JJNY : หลากเสียงเตือน”ประยุทธ์ 8ปี”│เอสเอ็มอีเซ็ง ต้นทุนเพิ่มบาน│มู่หลานถล่มเหนืออ่วม│ชัชชาติสำรวจแล้ว แผงกัญชากี่ร้าน

หลากเสียงเตือน”ประยุทธ์ 8ปี” แตะปุ๊บสภาล่มปั๊บ – 3ป.จับเข่าคุยฝ่าดราม่า ยันยังรักกัน
https://www.matichon.co.th/clips/news_3504082
 
 
หลากความเห็นจาก สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย , น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ส่งเสียงเตือนถึง พล.อ.ประยุทธ์ ปมดำรงตำแหน่งนายกฯครบ 8 ปี ขณะที่ในสภาเมื่อมีการเสนอญัตติเร่งด่วน เพื่อหารือเรื่องนี้ โดยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค เพื่อไทย และนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กลับกลายเป็นเหตุการณ์สภาล่มทันที เมื่อมีผู้แสดงตนเพียง 124 คน
 
ขณะที่ในงานวันเกิด พล.อ.ประวิตร มีรายงานว่า 3ป. ได้ปิดห้องคุยกันร่วม 30 นาที ก่อนให้สัมภาษณ์ฝ่ากระแสว่า ยังรักกันเหมือนเดิม ไม่มีทะเลาะกัน  ติดตามรายละเอียดจากคลิปด้านล่างนี้

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
 

 
เอสเอ็มอี เซ็ง ต้นทุนทำธุรกิจเพิ่มบาน ทั้งดอกเบี้ย-ค่าไฟ-ค่าแรง-ขอรัฐบาลช่วย
https://www.matichon.co.th/economy/news_3504724 
  
เอสเอ็มอี เซ็ง ต้นทุนทำธุรกิจเพิ่มบาน ทั้งดอกเบี้ย-ค่าไฟ-ค่าแรง-ขอรบ.ช่วย
 
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวเมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมาถึงการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมฯ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า จากการหารือสมาชิกผู้ประกอบการยังสะท้อนว่ายังไม่เห็นภาพชัดเจน หรือ การดูแลแก้ไขปัญหาของแพง มีความคืบหน้าอย่างไร อยากให้กำหนดแนวทางปฎิบัติหรือมาตรการอย่างเป็นรูปธรรม
 
ในหลักการคณะกรรมการฯ ชุดนี้ต้องการแก้ปัญหาพลังงาน อาหาร และเศรษฐกิจ ตรงกับความต้องการของเอสเอ็มอีหลายจังหวัด จากที่ได้หารือกันก่อนหน้านี้ และวันที่ 16 สิงหาคมนี้ สมาชิกสมาพันธ์ฯจะหารือกันอีกครั้ง เพื่อนำข้อสรุปการหารือสะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะที่อยากให้รัฐและทุกภาคส่วนได้เข้ามาแก้ปัญหาที่กำลังเผชิญอย่างตรงจุดและเป็นที่ต้องการของเอสเอ็มอีและธุรกิจรายย่อยอย่างแท้จริง
 
โดยจะทำเป็นสมุดปกขาวและนำไปยื่นกับรัฐบาล คณะทำงานแก้ไขด้านเศรษฐกิจ หน่วยงานรัฐ และพรรคการเมือง ภายในเดือนสิงหาคมนี้
 
” เอสเอ็มอีติดตามผลหรือแนวทางปฏิบัติหลังรัฐบาลผ่านคณะทำงานต่างๆ หรือ สั่งการให้หน่วยงานไปดำเนินการ หลายเรื่องไม่เห็นการทำงานเชิงรุก หรือ ทุกรายที่ประสบปัญหาจะได้เข้าถึงมาตรการความช่วยเหลือตามที่รัฐประกาศออกมา เราไม่อยากเห็นแค่การออกข่าวสร้างภาพลักษณ์ ควรจริงใจเต็มใจให้เกิดผลแท้จริง เพราะตอนนี้รายย่อยรายกลางเจอผลกระทบหลายด้าน ทั้งหนี้สินเดิม รายได้ยังฟื้นไม่เท่าเดิม ต้นทุนธุรกิจแพงขึ้นต่อเนื่อง ค่าไฟฟ้าและดอกเบี้ยกำลังขยายขึ้นอีก รวมถึงค่าแรงต้องปรับขึ้น เหล่านี้ ไม่แค่กระทบระยะสั้น แต่ในระยะกลางและยาว จะเป็นปัญหาหลักขึ้น
หากวันนี้ยังปรับตัวและรัฐเข้าดูแลไม่ทันท่วงที ตอนนี้กำลังหารือกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) และ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เรื่องมาตรการที่ต้องการให้ช่วยเหลือเอสเอ็มอี ” นายแสงชัย กล่าว


 
มู่หลาน ถล่มภาคเหนืออ่วม เฝ้าระวัง 35 เขื่อนใหญ่ทั่วประเทศ
https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_3504719

