สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
ยากมากที่ไทยจะล้มละลาย
บาทไทยปลอดภัยสูงมาก
เรามีหนี้สกุลตปท.น้อยมาก
ถ้าเราล้มจริง เราจะเป็นประเทศท้ายๆ
สาเหตุก็มาจากต้องขึ้นดอกตามพี่กันเนี่ยแหละ มันจะไปกระทบหนี้ครัวเรือนที่มีความเปราะบางสูง
ทางที่ดีขึ้นให้ช้าที่สุด หน่วงๆเอาไว้
พอเงินไหลออกจากดอลล่าร์ไปหาสินทรัพย์เสี่ยง
เดี๋ยวบาทก็แข็งเอง จากอิทธิพลของดอลล่าร์อ่อน
อย่าไปกลัวว่า บาทจะพังเหมือนลาว เหมือนเมียนมา
เวียดนามยังมีโอกาสพังมากกว่าเราอีกฮะ
เพราะมีหนี้สกุลตปท.สูงกว่าเรา
หลังจากนี้ เราก็น่าจะขาดดุลน้อยลงเรื่อยๆถ้ากทท.เร่ิมฟื้นตัว
https://www.bangkokbiznews.com/business/966289
ต้องขอบคุณตยก.ที่ทำให้เราเจ็บแล้วจำ
เมื่องั้นถ้าหนี้ตปท.มากๆ เจอโควิด รายได้ท่องเที่ยวหาย แถมหนี้ครัวเรือนบาน โตต่ำ
ป่านี้พี่ไทยคงนอน icu ตามเมียนมา ลาวไปติดๆละฮะ
บาทไทยปลอดภัยสูงมาก
เรามีหนี้สกุลตปท.น้อยมาก
ถ้าเราล้มจริง เราจะเป็นประเทศท้ายๆ
สาเหตุก็มาจากต้องขึ้นดอกตามพี่กันเนี่ยแหละ มันจะไปกระทบหนี้ครัวเรือนที่มีความเปราะบางสูง
ทางที่ดีขึ้นให้ช้าที่สุด หน่วงๆเอาไว้
พอเงินไหลออกจากดอลล่าร์ไปหาสินทรัพย์เสี่ยง
เดี๋ยวบาทก็แข็งเอง จากอิทธิพลของดอลล่าร์อ่อน
อย่าไปกลัวว่า บาทจะพังเหมือนลาว เหมือนเมียนมา
เวียดนามยังมีโอกาสพังมากกว่าเราอีกฮะ
เพราะมีหนี้สกุลตปท.สูงกว่าเรา
หลังจากนี้ เราก็น่าจะขาดดุลน้อยลงเรื่อยๆถ้ากทท.เร่ิมฟื้นตัว
https://www.bangkokbiznews.com/business/966289
ต้องขอบคุณตยก.ที่ทำให้เราเจ็บแล้วจำ
เมื่องั้นถ้าหนี้ตปท.มากๆ เจอโควิด รายได้ท่องเที่ยวหาย แถมหนี้ครัวเรือนบาน โตต่ำ
ป่านี้พี่ไทยคงนอน icu ตามเมียนมา ลาวไปติดๆละฮะ
สมาชิกหมายเลข 839221 ถูกใจ, meteorite ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2892318 ถูกใจ, RoadRider ขำกลิ้ง, puylogin ถูกใจ, ธาราสินธุ์ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 7133948 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6643536 ถูกใจ, avenged ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1030346 ทึ่งรวมถึงอีก 27 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 6
บริบทของไทยกับศรีลังกาต่างกันมากครับ หลายคนอาจจะไม่เข้าใจ ให้ดูสมการเศรษฐศาสตร์มหภาคจะเข้าใจมากขึ้น
Y (GDP) = G + I + C + (X-M)
เหมือนตอบคำถามวิชาเศรษฐศาสตร์แบบเด็กวิศวะนิดนึงนะครับ เริ่มต้นจาก G คือ การลงทุนจากภาครัฐ จะเห็นได้เลยว่า ศรีลังกา พม่า และลาว จะเน้นการสร้าง GDP จากการลงทุนในโครงการ Infrastructure เพื่อขับเคลื่อนประเทศมากมาย เพื่อให้เกิดการจ้างงาน ซึ่งรัฐก็หาเงินมาจากการกู้นี่ล่ะ คือ ที่มาของความล่มสลายที่เกิดขึ้น
ส่วน I คือ การลงทุนของภคเอกชน เช่นเดียวกัน ไปดูศรีลังกา พม่า และลาว แทบไม่มีการลงทุนจากบริษัทเอกชนอะไรมากมายเลย บริษัทระดับใหญ่ๆน้อยมาก กลับมามองที่ไทย บริษัทเอกชนใหญ่เยอะมาก เช่น PTT SCG SCB KBANK CPF CPN Thaibev ..... จึงไม่แปลกหรอกที่ตรงส่วนนี้ภาคเอกชนไทยแข่งแกร่งมาก ถึงแม้ว่าภาครัฐจะกากก็ตาม ก็อยู่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้
