ธุรกิจเผย ปีนี้กำลังซื้อทั้งประเทศซบหนัก 'คนละครึ่งเฟส 5' ปลุกไม่ขึ้น
https://www.matichon.co.th/economy/news_3477081
ธุรกิจเผย ปีนี้กำลังซื้อทั้งประเทศซบหนัก ‘คนละครึ่งเฟส 5’ ปลุกไม่ขึ้น
นางสาว
สุวรรณา โชคดีอนันต์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภค กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค 4 ประเภทหลัก ได้แก่ แม่และเด็ก ผลิตภัณฑ์การดูแลตัวเองและของใช้ในครัวเรือน อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ โดยมีเครือข่ายจำหน่ายทั้งโมเดิร์นเทรด ร้านค้าทั่วไป และอีคอมเมิร์ช ครอบคลุมไทยและซีแอลเอ็มวี ทั้งนี้ จากราคาน้ำมันและค่าขนส่งสูงขึ้น ทำให้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับราคาสินค้ากลุ่มภายใต้ตราสินค้าของบริษัทเองอีก 5% เช่น กระบอกฉีดน้ำที่ไม่ได้ปรับมา 30 ปี และสินค้าจากกลุ่มธุรกิจร่วมค้า
“ครึ่งปีหลังเรายังต้องเฝ้าดูเรื่องของต้นทุนสินค้าที่ยังสูงขึ้น จะทำยังไงให้อยู่ในจังหวะที่สามารถคุมได้ในระดับหนึ่ง เพื่อพยุงเรื่องรายได้ กำลังซื้อผ่านออฟไลน์ไม่ให้ตกหล่นลงไป เพราะสถานการณ์ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่” นางสาวสุวรรณากล่าว
นางสาวสุวรรณากล่าวว่า สำหรับภาพรวมกำลังซื้อปี 2564 เทียบกับปีนี้ ถือว่าปีที่แล้วกำลังซื้อตลาดจังหวัดดีกว่าในกรุงเทพฯ เพราะรัฐมีมาตรการต่างๆ ออกมาช่วยอัดฉีด เช่น คนละครึ่ง แต่ตอนนี้ภาพรวมกำลังซื้อทั้งประเทศยังไม่ดีขึ้น เงียบ ซบเซามาก เพราะปีนี้ไม่มีเงินอัดฉีด เนื่องจากมีปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนสินค้าที่ขึ้นมากว่า 7% แม้รัฐบาลจะมีโครงการคนละครึ่งเฟส 5 วงเงิน 800 บาท ซึ่งน้อยลงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา คงไม่ได้ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้มาก แต่คงทำให้คนมีความรู้สึกว่าดี อย่างน้อยมีอะไรออกมาบ้าง
“แนวโน้มกำลังซื้อในครึ่งปีหลังน่าจะยังซบเซาเพราะค่าครองชีพสูงขึ้น ขณะที่คนมีรายได้เท่าเดิม แต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์โรคฝีดาษลิง โอมิครอนจะกลายพันธุ์หรือไม่ หากไม่มีการยกระดับความเข้มข้น คงจะช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้ายังควบคุมไม่ได้ คงจะกระทบต่อกำลังซื้ออย่างแน่นอน เพราะการท่องเที่ยวยังไม่กลับมาเป็นปกติ ขณะที่ผู้ผลิตต้องเผชิญกับหลายปัจจัยทั้งค่าแรงขั้นต่ำและดอกเบี้ยที่จะปรับขึ้นในปีนี้ที่ทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น” นางสาว
สุวรรณากล่าว
'สมชัย' ห่วงเกมยื้อ ผ่านกม.เลือกตั้ง ไล่ไทม์ไลน์รัฐสภา เหลือวันประชุมแค่ 4 วัน
https://www.matichon.co.th/politics/news_3476990
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม นาย
สมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย (สร.) เปิดเผยว่า วันที่ 15 สิงหาคมนี้ จะครบ 180 วัน ที่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา หากพ้นกำหนด ไม่สามารถผ่านวาระสามได้ในวันดังกล่าว ต้องกลับไปใช้ หาร 100 ฉบับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งนี้ รัฐสภามีวันประชุมร่วมเหลือ 4 วัน คือวันที่ 2 สิงหาคม วันที่ 3 สิงหาคม วันที่ 9 สิงหาคม และวันที่ 10 สิงหาคม เพื่อพิจารณาวาระสองรายมาตราต่อ ตั้งแต่ มาตรา 24/1 ถึง มาตรา 32 รวม 9 มาตรา โดยมีมาตราสำคัญ คือ 24/1 การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แบบหาร 500 กรณีเลือกตั้งไม่เสร็จ และมาตรา 26 การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กรณีเลือกตั้ง ส.ส.แบบเขตใหม่ด้วยเหตุทุจริตเลือกตั้งภายใน 1 ปี