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา จากอิทธิพลของพายุโซนร้อนมู่หลานส่งผลกระทบให้เกิดฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมชุมชนและพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายในหลายพื้นที่ อาทิ จ.เชียงราย พื้นที่ อ.เมืองเชียงราย น้ำจากเทือกเขาไหลเข้าท่วมถนนพหลโยธินสายเชียงราย-แม่จัน พื้นที่ ต.บ้านดู่-ต.นางแล ตั้งแต่บริเวณใกล้กับทางเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ไปจนถึงบริเวณหมู่บ้านป่าห้า ต.นางแล ระยะทางประมาณ 1-2 กิโลเมตร ส่วนที่เทศบาลตำบลแม่จัน อ.แม่จัน น้ำจากแม่น้ำจันเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนริมฝั่งแม่น้ำและท่วมตลาดสดแม่จัน เจ้าหน้าที่ต้องใช้กระสอบทรายกั้นชะลอน้ำไม่ให้ทะลักไหลแรงเกินไป
 
ที่ จ.ลำปาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำป่าจากต้นน้ำบนดอยสูงไหลหลากลงมาตามลำห้วยแม่ต๋า และล้นตลิ่งท่วมพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะนาข้าวในหลายหมู่บ้านของ ต.เมืองมาย อ.แจ้ห่ม และท่วมบ้านเรือนราษฎรที่ตั้งอยู่ต่ำกว่าตลิ่งหลายหลังคาเรือน บางหลังถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร นาข้าวได้รับผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง สัตว์เลี้ยงเป็ด ไก่ สูญหาย คอสะพานในพื้นที่ถูกกัดเซาะเสียหาย
 
ที่ จ.เชียงใหม่ ในพื้นที่ อ.ฝาง มีน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่ ต.เวียง ต.ม่อนปิ่น ต.โป่งน้ำร้อน และยังเกิดน้ำป่าล้นสปิลเวย์ ขณะที่ อ.แม่อาย เกิดน้ำหลาก น้ำท่วมขัง ดินสไลด์และเสาไฟฟ้าโค่นล้มขวางทางสัญจร ถนนหมายเลข 1314 บริเวณบ้านปางต้นฆ้อง หมู่ 1 ต.มะลิกา ส่วน ต.แม่อาย หมู่ 5, 6, 7 และหมู่ 8 น้ำหลากเข้าบ้านเรือนประชาชน
 
ที่ จ.พะเยา น้ำป่าสายน้ำบงไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านตั้งแต่เวลา 03.00 น. ชาวบ้านไม่สามารถเก็บข้าวของหนีน้ำได้ทัน ที่ อ.ภูซาง ทั้ง 5 ตำบล โดย ต.สบบง ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
 
ที่ จ.น่าน น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรที่ อ.ปัว และ อ.เชียงกลาง กว่า 100 หลังคาเรือน น้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วม อ.ท่าวังผา ระดับน้ำสูงมากถึง 1.5 เมตร ชาวบ้านต้องหนีขึ้นไปอยู่ที่ชั้น 2 ของบ้าน และที่บ้านนาหนุน, ท่าค้ำ, ดอนตัน, สบหนอง รวมทั้งเขตเทศบาลตำบลท่าวังผา ขณะที่ อ.บ่อเกลือ เกิดดินสไลด์ทับรถยนต์ของนักท่องเที่ยวที่พักแรมในหมู่บ้านสะปัน อ.บ่อเกลือ 2 คันเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่นทับเส้นทางถนนหลายช่วง รถไม่สามารถสัญจรได้ นักท่องเที่ยวจำนวนมากติดค้างอยู่ในหมู่บ้านสะปัน
 
นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของร่องมรสุมและพายุโซนร้อนมู่หลาน ระหว่างวันที่ 7-13 สิงหาคม ทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก สทนช.ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้ กอนช.ให้เตรียมพร้อมรับมือ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยตามประกาศของ กอนช.ฉบับที่ 26/2565 อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
 
นายสุรสีห์กล่าวว่า กอนช.ได้คาดการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำของเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 35 แห่งทั่วประเทศ จะมีปริมาณน้ำรวมกันไม่น้อยกว่า 4,972 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แบ่งเป็น พื้นที่ภาคเหนือ 9 แห่ง คาดการณ์น้ำไหลเข้า 2,024 ล้าน ลบ.ม. โดยเฉพาะเขื่อนกิ่วคอหมาและเขื่อนกิ่วลม กอนช.ประเมินว่ามีแนวโน้มน้ำเต็มความจุเขื่อนและเสี่ยงล้นทางระบายน้ำล้น จึงแจ้งให้กรมชลประทานเฝ้าระวังเป็นพิเศษ และพิจารณาปรับการระบายน้ำในอัตราที่เหมาะสม หากมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำให้แจ้งเตือนประชาชนด้านท้ายเขื่อนทราบ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งและขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงไว้ล่วงหน้า
 
นายสุรสีห์กล่าวว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีเขื่อนขนาดใหญ่ 12 แห่ง คาดการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างรวมกันประมาณ 1,303 ล้าน ลบ.ม. ภาคกลาง 2 แห่ง มีปริมาณน้ำไหลเข้ารวมกันประมาณ 177 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันออก 6 แห่ง คาดว่ามีปริมาณน้ำไหลเข้ารวมกันประมาณ 137 ล้าน ลบ.ม. และภาคใต้ 2 แห่ง คาดว่าจะมีปริมาณน้ำไหลเข้ารวมกัน 158 ล้าน ลบ.ม.
 
“ได้ประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบ บริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดน้ำไหลล้นเขื่อน และไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ” นายสุรสีห์กล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่