ได้มีโอกาศ อ่านกระทู้ของละคร ที่เห็นกระแสและถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง
อย่างละครเรื่อง คู่เวร ได้อ่านและสัมผุสได้ว่า
แม้ผมยังไม่ได้ดู แต่ได้รับฟังความเห็นของคนที่ดูจริงๆ
หลายๆคนพูดไปในทางเดียวกันว่า “บทเละ”
ส่วนตัวคงไ่ม่คิดจะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาดู เพราะแค่หลายคนรีวิว
ก้สามารถบอกผมได้แล้วว่าควรเปิดดูไหม
ที่นี้ ที่มาตั้งกระทู้นี้ เนื่องจากได้อ่าน โพสของผู้เขียน ซึ่งได้แสดงความเห็น
ถึงตัวบทที่ หลายคนบอกว่ามันเละเทะ
สรุปโดยรวมคือ ผู้เขียนต้องการจะสื่อว่า
“ผู้หญิง หรือนางเอก เป็นคนที่เละเทะได้มีข้อผิดพลาดได้ ตัดสินใจทำอะไรโง่ๆได้”
เพราะมันคือชีวิตจริงที่เกิดขึ้น ขนาตัวละครพระเอกในหลายๆเรื่องยังทำได้ทำไมนางเอกจะทำไม่ได้
#ผมคาดว่า นี่คงเป็นค่านิยม หรืออิทธิพลเก่าๆ ที่ยังคงยากที่จะเปลี่ยน
เปลี่ยนเพื่อให้บทละครไทย มันเกิดการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น
ผมอ่านถึงจุดนี้ แล้วผมคงไม่ต้องไปดูละครแล้วแหละครับ ว่าละครจะเละจริงรึปล่าว
เพราะในเมื่อตัวบท ที่ผู้เขียนชี้นำให้คนดูเห็น = มันเป็น 1 ในจุดที่เป็นคอนฟริคของเรื่อง
แต่เวรกรรม เกิดเป็นนางเอก นั้นสุดแสนจะโชคดี
“แม้ความคิด การตัดสินใจ การกระทำต่างๆของตัวนางเอก มันจะพาให้บทพัง
เพื่อสร้างคอนฟริคของเรื่องให้คนดูอยากจะถามว่า ทำไมบทมันเละแบบนี้
แต่มันไม่เป็นอะไร เราเข้าใจได้ ทุกคนพร้อมให้อภัย เพราะคุณคือ ตัวเอก”
นี่เป็นตรรกะ การสร้างตัวละครที่ผมว่า ยิ่งสร้าง ยิ่งทำร้ายคนดู
คือแทนที่คุณจะชี้นำให้เห็นว่า ทุกการกระทำมันมีผลที่ตามมา ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
คุณเล่นซัพพอตด้วยการใช้ตรรกะง่ายๆว่า ทุกคนผิดพลาดได้
แล้วบอกว่า ทีตัวละครฝ่ายชายยังมีการกระทำที่ผิดพลาดและคนดูให้อภัย
ผมอยากจะบอกว่า “นั่นมันละครสมัยก่อนครับ มันควรหมดยุคไปนานแล้ว”
การกระทำที่เกิดคอนฟริค และไม่สมเหตุสมผล แต่ทุกคนยังให้อภัย มันควรหมดไปตั้งนานแล้ว
“พระเอกข่มขืนนางเอก พระเอกนอกใจ นางเอกนอกใจ ตบตีแย่งชิง” แต่ยังมีคนโอละพ่อเห็นใจ
ไอการกระทำที่เป็นตรรกะ พังๆของตัวละครแบบนี้ มันควรหมดไปได้แล้ว
คุณไม่เคยสังเกตหนังของต่างประเทศส่วนใหญ่หรอ ไอพวกตัวละครที่มักมีการกระทำที่ทำให้เกิดคอนฟริค
“ไม่เคยตายดีสักคน ถ้ามันไม่กลับตัวหลับใจ ก้ต้องโดนยำ โดนประนาม”
