รำลึกเหตุการณ์ย้อนหลังเมื่อ 10 ปีที่ทีมไทยพลาดไป OG-2012

ต้องขออนุญาตเจ้าของบทความ คุณวิเคราะห์บอลจริงจัง ที่ผมก๊อปข้อความทั้งหมดมาเผยแพร่ในห้องวอลเลย์บอลนี้ จุดประสงค์แค่อยากให้คนอื่น ๆ ได้อ่านและรับรู้เบื้องหลังเหตุการณ์โดยเฉพาะความรู้สึกของโค้ชอ๊อดและนักกีฬาในเวลานั้นเท่านั้น ไม่ได้ต้องการให้มีดราม่าหรือมีความคิดเคียดแค้นทีมชาติญี่ปุ่นใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าเราอยากไป OG เราต้องไปด้วยฝีมือเราเอง ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยใคร ทีมอื่นเขาจะฮั้วหรือไม่ฮั้วมันเป็นสิทธิ์ของเขา ต่อให้เกณฑ์การคัดเลือกหาทีมที่ได้ไปแข่ง OG จะยากขึ้นกว่าในอดีตก็ตาม ถ้าเราเก่งจริง + นักกีฬาชุดเจนใหม่มีวาสนาที่จะได้ไป ยังไงเราก็ได้ไป ผมเชื่อเรื่องนี้ เพราะทีมไทยยังไม่เก่งถึงขนาดใช้ฝีมือตัดสินโชคชะตาด้วยตนเองได้ ส่วนใครไม่เชื่อเรื่องวาสนา ก็ลองช่วยอธิบายให้ผมหายข้องใจหน่อยว่า ปริญญา พานแก้ว ได้เหรียญทองแดงกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ที่อินชอน 2014 มาได้อย่างไร ส่วนวรรณา บัวแก้ว กลับไม่เคยได้เหรียญกีฬาเอเชี่ยนเกมส์เลยแม้แต่ครั้งเดียว

--------------------------------------
วิเคราะห์บอลจริงจัง
3 สิงหาคม เวลา 19:30 น.  · 
ผมเคยถามโค้ชอ๊อต-เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ว่าตั้งแต่ทำทีมวอลเลย์บอลมาตลอดชีวิต ครั้งไหน คือแมตช์ที่เสียใจที่สุดชนิดที่เขาลืมไม่ลง
โค้ชอ๊อตตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่าเป็นเกมระหว่าง "ญี่ปุ่น กับ เซอร์เบีย" ในโอลิมปิกรอบคัดเลือกปี 2012
เรื่องนี้โค้ชอ๊อตอธิบายว่า ในโอลิมปิก 2004 กับ 2008 ทีมชาติไทยยังไม่เคยหวังถึงโอลิมปิก เพราะรู้ดีว่ายังไกลเกินเอื้อม พวกจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เขายังเก่งกว่าเราเยอะ
แต่พอเข้าสู่ปี 2009 ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ทีมชาติไทยมี 7 เซียนครบองค์ ได้แก่ วรรณา บัวแก้ว, วิลาวัณย์ อภิญญาพงษ์, ปลื้มจิตร์ ถินขาว, นุสรา ต้อมคำ, มลิกา กันทอง, อรอุมา สิทธิรักษ์ และ อำพร หญ้าผา ซึ่งด้วยทีมชุดนี้ ทำให้ทีมชาติไทยยกระดับขึ้น จนถึงขั้นชนะจีนได้เป็นครั้งแรก ในศึกชิงแชมป์เอเชียที่เวียดนาม
จากนั้นเมื่อเข้าสู่รอบคัดเลือกโอลิมปิก 2012 ที่ลอนดอน ทำให้โค้ชอ๊อต และแฟนวอลเลย์ไทยเริ่มมีความหวัง ว่าเราอาจสร้างเซอร์ไพรส์ ไปโอลิมปิกรอบสุดท้ายได้ก็ครั้งนี้แหละ ดังนั้นเมื่อหวังมาก พอผิดหวังก็เลยเสียใจมากเช่นกัน
ในวาระที่เหตุการณ์นี้ ผ่านไปแล้ว 10 ปีพอดี ก็ไม่เลว ที่เราจะหยิบเรื่องนี้มาย้อนอดีตกันอีกครั้ง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นวันนั้นบ้าง
