การเป็นรุ่นพี่ในทีมที่คอยดูแลรุ่นน้องที่นอกจากบทบาทที่เป็นผู้เล่นในสนามแล้ว การเป็นพี่ใหญ่ในห้องแต่งตัวเท่าที่ติดตามก็คือ
1.เจมส์ มิลเนอร์ พี่ใหญ่นอกสนาม (การดูแลรุ่นน้อง การใช้ชีวิตนอกสนาม การฝึกซ้อม)
2.เฮนเดอร์สัน (กัปตันทีม) เป็นเหมือนที่ปรึกษาให้กับบอสคนหนึ่ง
3.ฟานไดค์ พี่ใหญ่ในเกมรับ
ส่วนเฟอร์มิโน่ การใช้ชีวิตนอกสนามอาจจะเหมือนชาวบราซิลเลี่ยนทั่วๆ ไปที่ชอบสังสรรค์ อาจจะไม่มีบทบาทในห้องแต่งตัวมากนัก เพราะด้วยบุคคลิกแบบนั้น รับฟัง, อะไรก็ได้, ให้ทำอะไรก็ทำ, เป็นผู้ตามที่ดี, รับผิดชอบหน้าที่ตัวเอง(ในสนาม)ได้ดี
ผมอยากให้มีข่าวต่อสัญญาเร็วๆ คนนี้ไม่อยากให้เสียไปอีก ถึงจะอายุมากและเลยช่วงพีกไปแล้ว แต่ประโยชน์เวลาลงสนามให้กับทีมก็ยังมีและไม่จำเป็นจะต้องลงเต็มเกม เพราะที่ผ่านมาเฟอร์มิโน่ไม่เคยแสดงอาการงอแงใดๆ เมื่อถูกเปลี่ยนตัวออกหรือให้นั่งรอที่ม้านั่งสำรอง
อีกประโยชน์อันนึงที่ผมคิดว่าน่าจะได้จากแกคือการฝึกซ้อม ที่จะทำให้กองหลังได้ซ้อมกับกองหน้าที่มีทักษะแพรวพราวแบบนั้น ได้สร้างเสริมประสบการณ์ในการรับมือกับกองหน้าที่มีความเก๋าเกมไปในตัว แต่ด้วยความที่เป็นคนไม่ค่อยพูด จึงอาจจะทำให้ทางผู้บริหารมองไม่เห็นความสำคัญด้านอื่นๆ ของเค้า
แต่ผมเห็นอีกอย่างคือแกทำตัวเป็นเอเย่น เจรจาให้ฟาบินโญ่เข้าสู้ทีม มีบราซิลเลี่ยนคอนเน็คชั่นกับอลิสซอน ถ้าสโมสรคิดว่าจะยังหาผู้เล่นชาวบราซิลเข้าสู่ทีม ผมเห็นว่าด้วยบุคลิกความเป็นเฟรนลี่ของเฟอร์มิโน่ น่าจะช่วยดึงดูดหรือเจรจาน้องใหม่ชาวบราซิลให้เข้ามาอยู่กับลิเวอร์พูลได้ไม่มากก็น้อยนะครับ
ซาล่าห์จากที่ไม่เคยรู้การใช้ชีวิตนอกสนาม ก็เลยได้ไปค้นคว้ามาว่าในการฝึกซ้อมทุกอย่างแกทุ่มเทมาก จนอาจจะมากกว่าคนอื่นๆ จึงเป็นที่มาของการเรียกร้องค่าเหนื่อยที่สูงขนาดนั้นและตำแหน่งของซาล่าห์ก็เป็นตำแหน่งที่มีผู้เล่นระดับโลกอยู่ไม่กี่คน ถ้าไม่นับอาเยน ร็อบเบนที่ปลดระวางไปแล้ว
ก็คงจัดลำดับความเก่งของตำแหน่งหน้าซ้ายได้ดังนี้ครับ
1. โม ซาล่าห์ (ลิเวอร์พูล)
2. ริยาด มาห์เรซ (แมนซิตี้)
3.จาร์ร็อด โบเวน (เวสต์แฮม)
4. ราฟินญ่า (ลีดส์)
5.แอนโทนี่ (อาแจ็กซ์)
ทีนี้มาดูชีวิตนอกจากการลงสนามของ โมซาล่าห์กันบ้างครับ
หมวดกิน
- คืนก่อนลงแข่ง เขาจะกินปลา, ไก่ กับพาสต้า (ปกติ 2 อย่างหลัง นักเตะหลายสโมสร มักไม่กินในมื้อเย็น)
