ผ่อนบ้านมาจะครบปี รู้สึกเหนื่อยมากกกกกกก

สวัสดีค่ะ วันนี้มาขอคำปรึกษา+ระบายค่ะ รู้สึกเหนื่อยมากผ่อนบ้าน ไม่น่าเล้ยยยยยย

เราแต่งงานแล้วมีครอบครัวลูก 1 คน อายุ 4 ขวบ เราอายุ 26 สามี 30 เมื่อปลายปีที่แล้วด้วยความที่ว่าเรามานั่งคิดว่าเราควรมีอะไรเป็นของตัวเอง เนื่องจากตอนนั้นเงินเดือนออกมารวมกันผ่อนรถ จ่ายค่าบัตรนั่นนี่ ค่าเช่าบ้าน อะไรต่างๆ เหลือใช้ไม่ถึงหมื่น (เงินเดือนเราสองคนรวมกันประมาณ 30,000-33,000) คราวนี้เราเลยมีความคิดที่ว่าอยากรวมหนี้ก้อนเดียวเลยไปทำการกู้บ้านมาเนื่องจากที่ทำงานเรามีพี่แนะนำว่า ทำไมไม่กู้ส่วนเกินมาแล้วเอามาปิดจ่ายทีเดียวเราเลยสนใจ โชคดีด้วยว่าพอมีคนรู้จักทำกู้ในโครงการ บ้านราคา 2.4 ล้าน กู้ได้ส่วนต่างมาประมาณ 3 แสนค่ะ เราเลยเอาไปปิดหนี้ทุกอย่าง เลยทำให้มีแค่ผ่อนบ้านเดือนนึงประมาณ 13,000 ปิดบัตรปิดรถหมดแล้ว แต่ด้วยความที่ต่อเติมบ้านซื้อเฟอร์ก็เลยหมดค่ะ 
ตอนนั้นที่เรากู้ได้เรารู้สึกดีใจมากๆด้วยความที่ว่าอายุเราแค่นี้เราสามารถมีบ้านมีรถได้ เราภูมิใจตัวเองมากๆ ทุกคนดีใจกับเราหมดเพราะเราอายุยังน้อยสามารถมีทุกอย่างเป็นของตัวเองได้ แต่พอเราเริ่มผ่อนบ้านไปได้จะครบ 1 ปีแล้วค่ะ เรารู้สึกว่าเหนื่อยมากๆ ตอนนี้วงลูปกลับไปใช้บัตรเครดิตแล้ว เนื่องจากจริงๆตอนแรกคิดว่าจะจ่ายแค่ค่าบ้านอย่างเดียวมันไม่ใช่ มีค่าน้ำ-ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต ไหนจะซื้อของต่างๆเข้ามา ค่าน้ำมันรถ กลายเป็นไปๆมาๆเรารู้สึกว่าเริ่มเหนื่อย แล้วพึ่งผ่อนได้จะ 1 ปี สัญญากู้บ้านก็ยาวมาก ตอนนี้อยากไปไหนก็ไม่ได้ไป ต้องคอยคิดว่าเงินจะพอไหม จะทำอะไรคือเหนื่อยมากเลยค่ะ แล้วพอลูกเข้าเรียนค่าเทอมอีก จากตอนแรกที่เราเริ่มรู้สึกประสบความสำเร็จ ตอนนี้เรารู้สึกเหนื่อยมากๆ คือเราไม่รู้เลยว่าสรุปนี่เราประสบความสำเร็จจริงๆหรือป่าว เคยคิดว่าการมีบ้าน มีรถ มีครอบครัวคือสิ่งประสบความสำเร็จสูงสุด แต่ตอนนี้รู้สึกเหนื่อยกับภาระหนี้สิ้นมากเลยค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 134
สวัสดีค่ะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำทุกคนนะคะ คือเรายอมรับว่าตอนนั้นใจคืออยากได้ค่ะ แล้วคิดแค่ว่ายังดีที่มีเงินเหลือจะได้เอามาโปะหนี้ทุกอย่างแล้วใช้ทางเดียว เลยปรึกษาพี่ที่ทำงานเพราะเห็นว่าเค้ามีประสบการณ์ แล้วตอนนั้นคำแนะนำพี่เค้าคือดีมากๆค่ะกับการใช้ชีวิตพี่เค้าคือสบายมากกว่าเดิม พอเราเห็นว่าพอเป็นไปได้เราเลยสนใจมากๆ พี่แกก็แนะนำมาว่าถ้าแบบซื้อตอนนี้ต่อไปถ้าขายจะได้กำไรอีก + กับพี่เค้าเป็นเพื่อนของเซลล์โครงการ เลยบอกถ้าเราซื้อได้เค้าจะแถมของแถมอะไรให้เป็นพิเศษ เค้าก็แนะนำเราว่าตอนนี้ราคาช่วงโควิดลดเยอะมากๆปีที่แล้วกู้ตอนนี้ได้ราคาดีถ้ารอจะได้ราคาสูงที่ดินและวัสดุเริ่มแพงมากๆ แบบเมื่อก่อนบ้านในโครงการตอนแรก ไม่ถึง 2 ล้าน ผ่านไปไม่กี่ปีตอนนี้ 2.4 ล้านแล้ว เราเลยปรึกษาบอกทางบ้านทุกคนก็ดีใจและเห็นด้วยว่าจะได้ไม่ต้องเช่าอยู่มีบ้านเป็นของตัวเองสักที ถ้าซื้อตอนนี้เราจะได้ยังพอมีกำลังทำงานผ่อนได้ระยะยาว แต่ถ้าเราซื้ออายุมากๆจะทำให้ปีผ่อนน้อยลง เราเลยคิดว่าคงดีแล้วเลยตัดสินใจกู้ค่ะตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลยค่ะ คิดแค่ว่าปกติมีรายจ่ายเท่าไหร่ถ้าปิดหนี้หมดก็ส่งบ้านยังไงน่าจะเหลือกว่า แต่พอลูกเข้าเรียนจริงๆค่าเทอมค่ากินไหนจะเวลาไปโรงเรียนไม่สบายทำให้รู้สึกการเงินตึงมากๆค่ะ ปกติเมื่อก่อนก่อนลูกไปโรงเรียนไม่ค่อยป่วยเท่าไหร่ ตอนนี้รู้สึกตึงจริงๆค่ะ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 5
ติดกับดักแล้วครับ

