โรแบร์โต เฟอร์มิโน,โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และบทบาทในทีม

การเป็นรุ่นพี่ในทีมที่คอยดูแลรุ่นน้องที่นอกจากบทบาทที่เป็นผู้เล่นในสนามแล้ว การเป็นพี่ใหญ่ในห้องแต่งตัวเท่าที่ติดตามก็คือ
1.เจมส์ มิลเนอร์ พี่ใหญ่นอกสนาม (การดูแลรุ่นน้อง การใช้ชีวิตนอกสนาม การฝึกซ้อม)
2.เฮนเดอร์สัน (กัปตันทีม) เป็นเหมือนที่ปรึกษาให้กับบอสคนหนึ่ง
3.ฟานไดค์ พี่ใหญ่ในเกมรับ

ส่วนเฟอร์มิโน่ การใช้ชีวิตนอกสนามอาจจะเหมือนชาวบราซิลเลี่ยนทั่วๆ ไปที่ชอบสังสรรค์ อาจจะไม่มีบทบาทในห้องแต่งตัวมากนัก เพราะด้วยบุคคลิกแบบนั้น รับฟัง, อะไรก็ได้, ให้ทำอะไรก็ทำ, เป็นผู้ตามที่ดี, รับผิดชอบหน้าที่ตัวเอง(ในสนาม)ได้ดี  
ผมอยากให้มีข่าวต่อสัญญาเร็วๆ คนนี้ไม่อยากให้เสียไปอีก ถึงจะอายุมากและเลยช่วงพีกไปแล้ว แต่ประโยชน์เวลาลงสนามให้กับทีมก็ยังมีและไม่จำเป็นจะต้องลงเต็มเกม เพราะที่ผ่านมาเฟอร์มิโน่ไม่เคยแสดงอาการงอแงใดๆ เมื่อถูกเปลี่ยนตัวออกหรือให้นั่งรอที่ม้านั่งสำรอง
อีกประโยชน์อันนึงที่ผมคิดว่าน่าจะได้จากแกคือการฝึกซ้อม ที่จะทำให้กองหลังได้ซ้อมกับกองหน้าที่มีทักษะแพรวพราวแบบนั้น ได้สร้างเสริมประสบการณ์ในการรับมือกับกองหน้าที่มีความเก๋าเกมไปในตัว แต่ด้วยความที่เป็นคนไม่ค่อยพูด จึงอาจจะทำให้ทางผู้บริหารมองไม่เห็นความสำคัญด้านอื่นๆ ของเค้า
แต่ผมเห็นอีกอย่างคือแกทำตัวเป็นเอเย่น เจรจาให้ฟาบินโญ่เข้าสู้ทีม มีบราซิลเลี่ยนคอนเน็คชั่นกับอลิสซอน ถ้าสโมสรคิดว่าจะยังหาผู้เล่นชาวบราซิลเข้าสู่ทีม ผมเห็นว่าด้วยบุคลิกความเป็นเฟรนลี่ของเฟอร์มิโน่ น่าจะช่วยดึงดูดหรือเจรจาน้องใหม่ชาวบราซิลให้เข้ามาอยู่กับลิเวอร์พูลได้ไม่มากก็น้อยนะครับ 

ซาล่าห์จากที่ไม่เคยรู้การใช้ชีวิตนอกสนาม ก็เลยได้ไปค้นคว้ามาว่าในการฝึกซ้อมทุกอย่างแกทุ่มเทมาก จนอาจจะมากกว่าคนอื่นๆ จึงเป็นที่มาของการเรียกร้องค่าเหนื่อยที่สูงขนาดนั้นและตำแหน่งของซาล่าห์ก็เป็นตำแหน่งที่มีผู้เล่นระดับโลกอยู่ไม่กี่คน ถ้าไม่นับอาเยน ร็อบเบนที่ปลดระวางไปแล้ว
ก็คงจัดลำดับความเก่งของตำแหน่งหน้าซ้ายได้ดังนี้ครับ
1. โม ซาล่าห์ (ลิเวอร์พูล)
2. ริยาด มาห์เรซ (แมนซิตี้)
3.จาร์ร็อด โบเวน (เวสต์แฮม)
4. ราฟินญ่า (ลีดส์)
5.แอนโทนี่ (อาแจ็กซ์)

