ชีวิตที่รู้คำตอบดีว่าไม่มีทางออก

กระทู้นี้ตั้งขึ้น เพราะอยากระบายกับปัญหาที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ถ้าเพื่อนๆท่านใด มีคำตอบคำแนะนำทางเราสามารถนำไปใช้เพื่อแก้ปัญหาได้จริงก็พร้อมรับฟังค่ะ

   ปัจจุบันเราอายุ 43 ปี ประสบการณ์ในการทำงานแบบลูกจ้างมีไม่มาก ในอดีตส่วนใหญ่จะค้าขายเล็กๆน้อยๆแค่พอมีกินไปวันๆ และ ทำงานเกี่ยวกับงานทันตกรรมในเวลาที่ว่าง ได้เรียนรู้เกี่ยวกับงานสายนี้เล็กๆน้อยๆ เพราะว่าไม่ได้ทำประจำ แต่ก็พอช่วยงานพื้นฐานได้คะ


ที่นี้3-4 ปีที่แล้ว มีเหตุให้ต้องรับแมวเข้ามาเพิ่ม เดิมทีเราเลี้ยงแมวอยู่แค่ 2 ตัว รับมาเพิ่มทีละตัวจนมีทั้งหมด 5 ตัว


พอมีแมว 5 ตัวค่าใช้จ่ายก็เริ่มไม่พอกับรายได้ติดลบทุกเดือน เพราะรายได้ก็แค่15000-17000/ด   ทำให้ค่าเช่าห้อง กินคนค่ากินแมว ค่าเดินทางไปทำงาน(งานใกล้ๆไม่มี เลยเลือกที่จะมีงานทำแต่ต้องเดินทางไกล) ค่าอื่นๆอีกจิปาถะทั้งคนทั้งแมว ติดลบไปหมด


พอเงินติดลบ หนี้ก็เกิดขึ้น ทำงานใช้หนี้ไปวันๆกลายเป็นดินพอกหางหมู พอใช้หนี้หมด จึงต้องกลับไปตั้งหลักที่บ้านที่ ตจว. เพราะถ้าอยู่ต่อต้องกลับมาเป็นหนี้อีก

แต่การกลับไปครั้งนี้นอกจากไม่มีอะไรดีขึ้น กลับมีแต่แย่ลง หนทางหางานหารายได้ไม่มีเลย แถมยังมีปัญหากับคนในครอบครัว เวลาไม่มีเงินปัญหาก็ตามมา คนในครอบครัวจิกกัดพูดจา-ดันหาเรื่องทะเลาะทุกวัน และ ยังมีปัญหาอื่นๆตามมาอีกมากมาย จนเราตัดสินใจกู้เงินธนาคาร เพื่อขึ้นมาเริ่มต้นใหม่ที่กรุงเทพฯอีกครั้ง


ขึ้นมาทั้งที่รู้ว่าไม่รอดแน่ๆ แต่ก็ต้องขึ้นมาเพราะว่าปัญหาที่บ้านมันลุกลามถึงขั้นเลือดตกยางออก หรือ เสียชีวิตได้ถ้ายังอยู่ต่อ ก็เลยตัดสินใจขึ้นมาดีกว่า เพราะมีคนคอยช่วยเหลือก็เลยคิดว่า ทางที่จะไปมันต้องดีกว่าอยู่ที่บ้านแน่ๆ

แต่พอขึ้นมามันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดมันมีปัญหามากมายรุมเร้าเยอะแยะไปหมด

ทั้งเรื่องที่อยู่ ทั้งเรื่องงาน ทั้งเรื่องเงิน ทั้งเรื่องแมวที่มีจำนวนเยอะพอสมควร หนทางที่จะอยู่รอดก็ริบหรี่ลงเรื่อยๆ

1.ปัญหาเรื่องที่อยู่มีปัญหาจากเพื่อนบ้านที่หาว่าแมวเราเสียงดัง ทั้งที่จริงๆพวกเขาก็ทำเสียงดังเหมือนกัน เผลอๆทำดังกว่าแมวเราอีก แต่ด้วยความที่สัตว์กับคนความต่างมันต่างกัน คนทำปัญหาต่างๆให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนมันเป็นเรื่องปกติที่มีอยู่แล้ว แต่กับสัตว์แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับมีอะไรนิดๆหน่อยๆปัญหาก็จะเกิดขึ้นทันที ทำให้มีปัญหาที่อยู่ ซึ่งปัญหาตรงนี้เรารู้อยู่แก่ใจต่อให้ย้ายไปที่ไหนเราก็ต้องเจอปัญหาเหมือนเดิม แต่เราก็ต้องย้ายเพราะไม่มีทางเลือกจริงๆ ได้แต่คิดว่าเราจะต้องเป็นหนี้อีกเท่าไหร่ปัญหาเหล่านี้ถึงจะจบสิ้น



