โดยเขาไม่มองในสิ่งที่เราทำได้ ทำดีบ้าง อาจจะเป้นการสื่อสารกันที่มองไม่เหมือนกัน เขาไม่ได้มาเห็นตอนที่เราทำงานจริงๆ เพราะเขาก็แค่สั่งงาน ลงทุน
เขาจะให้เราทำให้เขาอย่างกับเราเป็นเจ้าของทุกอย่าง
คือ เจ้าของร้านอีกคน มาบอกกับเราว่าเจ้าของอีกคนเขาจะไม่เอาเรา ว่าเราทำไม่ได้ ซึ่งต่อหน้าเขาไม่ได้บอกเราแบบนี้เลย ทำไมไม่บอกให้ปรับต่อหน้าเลย
คือเราก็ทำทุกอย่างตามงานที่ควรจะทำแล้ว แทบจะไม่ว่างเลย ในภายเวลางานทั้งหมดของวัน ตอนไม่มีลูกค้าเราก็เช็คนั่นนี่ตลอดวัน แทบ/ม่ได้ว่างนั่งเล่น ร้านเป็นแนวทำอาหารสดขายเป็นร้านในตลาด ต้องดูล้างทุกอย่าง เช็ด ดูน้ำแข็งละลายต้องยกไปทิ้ง ผสมนั่นนี่ เตรียมขาย ก้มๆ เงยๆ แทบไม่ได้นั่งรอขายอย่างเดียว
แต่เจ้าของเข้ามาดู บอกว่าตรงนี้ ต้องทำอย่างนี้ ทั้งๆที่เขาไม่ได้ลงหน้างานเหมือนเราจริงๆ เขากลับไปบอกว่าเราทำไม่ได้ ... แต่ต่อหน้าบอกว่าทำได้นะ แบบดูออกว่าไม่ค่อยจริงใจเท่าไหร่
ทั้งๆที่เราก็ขายของได้ ยอดขายก็ไม่น่าเกลียด ในการเปิดร้านใหม่ๆสัปดาห์แรก (ร้านประเภทอาหารขนมทำสด/ชิ้น) ความสะอาด การเก็บของ การเคลียร์ร้าน จัดเตรียมก็ok ด้วยความว่าเป็นร้านใหม่ด้วย เจ้าของร้านลงมาวันแรก เอาของลงจัด เตรียมขายให้ แต่การเริ่มขายจริงๆคือเราทำคนเดียวเลย ปัญหาหรืออะไรเราก็ต้องทำไปเอง เขาบอกเราต้องรับผิดชอบทุกอย่างของร้าน ทั้งขายหน้าร้าน ขายในแอพเดลิเวรี่ 3-4แอพ เราก็ต้องลงเองทำเองให้เขาหมด เปิดร้านในแอพให้หมด เราไม่เคยทำงานขายอาหารทำสดมาก่อน การรับคิว การทำตามคิว การจำเมนูที่ลูกค้าสั่ง ซึ่งมันรายละเอียด เราจำเปล่าๆไม่ได้ ก็ใช้ระบบของร้านที่มีมาให้ จดออเดอร์ลงใบเมนู ของแต่ละคน ซึ่งเราก็จะก้มดูทีละใบแล้วทำตาม คล้ายๆเครป โตเกียวอะที่มันต้องมีหน้า มีไส้ มีนั่นนี่
