายุ
ทุกวันนี้อยู่กับคนแก่ ชีวิตมีแต่เรื่องเครียด มีทุกข์มากกว่าสุข
ย่าเราก็มาเปรียบเทียบกับเราว่าเราไม่เอาอกเอาใจ ลูกหลานไม่สนใจ วันๆลากเก้าอี้ไปตั้งหน้าบ้านชวนเพื่อนบ้านที่เดินผ่านมาคุยด้วยกัน เอาเรื่องในบ้านไปพูดว่าเราจะดูแลแต่ย่าไม่ดูแลยายเพราะยายไม่ได้เลี้ยงเรา
พ่อกับแม่ได้ยินก็ไม่ค่อยพอใจคุยกับย่าให้แล้ว พักหลังเรากับย่าเลยห่างๆกัน ออกไปข้างนอกไม่ต้องห่วงใคร ไม่ต้องนั่งเอาอกเอาใจใคร แต่ยังจัดยากับพาไปหาหมออยู่ตอนนั้นมันมีความสุขมาก กระทั่งพอไม่มีใครดูแลเรื่องยาเรื่องอาหารแบบเข้มงวดมาก เบาหวานความดันโรคที่เขาเป็นก็หนักขึ้น น้ำตาลสูงมาก ไตเริ่มเสื่อม อาจถึงต้องฉีดอินซูลินกับฟอกไต พ่อเลยให้เรามาดูแลย่าที่บ้านเพราะเขารับไม่ได้ที่ย่าเอาไปด่ากับคนข้างนอกว่าที่บ้านไม่มีให้กินจนต้องกินข้าวเหนียวคลุกเกลือกับงาอย่างเดียวแล้วจะปล่อยเขาตาย
ทุกวันนี้เราหมดใจกับเขาไปแล้วที่ทำที่ดูแลอยู่ก็เพราะนึกถึงแต่ความสุขของสมัยก่อน ถ้าเราปล่อยให้เขาอยู่ตามมีตามเกิดเราก็ไม่มีความสุขเลย แต่พอกลับมาอยู่ด้วยกันเราก็เป็นทุกข์มากเหมือนอยู่ในคุก เหมือนเป็นคนใช้มากกว่าหลาน
เรายังทำหน้าที่ของเราตามเดิมทำงานบ้าน ทำงานเอกสารที่ญาติให้มาทำ คุยกับย่าเท่าที่จำเป็น เขาชอบพูดเสียดสี โอ้อวดกับคนอื่นไปทั่วว่ามีอะไรในบ้านบ้าง ราคาเท่านั้นเท่านี้ ลูกชายซื้อให้ เน้นพูดเรื่องราคามากเป็นพิเศษ ชอบให้คนเข้ามาในบ้านมาคุยด้วย แขกจะหยิบจะจับอะไรก็ไม่สน แถวบ้านเรามีอพาร์ทเมนท์รายเดือนคนเช่าผัดเปลี่ยนประจำ ย่าเราก็จะพูดซ้ำๆซากๆว่าอะไรในบ้านมีราคา เราห่วงความปลอดภัยมากแต่เตือนยังไงก็ไม่ฟัง บอกว่าเราไม่ยอมคุยด้วยเองเขาเลยต้องไปหาคนคุยด้วย
สังเกตดูเริ่มจะไม่มีใครอยากคุยกับย่าแล้ว เพื่อนบ้านก็เดินอ้อมบ้านเราไปไกลเป็นซอยแค่เพราะเห็นย่าเรานั่งรถเข็นอยู่ เคยจ้างคนมาอยู่ด้วยวันละ400เขายังลาออกไปเป็นแม่บ้านหมู่บ้านทั้งๆที่รายได้น้อยกว่าเลย
นับวันยิ่งอยู่ยาก เราไม่ได้ตามใจเขาทุกอย่างออกจะขัดทุกเรื่องเลยด้วยซ้ำ แต่พอเห็นคนที่เลี้ยงเรามาไม่มีใครแยแสเราก็อ่อนใจสงสารกลับมาหาเขาตลอดเพราะเขาบอกอยากตายๆอยู่ทุกวัน แต่เจ็บป่วยนิดเดียวต้องไปโรงบาลทันที เราเป็นคนเดียวจริงๆที่ใช้ชีวิตแบบนี้ไม่มีใครมาผลัดเวรค่ะ
คำถามคือเราจะใช้ขีวิตยังไงให้มีความสุขได้บ้าง เราจะจัดการทุกอย่างให้ลงตัวแล้วมีชีวิตเป็นของตัวเองได้ยังไง
*เคยมีคนแนะนำให้หาสัตว์ให้คนแก่เลี้ยง เราก็รับแมวมาหลายตัวหวังว่าเขาจะอยู่กับแมวแล้วมีความสุข สุดท้ายภาระก็ตกที่เราเพราะแมวไม่เข้าใกล้ย่าเลย
*เราไม่มีกำลังใจจากใครเลย ญาติๆไม่ค่อยมาเยี่ยมที่บ้านด้วยซ้ำ เราก็หมดความอยากในการคุยกับคนอื่นรอบตัวไปหมดเพราะเรารู้สึกหมดแรงไปหมด ส่วนแม่ของเราก็ไม่สนใจเราตั้งแต่ที่เราเข้าคณะที่เขาอยากให้เรียนไม่ได้ ทุกวันนี้เวลาเราเปลี่ยนผ้าอ้อมวัดความดันให้ย่า แม่ก็จะคอยพูดว่าถ้าเข้าคณะนั้นได้ชีวิตเราคงไม่เป็นอย่างนี้หรอก เราเลือกแบบนั้นไปนี่คือผลจากที่ไม่ยอมฟังเขา แม่บอกว่าจะพูดดีด้วยกับเราถ้าเรามีหลานให้ คือเราเป็นลูกคนเดียวด้วยแต่วันๆอยู่แต่บ้านแถมชีวิตเป็นแบบนี้ต่อให้ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินก็คงไม่มีใครเอาหรอก
เรายังไม่อยากเป็นตัวเองเลย แล้วใครจะอยากใช้ชีวิตแบบนี้กับเรา ทุกวันนี้เราภาวนาแค่ให้เขาตายไปแบบไม่เจ็บไม่ปวดทุกๆวันเลย ต่อให้เขาจะตายไปพรุ่งนี้เราก็ไม่เสียดายจะไม่ระลึกว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรให้เขาเพราะทุ่มเทให้ไปเต็มที่สุดๆจนตัวเองจะไม่ไหวแล้ว