ทีนี้มาดูชีวิตนอกจากการลงสนามของ โมซาล่าห์กันบ้างครับ
หมวดกิน
- คืนก่อนลงแข่ง เขาจะกินปลา, ไก่ กับพาสต้า (ปกติ 2 อย่างหลัง นักเตะหลายสโมสร มักไม่กินในมื้อเย็น)
- ถ้ามีแข่งเช้า ก่อนนอนคืนนั้น เขาจะกินให้มากที่สุด เขาบอกว่า มื้อเช้าเป็นมื้อที่กินอะไรไม่ได้มากอยู่แล้ว
- เขาบอกว่า เรื่องโภชนาการ ทำให้หลับได้ง่าย หลับสบาย อีกทั้งยังทำให้ร่างกายฟื้นตัว หรือปรับตัวได้เร็ว
- แม้เป็นนักกีฬา แต่เขากินได้ทุกอย่าง โดยโภชนากรบอกว่า เขากินอะไรก็ได้ เพราะไม่มีปัญหาเรื่องไขมัน

หมวดนอน
- เขานอนอย่างต่ำ 8 ชั่วโมง ในตอนกลางคืน กับอีก 1-2 ชั่วโมง ช่วงบ่าย เพื่อให้การฝึกซ้อมออกมาดีที่สุด
- ก่อนนอน เขาจะคิดถึงภาพการแข่งขันวันพรุ่งนี้ เรื่องชุดที่ใส่ (หลังจากถามคนดูแลเรื่องชุดของสโมสรมา) โดยเขาทำแบบนี้มาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก โดยเป็นการช่วยฝึกคิดรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันถัดไป

หมวดซ้อม
- เขาใช้เวลา 3 วัน / สัปดาห์ในการยกน้ำหนัก (เล่นเวท), ออกกำลังกายส่วนบน, ท่อนล่าง และทั้งร่างกาย ส่วนวันที่เหลือก็จะเทรน *พลัยโอเมตริก* เพื่อระเบิดพลังกาย สำหรับการวิ่งในระยะสั้น รวมถึงการฝึกสปีด
- แม้จบช่วงการฝึกซ้อม แต่เขามักจะขอตัวอยู่ต่อ เพื่อฝึกซ้อมคนเดียว โดยเฉพาะการยิงประตูในวิธีต่าง ๆ
- นอกจากการฝึกซ้อมปกติ เขาพยายามแก้ไขจุดอ่อนทุกอย่าง เช่น การใช้เท้าขวา, ยิงนอกกรอบเขตโทษ, การใช้ศีรษะกับบอล, การครอบครองบอลด้วยความเร็วที่มากขึ้น หรือการเพิ่มสปีดในการวิ่งพาบอลไปกับตัว

ข้อมูลอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
- เขามีสถิติการวิ่งระยะสั้นใกล้เคียงนักวิ่งชั้นนำ โดยเกมเจอ ฟิออเรนติน่า (ตอนอยู่ โรม่า ฤดูกาลสุดท้าย) เขาสามารถวิ่งได้ 70 เมตร / 7 วินาที (เริ่มต้นจาก 0) ซึ่งเทียบเคียงแล้ว เขาวิ่งได้เร็ว 10 วินาที / 100 เมตร
- เมื่อเปรียบเทียบดู ในเชิงเทคนิค ความน่าทึ่ง คือความเร็วที่เกิดขึ้น และเทียบเท่าสถิติการวิ่งระดับโลกนั้น มาจากการวิ่ง ซึ่งยากลำบากกว่าบนลู่ เพราะหญ้าในวันนั้น ที่มีความชื้น จะเกิดแรงต้านทาน ระหว่างเท้ากับสนาม ที่สำคัญ ถ้าเทียบสตั๊ด กับรองเท้าวิ่ง คงไม่ต้องบอกว่า อันไหนถูกออกแบบมา เพื่อใช้วิ่งมากกว่ากัน

จึงไม่แปลกที่โมซาล่าห์จะเก่งกว่าคนอื่นๆ ในตำแหน่งเดียวกัน และไม่แปลกที่เขาจะเรียกร้องค่าเหนื่อยที่สูงขนาดนั้น ตอนนี้จึงอยู่ที่การตัดสินใจของสโมสรแล้วหล่ะ ว่าควรจะเก็บเขาไว้เพื่อประโยชน์สูงสุดในทีมหรือไม่ ทั้งการฝึกซ้อมให้กับผู้เล่นกองหลังของทีม (เวลาแบ่งข้างซ้อม) และการลงสนามเพื่อสร้างปัญหาให้กับแนวรับฝ่ายตรงข้าม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่