ซึ่งแรกๆมันก็จะหาของไม่เจอบ้าง หมุนตัวไปทั่ว แต่ก็ไม่ได้ทำช้าขนาดนั้น เขาลงมาดูร้านช่วงลูกค้าเยอะ ก็ปล่อยให้เราทำคนเดียวเลย เขาแค่ช่วยหยิบเตรียมนั่นนี่ให้ จนเขากลับไปก่อน ด้วยเป็นวันแรกที่ลูกค้ามาเยอะๆ มันก็มีที่ลูกค้าไม่รอบ้าง เราทำให้ไม่ครบบ้าง แต่ก็ทำเพิ่มให้ ซึ่งมันก็เป็นครั้งแรกๆก็ปกติ ด้วยความเหนื่อย วันแรก เลิกงานก็ต้องไปส่งยอดให้เจ้าของอีกที่ เป็นวันแรกที่ยอดขายดีที่สุด จากเริ่มเปิดมา ไปพบเขาแทนที่จะเจอสิ่งดีๆ กลับมีแต่โดนต่อว่า ว่ายังทำไม่ได้ เขาบอกเข้าใจว่าเป็นวันแรก แต่ก็ยังหาเรื่องมาว่า ทุกสิ่ง ไม่ใส่ถุงมือ ไม่ใส่หมวกตลอดเวลา เขียน เช็คสต็อกของขายของเข้า ออกไม่ครบ คือวันแรกเอาแค่ทำของขายให้ลูกค้าทันก็บุญแล้ว
ไม่ค่อยพูดคุยกับลูกค้า แต่เรามองว่าเราทำดีแล้ว คือเรามีอะ/รทำทั้งวัน แทบ/ม่ว่างเลย มันก็ต้องมีอะไรที่ยังไม่จำเป็นมากที่มันทำไม่ครบบ้าง แต่การขายของหน้าร้านเราทำครบหมด มีแต่แค่เรื่องสต็อกบ้าง คิดเงินผิดบ้างน้อยคนมากนับได้เลย1-2แค่นั้น แต่เขาก็จะให้เราดูแลทุกอย่างให้ครบอย่างกับเราเป็นเจ้าของร้านเลยอย่างนั้น เหมือนฝากความหวังรายได้กำไรของร้าน ไว้กับแค่ลูกจ้างค่าแรงแค่ขั้นต่ำ คือเราต้องทำงานกินเวลางานหรอ? การเดินทางเราก็หลายต่อ เก็บร้านเราก็พยายามเก็บให้เสร้จในเวลางาน โดยกะเวลาปิดร้านก่อนสัก20-30นาที เพื่อจะเลิกงานตรงเวลา
เขาแคร์ภาพลักษณ์ของร้านมากกว่าการปฏิบัติงานจริง และยอดขายที่ได้ลูกค้า และหน้าตาอาหารที่เราก็ทำได้สวย เขาว่าเราในเรื่องทำไมไม่ใส่ถุงมือตลอดเวลา กับหมวก กะแค่ร้านในตลาดสด อากาศก็ร้อนจะให้ต้องใส่ตลอด? เลยหรือ เหงื่ออกมือเปียกมาก หยิบจับอะไรไม่ถนัดเลย
และก็เรื่องที่ฟังแล้วขัดใจคือเขามาบอกเราว่า บอกผ่านเจ้านายอีกคนมาเล่า ว่าวันแรกเราไม่ช่วยงาน ไปนั่งกินข้าว ทั้งๆที่เราก็ช่วยกันจัดร้านแล้ว จนเริ่มลงตัวระดับหนึ่งแล้ว คือเราก็กินต่อหน้าเขา/ม่ได้หลบออกไปกินที่ไหน ข้าวเช้าด้วยตอน10โมง คือต้องไปสั่งมากินเพราะกลัวจะเป็นลมไม่มีแรงทำงาน คือเขาไม่ชอบที่จะให้ลูกน้องกินข้าวในเวลางานหรอ ถ้าคนมันยังไม่ได้ทานมาอะ คือต้องทำงานตลอดเวลา/ม่ได้นั่งเลยหรือ ให้รวบไปทานตอนเที่ยงบ่ายทีเดียวหรือ?
