เราขอเกริ่นคุณภาพสังคมที่เราเคยอยู่มาก่อนนะคะคือ มันเริ่มมาจากที่ตอนแรกเราเรียนรรรัฐบาลตั้งแต่เด็กจนป.2เราเป็นเด็กตั้งใจเรียนมากๆคือสอบได้ที่1หรือที่สองของห้องตลอดไม่เคยหลุดเฟรมจนกระทั่งแม่เราได้ย้ายให้เราไปเรียนอินเตอร์ ตอนนั้นเราเครียดมากๆจนเกือบเป็นโรคเพราะเราถูกกดดันโดยหลายๆอย่าง สภาพแวดล้อมสังคมที่ต่างออกไป แม่แต่ภาษาที่ใช้ ต้องบอกก่อนว่าแม่เราเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวนะคะ เขาชอบบอกว่าเขาไม่ได้ค่ดหวังกับเราแต่จริงๆแล้วเขาคาดหวังกับเรามาก เขาอยากให้เราได้ดี อยากให้เราเก่งที่ไม่ใช่แค่ธรรมดา เขาเชื่อว่าถ้าเรามีความพยายามมากพออะไรมันก็เป็นไปได้ คือเราใช้เวลาที่รรอินเตอร์อยู่ได้จนถึง7ปีจากตอนแรกๆช่วง1-2ปีเกรดเราก็ค่อนไปทางแย่ เพราะตามเพื่อนไม่ทัน แต่เรามุ่งมั่นตั้งใจจนดีดตัวเองมาอยู่ลำดับต้นๆของห้องได้ นั่นคือความภาพภูมิใจของเรา ทุกคนเป็นห่วงเรามากเพราะเราดูเครียดกดดันโหมร่างกายตัวเอง จนมาวันนึงเราเกิดอาการเครียดสะสมจนเราร้องไห้ทำให้ครูต้องเอาเรื่องนี้ไปพูดกันว่าจะแก้ปัญหายังไงดี ส่วนแม่เราเขากลับพูดแค่ว่ามันคือเรื่องธรรมดาของชีวิตไม่แปลกที่เราจะร้องไห้เพราะชีวิตไม่ได้สวยงาม เหนือฟ้ามีฟ้าดีแล้วที่เราตั้งใจเรียนแบบนี้ ชีวิตเราตอนนั้นมันเหนื่อยมากและน่าเบื่อค่อนข้างจะวนลูป เราไม่เคยมีความสุขเลยที่ไปรรเรากลับมาบ้านก็โหมออกกำลังกายเพราะมันเป็นอีกทางที่ช่วยปลดปล่อยเราจากความเครียดได้เราออกกำลังกายจนเกือบเป็นโรงคลั่งผอม จนตอนนั้นเราอายุได้15ย่าง16 พอแม่รู้ว่าที่รรไม่ได้มีทุนเอแบค แม่เราเลยมีแพลนใหม่ เขาอยากให้เราสอบแข่งกับเด็กไทยรรดังๆเข้าสายวิทคณิต แล้วตั้งใจอยากให้เราเป็นหมอ ตอนนั้นชีวิตเราดิ่ง เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราตั้งใจมาทั้งหมดมันคืออะไร ทำไม่จู่ๆชีวิตเราถึงต้องเกิดการพลิกผันบ่อยขนาดนี้ จากหน้ามือเป็นหลังมือ ตอนนั้นเขาให้เราเรียนพิเศษอย่างหนักตกวันละ10กว่าชม แล้วคอร์สที่เราเรียนมันก็ยากมากๆเพราะที่รรอินเตอร์ของเราไม่เคยสอน(รรอินเตอร์ที่เราอยู่เน้นวิชาการมากๆ)แต่ถึงอย่างไรเราก็รู้สึกเหมือนเรายิ่งเรียนยิ่งโง่ยิ่งไม่เข้าใจอะไรเลยซักอย่างต้องหยุดไปเรียนที่รรเพื่อไปเรียนพิเศษแล้วมีแค่เราที่ทำแบบนั้นคนเดียว เรารู้สึกแตกแยกพอกลับไปเรียนที่รรเราก็ไม่ค่อยเข้าใจบางวิชาที่ครูสอนทุกอย่างมันโถมเข้ามาจนเราเหนื่อย แต่จู่ๆเราก็ค้นพบหนทางใหม่ที่ทำให้เราคลายทุกข์ได้ชั่วขณะ ในช่วงที่เราไม่ได้ไปรร