2.ปัญหาเรื่องงาน ด้วยอายุที่มาก ประสบการณ์ก็ไม่ได้มีมากมายอะไร สายงานที่ทำพอหางานได้ แต่รายได้ก็ไม่พอกับรายจ่าย และ ยิ่งช่วงโควิดแย่งงานกันเป็นว่าเล่น ส่วนใหญ่เขาก็เลือกแต่คนอายุน้อย ด้วยเหตุผลที่ว่าทำงานคล่องกว่าคนที่อายุมากงานเดินดีกว่าคนอายุมากทำ  ทั้งที่เรายอมเขาทุกอย่าง ทำงานโดยไม่ให้กินข้าวไม่ให้กินน้ำเราก็ยอม เราประหยัดทุกอย่าง เพราะว่างานที่ทำส่วนใหญ่จะมีแต่ไกลๆ เดินทางด้วยรถประจำทางมักจะไปไม่ทัน ว่าจะไปได้รถประจำทางต้องเผื่อเวลารอรถ 1-2 ชั่วโมง และ เวลาเดินทางอีก 1-2 ชั่วโมง เท่ากับแค่ไปทำงานเวลารอรถกับเวลาเดินทางรวมๆเกือบ 4 ชั่วโมง

ซึ่งเราไม่มีเวลาขนาดนั้น เช้ามาเราก็ต้องเก็บกวาดห้องทำทุกอย่างให้สะอาดเพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับเพื่อนบ้าน ซึ่งเวลาในช่วงเช้าเราตื่น 6 โมงกว่าจะเก็บกวาดอะไรเสร็จกว่าจะจัดการอะไรน้องๆเสร็จ ก็ 9 โมงกว่า เราอาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้านก็เกือบ 10 โมง ถ้าจะไปทำงานทันสิ่งแรกคือ วิน มอเตอร์ไซค์ เท่านั้น ซึ่งค่ารถขาไปจะอยู่ที่ 100-150 ในขาไป แล้วแต่ระยะทาง ค่าแรงเราจะอยู่ที่ 700 บาทต่อวันถ้าทำเต็มวัน หักค่ากินค่ารถ จะเหลือกลับมา ประมาณ 280-300บาท และ งานเต็มวันก็ไม่ได้มีทุกวัน ส่วนใหญ่จะมีแค่เสาร์อาทิตย์ นอกนั้นก็เป็นงานครึ่งวัน 400/วัน ถ้าเป็นงานครึ่งวันเราจะรับช่วงบ่ายเพราะถ้าครึ่งวันในช่วงเช้าไม่คุ้มกับค่ารถที่เสีย งานครึ่งวันหักค่ารถค่ากินก็จะเหลือกลับมาประมาณ200- 250 บาท ซึ่งรายได้แค่นี้แน่นอนแค่คนยังไม่พอกินเลย  ทำให้เราต้องเป็นหนี้นอกระบบ มันเลยเป็นที่มาของความยิ้มที่เริ่มจะเกิดขึ้น เพราะเราให้น้าที่ค้าขายเป็นคนไปกู้ให้เรา พอเราไม่มีใช้เขาก็ไปอาละวาดที่ร้านนะ น้าก็โทรไปบอกแม่แม่ก็โทรมาว่าเราทั้งหนี้นอกระบบและหนี้ในระบบ เราไปสร้างทำไมเยอะแยะแมวถ้าเลี้ยงไม่ไหวก็ทิ้งๆมันไป ซึ่งเราทิ้งไม่ได้อยู่แล้ว


3.ปัญหาเรื่องเงิน กับ แมว พอมีหนี้และรายได้น้อยเพียง กับ  แมวทางออกก็เลยยิ่งไม่มี  แมวในความดูแล ต่อให้มีคนช่วย ก็ไม่รอด  เพราะไม่มีใครช่วยเราได้ตลอด ฉะนั้นทางรอด คือ แมวทุกตัวต้องมีบ้านใหม่ที่รักจริง สำหรับคนที่รักแมวจริงๆและเป็นคนที่หาบ้านให้แมว จะรู้ดีว่าการหาบ้านให้แมวมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ถ้าการเปลี่ยนที่ตายให้แมวโดยใช้คำว่าหาบ้านเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย  ตัวอย่างเช่น

ประกาศหาบ้านให้แมวโดยไม่สนใจว่าคนที่จะมารับแมวไปเลี้ยงเลี้ยงแมวแบบไหน เลี้ยงไว้จับหนู หรือ เลี้ยงเพียงเพราะมันน่ารัก พอหมดความน่ารักก็ทิ้งขว้างปล่อยให้เจ็บป่วยล้มตายเอง หรือ บางคนก็ขอไปเพื่อทรมานฝึกทักษะให้กับสัตว์ของตัวเอง เช่นหมาพันธุ์โหด หรือ งู เพราะเบื้องหลังที่เขาทำกับแมวของเราเราไม่สามารถรู้ได้สิ่งที่เขาแจ้งเรามา ว่าน้องหมีหายออกไปจากบ้านหรือเหตุผลอื่นๆมันก็แค่น้ำลาย

ยิ่งเป็นแมวโตแมวป่วยการหาบ้านบอกเลยค่ะเปอร์เซ็นต์ได้บ้านมีแค่ 0.01% เท่านั้น เพราะไม่มีใครอยากรับภาระโดยไม่มีการผูกพัน