นาย
สมชัยกล่าวว่า วาระการประชุม วันที่ 2-3 สิงหาคม วาระกฎหมายลูกเป็นวาระที่ 3 โดยมี 2 วาระก่อนหน้า คือ ร่าง พ.ร.บ. ปรับเป็นพินัย (ยังพิจารณาค้าง) และร่าง พ.ร.บ. กำหนดเวลาในกระบวนการยุติธรรม และตามด้วยร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ถ้าไม่เลื่อนร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาแทนร่าง พ.ร.บ. กำหนดเวลาในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งไม่รู้จะเลื่อนได้หรือไม่ แล้วอภิปราย ร่าง พ.ร.บ. ปรับเป็นพินัย และร่าง พ.ร.บ. กำหนดเวลาในกระบวนการยุติธรรมลากยาวกัน 4 วันแล้วไม่จบ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ก็จบแบบเรียบร้อยโรงเรียนประยุทธ์ กลับไปหาร 100 โดยไม่เหนื่อย แต่สภาจะเสียศักดิ์ศรีครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด คือไม่สามารถพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเสร็จภายใน 180 วันตามเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญดูหน้าว่าจะมีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบบ้าง
‘พนิต’ เขียนถึงลูกชาย มีความสุข ได้ช่วยงาน ‘ชัชชาติ’ ส่วนตัวเอง ต้องเจอผู้นำ รบ.ย้อนยุค
https://www.matichon.co.th/politics/news_3477086
‘พนิต’ เขียนถึงลูกชาย มีความสุขดีได้ช่วยงานชัชชาติ ส่วนตัวเอง ต้องเจอผู้นำ รบ.ย้อนยุค
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม นาย
พนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเพจส่วนตัว Panich Vikitsreth – พนิต วิกิตเศรษฐ์ เล่าถึง นาย
พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ลูกชาย ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. หลังไปช่วยงาน นาย
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. โดยระบุว่า
“ตั้งแต่ลูกชายไปทำงานเป็นที่ปรึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม ของผู้ว่าฯ ชัชชาติ ก็เจอกันน้อยมาก เพราะเขาทำงานหนักทุกวัน วันนี้ได้กลับบ้านมาเจอกัน คุยสัพเพเหระตามประสาพ่อลูก แอบห่วงนิดหน่อย แต่ดูๆ แล้วลูกน่าจะมีความสุขใช้ได้เลย
น่ายินดีที่ลูกได้ทำงานที่ชอบกับผู้นำวิสัยทัศน์ก้าวหน้า มีประชาธิปไตย และมีนโยบายที่ทันสมัย
ผมเองก็ทำงานที่ผมรัก คือการเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ในฐานะผู้แทนของประชาชน แต่สิ่งที่ผมต้องเจออยู่คือ ผู้นำรัฐบาล ที่มีความคิดย้อนยุค โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ และล้มเหลวด้านประชาธิปไตย”
https://www.facebook.com/panichv/posts/pfbid0HPYzzbYDJp9MvrTnHNYY2FcUryj5BMs5kWyF4STiRRiVfst6gc2V3fYSkDqg7DQPl
JJNY : ธุรกิจเผยกำลังซื้อซบ‘คนละครึ่ง’ปลุกไม่ขึ้น│'สมชัย'ห่วงเกมยื้อกม.ลต.│‘พนิต’เขียนถึงลูกชาย│เกาหลีเหนือพร้อมประทะUS.