และก็มีอีกอัน คือเขาแอบมาหาเราที่ร้าน มาดูแล้วมาเจอเรานั่งกินข้าวเที่ยงอยู่ ที่ร้าน ไปเล่าให้เจ้าของอีกคนฟังว่า เรานั่งกินข้าว เล่นมือถือ ไม่ยอมทำนั่นนี่ที่เขาสั่ง คือคุณมาเห็นเราตอนกินข้าวพอดี แล้วกินข้าวจะหยิบมือถือขึ้นมาไม่ได้เลยหรือ จะต้องคิดว่าเล่นมือถือ? แล้วกินข้าวอยู่คุณจะเห้นว่าเราทำสิ่งที่คุณสั่งได้ไง เราอาจจะทำไปแล้ว แล้วของมันหมดพอดี คุณมาเห็นตอนมันหมด
สุดท้ายบอกว่า ถ้าจะลาออกให้บอกล่วงหน้า1-2อาทิตย์ เพื่อหาคนนะ เราก็โอเคๆไป คือวันนั้นด้วยความลูกค้าเยอะวันแรกมาเหนื่อย มาเจอว่าแบบนี้ บอกว่าจะไปทำงานที่อื่นได้ไหม มันกดดันกว่านี้ ถ้าไปทำงานที่อื่นจะทำงานอะไร เราก็บอกว่ากำลังจะหางานทำแล้ว พี่เขาชวนมาทำเลยมาทำพอดี
เราแบบน้ำตาคลอๆ แต่เขาก็ยังพูดเรื่องงานอยู่ว่าให้ทำนู่นนี่ยังไง เขาบอกว่าทำได้ไหม เราก็บอกว่าได้ครับ ได้อยู่ ตามความจริง เป็นคนแบบไม่ใช่จะบอกว่าทำได้ครับ สบายๆ มันไม่ใช่.. ในเมื่อความรู้สึกทั้งวันที่ทำมามันเหมือนลนๆ จริงๆ ก็พูดไปแค่นั้น แต่เราเผลอบอกไปว่าอยากให้มีคนช่วยตอนคนเยอะๆ ครึ่งวันหรืออะไรพวกนี้ คงไม่ถูกใจเขา เพราะเขาบอกว่าทำคนเดียวได้ นี่มันวันแรกๆ เลยยังไม่ok แล้วก็บอกว่าหาคนทำครึ่งวันมันยาก คือเราก็แค่พูดตามหน้างานความคิดเฉยๆ ไม่ได้หมายความว่าจะให้ได้ยังงั้นจริงๆ
แล้วเล่ากลับไปพูดเรื่องค่ารถก็ไปเท่านี้แล้ว ในไลนื ประมาณว่าเล่าสู่กันฟังให้เขารู้เฉยๆ เขากลับไปคิดว่าอยากให้เพิ่มเงิน รายวัน เราได้350/วัน แต่ค่ารถไปแล้ว70 เราก็แค่เล่าให้ฟัง แล้วเราก็บอกว่าไม่รู้ว่าจะทำงานให้ได้นานแค่ไหนนะครับ ก็คือเล่าตามความจริง เพราะเราก็คนคุ้นเคยรู้จักกันมาก่อน เคยทำงานอื่นด้วยกันมาก่อน
เลยคงเป็นประเด็นให้สุดท้าย เขา มาแจ้งเราก่อนเริ่มงาน สัปดาห์ถัดไป ว่าไม่ต้องมาแล้ว หาคนใหม่มาได้แล้ว โดยที่เราว่าจะทำๆไปก่อน ปรับตัวไป เพราะเราอาจจะยังช้า ลักษณะการทำงานยังไม่โดนใจเขาที่เขาต้องการ (อยากจะรู้ว่าถ้าลงมาขายเองจะทำได้เท่าเราไหม จะเป็นแบบเราไหม ด้วยความเขาก็ไม่เคยขายอาหารทำสดมาก่อนเหมือนกัน)