ส่วนมูลนิธิสถานพักพิงสัตว์ ว่าสถานที่เหล่านี้ก็ไม่ต่างจากโรงเชือด หรือ โรงฆ่าสัตว์ สัตว์ทั้งหลายไม่ได้มีชีวิตที่ดีเลย บางมูลนิธิสร้างภาพก็เลี้ยงดีแต่เบื้องหลังยิ่งกว่านรก ซึ่งสถานที่ดีๆก็มี แต่มันมีน้อย และ เขาก็ไม่สามารถรับแมวจากเคสของใครเพิ่ม เพราะอย่างที่รู้ๆคนเลี้ยงแมวที่ลำบากมีอยู่ทั่วประเทศไทย ถ้าช่วยเคส 1 เคสต่อๆไปก็จะขอให้ช่วย วงจรของการช่วยมันเป็นแบบนี้ ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีใครสามารถช่วยสัตว์ที่เดือดร้อนได้ทุกตัวไม่ว่าเขาหรือเรา


ตอนนี้สิ่งที่เราทำได้คือพยายามหาบ้านให้แมวตัวที่อายุไม่ถึงปี ซึ่งก็มีคนช่วย มันก็ไม่พอกับรายจ่ายจริงๆ คนช่วยก็พยายามหาทางให้เราหาบ้านให้แมวใหัได้ แต่จากประสบการณ์เปอร์เซ็นต์ที่แมวจะได้บ้านมีแค่ไม่กี่ตัว ตัวที่จะต้องอยู่กับเรามีเกือบ 10 ตัว ให้พูดกันตรงๆศักยภาพเราในตอนนี้อย่าว่าแต่แมวเลยแม้แต่ตัวเราเองก็ยังเอาตัวไม่รอด แต่เราก็ไม่สามารถทิ้งแมวที่เราดูแลได้ โดยเฉพาะแมวที่มีโรคประจำตัว

สิ่งที่เราต้องการในตอนนี้คือ งานที่มีที่พักให้แล้วอนุญาตให้เลี้ยงแมวได้ ซึ่งหายากมาก ที่ต้องบอกแบบนี้ เพราะว่าการเช่าห้องอยู่เอง ถ้าต้องเดินทางไปทำงานไกลๆเราไม่ไหวทั้งค่าใช้จ่าย

และ เรื่องสุขภาพ ดูแลแมวถามว่าเหนื่อยไหมก็ต้องตอบว่าเหนื่อย

เดินทางไปทำงานเหนื่อยไหมก็ต้องตอบว่าเหนื่อย

งานที่ทำเหนื่อยไหม ก็ต้องตอบว่าเหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ

หลังจากทำงานแบบไม่ได้พัก กลับมาถึงห้องต้องเคลียร์อะไร แน่นอนว่าเราเหนื่อยมหาศาล เราถึงต้องการงานที่มีที่พักให้และสามารถเลี้ยงแมวได้ ทางนี้ทางเดียวที่เราจะรอดทั้งคนทั้งแมว แต่ก็ดูเหมือนเปอร์เซ็นต์ที่จะหางานแบบนี้ได้มีน้อยมาก


แต่ถ้าใครที่มีงานพอจะแนะนำเราได้เราก็ยินดีรับฟังนะคะ และ งานที่ว่าต้องไม่เอาเปรียบกันเกินไป เช่นรู้ว่าเดือดร้อนรู้ว่ามีทางไปก็กดค่าแรง และ ใช้งานแบบเครื่องจักร แบบนี้เราก็ไม่ไหวนะคะ ต้องการงานแบบพอดีที่สามารถอยู่รอดได้ทั้งคนทั้งแมวคะ


เช่น เงินเดือน10000พร้อมที่พัก สามารถเลี้ยงแมวไว้ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้ เวลางาน 08.00-18.00 เราและเวลาขนาดนี้พอรับได้คะ

สาเหตุที่ต้องเลิก 6 โมงเย็น เราก็อยากมีเวลาให้แมวเราด้วย


สาเหตุที่ต้องรับเงินเดือน 10000 เพราะเลี้ยงดูแมวโดยเฉพาะแมวที่มีโรคประจำตัวน้องต้องกินอาหารเกี่ยวกับโรคนั้นๆ ค่าใช้จ่ายต่างๆทั้งค่ากินของคนและแมวอีก ค่าแรงแค่นี้เราก็แทบไม่เหลือแล้วค่ะ


และ กระทู้นี้ก็ขอจบเพียงเท่านี้ค่ะ สิ่งที่เรา ระบุไว้ในท้ายกระทู้เกี่ยวกับงาน ถ้าไปกระทบกระทั่งจิตใจนายจ้างท่านไหนก็ขออภัยด้วยและมองผ่านได้เลยค่ะ เอาแค่ยกตัวอย่าง ของหนทางแก้ปัญหาของเรา ในงานที่เราต้องการเท่านั้น ไม่ได้บังคับให้ใครมาคิดตามเราค่ะ


ปล.บางประโยค บางอักษร ถ้ามีการพิมพ์ผิดพิมพ์ถูกต้องขออภัยด้วยนะคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่