หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] รีวิว "Dookki Topokki" บุฟเฟ่ต์ต๊อกโปกีหม้อไฟและอาหารเกาหลีเปิดรวมกว่า 13 สาขา ราคาเพียงคนละ 299 บาท
กระทู้รีวิว
อาหารเกาหลี
อาหารบุฟเฟ่ต์
ต็อกบกกี (떡볶이)
ร้านอาหาร
อาหารคาว
หนึ่งในร้านประจำซึ่งส่วนตัวทานค่อนข้างบ่อยเพราะมีสาขากระจายอยู่เยอะและราคาต่อหัวก็ไม่แพงมากนักเมื่ออยากอาหารเกาหลีหลังชมซีรีย์จบทุกครั้งนั่นก็คือ "Dookki Topokki" เป็นแฟรนไชส์ชื่อดังแห่งดินแดนโสมขาวเข้ามาเปิดในประเทศไทยได้สักพัก โดยเมนูหลักคือต๊อกโปกีหม้อไฟที่สามารถตักวัตถุดิบลงหม้อเองตามใจพร้อมอาหารปรุงสำเร็จครบตั้งแต่ของคาว,เครื่องดื่มไปจนถึงขนมหวานในร้านเดียว ราคาเริ่มต้นเพียงคนละ 299 บาทสุทธิ (ไม่มี Vat./Service Charge เพิ่ม) นั่งกินได้ 1.30 ชม. เด็กส่วนสูงต่ำกว่า 110 ซม.กินฟรี ส่วนสูงตั้งแต่ 110,130 ซม. คิดราคาคนละ 199 บาท ปัจจุบันเปิดให้บริการรวมกว่า 13 สาขา (รวบรวมสถานที่ตั้งของแต่ละสาขาไว้ด้านล่างสุดของบทความรีวิวนี้) ซึ่งวันนี้เราเลือกร้านใกล้บ้านและเดินทางสะดวกสุดๆนั่นก็คือห้างสรรพสินค้าซีคอนบางแคชั้น 4 ฝั่งเดียวกับฟู้ดคอร์ทขนาดใหญ่ชื่อว่า Street Gourmet (สตรีทกูร์เมต์) ติดประตูทางเข้าห้องน้ำสาธารณะ สำหรับวิธีการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเพียงปักหมุดขับตามแผนที่บนมือถือมีลานจอดฟรีใช้ได้ตั้งแต่ 06.00-21.30 น. ถ้าเดินทางด้วยบริการขนส่งสาธารณะลง MRT สถานีภาษีเจริญมีสะพานเชื่อมพิเศษถึงข้างในห้างทันที โดยวันนี้เราตั้งใจมาตั้งแต่เพิ่งเปิดใหม่ๆเพื่อถ่ายรูปไลน์อย่างสวยงามจะมีอะไรให้เราตักบ้างนั้นรีบเข้าไปด้านในพร้อมกันเลยครับ
บรรยากาศภายในเน้นความปลอดโปร่งโล่งสบายสามารถมองทะลุได้ยาวๆตั้งแต่ประตูทางเข้าหลักไปจนถึงข้างหลังร้าน โดยเว้นพื้นที่ตรงกลางเพื่อติดตั้งเคาน์เตอร์บุฟเฟ่ต์ขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยโต๊ะและเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งสีสว่างรองรับลูกค้าได้ตั้งแต่ 4-6 คนกระจายทั่วบริเวณ พร้อมตกแต่งแบบเรียบหรูด้วยสไตล์มินิมอลผสมลอฟต์ดูทันสมัยเพื่อตอบโจทย์วัยรุ่นยุคใหม่ที่ชื่นชอบอาหารเกาหลีได้เป็นอย่างดี เนื่องจากวันนี้เราเดินทางมาถึงห้างตั้งแต่เพิ่งเปิดจึงสามารถเลือกพื้นที่อยากนั่งได้ตามใจ อีกทั้งจุดประสงค์หลักของธุรกิจนี้เน้นบริการตัวเองเป็นหลักกว่า 90% สำหรับลูกค้าใหม่อาจจะรู้สึกว่าทำตัวไม่ค่อยถูกซึ่งภายในบทความนี้จะค่อยๆอธิบายแต่ละขั้นตอนเพื่อให้ได้รับประสบการณ์ด้านความอร่อยฉบับเกาหลีแท้ๆอย่างสูงสุด ขั้นตอนแรกเพียงแจ้งจำนวนสมาชิกกับเจ้าหน้าที่ด้านหน้าแล้วเลือกโต๊ะให้เรียบร้อยเสร็จแล้วก่อนจะเริ่มนับเวลาเราขอเดินสำรวจพร้อมถ่ายรูปไลน์บุฟเฟ่ต์ทุกๆอย่างเป็นอันดับแรกครับผม