เราคิดว่าเขาคงมองว่ายัยนี้ มีความคิดของตัวเองมากไป แอบดื้อ ไม่ทำตามใจเขาได้ทุกสิ่ง มีแววลาออกสูงในเร็วๆนี้ ใช้งานอยากให้คุ้มยังกะเป็นลูกเจ้าของร้าน ตามประสาเชื้อสายจีนของเขา ต้องทำแบบไม่มีเวลาว่างหายใจนั่งเฉยๆถึงจะคุ้มค่า
ถ้าวันไหนแอบไปดูพนง.ใหม่ หรือเจ้าของร้านลงมาทำเองได้ จะแอบไปดู ว่าจะยังไง จะมีคนโกงเงินป่าว เพราะขนาดเราที่เขาบอกว่าไว้ใจได้ รู้ใจ รู้จักกันมาก่อนยังไม่ชอบเลย
การที่เราทำงานแบบเต็มที่ทั้งวันแล้ว แต่เจ้าของก็ยังมองว่าเราทำไม่ได้ดังใจเขา เขาเห็นแต่สิ่งที่เขาว่ามันไม่ดี
เขาจะให้เราทำให้เขาอย่างกับเราเป็นเจ้าของทุกอย่าง
คือ เจ้าของร้านอีกคน มาบอกกับเราว่าเจ้าของอีกคนเขาจะไม่เอาเรา ว่าเราทำไม่ได้ ซึ่งต่อหน้าเขาไม่ได้บอกเราแบบนี้เลย ทำไมไม่บอกให้ปรับต่อหน้าเลย
คือเราก็ทำทุกอย่างตามงานที่ควรจะทำแล้ว แทบจะไม่ว่างเลย ในภายเวลางานทั้งหมดของวัน ตอนไม่มีลูกค้าเราก็เช็คนั่นนี่ตลอดวัน แทบ/ม่ได้ว่างนั่งเล่น ร้านเป็นแนวทำอาหารสดขายเป็นร้านในตลาด ต้องดูล้างทุกอย่าง เช็ด ดูน้ำแข็งละลายต้องยกไปทิ้ง ผสมนั่นนี่ เตรียมขาย ก้มๆ เงยๆ แทบไม่ได้นั่งรอขายอย่างเดียว
แต่เจ้าของเข้ามาดู บอกว่าตรงนี้ ต้องทำอย่างนี้ ทั้งๆที่เขาไม่ได้ลงหน้างานเหมือนเราจริงๆ เขากลับไปบอกว่าเราทำไม่ได้ ... แต่ต่อหน้าบอกว่าทำได้นะ แบบดูออกว่าไม่ค่อยจริงใจเท่าไหร่
ทั้งๆที่เราก็ขายของได้ ยอดขายก็ไม่น่าเกลียด ในการเปิดร้านใหม่ๆสัปดาห์แรก (ร้านประเภทอาหารขนมทำสด/ชิ้น) ความสะอาด การเก็บของ การเคลียร์ร้าน จัดเตรียมก็ok ด้วยความว่าเป็นร้านใหม่ด้วย เจ้าของร้านลงมาวันแรก เอาของลงจัด เตรียมขายให้ แต่การเริ่มขายจริงๆคือเราทำคนเดียวเลย ปัญหาหรืออะไรเราก็ต้องทำไปเอง เขาบอกเราต้องรับผิดชอบทุกอย่างของร้าน ทั้งขายหน้าร้าน ขายในแอพเดลิเวรี่ 3-4แอพ เราก็ต้องลงเองทำเองให้เขาหมด เปิดร้านในแอพให้หมด เราไม่เคยทำงานขายอาหารทำสดมาก่อน การรับคิว การทำตามคิว การจำเมนูที่ลูกค้าสั่ง ซึ่งมันรายละเอียด เราจำเปล่าๆไม่ได้ ก็ใช้ระบบของร้านที่มีมาให้ จดออเดอร์ลงใบเมนู ของแต่ละคน ซึ่งเราก็จะก้มดูทีละใบแล้วทำตาม คล้ายๆเครป โตเกียวอะที่มันต้องมีหน้า มีไส้ มีนั่นนี่