จนตัวละครนั้นได้เห็นคุณค่า ได้รู้ว่า สิ่งที่ตัวเองทำมันไม่ถูก แบบนั้นบทตัวละคร
ถึงมีการพัฒนา ไม่ใช่เอะอะอะไร ยัดการกระทำไม่สมเหตุสมผล และใส่บทที่ทุกคนให้อภัยได้เข้ามา
เพราะถ้าจะดันบทแบบนี้ให้สุดลิ่มทิ่มประตู
ผมว่าแทนที่จะทำให้ทุกคนให้อภัยการกระทำโง่ๆ ของตัวเอก
สู้ จบแบบ “เออนี่แหละผลของการกระทำที่ได้ก่อขึ้น” ยังรู้สึกยุติธรรม กับคนดูมากกว่าอีก
ไม่ส่าจะเป็นตัวเอกตาย คนที่ตัวเอกรักตาย “ผลการกระทำที่มันเพียงพอ
พอจะทำให้ตัวเอกคิดขึ้นได้ว่า สิ่งที่มันทำลงไป คนที่มีความคิดดีๆ เขาไม่ทำกัน”
เพราะไม่งั้น “ละครที่คุณเขียนขึ้น มันก็เป็นละครที่บทเละ
และเป็นการกระทำที่ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง เรื่องนึงเลย”
รู้มั้ยครับ
“เวลาที่ผมเห็นการกระทำที่บ้งๆ ตัดสินใจ หรือชี้นำใครแบบขาดสติ
ผมอยากให้จุดจบของทุกตัวละคร เป็นแบบเดียวกันกับ ป้าหัวหน้าลัทธิใน The Mist
นั่นแหละคือสิ่งที่ ตัวละครเหล่านั้นสมควรเจอ”
*เห็นแย้งขึ้นมาความเห็นแรก ช่วยอ่านเนื้อหาที่ผมพิมพ์ก็ยังดี ผมโต้แย้ง
สิ่งที่ผู้แต่งต้องการสื่อ โดยออกจากการพิมพ์ของผู้แต่งล้วนๆ ผมนั่งเทียนเขียนที่ใหน ?
เพราะถ้ายังปล่อยบทละครให้พังแบบนี้ต่อไปเรื่อย คงยากที่ละครไทยจะพัฒนา
ด้วยความปราถนาดี
”บทละครไทยยังคงไม่พัฒนา” 🫣
อย่างละครเรื่อง คู่เวร ได้อ่านและสัมผุสได้ว่า
แม้ผมยังไม่ได้ดู แต่ได้รับฟังความเห็นของคนที่ดูจริงๆ
หลายๆคนพูดไปในทางเดียวกันว่า “บทเละ”
ส่วนตัวคงไ่ม่คิดจะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาดู เพราะแค่หลายคนรีวิว
ก้สามารถบอกผมได้แล้วว่าควรเปิดดูไหม
ที่นี้ ที่มาตั้งกระทู้นี้ เนื่องจากได้อ่าน โพสของผู้เขียน ซึ่งได้แสดงความเห็น
ถึงตัวบทที่ หลายคนบอกว่ามันเละเทะ
สรุปโดยรวมคือ ผู้เขียนต้องการจะสื่อว่า
“ผู้หญิง หรือนางเอก เป็นคนที่เละเทะได้มีข้อผิดพลาดได้ ตัดสินใจทำอะไรโง่ๆได้”
เพราะมันคือชีวิตจริงที่เกิดขึ้น ขนาตัวละครพระเอกในหลายๆเรื่องยังทำได้ทำไมนางเอกจะทำไม่ได้
#ผมคาดว่า นี่คงเป็นค่านิยม หรืออิทธิพลเก่าๆ ที่ยังคงยากที่จะเปลี่ยน
เปลี่ยนเพื่อให้บทละครไทย มันเกิดการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น
ผมอ่านถึงจุดนี้ แล้วผมคงไม่ต้องไปดูละครแล้วแหละครับ ว่าละครจะเละจริงรึปล่าว
เพราะในเมื่อตัวบท ที่ผู้เขียนชี้นำให้คนดูเห็น = มันเป็น 1 ในจุดที่เป็นคอนฟริคของเรื่อง
แต่เวรกรรม เกิดเป็นนางเอก นั้นสุดแสนจะโชคดี