เริ่มต้นจากข้างหน้าสุดติดประตูทางเข้าร้านด้วยเหล่าของทานเล่นสไตล์ Street Food จากประเทศเกาหลีทอดใหม่ๆรักษาอุณหภูมิให้อุ่นพร้อมกินอยู่เสมอด้วยโคมไฟดวงสีเหลืองเรียงกันหลากหลายเมนูมีทั้ง 1. คาลามารีหรือว่าปลาหมึกหั่นชิ้นวงกลมชุบแป้งทอดกรอบหนา,ฟูรสชาติเค็มกลมกล่อมให้สัมผัสเคี้ยวหนึบหนับชวนสนุกอย่างเพลินๆ 2. ยากี้มันดูหรือเกี๊ยวซ่ายักษ์สไตล์เกาหลีสอดไส้หมูสับผสมกุยช่ายปรุงรสพอกลมกล่อมห่อแป้งหนาทอดจนเหลืองจิ้มซอสคันจังหรือน้ำซุปต๊อกโปกีก็อร่อย 3. คิมมารีหรือวุ้นเส้นเกาหลีห่อสาหร่ายชุบแป้งทอดกรอบนอกเคี้ยวนหนึบข้างในเป็นที่โปรดปรานของหลายๆคน 4. มันเทศญี่ปุ่นฟังจากชื่อกับหน้าตาก็ดูธรรมดาแต่มันคือมันหวานนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นราคาสูงนำมาชุบแป้งทอดรสชาติเค็มๆตัดกันได้ดี 5. เฟรนซ์ฟรายส์แท่งเล็กทอดกรอบโรยเกลือให้ทั่วๆเน้นความกรอบเค็มแต่ไม่สามารถหยุดมือให้หยิบเข้าปากได้เรื่อยๆ 6. ไก่ทอดเคลือบซอสด้วยเกาหลีสีแดงฉ่ำรสชาติหวานนำเผ็ดกลมกล่อมแป้งกรอบนอกนุ่มในชิ้นใหญ่เต็มคำ สุดท้าย 7. ไก่ทอดกรอบสูตรต้นตำรับใช้ส่วนสะโพกติดหนังคลุกแป้งแบบพิเศษจนเข้าเนื้อสไตล์เกาหลีแท้ๆแถมยังไร้กระดูกกวนใจจึงกินง่ายๆทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยครับผม
สำหรับสายเด็กเส้นตัวจริงทางร้าน "Dookki Topokki" ได้รวบรวมมาทั้งไทยกับเกาหลีรวมกันกว่า 4 รูปแบบนั่นก็คือ 1. เส้นรามยอนหรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขนาดอ้วนใหญ่ที่เรามักจะเจอกันบ่อยๆในซีรีย์ชื่อดังมากมายซึ่งมีซองสีเหลืองสดใสเป็นเอกลักษณ์แต่ไม่มีซองเครื่องปรุงบรรจุอยู่ภายในมักใช้ในร้านอาหารประเภทหม้อไฟเป็นปกติเพียงแกะแล้วเทในซุปเดือดๆก็รับความอร่อยเหนียวนุ่มสู้ฟันได้ทันที 2. วุ้นเส้นไทยทำจากแป้งถั่วเขียวผ่านการแช่น้ำให้นุ่มพร้อมต้มในซอสต๊อกโปกีเดือดๆซึ่งจะอืดขึ้นเล็กน้อยและเหนียวนุ่มกำลังดีแบบที่เรามักจะคุ้นเคยในอาหารไทยหลายเมนู 3. เส้นอัลตึงหรือวุ้นเส้นนำเข้าจากประเทศเกาหลีเหมือนที่ใส่ในผัดจับแชมีคุณสมบัติพิเศษซึ่งเหนือกว่าของไทยคือความเหนียวนุ่มขาดยากเคี้ยวสนุกหนึบๆช่วยซึมซับรสชาติเข้มข้นของอาหารได้ดีกว่าเดิมแต่ไม่ค่อยเหมาะสำหรับลูกค้าที่มีปัญหาสุขภาพฟันเท่าไหร่นัก 4. เส้นนัมจักหรือเส้นเล็กของประเทศเกาหลีใต้ซึ่งมีความยาวแบนคล้ายๆเส้นมันเทศหรือมันฝรั่งอันผ่านความร้อนสูงๆแล้วโปร่งใสแต่ไม่ลดสัมผัสเหนียวนุ่มสู้ฟันลงของจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งถ้าใครเป็นหม้อไฟลุยสายหม่าล่าอยู่แล้วน่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดีเพราะคุณสมบัติคล้ายกันแต่ชื่อเรียกต่างกันเท่านั้นเองครับ
