สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
ปัญหาคือ คนเราแยก "ความต้องการ" กับ "ความจำเป็น" ด้วยเหตุด้วยผลยาก เพราะมุมมอง หรือ ทัศนคติต่อสิ่งต่างๆไม่เหมือนกันครับ
บางคนไม่ยอมลำบากด้านการเดินทาง, กลัวโรคระบาด, ต้องการความเป็นส่วนตัว, ต้องการแสดงฐานะ/ภาพลักษณ์ ฯลฯ ก็จะมองว่าการใช้รถส่วนตัวเป็นสิ่งจำเป็น
บางคนยอมทนลำบากเดินทางโดยขนส่งสาธารณะได้ ... ก็จะมองว่ารถส่วนตัวเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น
เราอาจจะไปตัดสินแทนคนอื่นไม่ได้
.... แต่สุดท้ายตัวเราเองก็จะเป็นคนที่ได้รับผลทั้งบวกและลบจากการตัดสินใจของเรา
ดังนั้น ผมคิดว่าเราควร "ลดอคติ" แล้วใช้เหตุผลให้มากๆในการตัดสินใจว่าอะไรคือสิ่งจำเป็น และอะไรคือสิ่งที่เราแค่อยากได้ ...
ถ้าทำได้ เราก็จะสามารถพิจารณาและแยกแยะสิ่งที่จำเป็นจริงๆออกมาได้ครับ
บางคนไม่ยอมลำบากด้านการเดินทาง, กลัวโรคระบาด, ต้องการความเป็นส่วนตัว, ต้องการแสดงฐานะ/ภาพลักษณ์ ฯลฯ ก็จะมองว่าการใช้รถส่วนตัวเป็นสิ่งจำเป็น
บางคนยอมทนลำบากเดินทางโดยขนส่งสาธารณะได้ ... ก็จะมองว่ารถส่วนตัวเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น
เราอาจจะไปตัดสินแทนคนอื่นไม่ได้
.... แต่สุดท้ายตัวเราเองก็จะเป็นคนที่ได้รับผลทั้งบวกและลบจากการตัดสินใจของเรา
ดังนั้น ผมคิดว่าเราควร "ลดอคติ" แล้วใช้เหตุผลให้มากๆในการตัดสินใจว่าอะไรคือสิ่งจำเป็น และอะไรคือสิ่งที่เราแค่อยากได้ ...
ถ้าทำได้ เราก็จะสามารถพิจารณาและแยกแยะสิ่งที่จำเป็นจริงๆออกมาได้ครับ
สมาชิกหมายเลข 6805552 ถูกใจ, เรียกเราว่าดากานดา หลงรัก, สมาชิกหมายเลข 2480239 ถูกใจ, สองล้อรอรักนะจ๊ะ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6547315 ถูกใจ, ค้างคา ถูกใจ, Bowl ถูกใจ, หนูน้อยเหล็กดัดฟัน ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6902524 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6905372 ถูกใจรวมถึงอีก 68 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 6
อธิบายยากนะเรื่องนี้ มันเหมือนงูกินหาง
ตราบใดที่ผู้คนส่วนใหญ่ ไม่กลัวการเป็นหนี้สิน (หนี้ดีก็มี แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นหนี้เสีย)
เคยมีใครบางคนกล่าวว่า เรื่องเงินเป็นเรื่องที่โรงเรียนไม่ได้สอน
ที่น่าตกใจ คือ ในโรงเรียน คุณครู/อาจารย์ส่วนใหญ่ก็มีหนี้สินกันมากมาย
น่าสงสัยว่า ถ้ากระทรวงศึกษาธิการ กำหนดหลักสูตรให้สอนวิชาการเงินให้แก่เด็กนักเรียน
คุณครู/อาจารย์จะสอนให้เด็กเข้าใจได้หรือไม่ อย่างไร ในเมื่อหลายคนก็บริหารการเงินครอบครัวล้มเหลว
ตราบใดที่ผู้คนส่วนใหญ่ ไม่กลัวการเป็นหนี้สิน (หนี้ดีก็มี แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นหนี้เสีย)
เคยมีใครบางคนกล่าวว่า เรื่องเงินเป็นเรื่องที่โรงเรียนไม่ได้สอน