“แม้ความคิด การตัดสินใจ การกระทำต่างๆของตัวนางเอก มันจะพาให้บทพัง
เพื่อสร้างคอนฟริคของเรื่องให้คนดูอยากจะถามว่า ทำไมบทมันเละแบบนี้
แต่มันไม่เป็นอะไร เราเข้าใจได้ ทุกคนพร้อมให้อภัย เพราะคุณคือ ตัวเอก”
นี่เป็นตรรกะ การสร้างตัวละครที่ผมว่า ยิ่งสร้าง ยิ่งทำร้ายคนดู
คือแทนที่คุณจะชี้นำให้เห็นว่า ทุกการกระทำมันมีผลที่ตามมา ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
คุณเล่นซัพพอตด้วยการใช้ตรรกะง่ายๆว่า ทุกคนผิดพลาดได้
แล้วบอกว่า ทีตัวละครฝ่ายชายยังมีการกระทำที่ผิดพลาดและคนดูให้อภัย
ผมอยากจะบอกว่า “นั่นมันละครสมัยก่อนครับ มันควรหมดยุคไปนานแล้ว”
การกระทำที่เกิดคอนฟริค และไม่สมเหตุสมผล แต่ทุกคนยังให้อภัย มันควรหมดไปตั้งนานแล้ว
“พระเอกข่มขืนนางเอก พระเอกนอกใจ นางเอกนอกใจ ตบตีแย่งชิง” แต่ยังมีคนโอละพ่อเห็นใจ
ไอการกระทำที่เป็นตรรกะ พังๆของตัวละครแบบนี้ มันควรหมดไปได้แล้ว
คุณไม่เคยสังเกตหนังของต่างประเทศส่วนใหญ่หรอ ไอพวกตัวละครที่มักมีการกระทำที่ทำให้เกิดคอนฟริค
“ไม่เคยตายดีสักคน ถ้ามันไม่กลับตัวหลับใจ ก้ต้องโดนยำ โดนประนาม”
จนตัวละครนั้นได้เห็นคุณค่า ได้รู้ว่า สิ่งที่ตัวเองทำมันไม่ถูก แบบนั้นบทตัวละคร
ถึงมีการพัฒนา ไม่ใช่เอะอะอะไร ยัดการกระทำไม่สมเหตุสมผล และใส่บทที่ทุกคนให้อภัยได้เข้ามา
เพราะถ้าจะดันบทแบบนี้ให้สุดลิ่มทิ่มประตู
ผมว่าแทนที่จะทำให้ทุกคนให้อภัยการกระทำโง่ๆ ของตัวเอก
สู้ จบแบบ “เออนี่แหละผลของการกระทำที่ได้ก่อขึ้น” ยังรู้สึกยุติธรรม กับคนดูมากกว่าอีก
ไม่ส่าจะเป็นตัวเอกตาย คนที่ตัวเอกรักตาย “ผลการกระทำที่มันเพียงพอ
พอจะทำให้ตัวเอกคิดขึ้นได้ว่า สิ่งที่มันทำลงไป คนที่มีความคิดดีๆ เขาไม่ทำกัน”
เพราะไม่งั้น “ละครที่คุณเขียนขึ้น มันก็เป็นละครที่บทเละ
และเป็นการกระทำที่ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง เรื่องนึงเลย”
รู้มั้ยครับ
“เวลาที่ผมเห็นการกระทำที่บ้งๆ ตัดสินใจ หรือชี้นำใครแบบขาดสติ
ผมอยากให้จุดจบของทุกตัวละคร เป็นแบบเดียวกันกับ ป้าหัวหน้าลัทธิใน The Mist
นั่นแหละคือสิ่งที่ ตัวละครเหล่านั้นสมควรเจอ”
*เห็นแย้งขึ้นมาความเห็นแรก ช่วยอ่านเนื้อหาที่ผมพิมพ์ก็ยังดี ผมโต้แย้ง
สิ่งที่ผู้แต่งต้องการสื่อ โดยออกจากการพิมพ์ของผู้แต่งล้วนๆ ผมนั่งเทียนเขียนที่ใหน ?
เพราะถ้ายังปล่อยบทละครให้พังแบบนี้ต่อไปเรื่อย คงยากที่ละครไทยจะพัฒนา
ด้วยความปราถนาดี