คนหนี้เยอะ​ คนล้มละลาย
จะเริ่มแบบนี้ล่ะ
คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จ
คนอื่นมีได้​ ฉันก็ต้องมีได้
ให้รางวัลกับชีวิตหน่อย​ เฟอร์นิเจอร์​ ผ้าม่าน
เครื่องซักผ้า​ ตู้เย็น​ ทีวี​ รถคันที่​ 2-3 ฯลฯ

กลับสู่โลกแห่งความจริง
รายได้ขนาดนี้​ กับภาระผ่อนบ้าน​ 2.4 ล้าน
คุณต้องหุงข้าว​เอง ซื้อแกงถุง​ ใส่ปิ่นโตไปทำงาน
ถึงจะรอดได้​
ความคิดเห็นที่ 7
ซื้อบ้าน บาน ซื้อรถ ลด ท่องไว้ครับ

การคิดว่าทรัพย์สินเป็นของเราในวันที่กู้ได้ อันตรายมากกก ทรัพย์สินจะเป็นของเราจริงๆ วันที่จ่ายหมด ตอนนี้ถ้าเราเลิกจ่าย ธนาคารก็ยึดคืน อย่าเพิ่งคิดว่ามันจบตอนกู้ กู้ได้เป็นแค่ก้าวแรก

ตอนนี้ต้องหารายได้ ลดรายจ่ายด่วนๆ เพราะน่าจะตึงมาก อย่าลืมคิดเผื่อฉุกเฉินด้วยนะครับ เผื่อมีใครป่วย ไม่สบาย ต้องซ่อมบ้าน รถ รายจ่ายจะไม่พอทันที เก็บวันละนิดเผื่อฉุกเฉินด้วย

รายจ่ายอะไรลดได้ ลดเลย อาหารการกินทำเอง ทำแบบเน้นสุขภาพ ขั้นตอนน้อยกว่า ราคาไม่แพงด้วย กินได้ทั้งบ้าน

ลดการซื้อของเข้าบ้าน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ซื้อที่จำเป็น ที่ต้องใช้พอ

เมื่อไรตึง อย่ากู้นอกระบบ อย่ารูดบัตรมาจ่าย อย่าใช้หนี้ปลดหนี้ มันจะงูกินหาง ให้หาหยิบยืมจากคนรู้จักเท่าที่ได้ ถ้าไม่ไหว ให้ปล่อยทรัพย์สินไป อย่ายื้อ เสียสุขภาพจิต เอาไว้พร้อมจริงค่อยมีใหม่ครับ
ความคิดเห็นที่ 15
Your decision is too dangerous. I disagree with the idea. You both earn ฿33,000 per month. Why do you believe you will be able to purchase a 2,4 MB houses? Even worse is the fact that you have a child. In the long run, raising a child is very expensive. It could reach one million baht within a few years. Additionally, having a car requires annual payments for maintenance and insurance. 33K per month is insufficient to cover all of this and may make your life much more difficult.
ความคิดเห็นที่ 1
เงินเดือนหมื่นกว่าบาทรวมกันกู้ซื้อบ้านเอาส่วนต่างด้วย ก็ยากอยู่แล้ว  ถ้าปีแรกบอกยาก ปีต่อไปไม่รอดแน่นอน

ควรประกาศขายให้ได้ก่อนดอกเบี้ยลอยตัวและยอดผ่อนสูงขึ้น
ความคิดเห็นที่ 6
เอาใจช่วยนะครับ

มองในแง่ดี ... พี่จขกท.ก็ยังได้มีบ้านเป็นของตัวเอง (น่าจะให้ความรู้สึกดีกว่าเช่าอยู่) รวมถึงได้รู้สึกภูมิใจว่าตัวเองประสบความสำเร็จด้วย (แม้ส่วนตัวผมจะไม่สนับสนุน และไม่นิยามความสำเร็จด้วยการมีบ้านมีรถก็ตาม)

ส่วนเรื่องค่าผ่อนรายเดือนที่ค่อนข้างตึง ผมคิดว่าช่วงนี้คงต้องพยายามประคับประคองไปก่อนครับ เน้นประหยัดมากขึ้นหน่อย และไม่ควรกู้เงินที่อื่นมาหมุน เพราะมันจะกลับไปเป็นงูกินหางเหมือนเดิม

ในอนาคตพอพี่ จขกท เริ่มมีรายได้/เงินเดือนมากขึ้น ... ก็น่าจะช่วยให้ผ่อนได้คล่องตัวมากขึ้นครับ

ถือเป็นบทเรียนให้เราระมัดระวังและรอบคอบมากขึ้นในการซื้อสินทรัพย์ชิ้นใหญ่ด้วยการกู้เงิน เพราะ ส่วนใหญ่แล้วมันย่อมมีค่าใช้จ่ายแฝงจำนวนมากที่เรานึกไม่ถึงตามมาครับ (ที่แน่ๆคือ ค่าบำรุงรักษา)...
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่