🏀  อธิบายเรื่องสิทธิ์ bird

ลีก NBA ใช้สิทธิ์ bird มานานเกือบ 40 ปีโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ทีมเก็บผู้เล่นที่จะเป็น free agent ให้อยู่ที่เดิมต่อโดยสามารถเซ็นจ้างเเบบทะลุเเคปได้ (cap exception)

จริงๆ เเล้วสิทธิ์ bird ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับ Larry Bird เลยเเต่ลีกเอามาใช้ในปีที่ Bird มีชื่อลงตลาด free agency ในปี 1983 เขาเลยเป็นรุ่นเเรกที่ใช้สิทธิ์นี้ซึ่งตัว Bird เองไม่ค่อย happy เเละอยากให้ลีกเลิกใช้ชื่อเขาได้เเล้วเพราะมันทําให้คนเข้าใจผิดถึงเเม้จะช่วยโฆษณาชื่อให้เขาฟรีๆ ก็ตาม

คนที่มีสิทธิ์ bird จะได้ค่าเหนื่อยเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับว่าอยู่ทีมนั้นมากี่ปีโดยที่ไม่ได้ย้ายทีมในระหว่างนั้นเเละค่าเหนื่อยปีก่อนหน้านี้มีมูลค่าเท่าไหร่

-คนที่อยู่กับทีมมาเเค่ 1 ปี 

จะไม่มีสิทธิ์ bird เเละต่อสัญญาได้สูงสุดไม่เกิน 120% ของเรทปัจจุบันเช่น Malik Monk ของ Lakers จะต่อได้เเค่ $2.5 ล้าน (เเต่อาจเปลี่ยนไปรับเรท MLE $6.3 ล้านเเทน)

-คนที่อยู่กับทีมมา 2 ปี 

จะมีสิทธิ์ early bird เเละต่อได้สูงสุด 175% ของเรทปัจจุบันหรือ 105% ของค่าเหนื่อยเฉลี่ยในลีก (ราวๆ $10 ล้าน) ขึ้นอยู่กับว่าตัวเลขไหนสูงกว่า

Gary Payton II เป็นตัวอย่างของคนที่จะได้เรท early bird ในปีนี้ราวๆ 2 ปี/$20 ล้าน Reggie Jackson ก็เคยได้เรทนี้จาก Clippers เมื่อปีก่อน

-คนที่อยู่กับทีมเกิน 3 ปีขึ้นไป   

จะได้สิทธิ์ full bird เต็มรูปเเบบคือต่อได้สูงสุดถึงเรท max เช่น Kevon Looney ที่กําลังจะเป็น free agent

-เวลาผู้เล่นอยู่กับทีมเดิมอย่างน้อย 3 ปีเเล้วถูกเทรด

สิทธิ์ bird จะถูกโอนไปให้ทีมใหม่ด้วยซึ่งมีข้อดีตรงมีความยืดหยุ่นในการต่อสัญญาเเละสามารถเซ็นต่อเเบบทะลุเเคปได้

-ถ้าผู้เล่นอยู่ทีมเดิมมา 2 ปีเเล้วต่อปีที่ 3 กับทีมเก่า

สัญญาปีที่ 3 จะเป็นเเบบ no-trade clause นั่นหมายถึงผู้เล่นมีสิทธิ์วีโต้ไม่ให้ทีมเทรดเขาออกถ้าไม่ยินยอมซึ่งที่ลีกออกกฏมาเเบบนี้เพราะต้องการปกป้องผู้เล่นไม่ให้สูญเสียสิทธิ์ bird ไปง่ายๆ

Credit: CBS Sports

 
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่