https://www.matichon.co.th/economy/news_3477081
นางสาวสุวรรณา โชคดีอนันต์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภค กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค 4 ประเภทหลัก ได้แก่ แม่และเด็ก ผลิตภัณฑ์การดูแลตัวเองและของใช้ในครัวเรือน อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ โดยมีเครือข่ายจำหน่ายทั้งโมเดิร์นเทรด ร้านค้าทั่วไป และอีคอมเมิร์ช ครอบคลุมไทยและซีแอลเอ็มวี ทั้งนี้ จากราคาน้ำมันและค่าขนส่งสูงขึ้น ทำให้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับราคาสินค้ากลุ่มภายใต้ตราสินค้าของบริษัทเองอีก 5% เช่น กระบอกฉีดน้ำที่ไม่ได้ปรับมา 30 ปี และสินค้าจากกลุ่มธุรกิจร่วมค้า
“ครึ่งปีหลังเรายังต้องเฝ้าดูเรื่องของต้นทุนสินค้าที่ยังสูงขึ้น จะทำยังไงให้อยู่ในจังหวะที่สามารถคุมได้ในระดับหนึ่ง เพื่อพยุงเรื่องรายได้ กำลังซื้อผ่านออฟไลน์ไม่ให้ตกหล่นลงไป เพราะสถานการณ์ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่” นางสาวสุวรรณากล่าว
นางสาวสุวรรณากล่าวว่า สำหรับภาพรวมกำลังซื้อปี 2564 เทียบกับปีนี้ ถือว่าปีที่แล้วกำลังซื้อตลาดจังหวัดดีกว่าในกรุงเทพฯ เพราะรัฐมีมาตรการต่างๆ ออกมาช่วยอัดฉีด เช่น คนละครึ่ง แต่ตอนนี้ภาพรวมกำลังซื้อทั้งประเทศยังไม่ดีขึ้น เงียบ ซบเซามาก เพราะปีนี้ไม่มีเงินอัดฉีด เนื่องจากมีปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนสินค้าที่ขึ้นมากว่า 7% แม้รัฐบาลจะมีโครงการคนละครึ่งเฟส 5 วงเงิน 800 บาท ซึ่งน้อยลงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา คงไม่ได้ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้มาก แต่คงทำให้คนมีความรู้สึกว่าดี อย่างน้อยมีอะไรออกมาบ้าง
“แนวโน้มกำลังซื้อในครึ่งปีหลังน่าจะยังซบเซาเพราะค่าครองชีพสูงขึ้น ขณะที่คนมีรายได้เท่าเดิม แต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์โรคฝีดาษลิง โอมิครอนจะกลายพันธุ์หรือไม่ หากไม่มีการยกระดับความเข้มข้น คงจะช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้ายังควบคุมไม่ได้ คงจะกระทบต่อกำลังซื้ออย่างแน่นอน เพราะการท่องเที่ยวยังไม่กลับมาเป็นปกติ ขณะที่ผู้ผลิตต้องเผชิญกับหลายปัจจัยทั้งค่าแรงขั้นต่ำและดอกเบี้ยที่จะปรับขึ้นในปีนี้ที่ทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น” นางสาวสุวรรณากล่าว
'สมชัย' ห่วงเกมยื้อ ผ่านกม.เลือกตั้ง ไล่ไทม์ไลน์รัฐสภา เหลือวันประชุมแค่ 4 วัน
https://www.matichon.co.th/politics/news_3476990
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย (สร.) เปิดเผยว่า วันที่ 15 สิงหาคมนี้ จะครบ 180 วัน ที่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา หากพ้นกำหนด ไม่สามารถผ่านวาระสามได้ในวันดังกล่าว ต้องกลับไปใช้ หาร 100 ฉบับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งนี้ รัฐสภามีวันประชุมร่วมเหลือ 4 วัน คือวันที่ 2 สิงหาคม วันที่ 3 สิงหาคม วันที่ 9 สิงหาคม และวันที่ 10 สิงหาคม เพื่อพิจารณาวาระสองรายมาตราต่อ ตั้งแต่ มาตรา 24/1 ถึง มาตรา 32 รวม 9 มาตรา โดยมีมาตราสำคัญ คือ 24/1 การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แบบหาร 500 กรณีเลือกตั้งไม่เสร็จ และมาตรา 26 การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กรณีเลือกตั้ง ส.ส.แบบเขตใหม่ด้วยเหตุทุจริตเลือกตั้งภายใน 1 ปี