- ถ้ามีแข่งเช้า ก่อนนอนคืนนั้น เขาจะกินให้มากที่สุด เขาบอกว่า มื้อเช้าเป็นมื้อที่กินอะไรไม่ได้มากอยู่แล้ว
- เขาบอกว่า เรื่องโภชนาการ ทำให้หลับได้ง่าย หลับสบาย อีกทั้งยังทำให้ร่างกายฟื้นตัว หรือปรับตัวได้เร็ว
- แม้เป็นนักกีฬา แต่เขากินได้ทุกอย่าง โดยโภชนากรบอกว่า เขากินอะไรก็ได้ เพราะไม่มีปัญหาเรื่องไขมัน
หมวดนอน
- เขานอนอย่างต่ำ 8 ชั่วโมง ในตอนกลางคืน กับอีก 1-2 ชั่วโมง ช่วงบ่าย เพื่อให้การฝึกซ้อมออกมาดีที่สุด
- ก่อนนอน เขาจะคิดถึงภาพการแข่งขันวันพรุ่งนี้ เรื่องชุดที่ใส่ (หลังจากถามคนดูแลเรื่องชุดของสโมสรมา) โดยเขาทำแบบนี้มาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก โดยเป็นการช่วยฝึกคิดรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันถัดไป
หมวดซ้อม
- เขาใช้เวลา 3 วัน / สัปดาห์ในการยกน้ำหนัก (เล่นเวท), ออกกำลังกายส่วนบน, ท่อนล่าง และทั้งร่างกาย ส่วนวันที่เหลือก็จะเทรน *พลัยโอเมตริก* เพื่อระเบิดพลังกาย สำหรับการวิ่งในระยะสั้น รวมถึงการฝึกสปีด
- แม้จบช่วงการฝึกซ้อม แต่เขามักจะขอตัวอยู่ต่อ เพื่อฝึกซ้อมคนเดียว โดยเฉพาะการยิงประตูในวิธีต่าง ๆ
- นอกจากการฝึกซ้อมปกติ เขาพยายามแก้ไขจุดอ่อนทุกอย่าง เช่น การใช้เท้าขวา, ยิงนอกกรอบเขตโทษ, การใช้ศีรษะกับบอล, การครอบครองบอลด้วยความเร็วที่มากขึ้น หรือการเพิ่มสปีดในการวิ่งพาบอลไปกับตัว
ข้อมูลอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
- เขามีสถิติการวิ่งระยะสั้นใกล้เคียงนักวิ่งชั้นนำ โดยเกมเจอ ฟิออเรนติน่า (ตอนอยู่ โรม่า ฤดูกาลสุดท้าย) เขาสามารถวิ่งได้ 70 เมตร / 7 วินาที (เริ่มต้นจาก 0) ซึ่งเทียบเคียงแล้ว เขาวิ่งได้เร็ว 10 วินาที / 100 เมตร
- เมื่อเปรียบเทียบดู ในเชิงเทคนิค ความน่าทึ่ง คือความเร็วที่เกิดขึ้น และเทียบเท่าสถิติการวิ่งระดับโลกนั้น มาจากการวิ่ง ซึ่งยากลำบากกว่าบนลู่ เพราะหญ้าในวันนั้น ที่มีความชื้น จะเกิดแรงต้านทาน ระหว่างเท้ากับสนาม ที่สำคัญ ถ้าเทียบสตั๊ด กับรองเท้าวิ่ง คงไม่ต้องบอกว่า อันไหนถูกออกแบบมา เพื่อใช้วิ่งมากกว่ากัน
จึงไม่แปลกที่โมซาล่าห์จะเก่งกว่าคนอื่นๆ ในตำแหน่งเดียวกัน และไม่แปลกที่เขาจะเรียกร้องค่าเหนื่อยที่สูงขนาดนั้น ตอนนี้จึงอยู่ที่การตัดสินใจของสโมสรแล้วหล่ะ ว่าควรจะเก็บเขาไว้เพื่อประโยชน์สูงสุดในทีมหรือไม่ ทั้งการฝึกซ้อมให้กับผู้เล่นกองหลังของทีม (เวลาแบ่งข้างซ้อม) และการลงสนามเพื่อสร้างปัญหาให้กับแนวรับฝ่ายตรงข้าม