เราหลุดโฟกัสกลังๆมาแทบไม่ได้เรียนพิเศษเรารู้สึกเราไม่ได้อยากทำเหมือนเราโดนบังคับมาโดยตลอด พี่ที่รรเราแนะนำแอปไลฟ์สดแอปดังแอปหนึ่งให้เราเล่นเราเหมือนได้เข้าไปเจอโลกอรกใบที่แตกต่างทุกๆคนชอบเราชื่นชมเรา จากแต่ก่อนที่เราเป็นคนไม่ใส่ใจความสวยความงามใดๆมันทำให้เราเจอกนทางแห่งความสุขอีกรูปแบบ เราลองเริ่มแต่งตัวแต่ฃหน้าทำผม เรามีความสุขมากๆกับการที่เราได้เป็นที่สนใจ มีทั้งคนต่างประเทศเข้ามาดูเราพูดคุยกับเราในห้องไลฟ์ ชีวิตเราตอนนั้นจากที่มันมีแต่ความทุกข์มันเหมือนมีความสุขแทรกเข้ามาด้วย ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าสิ่งเล็กๆสิ่งนี้จะนำพาซึ่งอะไรมาให้เราบ้าง ในตอนช่วงสองเดือนก่อนที่เราเล่นเรามีคนมาติดตามเยอะพอสมควรเราถูกชวนเข้าสังกัดสังหนึ่งในแอปไลฟ์สด จนตอนนั้นเราได้ลองไปคุยกับหัวสังของแอปนั้นเรามีอาการที่ไม่เคยเกิดขึ้นกัลเรามาก่อน จากที่เราไม่เคยรู้สึกชอบใครหรือใส่ใจเรื่องนี้ เรากลับรู้สึกพิเศษกับพี่เขาแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พี่เขาภายนอกดูเป็นคนนิสัยโตดูมีวุฒิภาวะอายุห่างกับเรา5ปี ไม่พูดจาทะลึ่งหรือพูดอะไรแย่ๆกับเราเลย เขาพูดจาเอ็นดูเรามากๆจนเรารู้สึกดีแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นเกิดเป็นความชอบ ตอนแรกเขาก็พยายามดึงเราเข้าสังกัดให้ได้แต่เรากลัวว่าอายุเราจะไม่ถึงเลยไม่ให้บัตรประชาชนไปทำเรื่องในตอนนั้นแล้วได้แต่ยื้อเวลาไว้ เขาชวนเราคุยเรื่องทั่วไปเรื่องงานเรื่องความชอบไลฟ์สไตล์ต่างๆ เขาไม่ใช่ผู้ชายหน้าตาดีแต่ด้วยความรู้จักพูดรู้จักเข้าหาคนของเขาทำให้เขามีผู้หญิงในแอปนั้นรู้จักชื่นชอบเขาเยอะมาก ตอนนั้นโลกความรักของเรามันบริสุทธิ์ผุดผ่องจนเราไม่รู้เลยว่าเรากำลังเผชิญอยู่กับอะไร เราไม่เชื่อคำแม่ที่เคยพูดกรอกหูเราตลอดว่าสังคมนั้นสามารถวัดคุณภาพชีวิตของบุคคลได้เรารู้สึกมีความสุขมากจนเราเริ่มไม่ใส่ใจสิ่งที่เราควรรับผิดชอบเราจมอยู่กับโลกมายานี้ได้ถึง4เดือนโดยที่เราคิดว่านี่คือความสุขที่แท้จริง เราเป็นคนมีโลกส่วนตัวระดับหนึ่งแต่พี่เขาไม่เคยมาลุกล้ำหรือมาขอเรานัดเจอหรือมาขอคอลใดๆซึ่งด้วยความที่เขามีคนเข้าหาเยอะจนไม่ได้ต้องการความชัดเจนอะไรจากเราด้วยแล้วตัวเราที่ไม่ได้มีความคิดที่จะอยากมีแฟนตั้งแต่แรกเราเลยยิ่งประทับใจพี่เขา เพราะรู้สึกว่ามันท้าทายแล้วน่าตื่นเต้นกับการที่เขาไม่ได้มาชักเจนกับเราแต่ก็มีพูดจากยอกล้อเราให้เรากลับไปนอนยิ้มในแต่ละวัน