สถานีถัดไปถือว่าค่อนข้างสนุกและได้ท้าทายความสามารถเพราะเหมือนเป็นการสวมบทบาท,รับบทซังกุงสูงสุดแห่งห้องเครื่องของวังหลวงของเมืองฮันกางเหมือนในเรื่องแดจังกึมด้วยเครื่องปรุงกับวัตถุดิบหลายๆอย่าง เริ่มต้นที่มุมข้าวผัดเกาหลีสำหรับปรุง-กินปิดท้ายหลังจากลุยต๊อกโปกีหม้อไฟซึ่งประกอบไปด้วย ข้าวสวยญี่ปุ่นอุ่นในหม้อหุงไฟฟ้า/ไข่ต้ม/น้ำมันงาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆทั้ง กรรไกร/ตะหลิวผัดข้าว/ทัพพีเมื่อใช้งานเสร็จแล้วก็นำมาแช่น้ำคืนจุดเดิม ข้างๆกันเป็นเครื่องปรุงพร้อมซอสสูตรต่างๆรวมกันกว่า 12 อย่างประกอบไปด้วย ข้าวโพด/ไส้กรอกหั่นเต๋าชิ้นเล็ก/หัวไชเท้าดอง (แต่วันนี้หมดเลยใส่เป็นกิมจิธรรมดาแทน) /กิมจิผักกาดขาว/สาหร่ายแห้งสับ/ครีมซอสเข้มข้นหวานละมุน/ซอสกุงจุงซีอิ๊วเกาหลีแบบบาร์บีคิว/ซอสพุลกชเผ็ดระดับสูงสุด/ซอสดุ๊กกี้สูตรต้นตำรับของทางร้าน/ซอสจาจังถั่วดำหมักรสหวานมัน/ซอสโรเซ่ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่น/ซอสต๊อกโมกลมกล่อมเผ็ดระดับกลาง หากใครผสมซอสเองไม่เป็นก็ไม่ต้องตกใจเพราะข้างบนมีป้าย Dookki's Recipes ให้จับรวมผสมตามใจอีกหลายสูตรปรับความเผ็ดหรือเข้มข้นได้ด้วยตนเองแต่ควรปรุงทีละน้อยเพราะถ้าผิดคือแก้ใหม่ไม่ได้นะครับ
เมื่อมีซอสต๊อกโปกีสุดอร่อยแล้วก็ต้องเลือกท็อปปิ้งต่างๆตามลงไปในหม้อซึ่งจุดนี้จะรวมวัตถุดิบสดทั้งหมดเอาไว้มากมายทั้ง ต๊อกออมจี/ต๊อกชีส/ต๊อกฮูรูลุก/ต๊อกหัวใจ/ต๊อกมันเทศ/ต๊อกคอร์นชีส/ต๊อกรู/ต๊อกธรรมดา/ผักกาดขาว/เห็ดออเร็นจิ/เห็ดเข็มทอง/ต้นหอมญี่ปุ่น/กะหล่ำปลี/ผักกวางตุ้ง/เต้าหู้ปลา/หอมหัวใหญ่/แครอท/ออมุก (ปลาแผ่นเกาหลี) /ลูกชิ้นปู/ไส้กรอกไก่/ออมุกแบบเส้น/อกไก่หมัก/อกไก่หมักรสเผ็ด/ปลาหมึกบั้ง/หมูสไลด์/หมูสามชั้นสไลด์และหอยแมลงภู่ชิลีรวมกันกว่า 27 รายการให้ตักได้ไม่อั้นตลอด 90 นาที สำหรับมือใหม่แนะนำว่าค่อยๆคีบไปลองชิมอย่างละนิดหน่อยถ้าชอบแล้วก็กลับมาหยิบเพิ่มเพราะแป้งต๊อกค่อนข้างหนักท้องชวนอิ่มได้ไวมากหรือจะเน้นเฉพาะเนื้อสัตว์หรือรักสุขภาพโดยใส่ผักเยอะๆก็ปรับเพิ่ม-ลดเองตามใจ ซึ่งถ้าของทั้งหมดไม่ต้องกลัวหมดเพราะเขาเดินมาเติมใหม่ให้ดูแน่นและสวยงามตลอดเวลา สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อต้องเดินมายังไลน์อาหารพร้อมสวมถุงมือพลาสติกที่ทางร้านจัดให้รวมถึงตักไปแค่หมดพออิ่มเพราะถ้าเหลือเยอะคิดค่าปรับอีกโต๊ะละ 100 บาทนะครับ
