สนทนาธรรมกับพระอาจารย์เอ้ (14 พรรษา) วัดพิชัยพัฒนาราม (หลวงปู่ฟัก) จ.จันทบุรี (วัดป่า)

เมื่อวาน (24 ต.ค.63) สนทนาธรรมกับพระอาจารย์เอ้ (14 พรรษา) วัดพิชัยพัฒนาราม (หลวงปู่ฟัก) จ.จันทบุรี (วัดป่า)

ผม : พระอาจารย์บวชกี่พรรษาแล้วครับ

พอ.เอ้ : 14 พรรษาแล้ว

ผม : อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้พระอาจารย์บวชได้นานขนาดนี้ครับ

พอ.เอ้ : สมัยเราเรียนมหาวิทยาลัย ปี 2-3 ได้ไปร่วมปฏิบัติกับครูบารอาจารย์วัดป่า ได้เห็นปฏิปทาครูบารอาจารย์เกิดเลื่อมใส เรียนจบมาทำงานวิศวได้ 2 ปี ระหว่างทำงานก็ปฏิบัตินั่งสมาธิไปด้วย เกิดจิตรวมเป็นสมาธิ ตั้งแต่นั้นเราก็รักความสงบ ไม่ชอบความวุ่นวาย วิถีชีวิตก็ต่างจากเพื่อนๆพี่ๆไปเรื่อยๆ จนรู้ว่าตนเองอยู่ทางโลกไม่ได้ต้องออกบวชแน่นอนจึงตัดสินใจบวชตั้งแต่อายุ 25 ปี

ผม : การอยู่ในเพศนักบวชต้องมีสมาธิเป็นเครื่องอยู่ใช่ไหมครับ

พอ.เอ้ : ต้องทำให้จิตรวมบ่อยๆ จนเป็นวสี แล้วนำมาฆ่ากิเลส การที่จิตไม่รวมก็นำวิปัสนาได้ แต่เหมือนใช้มีดทื่อๆ นำมาแทงกิเลสก็แค่ช้ำๆ แต่ถ้าจิตรวมเหมือนใช้มีดที่แหลมคมแทงกิเลสที่เดียวตายเลย
การที่เราพิจารณาให้เกิดปัญญา พิจารณาเรื่องเดียวกันก่อนจิตรวมกับหลังจิตรวมมันแตกต่างกันมาก พิจารณาก่อนจิตรวมไมีเกิดปัญญาแต่เป็นสัญญา แต่ถ้าจิตรวมเป็นสมาธิแล้วพิจารณาจิตจะคลายเกิดปัญญาแบบไม่สงสัยอีกเลยติดไปทุกภพทุกชาติ
โยมเองก็จิตรวมเป็นสมาธิแล้วไม่น่าสึกเลย

ผม : ผมปรารถนาพระพุทธภูมิ กิเลสยังหนาอยู่กลัวจะสึกตอนแก่เป็นภาระศาสนาครับ

พอ.เอ้ : สำหรับเราแค่สาวกภูมิก็ภูมิใจมากๆแล้ว

ผม :ทำไมเมื่อก่อนนั่งสมาธิ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ก็เกิดเวทนา นั่งต่อไม่ได้แล้ว หลังจากจิตรวมครั้งแรกทุกวันนี้นั่งสมาธิ 2-3 ชม. ไม่เกิดเวทนาเลยครับ

พอ.เอ้ : เป็นธรรมดาหลังจากจิตรวมเป็นสมาธิแล้ว จิตจะจดจำอารมณ์สมาธิได้ ทำให้นั่งได้นานขึ้น

By ดร.ดิว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่