จนช่วงที่เราจ้องเดินสายสอบเราได้หายไปจากพี่เขาได้1เดือนโดยที่เขาก็ทักมาถามไถ่ว่าช่วงนี้หายไปเลยเราไม่ได้มีเวลามาไลฟ์เหมือนเดิมทำให้เราและเขาเริ่มที่จะห่างหายกันไปไม่ได้พูดคุยอะไรเหมือนเดิม ช่วงนั้นก่อนที่จะไปสอบเราเกิดอาการเครียดลงกระเพาะจึงต้องไปแอดมิทที่รพทำให้เรายิ่งไม่ได้คุยกับพี่เขาในตอนนั้นเราก็คิดถึงเขาแต่ก็เริ่มเหนื่อยล้าเพราะเรารู้ว่ายังไงเรื่องระกว่างเรากับเขาก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เราเข้าไปดูเขาไลฟ์อยู่แทบทุกวันแล้วเห็นเขาคุยกับผู้หญิงในไลฟ์อย่างสนิทสนมทำให้เรามีอาการเสียใจนิดๆแต่ก็พยายามบอกตัวเองว่าเราไม่ได้คิดอะไรเราแค่อยากเอาชนะเขาก็เท่านั้นแล้วช่วงนั้นเราก็เดินหน้าสอบโดยที่แทบไม่มีอะไรในสมองคิดแต่เรื่องพี่คนนั้นและได้แต่กังวลใจว่าเขาจะไม่กลับมาคุยกับเราเหมือนเดิม เราตระเวนสอบจนมาติดสนามสุดท้าย รรชื่อดังย่านลาดพร้าวตอนนั้นเราก็รู้สึกดีมากๆที่เราสอบติด เราลืมบอกไปว่าเราเคยนัดเจอกับพี่เขาแล้วสองรอบรอบแรกเราเจอกันที่ห้างในเมืองโดยที่เราเป็นฝ่ายโดนชวนไป ตอนนั้นเราใช้การโกหกคนในครอบครัวว่าเราจะไปอ่านหนังสือ ครั้งที่สองคือตอนเราไปสอบสนามที่หนึ่งมาหมาดๆแล้วได้มีเวลาพักผ่อน ในตอนนั้นเราเริ่มรู่สึกว่าพี่เขาดูจะเฉยๆกับเรามากขึ้นเราเลยคิดว่าเราอยากลองชวนพี่เขาไปเที่ยวกับครอบครัวโดยที่มีเพื่อนสนิทเราไปเป็นไม่กันหมาโกหกว่าคือพี่ชายของเพื่อนสาว ในตอนที่ไปเที่ยวครั้งนี้เขาแสดงพฤติกรรมเหมือนเริ่มมีใจกับเรามากขึ้น เขาเอ็นดูเรามากขึ้นกลับมาครั้งนั้นเราเริ่มรู้สึกชอบเขามากขึ้นกว่าเดิมแล้วเขาก็ดูจะtake action กับเรามากขึ้น จนระยาเวลาล่วงเลยผ่านไปเราไปเดินสายสอบสนามสองทำให้เราไม่มีเวลาให้เขาแล้วเขาก็กลับไปตึงๆกับเราเหมือนเดิม คือยังคุยกับเราเหมือนเดิมซึ่งต้องบอกก่อนว่าtopicที่เราคุยกับเขาค่อนไปในทางปรึกษาปัญหาชิวิตไม่ใช่เรื่องราวรักใคร่ต่างๆ เขาอ่านข้อความเราไวพอสมควรทำให้เราแทบได้คุยกับเขาทั้งวันยันเช้าก็ว่าได้ ในตอนที่เขาเล่นเกมเขาก็ยังแบ่งเวลามาฟังเราพูดคุยนั่นนี่ได้แล้วก็จะนอนไปพร้อมกับเราเมื่อเล่นเกมเสร็จ ในตอนนั้นเขาเริ่มขึ้นไลฟ์แทบจะทั้งวันโดยที่มีผู้หญิงเข้ามานั่งดูนั่งเปย์เขาส่งนเราก็ทำได้แค่เฝ้าเขาในห้องไลฟ์จนเขาลงโดยที่เราไม่ได้รู้อะไรเลย เราได้แต่น้อยใจแต่ก็เก็บไว้ไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะเราก็ให้เกียรติพี่เขาไม่อยากลุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว จนหลังๆเราเริ่มร้องไห้บ่อยขึ้นเพราะเขาก็เริ่มกลับไปไลฟ์จนไม่มีเวลามาคุยกับเรา