ที่น่าตกใจ คือ ในโรงเรียน คุณครู/อาจารย์ส่วนใหญ่ก็มีหนี้สินกันมากมาย
น่าสงสัยว่า ถ้ากระทรวงศึกษาธิการ กำหนดหลักสูตรให้สอนวิชาการเงินให้แก่เด็กนักเรียน
คุณครู/อาจารย์จะสอนให้เด็กเข้าใจได้หรือไม่ อย่างไร ในเมื่อหลายคนก็บริหารการเงินครอบครัวล้มเหลว
สมาชิกหมายเลข 2480239 ถูกใจ, A little pig ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6547315 ถูกใจ, yenyenyo ถูกใจ, น้ำกับลม ถูกใจ, NiracharA ถูกใจ, Pale Horse ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1936080 ถูกใจ, Momose ถูกใจ, Ultramao ถูกใจรวมถึงอีก 34 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 7
เหมือนล้มละลายทางความคิด ไม่รู้จะสิ้นสุดตรงไหน
สมาชิกหมายเลข 6900637 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6547315 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6545540 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 916217 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6905372 ถูกใจ, Pale Horse ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 706916 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6710031 ถูกใจ, Momose ถูกใจ, Would you be able to ? ถูกใจรวมถึงอีก 19 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 40
ก็ไม่อยากจะพูดนะ
คนพวกนี้ ไม่มีวินัยทางการเงิน แต่ก็ไม่มีใครทำอะไรได้ และยังสร้างความเดือดร้อนกับวงจรเงินในเศรษฐกิจอีกด้วย
พอดีได้ไปเห็นพวกนี้ในกลุ่มเฟส บัตรพวกนี้ ก็ลองเข้าไปดู
วันๆ จะมีคนมาปรึกษา มาโพสกันว่า
"วันนี้ฉันโดน E-อ่อน โทรมาทวง ฉันเชิดใส่ แล้วบอกว่า ถ้าไม่เสนอยอดขั้นต่ำมาให้ปิดนะ ชั้นไม่จ่าย เนี้ยจากยอดที่ติดไว้ 100,000 กว่าๆ ชั้นบอกไม่จ่าย เขายอมลดเหลือ 42,000 ผ่อนจ่ายก็ได้"
"วันนี้ผมจะยอมให้ฟ้อง ยอดทุกบัตร รวมเกือบล้าน เดี๋ยวผมจะประนอมจ่ายแค่ 100,000 ผมเตรียมล้มบนฟูกแล้ว เงินผมบริหารโยกเงินและทรัพย์สินไปไว้ที่อื่นหมดแล้ว ตามสืบยังไงก็ไม่เจอ ติดแบล็คลิสก็ไม่กลัว"
คนในกลุ่มก็ชมกันใหญ่ คือแบบว่าคนโพสก็อาการหนักมากแล้ว คนในกลุ่มก็อาการหนักมากกว่า
เสร็จแล้วก็จะเห็นคนพวกนี้ ก็สร้างปัญหาสังคมต่อโดยจากหยิบยืมชื่อคนอื่นทำธุรกรรมทางการเงินแทน แล้วก็เดือดร้อนกันไปหมด บางทีก็ใช้อำนาจในที่ทำงานบังคับขู่เข็นก็มี
ส่วนเงินที่ธนาคาร โดนลูกหนี้พวกนี้ติดกลายเป็นหนี้ศูนย์ ก็นำไปขายหนี้บ้าง ติดตามเองบ้าง ก็กลายเป็นว่าพวกนั้นได้เงินไปใช้กันแบบฟรีๆ แค่โดนติดแบล็คลิส ตามยึดทรัพย์ไม่มีก็ปล่อย (ทรัพย์บางทีพวกติดหนี้ก็นำไปฟอก ไปไว้ที่อื่นหมดแล้ว สบายตัวกันไป)
บทลงโทษของคนไร้วินัยทางการเงิน สุดจะเน่ามาก ไม่มีการลงโทษให้เข็ดหลาบอะไรเลย
...
..
.