ถ้านึกถึงสตีทฟู้ดของประเทศเกาหลีนอกจากต๊อกโปกี/ไก่ทอดต่างๆแล้วเมนูหน้าหนาวอีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ "ออมุก" หรือโอเด้งของดินแดนโสมขาวซึ่งจะไม่ได้มีวัตถุดิบต้มหลากหลายอย่างเท่าของญี่ปุ่น แต่เมื่อได้ชมผ่านซีรีย์ก็ชวนให้อยากลองทุกครั้งที่ "Dookki Topokki" มีให้ทานไม่อั้นถึง 2 สูตรนั่นคือ 1. ต้นตำรับเบสพื้นฐานน้ำซุปใสทำจากปลาแองโชวี่ตากแห้งดึงเครื่องในออกผสมสาหร่ายคอมบุกับคันจังโรยหน้าด้วยต้นหอมซอยรสชาติเค็ม,นัวกลมกล่อมซดร้อนๆลื่นไหลลงคอ ส่วนออมุกเป็นปลาเนื้อขาวล้วนบดขึ้นรูปแบบแผ่นบางๆขนาดใหญ่แล้วทอดคล้ายลูกชิ้นปลาฮือก้วยของไทยโดยน้องพนักงานจะเสียบไม้เป็นรูปตัว S แล้วแช่ในน้ำซุปจนความอร่อยค่อยๆซึมเข้าเนื้อทีละน้อยจึงควรต้มนานๆจะยิ่งอร่อยสุดๆ 2. สูตรเผ็ดซึ่งตอนแรกคิดว่ารสชาติจะต่างจากอันก่อนแต่เหมือนกันแค่เพิ่มพริกป่นลงไปให้ความแซ่บ-เผ็ดร้อนเหมือนไฟนิดๆตอนน้ำซุปไหลผ่านเข้าคอ ซึ่งส่วนตัวชอบแบบสีแดงฉานมากกว่าหรือถ้าใครกลัวว่าซอสต๊อกโปกีที่ตักมาจะเผ็ดมากเกินไปสามารถยกซดน้ำซุปออมุกตามก็ถือว่าช่วยได้ดีเลยครับผม
******* เกิน 10,000 ตัวอักษร ขออนุญาตเขียนรีวิวต่อในช่อง Comment แทนนะครับ *******
ชื่อสินค้า:
Dookki Topokki Thailand
คะแนน:
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
- จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
- ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
ต้มมะระผักกาดดอง (โควกวยปู่ซึงฉ่าย)
"โควกวยปู่ซึงฉ่าย" ต้มมะระผักกาดดอง ได้โอกาสทำเมนูมะระขึ้นมาอีกหนึ่งหม้อ เพราะมีหลังไมค์ถามมา "แม่นันคะ..คายขมมะระด้วยวิธีทอดทำยังไงคะ" ทำแบบนี้ค่ะ เมนูนี้ต้องคายความขมของมะระด้วยก
good moments
BufFeast Review :บุฟเฟ่ต์ต้มปิ้งนอกกระแส ที่มีซุปและซอสหลากรสชาติ "Sakura" @เซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 3
พอดีว่าได้ฤกษ์มาซื้อเสื้อออกงานที่ยูเนี่ยนมอลล์ ขากลับเลยแวะหาอะไรกินที่ เซ็นทรัลลาดพร้าว ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจนัก จนมาเตะตาเข้ากับ ร้านนอกกระแสที่มีชื่อว่า Sakura Yakiniku Shabu Sushi ซึ่งพอเห็น
TheHeatBufFeast
Rooftop ร้านเกาหลี วิวเมืองกรุง vibe ดี อาหารอร่อย