-------------------------
ในโอลิมปิก 2012 จะคัดเอาแค่ 12 ประเทศที่ดีที่สุดไปเล่นเท่านั้น ซึ่งแน่นอนมันยากมหาศาล เพราะการเป็น 12 ทีมสุดยอดของโลกได้นั้นไม่ง่าย
ก่อนโอลิมปิกจะเริ่ม ก็มีการแข่งระดับทวีปไปเรื่อยๆ และทยอยได้ตัวแทนกันเกือบครบหมดแล้ว ประกอบด้วย
1- สหราชอาณาจักร (เจ้าภาพ)
2- อิตาลี (อันดับ 1 รายการเวิลด์คัพ)
3- สหรัฐฯ (อันดับ 2 รายการเวิลด์คัพ)
4- จีน (อันดับ 3 รายการเวิลด์คัพ)
5- แอลจีเรีย (โควต้าแอฟริกา)
6- โดมินิกัน (โควต้าอเมริกาเหนือ)
7- ตุรกี (โควต้ายุโรป)
8- บราซิล (โควต้าอเมริกาใต้)
ทีนี้เหลือสล็อตอีก 4 ที่นั่งในโอลิมปิกเกมส์ ซึ่ง FIVB คัด 8 ชาติมาแข่งขันกันในรายการ "คัดโอลิมปิก" ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ ประกอบไปด้วย
- ญี่ปุ่น (เจ้าภาพ)
- เกาหลีใต้
- ไทย
- ไต้หวัน
- เซอร์เบีย
- รัสเซีย
- คิวบา
- เปรู
ทั้ง 8 ทีมจะแข่งแบบพบกันหมด โดยอันดับดีที่สุด 1 2 3 จะได้สิทธิไปเล่นโอลิมปิกรอบสุดท้ายทันที ส่วนสล็อตสุดท้าย จะเป็นโควต้าของทีมจากเอเชีย กล่าวคือทีมจากเอเชียที่คะแนนดีที่สุด แต่ไม่ติด 1-3 จะได้ไปเล่นรอบสุดท้ายด้วย
ถ้ามองว่าไต้หวันเป็นทีมอ่อนที่สุดใน 4 ชาติเอเชียและตัดทิ้งไปเลย แปลว่าหน้าที่ของเราคือเชียร์ให้เกาหลีใต้และญี่ปุ่น จบท็อปทรีไปเลย ซึ่งถ้าจบแบบนี้ไทยได้ไปโอลิมปิกอัตโนมัติ
ก่อนการแข่งขันเริ่มว่ากันแฟร์ๆ ไทยก็คือม้านอกสายตา เพราะคนส่วนใหญ่เชื่อว่า พวกเซอร์เบีย, รัสเซีย หรือญี่ปุ่น น่าจะมีโอกาสมากสุดในการเข้ารอบ และไทยน่าจะต้องมาตัดกับเกาหลีใต้เพื่อหาทีมที่ดีที่สุดของเอเชียที่ไม่ติดท็อปทรีกันต่อไป
เกมที่ 1 ไทยเจอรัสเซีย แพ้ขาดลอย 3-0 ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์
เกมที่ 2 ไทยเจอเซอร์เบียที่เป็นต่อเราอย่างมโหฬาร แต่เป็นไทยที่เล่นได้สุดยอดมากๆ อรอุมา สิทธิรักษ์ ทำแต้มคนเดียว 33 คะแนน ทุกลูกที่เธอตบเซอร์เบียที่สูงใหญ่รับไม่อยู่เลย ขณะที่ลูกเสิร์ฟก็เฉียบขาด ปลื้มจิตร์, นุสรา และ มลิกา ทำเอซไปได้คนละ 3 หน ไทยพลิกล็อกเอาชนะเซอร์เบียด้วยเวลา 72 นาที ชนะขาดลอย 25-19, 25-17 และ 25-20 เป็นเกมคนละคลาสไปเลย
ผ่านไป 2 เกม ทีมชาติไทยกลับมามีลุ้นอีกครั้ง การเอาชนะตัวเต็งอย่างเซอร์เบียได้ถือเป็นเรื่องที่ทุกคนก็ตกใจ แต่ทว่าอีกสองวันต่อมา เกมที่ 3 ไทยไม่สามารถรักษาโมเมนตั้มของตัวเองได้ แพ้ญี่ปุ่นไปขาดลอย 3-0 เซ็ต
เกมที่ 4 ไทยเจอกับทีมที่แพ้มารวดทุกเกม ไต้หวัน ซึ่งด้วยศักยภาพที่เหนือกว่า ไทยชนะไม่ยากอยู่แล้ว ไทยกดไป 3-0 เซ็ต
เกมที่ 5 ไทยเจอรองบ๊วย เปรู ซึ่งก็แพ้มาเกือบทุกเกม (ชนะไต้หวันทีมเดียว) ซึ่งไทยตอนนี้มั่นใจแล้ว เอาชนะเปรูไปได้ 3-0 เซ็ต