ส่วน C คือ การบริโภคภายในประเทศ อันนี้ผมชอบมาก เห็นมีคนเปรียบเทียบว่า ทำไมบังคลาเทศที่ดูยากจน แต่ทำไมไม่สะเทือน คำตอบ คือประเทศนี้ประชากรเยอะมาก เน้นภาคเกษตรและบริโภคภายในประเทศสูงมาก มันก็ขับเคลื่อนไปได้เองแบบงงๆ แต่ก็คงไม่ได้แย่ไปกว่าที่เป็นอยู่มากนัก ท่องเที่ยวก็ไม่ได้พึ่งพิงอยู่แล้ว เจอโควิดก็ไม่กระทบ
และ X-M คือ ส่งออกหักด้วยนำเข้า อันนี้ไทยเคยเจ็บมาล่ะ พึ่งพิงการส่งออกมากเกินไป ดีที่ปรับสัดส่วนมาได้เยอะแล้ว ตรงส่วนนี้ผมว่าศรีลังกา พม่า และลาว ไม่ค่อยเกี่ยวเท่าไร
ลองอ่านทำความเข้าใจกันดูครับ อย่าไปฟังนักการเมืองพูดกันเยอะ แต่งเติมข้อมูลกันมั่วครับ
Y (GDP) = G + I + C + (X-M)
เหมือนตอบคำถามวิชาเศรษฐศาสตร์แบบเด็กวิศวะนิดนึงนะครับ เริ่มต้นจาก G คือ การลงทุนจากภาครัฐ จะเห็นได้เลยว่า ศรีลังกา พม่า และลาว จะเน้นการสร้าง GDP จากการลงทุนในโครงการ Infrastructure เพื่อขับเคลื่อนประเทศมากมาย เพื่อให้เกิดการจ้างงาน ซึ่งรัฐก็หาเงินมาจากการกู้นี่ล่ะ คือ ที่มาของความล่มสลายที่เกิดขึ้น
ส่วน I คือ การลงทุนของภคเอกชน เช่นเดียวกัน ไปดูศรีลังกา พม่า และลาว แทบไม่มีการลงทุนจากบริษัทเอกชนอะไรมากมายเลย บริษัทระดับใหญ่ๆน้อยมาก กลับมามองที่ไทย บริษัทเอกชนใหญ่เยอะมาก เช่น PTT SCG SCB KBANK CPF CPN Thaibev ..... จึงไม่แปลกหรอกที่ตรงส่วนนี้ภาคเอกชนไทยแข่งแกร่งมาก ถึงแม้ว่าภาครัฐจะกากก็ตาม ก็อยู่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้
ส่วน C คือ การบริโภคภายในประเทศ อันนี้ผมชอบมาก เห็นมีคนเปรียบเทียบว่า ทำไมบังคลาเทศที่ดูยากจน แต่ทำไมไม่สะเทือน คำตอบ คือประเทศนี้ประชากรเยอะมาก เน้นภาคเกษตรและบริโภคภายในประเทศสูงมาก มันก็ขับเคลื่อนไปได้เองแบบงงๆ แต่ก็คงไม่ได้แย่ไปกว่าที่เป็นอยู่มากนัก ท่องเที่ยวก็ไม่ได้พึ่งพิงอยู่แล้ว เจอโควิดก็ไม่กระทบ
และ X-M คือ ส่งออกหักด้วยนำเข้า อันนี้ไทยเคยเจ็บมาล่ะ พึ่งพิงการส่งออกมากเกินไป ดีที่ปรับสัดส่วนมาได้เยอะแล้ว ตรงส่วนนี้ผมว่าศรีลังกา พม่า และลาว ไม่ค่อยเกี่ยวเท่าไร
ลองอ่านทำความเข้าใจกันดูครับ อย่าไปฟังนักการเมืองพูดกันเยอะ แต่งเติมข้อมูลกันมั่วครับ
สมาชิกหมายเลข 1121045 ถูกใจ, เชอร์รี่รสหวาน ถูกใจ, sakoda ถูกใจ, chuen ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2892318 ถูกใจ, meteorite ถูกใจ, puylogin ถูกใจ, Suthikon ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3982996 ถูกใจ, ธาราสินธุ์ ถูกใจรวมถึงอีก 22 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
การ “ล้มละลาย” ของศรีลังกา เมียนมาร์ และลาว ที่อาจจะกำลังเกิดขึ้นนั้น เราควรมาทำความเข้าใจว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร
........................................................................................................................................................................................