เราพยายามหาเรื่องชวนคุยศึกษาเรื่องที่เขาสนใจเพื่อมาคุยกับเขาอย่างเจาะลึก วาดรูปให้ อยากทำให้เขาใส่ใจเราเหมือนเดิม เราบ้าคลั่งมากๆเลยในตอนนั้นแค่เขาเข้ามาอ่านแล้วขอบคุณพูดจาดีๆกับเราเราก็มีความสุขแต่ก็เหมือนเขาไม่ได้แคร์แล้วว่าเราจะอยู่หรือไปยิ่งเวลาผ่านไปมันกลับแย่ลงๆ เขาเริ่มไม่ใส่ใจเราเหมือนเดิมแล้วไลฟ์หนักขึ้นเล่นเกมกับคนในสังหนักขึ้น เราได้แต่โทษตัวเองว่าเพราะเราอาจจะน่าเบื่อไม่สวยไม่หุ่นดีเท่าคนอื่นๆเขาถึงได้ไม่ชอบเราแล้ว แต่ลึกๆเราก็โลกสวยคิดว่าเขาไม่ได้สนใจเรื่องผู้หญิงเพราะจากบุคลิกของเขาออกจะนิ่งแล้วขี้เอ็นดูมากกว่าพูดจาล่อแหลมเทียบกับคนอื่นๆเราร้องไห้ทุกวันจากที่เราไม่ชอบร้องไห้ให้ใครเห็นเรากล้าที่จะร้องไห้ให้เพื่อนสนิทเราแล้วระบายกับเขา จนเพื่อนๆเราหลายๆคนพาลไม่ชอบพี่เขาไปด้วย พร้อมทั้งเตือนเราว่าเรากับเขามันคนละระดับกันทำไมต้องลดคุณค่าตัวเองเพื่อมาคุยกับคนคนนี้ ในตอนนั้นเราทนทุกข์แบบนี้มาได้ต่ออีก4เดือนเราจึงตัดสินใจหายไปจากชีวิตของเขาโดยที่เราทุกข์ทรมานใจมากๆ เรานึกถึงเขาตลอดแล้วเข้าไปส่องไปดูความเคลื่อนไหวแล้วคิดว่ายังไงเขาก็คงจะไม่กลับมาแล้ว เราหันมาฟังธรรมมะมากขึ้นแล้วฟังเรื่องแนวๆจิตวิทยาการใช้ชีวิตต่างๆแล้วคิดว่าเราควรกลับมาอยูากับตัวเองจริงๆให้ได้เมื่อไหร่ที่เราจะหายไปจริงๆเขาจะเริ่มมาส่องเราแล้วกลับมาง้อให้เรากลับไป แต่สุดท้ายพอเรากลับไปเราก็กลายเป็นของตายเหมือนเดิมซึ่งมันวนลูปแบบนี้จนเข้าปีที่สอง เราพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองด้านความสวยซึ่งหลายๆคนตกใจกับเรามากเพราะเราเปลี่ยนไปเยอะจริงๆ เราออกกำลังกายคุมอาหารดูแลผมหัดแต่งตัวให้เก่งขึ้นแต่งหน้าให้เก่งขึ้นแล้วเปลี่ยนบุคลิกภาพจากคนขี้อายกลายเป็นคนที่ดูมั่นใจในตัวเองอย่างกับคนละคน ในตอนนั้นเขาเริ่มกลับมาอีกครั้งแล้วบอกความในใจให้เรารับรู้ว่าเขาคิดถึงเราขนาดไหนชีวิตเขาที่ผ่านมาโหมงานหนักจนแทบไม่มีเวลาทำอะไรนั่นนี่แล้วเราก็เชื่อเขา ในตอนนั้นเราเริ่มศึกษาจิตวิทยาความรักและtacticsต่างๆในการเอาชนะใจ ซึ่งต้องบอกเลยว่าเราตั้งใจโฟกัสแต่เรื่องนี้จนเริ่มเกเรียน เราเริ่มไม่ค่อยมีความรับผิดชอบกับหน้าที่การเรียนแล้วบวกกับช่วงโรคละบาดทำให้เราต้องอยู่แต่บ้าน เรารู้สึกสนุกอีกครั้งที่เหมือนเราได้รู้วิธีควบคุมอีกฝ่ายให้มาสนใจเราได้ มันเหมือนเรามีพลังวิเศษบางอย่างแล้วถือไพ่เหนือกว่าอีกฝ่าย เราเริ่มแชทให้ดูสยิวมากขึ้นแล้วเริ่มเปลี่ยนแปลงน้ำเสียงบุคลิกภาพซึ่งัมนคือความจริง