คนพวกนี้ ไม่มีวินัยทางการเงิน แต่ก็ไม่มีใครทำอะไรได้ และยังสร้างความเดือดร้อนกับวงจรเงินในเศรษฐกิจอีกด้วย
พอดีได้ไปเห็นพวกนี้ในกลุ่มเฟส บัตรพวกนี้ ก็ลองเข้าไปดู
วันๆ จะมีคนมาปรึกษา มาโพสกันว่า
"วันนี้ฉันโดน E-อ่อน โทรมาทวง ฉันเชิดใส่ แล้วบอกว่า ถ้าไม่เสนอยอดขั้นต่ำมาให้ปิดนะ ชั้นไม่จ่าย เนี้ยจากยอดที่ติดไว้ 100,000 กว่าๆ ชั้นบอกไม่จ่าย เขายอมลดเหลือ 42,000 ผ่อนจ่ายก็ได้"
"วันนี้ผมจะยอมให้ฟ้อง ยอดทุกบัตร รวมเกือบล้าน เดี๋ยวผมจะประนอมจ่ายแค่ 100,000 ผมเตรียมล้มบนฟูกแล้ว เงินผมบริหารโยกเงินและทรัพย์สินไปไว้ที่อื่นหมดแล้ว ตามสืบยังไงก็ไม่เจอ ติดแบล็คลิสก็ไม่กลัว"
คนในกลุ่มก็ชมกันใหญ่ คือแบบว่าคนโพสก็อาการหนักมากแล้ว คนในกลุ่มก็อาการหนักมากกว่า
เสร็จแล้วก็จะเห็นคนพวกนี้ ก็สร้างปัญหาสังคมต่อโดยจากหยิบยืมชื่อคนอื่นทำธุรกรรมทางการเงินแทน แล้วก็เดือดร้อนกันไปหมด บางทีก็ใช้อำนาจในที่ทำงานบังคับขู่เข็นก็มี
ส่วนเงินที่ธนาคาร โดนลูกหนี้พวกนี้ติดกลายเป็นหนี้ศูนย์ ก็นำไปขายหนี้บ้าง ติดตามเองบ้าง ก็กลายเป็นว่าพวกนั้นได้เงินไปใช้กันแบบฟรีๆ แค่โดนติดแบล็คลิส ตามยึดทรัพย์ไม่มีก็ปล่อย (ทรัพย์บางทีพวกติดหนี้ก็นำไปฟอก ไปไว้ที่อื่นหมดแล้ว สบายตัวกันไป)
บทลงโทษของคนไร้วินัยทางการเงิน สุดจะเน่ามาก ไม่มีการลงโทษให้เข็ดหลาบอะไรเลย
...
..
.
สมาชิกหมายเลข 7429715 สยอง, Disaster Magnet ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5210178 ถูกใจ, Piccothalamus สยอง, verdict ถูกใจ, kakanoky ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6547315 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6905372 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6811061 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2363856 ถูกใจรวมถึงอีก 15 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ผมว่าหลายคนที่มีหนี้สิน หนี้บัตร หนี้รถ เคลียร์เท่าไหร่ก็ไม่หมดสักที เพราะมีตรรกกะความคิดเรื่องระบบการเงินผิดเพี้ยน
ถามว่ามีหนี้สินอะไรบ้าง บอกว่ามีหนี้บัตรอยู่ 5 ใบ (My god !!) ใบนึงก็ประมาณ 10,000 บาท ไปกดเงินสดมา
ถามว่ากดเงินสดมาทำอะไร ก็อีหรอบเดิมครับ กดเอาเงินสดมาใช้หนี้เพื่อนฝูงที่ยืมไว้
ประเภทหน้าใหญ่ใจโต กลัวเสียเพื่อน แต่ไม่กลัวเสียเครดิต
ผลคือโดนเจ้าหนี้โทร.ทวงทุกบัตร
ยังไม่พอยังผ่อนรถมอเตอร์ไซต์ ซึ่งเป็นชื่อของพี่สาว ถามว่าทำไมต้องใช้ชื่อพี่สาว
สืบไปสืบมา อ๋อ เพราะก่อนหน้านี้เคยผ่อนรถมอเตอร์ไซต์เป็นชื่อตัวเอง แต่ส่งได้ไม่ถึงปีก็โดนยึดรถ
ติดเครดิตบูโร และกำลังโดนบังคับใช้หนี้ เพราะไฟแนนซ์ยึดไปขายทอดตลาดแล้วยังมีหนี้ค้างตามชำระอยู่
ถามว่าทำไมต้องซื้อรถมอเตอร์ไซต์ใหม่ เธอตอบว่าเพราะต้องทำงานใช้รถ ก็เลยต้องซื้อรถใหม่
แต่ไปออกรถมอเตอร์ไซด์ป้ายแดง ราคาเกือบเจ็ดหมื่น
สรุปทุกวันนี้มีทั้งหนี้บัตร หนี้รถที่ต้องส่ง หนี้ กยศ ชักหน้าไม่ถึงหลัง แถมหนี้บัตรแต่ละใบต้องจ่ายขั้นต่ำ
ยังไม่พอเธอยังไปกู้เงินนอกระบบมาอีก เอามาจ่ายค่ารถ ค่าบัตรในเดือนที่ช็อต !!
ตอนนี้ไม่รู้จะแนะนำยังไงแล้ว ก็แล้วแต่เวรแต่กรรม