กวางขอตัดทอน เอามาเฉพาะใจความสำคัญนะคะ
.
.
.
ถ้าจะพูดแบบชาวบ้านก็คือ เราใช้เงินเกินตัวมาก อย่างไรก็ตามในช่วงปี 2535 ถึงปี 2539 นั้น เราสามารถอยู่ได้เพราะมีเงินทุนสุทธิที่เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นทุกปีเฉลี่ยปีละประมาณ 15.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้ดุลชำระเงินเป็นบวกทุกปี เฉลี่ยปีละ 4.1 พันล้านเหรียญ ซึ่งส่งผลให้เงินทุนสำรองของประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดสูงสุดในปี 2539 ที่ประมาณ 38.7 พันล้านเหรียญคิดเป็นมูลค่าการนำเข้าถึง 7.3 เดือน เรารู้สึกว่าประเทศไม่น่าจะล้มละลายได้ง่าย ว่าที่จริงในช่วงนั้นเราเป็น “ดารา” ของโลก เป็น “เสือตัวที่ 5 ของเอเซีย”
.
.
.
แต่สิ่งที่เราอาจจะลืมไปก็คือ เงินที่ถูกนำเข้าจากต่างประเทศมาลงทุนในประเทศไทยในช่วงนั้น จำนวนมโหฬารเป็น “เงินกู้” สกุลดอลลาร์ที่เรียกว่า “BIBF” ที่มีดอกเบี้ยต่ำมากและเป็นเงินกู้ระยะสั้นที่เจ้าหนี้สามารถเรียกคืนได้ภายใน 1 ปี ก็อย่างที่เรารู้หลังจากเหตุเกิดแล้วนั่นก็คือ พอถึงปี 2540 ประเทศไทยก็แทบจะ “ล้มละลาย” เงินสำรอง 38.7 พันล้านดอลลาร์ที่มีอยู่นั้น ถูกดึงออกไปโดยเฉพาะเพื่อใช้หนี้จำนวนกว่า 100 พันล้านเหรียญที่เจ้าหนี้เรียกร้องคืนและน่าจะรวมถึงนักลงทุนชาวต่างประเทศในตลาดหุ้นที่รีบขายหุ้นนำเงินออกไปก่อนที่เงินบาทที่ขายหุ้นได้จะมีค่าน้อยลงมาก เงินสำรองช่วงก่อนที่จะ “ล้มละลาย” ถ้าผมจำไม่ผิดเหลือเพียงประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์ และถ้าไม่ใช่เพราะความช่วยเหลือจาก IMF เราก็คงล้มละลายไปแล้ว
.
.
.
สิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับไทยก็คือ ดุลบัญชีทุนที่ติดลบมานาน อานิสงค์จากการที่เศรษฐกิจไทยโตช้าและความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงมากตั้งแต่ 10 ปีมาแล้ว ... เงินทุนชาวต่างชาติย้ายหรือถอนออกสุทธิจากประเทศไทยทุกปี เฉลี่ยปีละ 12.8 พันล้านเหรียญหรือปีละ 4-5 แสนล้านบาท ซึ่งนี่ก็รวมถึงเงินที่ต่างชาติขายสุทธิในตลาดหลักทรัพย์ไทยและทุนที่คนไทยนำออกไปลงทุนในต่างประเทศจำนวนมากด้วย
.
.
.
นอกจากนั้น ในช่วงเร็ว ๆ นี้ ก็ยังมีประเด็นสำคัญในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยของไทยต่ำกว่าของอเมริกามาก ***** ซึ่งถ้าไม่แก้ไข เราก็อาจจะประสบกับการถอนเงินลงทุนโดยเฉพาะที่เป็นเงินกู้เพิ่มขึ้น และนั่นก็อาจจะนำไปสู่ปัญหาทางการเงินได้ ผมก็ได้แต่หวังว่าผู้รับผิดชอบการดูแลเศรษฐกิจและการเงินของประเทศจะไม่ทำผิดอย่างที่เกิดขึ้นในปี 2540 อีก
.................................................................................................................................................................................................................