ซึ่งแรกๆมันก็จะหาของไม่เจอบ้าง หมุนตัวไปทั่ว แต่ก็ไม่ได้ทำช้าขนาดนั้น เขาลงมาดูร้านช่วงลูกค้าเยอะ ก็ปล่อยให้เราทำคนเดียวเลย เขาแค่ช่วยหยิบเตรียมนั่นนี่ให้ จนเขากลับไปก่อน ด้วยเป็นวันแรกที่ลูกค้ามาเยอะๆ มันก็มีที่ลูกค้าไม่รอบ้าง เราทำให้ไม่ครบบ้าง แต่ก็ทำเพิ่มให้ ซึ่งมันก็เป็นครั้งแรกๆก็ปกติ ด้วยความเหนื่อย วันแรก เลิกงานก็ต้องไปส่งยอดให้เจ้าของอีกที่ เป็นวันแรกที่ยอดขายดีที่สุด จากเริ่มเปิดมา ไปพบเขาแทนที่จะเจอสิ่งดีๆ กลับมีแต่โดนต่อว่า ว่ายังทำไม่ได้ เขาบอกเข้าใจว่าเป็นวันแรก แต่ก็ยังหาเรื่องมาว่า ทุกสิ่ง ไม่ใส่ถุงมือ ไม่ใส่หมวกตลอดเวลา เขียน เช็คสต็อกของขายของเข้า ออกไม่ครบ คือวันแรกเอาแค่ทำของขายให้ลูกค้าทันก็บุญแล้ว
ไม่ค่อยพูดคุยกับลูกค้า แต่เรามองว่าเราทำดีแล้ว คือเรามีอะ/รทำทั้งวัน แทบ/ม่ว่างเลย มันก็ต้องมีอะไรที่ยังไม่จำเป็นมากที่มันทำไม่ครบบ้าง แต่การขายของหน้าร้านเราทำครบหมด มีแต่แค่เรื่องสต็อกบ้าง คิดเงินผิดบ้างน้อยคนมากนับได้เลย1-2แค่นั้น แต่เขาก็จะให้เราดูแลทุกอย่างให้ครบอย่างกับเราเป็นเจ้าของร้านเลยอย่างนั้น เหมือนฝากความหวังรายได้กำไรของร้าน ไว้กับแค่ลูกจ้างค่าแรงแค่ขั้นต่ำ คือเราต้องทำงานกินเวลางานหรอ? การเดินทางเราก็หลายต่อ เก็บร้านเราก็พยายามเก็บให้เสร้จในเวลางาน โดยกะเวลาปิดร้านก่อนสัก20-30นาที เพื่อจะเลิกงานตรงเวลา
เขาแคร์ภาพลักษณ์ของร้านมากกว่าการปฏิบัติงานจริง และยอดขายที่ได้ลูกค้า และหน้าตาอาหารที่เราก็ทำได้สวย เขาว่าเราในเรื่องทำไมไม่ใส่ถุงมือตลอดเวลา กับหมวก กะแค่ร้านในตลาดสด อากาศก็ร้อนจะให้ต้องใส่ตลอด? เลยหรือ เหงื่ออกมือเปียกมาก หยิบจับอะไรไม่ถนัดเลย
และก็เรื่องที่ฟังแล้วขัดใจคือเขามาบอกเราว่า บอกผ่านเจ้านายอีกคนมาเล่า ว่าวันแรกเราไม่ช่วยงาน ไปนั่งกินข้าว ทั้งๆที่เราก็ช่วยกันจัดร้านแล้ว จนเริ่มลงตัวระดับหนึ่งแล้ว คือเราก็กินต่อหน้าเขา/ม่ได้หลบออกไปกินที่ไหน ข้าวเช้าด้วยตอน10โมง คือต้องไปสั่งมากินเพราะกลัวจะเป็นลมไม่มีแรงทำงาน คือเขาไม่ชอบที่จะให้ลูกน้องกินข้าวในเวลางานหรอ ถ้าคนมันยังไม่ได้ทานมาอะ คือต้องทำงานตลอดเวลา/ม่ได้นั่งเลยหรือ ให้รวบไปทานตอนเที่ยงบ่ายทีเดียวหรือ?
