คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
เฟคนิวส์เริ่มต้นที่สังคมโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าก็เท็จจริงเพียงบางส่วนหรือปราศจากข้อเท็จจริงเลย
ถูกกระตุ้นให้แชร์ต่อ บางทีเพิ่มอารมณ์ส่วนตัวเข้าไปด้วยโดยปราศจากการวินิจฉัย
เมื่อมีการแชร์ต่อมากๆ ผู้สร้างเฟคนิวส์ก็อาจลบโพสต์ เพราะมีการแชร์ต่อก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
การแชร์ข่าวปลอมให้ความรู้สึกว่าตัวเองรู้ก่อนใครและได้รับการยอมรับ แต่จะรู้ตัวเมื่อสายเมื่ออยู่ต่อหน้าบัลลังก์ศาล
เมื่อถึงเวลานั้นจะไม่มีกองเชียร์ที่คอยสนับสนุนเหมือนในโซเชียล
มีแต่ความโดดเดี่ยว และคนที่เสียใจที่สุดก็คือคนใกล้ตัว
ถูกกระตุ้นให้แชร์ต่อ บางทีเพิ่มอารมณ์ส่วนตัวเข้าไปด้วยโดยปราศจากการวินิจฉัย
เมื่อมีการแชร์ต่อมากๆ ผู้สร้างเฟคนิวส์ก็อาจลบโพสต์ เพราะมีการแชร์ต่อก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
การแชร์ข่าวปลอมให้ความรู้สึกว่าตัวเองรู้ก่อนใครและได้รับการยอมรับ แต่จะรู้ตัวเมื่อสายเมื่ออยู่ต่อหน้าบัลลังก์ศาล
เมื่อถึงเวลานั้นจะไม่มีกองเชียร์ที่คอยสนับสนุนเหมือนในโซเชียล
มีแต่ความโดดเดี่ยว และคนที่เสียใจที่สุดก็คือคนใกล้ตัว
สมาชิกหมายเลข 6763500 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2220410 ขำกลิ้ง, โมต ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6956801 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6666665 ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
การเมือง
กฎหมายอาญา (Criminal Law)
🧡มาลาริน/เซเลบการเมืองเผยมีคนเดียวดายหน้าบัลลังก์.... นศ.หนุ่มโพสต์ภาพตัดต่อ นั่งคอตกเจอคดี ... กองเชียร์หายเกลี้ยง
เซเลบการเมืองเผย ไปเป็นพยานคดี ....... ที่ตนฟ้อง หลังนักศึกษารายหนึ่งโต้แย้งเรื่องงบ...... เอาข้อมูลเว็บประชาไท-สมผัก มาอ้าง โต้แย้งไปมา เอาภาพตัดต่อ.......มาโพสต์กลับ แม้จะเตือนก็กดหัวเราะไม่แยแส สุดท้ายคอตกที่ศาล พี่สาวร้องไห้ พ่อถอนหายใจขอโทษ ส่วนพวกที่ช่วยคอมเมนต์หายหัวกันหมด
วันนี้ (30 มิ.ย.) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Wit...... ซึ่งเป็นเซเลบการเมืองบนโลกออนไลน์ โพสต์ข้อความหัวข้อ "#บ่นก่อนนอน" เมื่อคืนวันที่ 29 มิ.ย. ระบุว่า "ไปเป็นพยานคดี ..... ที่ตัวเองเป็นคนแจ้งความไปเมื่อปี 64 จริงๆ คิดอยู่นานมากว่าจะแจ้งความเองเลยดีไหม เพราะส่งเรื่องไปยังเพจของ DES หลายต่อหลายเดือนคอยตามก็ไม่คืบ ท้ายสุดเลยตัดสินใจแจ้งความเอง
ตัวผู้กระทำความผิดเป็นนักศึกษาปี 3 มหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่งในภาคอีสาน เด็กคนนี้มาโต้แย้งกับผมเรื่องงบ.ถาบันฯ ในเพจข่าวเพจหนึ่ง เจ้าตัวเชื่อมั่นในข้อมูลที่ตัวมีมากๆ ซึ่งเอามาจากประชาไท และสมผัก (....) ผมเองก็เอาข้อมูลจริงไปแย้งจนโต้เถียงกัน ท้ายสุดน้องเขาคงหงุดหงิดสลิ่มแบบผม เลยโพสต์ภาพตัดต่อ.....และ .....อย่างมั่นใจว่าคือภาพจริง พร้อมทั้งปรามาสว่า คนแบบนี้สลิ่มกราบไหว้บูชาไปได้ยังไง ผมจึงจบบทสนทนาว่า งั้นไปพิสูจน์ที่ศาล น้องยังกดหัวเราะแบบไม่แยแส
หลังจากกระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนมาถึงที่ศาล
ภาพวันนี้ที่ผมเห็น...😭
คือเด็กผู้ชายหน้านิ่งเฉย ที่เดินก้มหน้าตลอดเวลา ข้างกายคือพี่สาวและพ่อ ซึ่งเข้ามาคุยกับผม ตัวพี่สาวร้องไห้ บอกว่าน้องสนใจการเมืองมากตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย เคยลงมาชุมนุมที่กรุงเทพฯ อยู่สองครั้ง อ่านแต่เพจการเมือง เรียนก็ไม่ดี วันๆ ตามแต่เรื่องบ้านเมือง พ่อเองเป็นข้าราชการเกษียณอายุก็พยายามบอกข้อมูลแต่เขาไม่เชื่อ
นั่งพูดคุยกันสักพักเจ้าตัวก็หันมายกมือไหว้ขอโทษผม พ่อเขาบอกกับผมว่า "...ลูกผมจะไม่ทำผิดอีก ช่วยเชื่อลูกชายผมทีนะคุณ..." ระหว่างสืบจำเลย ผมเห็นพ่อเขาถอนหายใจอยู่หลายหน พี่สาวก็นั่งตาแดงก่ำ
ผมไม่รู้หรอกนะว่าเขาจะกลับใจไหม และผลคำพิพากษาจะออกมายังไง แต่ภาพที่เห็นคือคนที่เสียใจที่สุดไม่ใช่คนทำ แต่คือครอบครัว ส่วนศาสดาก็ไม่ได้รับรู้อะไรอยู่แล้ว ส่วนไอ้พวกที่ช่วยคอมเมนต์รุมยำผม ก็ไม่มีใครมาช่วย นี่แหละชีวิตผลไม้พิษของจริง จะมีเด็กแบบนี้อีกกี่คน น่าเศร้านะ แต่ทำผิดก็ต้องชดใช้กรรมครับ
เดือนกรกฎาฯ มีสืบอีกคดี ... รายนั้นเป็นคนรู้จักผมด้วย เคยเตือนหลังไมค์ก็ไม่หยุด ผมเสียใจนะที่ต้องแจ้งความคนที่รู้จัก จริงๆ เฮ้อออ #สนับสนุน.....
เครดิต:ผจก.ค่ะ
พวกแดงสามกีบที่เอาข้อมูลมาเฟคๆ มาบิดเบือน เพราะพูดกันต่อๆมา เพื่อดิสเครดิตรัฐบาลสักวันจะโดนเข้าบ้าง
เอาความจริงมาพูดกันดีกว่าค่าาาา
ไม่อย่างนั้นต้องพิสูจน์กันทางศาลด้วยหลักฐานที่ต่างฝ่ายนำมา สักวันคงมีกรณีเป็นตัวอย่างถ้ายังเล่นเฟคและบิดเบือนกัน