ANJU Korean Rooftop Bar รูฟท็อปร้านเกาหลีฟิวชัน ที่รวมไว้ทั้งบรรยากาศเก๋ วิวเมืองกรุงเทพ และเมนูที่ไม่ใช่แค่ถ่ายรูปสวยอย่างเดียว แต่ยังอร่อยด้วย มีทั้งอาหารคาว ของกินเล่น และของหวาน รวมไปถึงเครื่องดื่
มิกิชวนกิน
เเละเเล้วหมูก็มา! NEW! หมูทอดเจ้าเกา No.1 Korean Fried Pork : BONCHON
#สมอารมณ์หมาย ณ BONCHONเเละเเล้วหมูก็มา! NEW! หมูทอดเจ้าเกา No.1 Korean Fried Pork อยากลองหมูทอดบอนชอน มาก เท่าที่จำความได้ไม่ทานมาหลายปีเพราะบอนชอนมีเเต่ไก่ทอด ตอนนี้หมูทอดมาเเล้ว เลยต้องลองวันนี้ ผ
สมอารมณ์หมาย ณ
ลายแทงลับ คอร์สโอมากะเสะสุด Exclusive เชฟญี่ปุ่นแท้
ลายแทงลับ Arizuki วัตถุดิบบินตรงจากญี่ปุ่นทุกสัปดาห์ การันตีความสดแบบตะโกน พร้อมเปิดวาร์ปคอร์สโอมากะเสะสุด Exclusive ที่เชฟจัดให้แบบจุกๆ มีเชฟญี่ปุ่นแท้ๆ มาทำให้ทานหน้าบาร์ หรือจะจัดเซตแบบ a la carte
มิกิชวนกิน
BufFeast Review :"เอี่ยวไถ่" สุกี้โบราณในห้างที่มาพร้อมโปรบุฟเฟ่ต์ @เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ชั้น 5
นักกินตัวยงหลายๆคนคงจะเคยได้ลิ้มรสอาหารที่เรียกว่า สุกี้โบราณ กันมาแล้ว ซึ่งร้านดังๆที่หลายคนนึกออกคงไม่พ้น เรือนเพชรสุกี้ ที่ตามกระแสเปิดบุฟเฟ่ต์กับเขาด้วย แต่ก็มีอีกเจ้าหนึ่งที่เปิดอยู่ในห้างและก็แบ
TheHeatBufFeast
น้า Low Batt :: ปลานิลทอดราดซอสสามรส เปรี้ยว หวาน เผ็ด .... ไม่น่าเกิน 50.-
สวัสดีครับทุก ๆ ท่าน เมื่อวานนี้ท่าน ผบ.เกิดนึกอยากกินปลานิลทอด สั่งผมไว้ว่าวันนี้ตอนไปตลาดเช้าให้ซื้อติดมาด้วย เมื่อเช้าตอนไปตลาดก็เลยแวะแผงขายปลานิลสด มีสี่ห้าไซส์ให้เลือกตามขนาด ผมเลือกแบบไซส์ก
น้า Low Batt
ซี่โครงซอสเกาหลี
เมนูซี่โครง ถ้าเจอร้านไหนส่วนใหญ่ก็จะสั่งกินตลอด ได้มาก็ไม่กี่ชิ้นราคาหลายร้อย กินยังไม่เต็มคราบเลย เห็นในตู้มีซอสต๊อกบกกี 2 ซอง เจ๊ผมเค้าซื้อมา แม่ซื้อซี่โครงจะเอามาต้มมะระพอดีก็เลยขอไว้แผงนึง ล
Topyutt
Dookki Topokki สาขา Paradise Park กับ บุฟฟเฟต์ต๊อกบกกี ในราคาสุดคุ้ม
อันยองงงงงฮาเซโย ทักทายแบบนี้แสดงว่าต้องมีอะไรที่เป็นเกาหลีมาฝากแน่นอน พาไปอิ่มอร่อยกับบุฟเฟต์ต๊อกบกกี ราคาเพียง 299 บาท ทานได้ไม่อั้น ใครชอบอาหารเกาหลีต้องมาโดนร้านนี้ เ
แล้วแต่ตัว (Laewtaetaw)
Fine Dining อาหารไทย 6,000++/คน ที่การันตีความปังด้วย MICHELIN Guide 2025
Royal Osha Fine Dining อาหารไทย ที่การันตีความปังด้วย MICHELIN Guide 2025 กับ Festive Set Menu เซตพิเศษ 10 คอร์ส (6,000++/คน) ที่เชฟรังสรรค์มาในคอนเซปต์ Classic Thai Elegance Reinvented นำวัตถุดิบไทยม
มิกิชวนกิน
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
อาหารเกาหลี
อาหารบุฟเฟ่ต์