และก็มีอีกอัน คือเขาแอบมาหาเราที่ร้าน มาดูแล้วมาเจอเรานั่งกินข้าวเที่ยงอยู่ ที่ร้าน ไปเล่าให้เจ้าของอีกคนฟังว่า เรานั่งกินข้าว เล่นมือถือ ไม่ยอมทำนั่นนี่ที่เขาสั่ง คือคุณมาเห็นเราตอนกินข้าวพอดี แล้วกินข้าวจะหยิบมือถือขึ้นมาไม่ได้เลยหรือ จะต้องคิดว่าเล่นมือถือ? แล้วกินข้าวอยู่คุณจะเห้นว่าเราทำสิ่งที่คุณสั่งได้ไง เราอาจจะทำไปแล้ว แล้วของมันหมดพอดี คุณมาเห็นตอนมันหมด
สุดท้ายบอกว่า ถ้าจะลาออกให้บอกล่วงหน้า1-2อาทิตย์ เพื่อหาคนนะ เราก็โอเคๆไป คือวันนั้นด้วยความลูกค้าเยอะวันแรกมาเหนื่อย มาเจอว่าแบบนี้ บอกว่าจะไปทำงานที่อื่นได้ไหม มันกดดันกว่านี้ ถ้าไปทำงานที่อื่นจะทำงานอะไร เราก็บอกว่ากำลังจะหางานทำแล้ว พี่เขาชวนมาทำเลยมาทำพอดี
เราแบบน้ำตาคลอๆ แต่เขาก็ยังพูดเรื่องงานอยู่ว่าให้ทำนู่นนี่ยังไง เขาบอกว่าทำได้ไหม เราก็บอกว่าได้ครับ ได้อยู่ ตามความจริง เป็นคนแบบไม่ใช่จะบอกว่าทำได้ครับ สบายๆ มันไม่ใช่.. ในเมื่อความรู้สึกทั้งวันที่ทำมามันเหมือนลนๆ จริงๆ ก็พูดไปแค่นั้น แต่เราเผลอบอกไปว่าอยากให้มีคนช่วยตอนคนเยอะๆ ครึ่งวันหรืออะไรพวกนี้ คงไม่ถูกใจเขา เพราะเขาบอกว่าทำคนเดียวได้ นี่มันวันแรกๆ เลยยังไม่ok แล้วก็บอกว่าหาคนทำครึ่งวันมันยาก คือเราก็แค่พูดตามหน้างานความคิดเฉยๆ ไม่ได้หมายความว่าจะให้ได้ยังงั้นจริงๆ
แล้วเล่ากลับไปพูดเรื่องค่ารถก็ไปเท่านี้แล้ว ในไลนื ประมาณว่าเล่าสู่กันฟังให้เขารู้เฉยๆ เขากลับไปคิดว่าอยากให้เพิ่มเงิน รายวัน เราได้350/วัน แต่ค่ารถไปแล้ว70 เราก็แค่เล่าให้ฟัง แล้วเราก็บอกว่าไม่รู้ว่าจะทำงานให้ได้นานแค่ไหนนะครับ ก็คือเล่าตามความจริง เพราะเราก็คนคุ้นเคยรู้จักกันมาก่อน เคยทำงานอื่นด้วยกันมาก่อน
เลยคงเป็นประเด็นให้สุดท้าย เขา มาแจ้งเราก่อนเริ่มงาน สัปดาห์ถัดไป ว่าไม่ต้องมาแล้ว หาคนใหม่มาได้แล้ว โดยที่เราว่าจะทำๆไปก่อน ปรับตัวไป เพราะเราอาจจะยังช้า ลักษณะการทำงานยังไม่โดนใจเขาที่เขาต้องการ (อยากจะรู้ว่าถ้าลงมาขายเองจะทำได้เท่าเราไหม จะเป็นแบบเราไหม ด้วยความเขาก็ไม่เคยขายอาหารทำสดมาก่อนเหมือนกัน)
เราคิดว่าเขาคงมองว่ายัยนี้ มีความคิดของตัวเองมากไป แอบดื้อ ไม่ทำตามใจเขาได้ทุกสิ่ง มีแววลาออกสูงในเร็วๆนี้ ใช้งานอยากให้คุ้มยังกะเป็นลูกเจ้าของร้าน ตามประสาเชื้อสายจีนของเขา ต้องทำแบบไม่มีเวลาว่างหายใจนั่งเฉยๆถึงจะคุ้มค่า
ถ้าวันไหนแอบไปดูพนง.ใหม่ หรือเจ้าของร้านลงมาทำเองได้ จะแอบไปดู ว่าจะยังไง จะมีคนโกงเงินป่าว เพราะขนาดเราที่เขาบอกว่าไว้ใจได้ รู้ใจ รู้จักกันมาก่อนยังไม่ชอบเลย