โรแบร์โต เฟอร์มิโน,โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และบทบาทในทีม
1.เจมส์ มิลเนอร์ พี่ใหญ่นอกสนาม (การดูแลรุ่นน้อง การใช้ชีวิตนอกสนาม การฝึกซ้อม)
2.เฮนเดอร์สัน (กัปตันทีม) เป็นเหมือนที่ปรึกษาให้กับบอสคนหนึ่ง
3.ฟานไดค์ พี่ใหญ่ในเกมรับ
ส่วนเฟอร์มิโน่ การใช้ชีวิตนอกสนามอาจจะเหมือนชาวบราซิลเลี่ยนทั่วๆ ไปที่ชอบสังสรรค์ อาจจะไม่มีบทบาทในห้องแต่งตัวมากนัก เพราะด้วยบุคคลิกแบบนั้น รับฟัง, อะไรก็ได้, ให้ทำอะไรก็ทำ, เป็นผู้ตามที่ดี, รับผิดชอบหน้าที่ตัวเอง(ในสนาม)ได้ดี
ผมอยากให้มีข่าวต่อสัญญาเร็วๆ คนนี้ไม่อยากให้เสียไปอีก ถึงจะอายุมากและเลยช่วงพีกไปแล้ว แต่ประโยชน์เวลาลงสนามให้กับทีมก็ยังมีและไม่จำเป็นจะต้องลงเต็มเกม เพราะที่ผ่านมาเฟอร์มิโน่ไม่เคยแสดงอาการงอแงใดๆ เมื่อถูกเปลี่ยนตัวออกหรือให้นั่งรอที่ม้านั่งสำรอง
อีกประโยชน์อันนึงที่ผมคิดว่าน่าจะได้จากแกคือการฝึกซ้อม ที่จะทำให้กองหลังได้ซ้อมกับกองหน้าที่มีทักษะแพรวพราวแบบนั้น ได้สร้างเสริมประสบการณ์ในการรับมือกับกองหน้าที่มีความเก๋าเกมไปในตัว แต่ด้วยความที่เป็นคนไม่ค่อยพูด จึงอาจจะทำให้ทางผู้บริหารมองไม่เห็นความสำคัญด้านอื่นๆ ของเค้า
แต่ผมเห็นอีกอย่างคือแกทำตัวเป็นเอเย่น เจรจาให้ฟาบินโญ่เข้าสู้ทีม มีบราซิลเลี่ยนคอนเน็คชั่นกับอลิสซอน ถ้าสโมสรคิดว่าจะยังหาผู้เล่นชาวบราซิลเข้าสู่ทีม ผมเห็นว่าด้วยบุคลิกความเป็นเฟรนลี่ของเฟอร์มิโน่ น่าจะช่วยดึงดูดหรือเจรจาน้องใหม่ชาวบราซิลให้เข้ามาอยู่กับลิเวอร์พูลได้ไม่มากก็น้อยนะครับ
ซาล่าห์จากที่ไม่เคยรู้การใช้ชีวิตนอกสนาม ก็เลยได้ไปค้นคว้ามาว่าในการฝึกซ้อมทุกอย่างแกทุ่มเทมาก จนอาจจะมากกว่าคนอื่นๆ จึงเป็นที่มาของการเรียกร้องค่าเหนื่อยที่สูงขนาดนั้นและตำแหน่งของซาล่าห์ก็เป็นตำแหน่งที่มีผู้เล่นระดับโลกอยู่ไม่กี่คน ถ้าไม่นับอาเยน ร็อบเบนที่ปลดระวางไปแล้ว
ก็คงจัดลำดับความเก่งของตำแหน่งหน้าซ้ายได้ดังนี้ครับ
1. โม ซาล่าห์ (ลิเวอร์พูล)
2. ริยาด มาห์เรซ (แมนซิตี้)
3.จาร์ร็อด โบเวน (เวสต์แฮม)
4. ราฟินญ่า (ลีดส์)
5.แอนโทนี่ (อาแจ็กซ์)
ทีนี้มาดูชีวิตนอกจากการลงสนามของ โมซาล่าห์กันบ้างครับ
หมวดกิน
- คืนก่อนลงแข่ง เขาจะกินปลา, ไก่ กับพาสต้า (ปกติ 2 อย่างหลัง นักเตะหลายสโมสร มักไม่กินในมื้อเย็น)
- ถ้ามีแข่งเช้า ก่อนนอนคืนนั้น เขาจะกินให้มากที่สุด เขาบอกว่า มื้อเช้าเป็นมื้อที่กินอะไรไม่ได้มากอยู่แล้ว