ต็อกบกกี (떡볶이)
ร้านอาหาร
อาหารคาว
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 55
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] รีวิว "Dookki Topokki" บุฟเฟ่ต์ต๊อกโปกีหม้อไฟและอาหารเกาหลีเปิดรวมกว่า 13 สาขา ราคาเพียงคนละ 299 บาท
บรรยากาศภายในเน้นความปลอดโปร่งโล่งสบายสามารถมองทะลุได้ยาวๆตั้งแต่ประตูทางเข้าหลักไปจนถึงข้างหลังร้าน โดยเว้นพื้นที่ตรงกลางเพื่อติดตั้งเคาน์เตอร์บุฟเฟ่ต์ขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยโต๊ะและเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งสีสว่างรองรับลูกค้าได้ตั้งแต่ 4-6 คนกระจายทั่วบริเวณ พร้อมตกแต่งแบบเรียบหรูด้วยสไตล์มินิมอลผสมลอฟต์ดูทันสมัยเพื่อตอบโจทย์วัยรุ่นยุคใหม่ที่ชื่นชอบอาหารเกาหลีได้เป็นอย่างดี เนื่องจากวันนี้เราเดินทางมาถึงห้างตั้งแต่เพิ่งเปิดจึงสามารถเลือกพื้นที่อยากนั่งได้ตามใจ อีกทั้งจุดประสงค์หลักของธุรกิจนี้เน้นบริการตัวเองเป็นหลักกว่า 90% สำหรับลูกค้าใหม่อาจจะรู้สึกว่าทำตัวไม่ค่อยถูกซึ่งภายในบทความนี้จะค่อยๆอธิบายแต่ละขั้นตอนเพื่อให้ได้รับประสบการณ์ด้านความอร่อยฉบับเกาหลีแท้ๆอย่างสูงสุด ขั้นตอนแรกเพียงแจ้งจำนวนสมาชิกกับเจ้าหน้าที่ด้านหน้าแล้วเลือกโต๊ะให้เรียบร้อยเสร็จแล้วก่อนจะเริ่มนับเวลาเราขอเดินสำรวจพร้อมถ่ายรูปไลน์บุฟเฟ่ต์ทุกๆอย่างเป็นอันดับแรกครับผม
เริ่มต้นจากข้างหน้าสุดติดประตูทางเข้าร้านด้วยเหล่าของทานเล่นสไตล์ Street Food จากประเทศเกาหลีทอดใหม่ๆรักษาอุณหภูมิให้อุ่นพร้อมกินอยู่เสมอด้วยโคมไฟดวงสีเหลืองเรียงกันหลากหลายเมนูมีทั้ง 1. คาลามารีหรือว่าปลาหมึกหั่นชิ้นวงกลมชุบแป้งทอดกรอบหนา,ฟูรสชาติเค็มกลมกล่อมให้สัมผัสเคี้ยวหนึบหนับชวนสนุกอย่างเพลินๆ 2. ยากี้มันดูหรือเกี๊ยวซ่ายักษ์สไตล์เกาหลีสอดไส้หมูสับผสมกุยช่ายปรุงรสพอกลมกล่อมห่อแป้งหนาทอดจนเหลืองจิ้มซอสคันจังหรือน้ำซุปต๊อกโปกีก็อร่อย 3. คิมมารีหรือวุ้นเส้นเกาหลีห่อสาหร่ายชุบแป้งทอดกรอบนอกเคี้ยวนหนึบข้างในเป็นที่โปรดปรานของหลายๆคน 4. มันเทศญี่ปุ่นฟังจากชื่อกับหน้าตาก็ดูธรรมดาแต่มันคือมันหวานนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นราคาสูงนำมาชุบแป้งทอดรสชาติเค็มๆตัดกันได้ดี 5. เฟรนซ์ฟรายส์แท่งเล็กทอดกรอบโรยเกลือให้ทั่วๆเน้นความกรอบเค็มแต่ไม่สามารถหยุดมือให้หยิบเข้าปากได้เรื่อยๆ 6. ไก่ทอดเคลือบซอสด้วยเกาหลีสีแดงฉ่ำรสชาติหวานนำเผ็ดกลมกล่อมแป้งกรอบนอกนุ่มในชิ้นใหญ่เต็มคำ สุดท้าย 7. ไก่ทอดกรอบสูตรต้นตำรับใช้ส่วนสะโพกติดหนังคลุกแป้งแบบพิเศษจนเข้าเนื้อสไตล์เกาหลีแท้ๆแถมยังไร้กระดูกกวนใจจึงกินง่ายๆทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยครับผม
สำหรับสายเด็กเส้นตัวจริงทางร้าน "Dookki Topokki" ได้รวบรวมมาทั้งไทยกับเกาหลีรวมกันกว่า 4 รูปแบบนั่นก็คือ 1. เส้นรามยอนหรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขนาดอ้วนใหญ่ที่เรามักจะเจอกันบ่อยๆในซีรีย์ชื่อดังมากมายซึ่งมีซองสีเหลืองสดใสเป็นเอกลักษณ์แต่ไม่มีซองเครื่องปรุงบรรจุอยู่ภายในมักใช้ในร้านอาหารประเภทหม้อไฟเป็นปกติเพียงแกะแล้วเทในซุปเดือดๆก็รับความอร่อยเหนียวนุ่มสู้ฟันได้ทันที 2. วุ้นเส้นไทยทำจากแป้งถั่วเขียวผ่านการแช่น้ำให้นุ่มพร้อมต้มในซอสต๊อกโปกีเดือดๆซึ่งจะอืดขึ้นเล็กน้อยและเหนียวนุ่มกำลังดีแบบที่เรามักจะคุ้นเคยในอาหารไทยหลายเมนู 3. เส้นอัลตึงหรือวุ้นเส้นนำเข้าจากประเทศเกาหลีเหมือนที่ใส่ในผัดจับแชมีคุณสมบัติพิเศษซึ่งเหนือกว่าของไทยคือความเหนียวนุ่มขาดยากเคี้ยวสนุกหนึบๆช่วยซึมซับรสชาติเข้มข้นของอาหารได้ดีกว่าเดิมแต่ไม่ค่อยเหมาะสำหรับลูกค้าที่มีปัญหาสุขภาพฟันเท่าไหร่นัก 4. เส้นนัมจักหรือเส้นเล็กของประเทศเกาหลีใต้ซึ่งมีความยาวแบนคล้ายๆเส้นมันเทศหรือมันฝรั่งอันผ่านความร้อนสูงๆแล้วโปร่งใสแต่ไม่ลดสัมผัสเหนียวนุ่มสู้ฟันลงของจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งถ้าใครเป็นหม้อไฟลุยสายหม่าล่าอยู่แล้วน่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดีเพราะคุณสมบัติคล้ายกันแต่ชื่อเรียกต่างกันเท่านั้นเองครับ
สถานีถัดไปถือว่าค่อนข้างสนุกและได้ท้าทายความสามารถเพราะเหมือนเป็นการสวมบทบาท,รับบทซังกุงสูงสุดแห่งห้องเครื่องของวังหลวงของเมืองฮันกางเหมือนในเรื่องแดจังกึมด้วยเครื่องปรุงกับวัตถุดิบหลายๆอย่าง เริ่มต้นที่มุมข้าวผัดเกาหลีสำหรับปรุง-กินปิดท้ายหลังจากลุยต๊อกโปกีหม้อไฟซึ่งประกอบไปด้วย ข้าวสวยญี่ปุ่นอุ่นในหม้อหุงไฟฟ้า/ไข่ต้ม/น้ำมันงาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆทั้ง กรรไกร/ตะหลิวผัดข้าว/ทัพพีเมื่อใช้งานเสร็จแล้วก็นำมาแช่น้ำคืนจุดเดิม ข้างๆกันเป็นเครื่องปรุงพร้อมซอสสูตรต่างๆรวมกันกว่า 12 อย่างประกอบไปด้วย ข้าวโพด/ไส้กรอกหั่นเต๋าชิ้นเล็ก/หัวไชเท้าดอง (แต่วันนี้หมดเลยใส่เป็นกิมจิธรรมดาแทน) /กิมจิผักกาดขาว/สาหร่ายแห้งสับ/ครีมซอสเข้มข้นหวานละมุน/ซอสกุงจุงซีอิ๊วเกาหลีแบบบาร์บีคิว/ซอสพุลกชเผ็ดระดับสูงสุด/ซอสดุ๊กกี้สูตรต้นตำรับของทางร้าน/ซอสจาจังถั่วดำหมักรสหวานมัน/ซอสโรเซ่ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่น/ซอสต๊อกโมกลมกล่อมเผ็ดระดับกลาง หากใครผสมซอสเองไม่เป็นก็ไม่ต้องตกใจเพราะข้างบนมีป้าย Dookki's Recipes ให้จับรวมผสมตามใจอีกหลายสูตรปรับความเผ็ดหรือเข้มข้นได้ด้วยตนเองแต่ควรปรุงทีละน้อยเพราะถ้าผิดคือแก้ใหม่ไม่ได้นะครับ