มันสามารถดึงดูดเขากลับมาติดหนักกว่าเดิมอีกครั้งเขาเริ่มอยากกลับมาไล่ล่าเราอีกครั้ง ในตอนนั้นเราได้นัดเจอกันแล้วเขาเรอ่มกลับมามีท่าทีที่ไม่เคยเป็นกับเรามาก่อน เขาเขินอายเราแล้วเปลี่ยนไปมากๆ จากตอนแรกที่ไม่เคยมาพูดเรื่องสถานะใดๆ เขากลับมาพูดกับเราเหมือนเขาอยากเป็นคนพิเศษถ่ายรูปจับมือกับเรา แล้วตั้งเป็นหน้าปกไลน์ ตอนนั้นเรารู้สึกเหมือนเราได้ทำในสิ่งที่เราอยากให้มันเกิดขึ้นสำเร็จแล้วสุดท้ายเขาก็เริ่มเป็นฝ่ายเข้าหาเรามากขึ้น ช่วงนั้นเราแล้วเขามีความสุขกันมาก เราพยายามทำตังลึกลับให้ดูน่าค้นหาเหมือนเราไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว ลึกๆแล้วเราไม่ได้อยากทำแบบนี้เลยในความสุขนั้นมันเหมือนเราเหนื่อยที่ต้องพยายามเป็นหรือสร้างอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่เราขึ้นมา ในตอนนั้นเขายังคงไลฟ์อยู่แต่ที่แปลกคือเราไปเห็นแฟนเก่าของเขาเข้ามาดูไลฟ์เขายันจบไลฟ์แทบทุกวัน ซึ่งเราถามเขาเขาก็ให้คำตอบมาว่าแฟนเก่าของเขาคงว่างๆเลยเข้ามาดูเล่น จนมาวันหนึ่งในไลฟ์ที่เขาไลฟ์เล่นเกม แฟนเก่าของเขาได้พิมพ์ขึ้นมาถามถึงสถานะเรากับพี่เขาทำให้พี่เขาต้องลงไลฟ์แบบกะทันหัน เราถามพี่เขาว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ซึ่งพี่เขาได้ตอบมาว่ามันไม่ได้มีอะไรเลยอย่าใส่ใจอย่าให้ค่าพร้อมพูดสบดใส่คนที่เคยรักเหมือนเป็นขยะ ตอนนั้นเรากลับไม่ได้รู้สึกดีใจแต่เรากลับรู้สึกสงสารผู้หญิงคนนั้นอย่างบอกไม่ถูก จู่ๆเขาก็ทักมาหาเราแล้วพิมพ์ข้อความยาวเหยียดบอกเล่าเรื่องราวของพี่ผู้ชายเท่าที่จับใจความได้คือเขาไม่ได้มีเราแค่คนเดียวแล้วที่สำคัญตลอดเวลาที่คุยกับเราพี่ผู้หญิงรู้หมดเพราะพี่ผู้ชายให้ดูแชท แล้วเธอก็รู้ด้วยว่าพี่เขาคุยกับใครต่อใครหลายคนมากๆ ซึ่งมีการถ่ายรูปโป๊เปลือยหรือวิดีโอคอลหากันในขณะที่ยังคงอยู่กับพี่เขาอีกด้วย แล้วได้บอกอีกว่าพี่เขาได้ทำผู้หญิงท้อง แล้วไม่ยอมรับ เมื่อเราได้อ่านข้อความทั้งหมดเราเกิดอาการช๊อกไม่คิดว่าเรื่องพวกนี้จะเกิดขึ้นกับเรา ในตอนนั้นเรารู้สึกว่าโลกใบใหม่ที่เราอยู่ ณ ตอนนี้มันน่ากลัวมากเราไม่เคยคิดเลยว่ามันมีอยู่จริงแล้วจะเกิดขึ้นกับตัวเราเอง เราร้องไห้หนักแล้วพี่เขาได้ทักมาหาเราประมาณว่ายังแยากไปต่อกับเขาไหม เหมือนเขารู้แล้วว่าเรารู้เรื่องอะไรของเขาบ้าง เราได้ใช้เวลาคุยกับพี่ผู้หญิงอยู่นานเกี่ยวกับเรื่องนี้พี่เขาได้
ช่วยด้วย! เสียครั้งแรกให้กับคนที่ไม่คู่ควร ชีวิตพังมากเข้ามาที