- เขาบอกว่า เรื่องโภชนาการ ทำให้หลับได้ง่าย หลับสบาย อีกทั้งยังทำให้ร่างกายฟื้นตัว หรือปรับตัวได้เร็ว
- แม้เป็นนักกีฬา แต่เขากินได้ทุกอย่าง โดยโภชนากรบอกว่า เขากินอะไรก็ได้ เพราะไม่มีปัญหาเรื่องไขมัน
หมวดนอน
- เขานอนอย่างต่ำ 8 ชั่วโมง ในตอนกลางคืน กับอีก 1-2 ชั่วโมง ช่วงบ่าย เพื่อให้การฝึกซ้อมออกมาดีที่สุด
- ก่อนนอน เขาจะคิดถึงภาพการแข่งขันวันพรุ่งนี้ เรื่องชุดที่ใส่ (หลังจากถามคนดูแลเรื่องชุดของสโมสรมา) โดยเขาทำแบบนี้มาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก โดยเป็นการช่วยฝึกคิดรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันถัดไป
หมวดซ้อม
- เขาใช้เวลา 3 วัน / สัปดาห์ในการยกน้ำหนัก (เล่นเวท), ออกกำลังกายส่วนบน, ท่อนล่าง และทั้งร่างกาย ส่วนวันที่เหลือก็จะเทรน *พลัยโอเมตริก* เพื่อระเบิดพลังกาย สำหรับการวิ่งในระยะสั้น รวมถึงการฝึกสปีด
- แม้จบช่วงการฝึกซ้อม แต่เขามักจะขอตัวอยู่ต่อ เพื่อฝึกซ้อมคนเดียว โดยเฉพาะการยิงประตูในวิธีต่าง ๆ
- นอกจากการฝึกซ้อมปกติ เขาพยายามแก้ไขจุดอ่อนทุกอย่าง เช่น การใช้เท้าขวา, ยิงนอกกรอบเขตโทษ, การใช้ศีรษะกับบอล, การครอบครองบอลด้วยความเร็วที่มากขึ้น หรือการเพิ่มสปีดในการวิ่งพาบอลไปกับตัว
ข้อมูลอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
- เขามีสถิติการวิ่งระยะสั้นใกล้เคียงนักวิ่งชั้นนำ โดยเกมเจอ ฟิออเรนติน่า (ตอนอยู่ โรม่า ฤดูกาลสุดท้าย) เขาสามารถวิ่งได้ 70 เมตร / 7 วินาที (เริ่มต้นจาก 0) ซึ่งเทียบเคียงแล้ว เขาวิ่งได้เร็ว 10 วินาที / 100 เมตร
- เมื่อเปรียบเทียบดู ในเชิงเทคนิค ความน่าทึ่ง คือความเร็วที่เกิดขึ้น และเทียบเท่าสถิติการวิ่งระดับโลกนั้น มาจากการวิ่ง ซึ่งยากลำบากกว่าบนลู่ เพราะหญ้าในวันนั้น ที่มีความชื้น จะเกิดแรงต้านทาน ระหว่างเท้ากับสนาม ที่สำคัญ ถ้าเทียบสตั๊ด กับรองเท้าวิ่ง คงไม่ต้องบอกว่า อันไหนถูกออกแบบมา เพื่อใช้วิ่งมากกว่ากัน
จึงไม่แปลกที่โมซาล่าห์จะเก่งกว่าคนอื่นๆ ในตำแหน่งเดียวกัน และไม่แปลกที่เขาจะเรียกร้องค่าเหนื่อยที่สูงขนาดนั้น ตอนนี้จึงอยู่ที่การตัดสินใจของสโมสรแล้วหล่ะ ว่าควรจะเก็บเขาไว้เพื่อประโยชน์สูงสุดในทีมหรือไม่ ทั้งการฝึกซ้อมให้กับผู้เล่นกองหลังของทีม (เวลาแบ่งข้างซ้อม) และการลงสนามเพื่อสร้างปัญหาให้กับแนวรับฝ่ายตรงข้าม