เมื่อมีซอสต๊อกโปกีสุดอร่อยแล้วก็ต้องเลือกท็อปปิ้งต่างๆตามลงไปในหม้อซึ่งจุดนี้จะรวมวัตถุดิบสดทั้งหมดเอาไว้มากมายทั้ง ต๊อกออมจี/ต๊อกชีส/ต๊อกฮูรูลุก/ต๊อกหัวใจ/ต๊อกมันเทศ/ต๊อกคอร์นชีส/ต๊อกรู/ต๊อกธรรมดา/ผักกาดขาว/เห็ดออเร็นจิ/เห็ดเข็มทอง/ต้นหอมญี่ปุ่น/กะหล่ำปลี/ผักกวางตุ้ง/เต้าหู้ปลา/หอมหัวใหญ่/แครอท/ออมุก (ปลาแผ่นเกาหลี) /ลูกชิ้นปู/ไส้กรอกไก่/ออมุกแบบเส้น/อกไก่หมัก/อกไก่หมักรสเผ็ด/ปลาหมึกบั้ง/หมูสไลด์/หมูสามชั้นสไลด์และหอยแมลงภู่ชิลีรวมกันกว่า 27 รายการให้ตักได้ไม่อั้นตลอด 90 นาที สำหรับมือใหม่แนะนำว่าค่อยๆคีบไปลองชิมอย่างละนิดหน่อยถ้าชอบแล้วก็กลับมาหยิบเพิ่มเพราะแป้งต๊อกค่อนข้างหนักท้องชวนอิ่มได้ไวมากหรือจะเน้นเฉพาะเนื้อสัตว์หรือรักสุขภาพโดยใส่ผักเยอะๆก็ปรับเพิ่ม-ลดเองตามใจ ซึ่งถ้าของทั้งหมดไม่ต้องกลัวหมดเพราะเขาเดินมาเติมใหม่ให้ดูแน่นและสวยงามตลอดเวลา สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อต้องเดินมายังไลน์อาหารพร้อมสวมถุงมือพลาสติกที่ทางร้านจัดให้รวมถึงตักไปแค่หมดพออิ่มเพราะถ้าเหลือเยอะคิดค่าปรับอีกโต๊ะละ 100 บาทนะครับ
ถ้านึกถึงสตีทฟู้ดของประเทศเกาหลีนอกจากต๊อกโปกี/ไก่ทอดต่างๆแล้วเมนูหน้าหนาวอีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ "ออมุก" หรือโอเด้งของดินแดนโสมขาวซึ่งจะไม่ได้มีวัตถุดิบต้มหลากหลายอย่างเท่าของญี่ปุ่น แต่เมื่อได้ชมผ่านซีรีย์ก็ชวนให้อยากลองทุกครั้งที่ "Dookki Topokki" มีให้ทานไม่อั้นถึง 2 สูตรนั่นคือ 1. ต้นตำรับเบสพื้นฐานน้ำซุปใสทำจากปลาแองโชวี่ตากแห้งดึงเครื่องในออกผสมสาหร่ายคอมบุกับคันจังโรยหน้าด้วยต้นหอมซอยรสชาติเค็ม,นัวกลมกล่อมซดร้อนๆลื่นไหลลงคอ ส่วนออมุกเป็นปลาเนื้อขาวล้วนบดขึ้นรูปแบบแผ่นบางๆขนาดใหญ่แล้วทอดคล้ายลูกชิ้นปลาฮือก้วยของไทยโดยน้องพนักงานจะเสียบไม้เป็นรูปตัว S แล้วแช่ในน้ำซุปจนความอร่อยค่อยๆซึมเข้าเนื้อทีละน้อยจึงควรต้มนานๆจะยิ่งอร่อยสุดๆ 2. สูตรเผ็ดซึ่งตอนแรกคิดว่ารสชาติจะต่างจากอันก่อนแต่เหมือนกันแค่เพิ่มพริกป่นลงไปให้ความแซ่บ-เผ็ดร้อนเหมือนไฟนิดๆตอนน้ำซุปไหลผ่านเข้าคอ ซึ่งส่วนตัวชอบแบบสีแดงฉานมากกว่าหรือถ้าใครกลัวว่าซอสต๊อกโปกีที่ตักมาจะเผ็ดมากเกินไปสามารถยกซดน้ำซุปออมุกตามก็ถือว่าช่วยได้ดีเลยครับผม
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น