นายสมชัยกล่าวว่า วาระการประชุม วันที่ 2-3 สิงหาคม วาระกฎหมายลูกเป็นวาระที่ 3 โดยมี 2 วาระก่อนหน้า คือ ร่าง พ.ร.บ. ปรับเป็นพินัย (ยังพิจารณาค้าง) และร่าง พ.ร.บ. กำหนดเวลาในกระบวนการยุติธรรม และตามด้วยร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ถ้าไม่เลื่อนร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาแทนร่าง พ.ร.บ. กำหนดเวลาในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งไม่รู้จะเลื่อนได้หรือไม่ แล้วอภิปราย ร่าง พ.ร.บ. ปรับเป็นพินัย และร่าง พ.ร.บ. กำหนดเวลาในกระบวนการยุติธรรมลากยาวกัน 4 วันแล้วไม่จบ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ก็จบแบบเรียบร้อยโรงเรียนประยุทธ์ กลับไปหาร 100 โดยไม่เหนื่อย แต่สภาจะเสียศักดิ์ศรีครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด คือไม่สามารถพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเสร็จภายใน 180 วันตามเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญดูหน้าว่าจะมีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบบ้าง
‘พนิต’ เขียนถึงลูกชาย มีความสุข ได้ช่วยงาน ‘ชัชชาติ’ ส่วนตัวเอง ต้องเจอผู้นำ รบ.ย้อนยุค
https://www.matichon.co.th/politics/news_3477086
‘พนิต’ เขียนถึงลูกชาย มีความสุขดีได้ช่วยงานชัชชาติ ส่วนตัวเอง ต้องเจอผู้นำ รบ.ย้อนยุค
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเพจส่วนตัว Panich Vikitsreth – พนิต วิกิตเศรษฐ์ เล่าถึง นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ลูกชาย ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. หลังไปช่วยงาน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. โดยระบุว่า
“ตั้งแต่ลูกชายไปทำงานเป็นที่ปรึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม ของผู้ว่าฯ ชัชชาติ ก็เจอกันน้อยมาก เพราะเขาทำงานหนักทุกวัน วันนี้ได้กลับบ้านมาเจอกัน คุยสัพเพเหระตามประสาพ่อลูก แอบห่วงนิดหน่อย แต่ดูๆ แล้วลูกน่าจะมีความสุขใช้ได้เลย
น่ายินดีที่ลูกได้ทำงานที่ชอบกับผู้นำวิสัยทัศน์ก้าวหน้า มีประชาธิปไตย และมีนโยบายที่ทันสมัย
ผมเองก็ทำงานที่ผมรัก คือการเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ในฐานะผู้แทนของประชาชน แต่สิ่งที่ผมต้องเจออยู่คือ ผู้นำรัฐบาล ที่มีความคิดย้อนยุค โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ และล้มเหลวด้านประชาธิปไตย”
https://www.facebook.com/panichv/posts/pfbid0HPYzzbYDJp9MvrTnHNYY2FcUryj5BMs5kWyF4STiRRiVfst6gc2V3fYSkDqg7DQPl