เกมที่ 6 ไทยเจอเกาหลีใต้ แต่ก็มาแผ่วอีก ทำให้เราพลาดท่าพ่ายไป 3-0 เซ็ต
ผ่านไป 6 เกม ไทยมีผลงานชนะ 3 แพ้ 3 มาถึงเกมที่จะชี้เป็นชี้ตายที่สุด นั่นคือนัดสุดท้ายที่เจอคิวบา ในเกมที่ 7 ถ้าไทยชนะมีโอกาสเข้ารอบสูง แต่ถ้าแพ้ตกรอบไปเลย
โค้ชอ๊อตเล่าว่า "วันนั้นคิวบาหมดลุ้นไปแล้ว ต่อให้ชนะเราเขาก็ไม่เข้า แต่นี่คือคิวบาทีมระดับท็อปเท็นของโลก แล้วเรายังไม่เคยชนะคิวบาได้มาก่อนตั้งแต่มีสมาคมวอลเลย์บอลเป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม วันนั้นเราพร้อมเต็มที่แล้ว ผู้เล่นทุกคนมีความมั่นใจถึงขีดสุด เราย้ำกันเองตลอดว่าเราทำได้ เราทำได้"
ขณะที่กิฟท์-วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ เล่าว่า "เราเล่นมา 6 เกม ร่างกายพวกเราสะบักสะบอมมาก แต่พอเกมเริ่มกับคิวบา เราก็อดทน โค้ชอ๊อตบอกให้สู้เราก็สู้ แล้วยิ่งพอตอนแข่ง เพื่อนๆก็ให้กำลังใจกันเอง ทุกคนกัดฟันและเราไม่ยอมแพ้คิวบา"
เกมนั้นโลกต้องตกตะลึง เมื่อสาวไทยสร้างประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ เพราะโค่นคิวบาได้ครั้งแรก โดยเอาชนะไปแบบสุดมันส์ 3-1 เซ็ต ซึ่งแมตช์นี้ กิฟท์-วิลาวัณย์ ขุดแล้วขุดอีก ขุดไป 8 หน เยอะที่สุดในสนาม ขณะที่นุสรา ก็ท็อปฟอร์มเหลือเกิน เซ็ตเข้าเป้าไป 85 ครั้ง เท่ากับทั้งทีมคิวบารวมกัน
หลังจากคว้าชัยชนะทุกคนดีใจอย่างบ้าคลั่ง แม้แต่โค้ชอ๊อตเองก็สะใจเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เขากล่าวว่า "ความฝันของผมตั้งแต่เป็นนักกีฬาแล้ว คืออยากไปโอลิมปิกให้ได้ แต่พอเราเล่นแล้วฝีมือไม่พอจะไปไม่ถึงจุดนั้น เราก็หวังว่าจะพาเด็กๆ ไปโอลิมปิกก็ยังดี สำหรับผมแล้ว ไม่มีอะไรจะยิ่งใหญ่ไปกว่าการพาทีมชาติไปโอลิมปิกแล้ว มันสำคัญที่สุด"
"ไทยแข่งคู่แรกตอน 11 โมงเช้า พอชนะเราก็ดีใจกันแล้ว ผมให้เงินน้องๆไปซื้อของกินมาเลย เราทุกคนจะมารอดูเกมนัดสุดท้ายเวลา 1 ทุ่ม ที่ญี่ปุ่นจะเจอกับเซอร์เบีย ด้วยความสัตย์จริง ผมว่าไทยเข้ารอบแน่ ในใจคิดไปไกลข้ามช็อตแล้ว ไม่ได้เผื่อใจกับความผิดหวังเลย"
-------------------------------
สถานการณ์ตอนนี้ พลิกกลับตาลปัตร เมื่อไทยมี 12 แต้ม ขึ้นแท่นอยู่อันดับ 3 ของตาราง กุมความได้เปรียบมหาศาล
รัสเซียกับเกาหลีใต้ลอยลำไปสองทีมแล้ว เหลือโควต้าอีก 2 ทีม ซึ่งไทยพอชนะคิวบาได้ปั๊บก็มีโอกาสดีมากจริงๆ เราเหลือรอผลคู่สุดท้าย ระหว่างเจ้าภาพญี่ปุ่น กับ เซอร์เบียเท่านั้น
ในเกมนัดนั้น มีความเป็นไปได้ทั้งหมด 6 อย่าง ซึ่งถ้าผลลัพธ์ออกมา 5 จาก 6 ข้อนี้ ไทยจะเข้าไปเล่นโอลิมปิก
ญี่ปุ่น ชนะ เซอร์เบีย 3-0 เซ็ต (ไทยเข้าโอลิมปิก)
ญี่ปุ่น ชนะ เซอร์เบีย 3-1 เซ็ต (ไทยเข้าโอลิมปิก)
ญี่ปุ่น ชนะ เซอร์เบีย 3-2 เซ็ต (ไทยเข้าโอลิมปิก)
เซอร์เบีย ชนะ ญี่ปุ่น 3-0 เซ็ต (ไทยเข้าโอลิมปิก)
เซอร์เบีย ชนะ ญี่ปุ่น 3-1 เซ็ต (ไทยเข้าโอลิมปิก)
เซอร์เบีย ชนะ ญี่ปุ่น 3-2 เซ็ต (ไทยตกรอบ)
คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว คือ 83.4% (ได้ไป) กับ 16.6% (ไม่ได้ไป)
โอกาส 1 ใน 6 ลองคิดดูว่าในการโยนลูกเต๋า ให้ออกหน้าแบบที่เราต้องการเป๊ะ มันยากขนาดไหน โดยโค้ชอ๊อตบอกว่า "สำหรับผมโอกาสของเรา เข้าโอลิมปิก 99.99% มันมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดสกอร์ 3-2 แต่ว่าเอาจริงๆ มันคงไม่แจ๊กพอตแตกขนาดนั้น"
โค้ชอ็อตบอกว่านาทีนั้นญี่ปุ่นคืออันดับ 3 ของโลกแถมเล่นในบ้านอีก โอกาสที่จะเอาชนะเซอร์เบียไม่ใช่เรื่องยากเกินไปเลย และคือเงื่อนไขชนะกี่เซ็ตก็ได้ ดังนั้น เขามั่นใจจริงๆ ว่าญี่ปุ่นจะทำได้
ในคืนนั้นนักกีฬาไทย รวมตัวกันในห้องที่โรงแรม เพื่อดูเกมญี่ปุ่นกับเซอร์เบีย ทุกคนเตรียมฉลองชัยพร้อมกันแล้ว
แต่ก่อนเกมจะเริ่ม คิม ยอน-คยอง คู่แข่งจากเกาหลีใต้ที่เข้ารอบไปแล้ว เดินมาหาที่ห้องพักนักกีฬาไทย แล้วคุยกับนุสรา และพูดบางอย่างแปลกว่าๆ ให้เผื่อใจไว้บ้าง นุสราเล่าว่า "เพื่อนเกาหลีเขามาพูดทำนองว่า ถึงไทยชนะคิวบาได้ แต่ก็อาจไม่ได้ไปโอลิมปิกนะ ซึ่งเราก็เริ่มเอะใจ แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไร"
เกมการแข่งเริ่ม นี่เป็นเกมที่ทุกคนจับตาทั่วโลก เพราะเดิมพันถึงการได้ไปโอลิมปิก ของ 3 ประเทศ เซตแรก ญี่ปุ่นชนะ 25-18 ไม่มีอะไรยาก แต่มาเซ็ตสองญี่ปุ่นเริ่มหลุด แพ้ไป 21-25 แต่มาเซ็ต 3 ญี่ปุ่นคัมแบ็กได้และเอาชนะไปอีก 25-19
ญี่ปุ่นได้แล้ว 2 เซ็ต แปลว่าพวกเขาการันตีเข้าโอลิมปิก 100% โดยไม่ต้องสนใจอีกสองเซ็ตที่เหลือ แต่ถ้าพวกเขาแพ้รวดอีก 2 เซตที่เหลือ แปลว่าไทยจะตกรอบ
ในเซต 3 ญี่ปุ่นนำเซอร์เบียมาแบบสบายๆ 15-12 ตามด้วย 19-16 คือโอกาสเข้าป้ายสูงมาก แต่จากนั้นอยู่ๆ ญี่ปุ่นก็ช็อตไปเลย แล้วเซอร์เบียมาจากไหนไม่รู้รัวทำแต้ม เอาชนะไปในเซต 4 ด้วยคะแนน 25-21 คือญี่ปุ่นจากทรงดีๆ ฟอร์มหายไปดื้อๆ และเสียถึง 7 แต้มติดต่อกัน โดยไม่มีการขอเวลานอก หรือเปลี่ยนตัวแม้แต่ครั้งเดียว ขณะที่ลูกที่เสียก็เสิร์ฟออกบ้าง รับลูกตบที่ไม่แรงไม่อยู่บ้าง ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นลางไม่ดีของทีมชาติไทย
ในเซตสุดท้าย ซึ่งจะเป็นเซ็ตตัดสิน ถ้าญี่ปุ่นเล่นเต็มที่ เอาชนะเซอร์เบียได้ ไทยจะจับมือควงญี่ปุ่นเข้าโอลิมปิกแล้วเขี่ยเซอร์เบียตกรอบ
แต่ญี่ปุ่นยังเล่นผิดพลาดเยอะเกินไป มีการขาตายในบางจังหวะ มีการเสิร์ฟเสียแต้ม และสุดท้ายญี่ปุ่นแพ้ไปอย่างรวดเร็ว ด้วยสกอร์ 15-9 ในเวลาแค่ 12 นาทีเท่านั้น และมันแปลว่าโอกาสแค่ 16.6% ที่ไทยจะตกรอบ กลับเกิดกับเราจริงๆ
-------------------------
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่