JJNY : 5in1 'ราคาข้าว'ดิ่ง│จับโป๊ะ ข้าวถุง│พท.จ่อเพิ่ม15ขุนพลซักฟอก│ตู่ชิ่งตอบกระทู้ฯพิธา│วิจัยชี้โอมิครอนพันธุ์ย่อยใหม่

'ราคาข้าว' ปรับตัวดิ่งลงรุนแรงหลังผลผลิตล้นโลก
https://www.nationtv.tv/news/378877521


สถานการณ์ราคาข้าวตลาดโลกกำลังผันผวนอย่างหนักสะท้อนจากราคาส่งออกข้าวของไทยปรับตัวลดลงรุนแรงเฉลี่ยตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ราคาข้าวหอมมะลิ(64/65) เมื่อ22 มิ.ย.2565 อยู่ที่ตันละ 905 ดอลลาร์ ลดลงจากต้นเดือนเมื่อ 8 มิ.ย.ซึ่งอยู่ที่ตันละ 960 ดอลลาร์
 
ขณะที่ข้าวขาว 5% อยู่ที่ตันละ 427 ดอลลาร์ ลดลงจาก 463 ดอลลาร์ หรือ ลดลง 36 ดอลลาร์  สวนทางกระแส“ความมั่นคงด้านอาหาร”ที่ทำให้ดีมานด์สินค้าเกษตรและอาหารเพิ่มขึ้น
 
       ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การแข่งขันด้านราคาข้าวในตลาดโลกยังรุนแรงโดยข้าวขาวที่ไทยส่งออกมีราคาเฉลี่ยที่ ตันละ 427 ดอลลาร์ ขณะที่เวียดนามอยู่ที่ 418 ดอลลาร์ และอินเดียอยู่ที่ 338ดอลลาร์ ส่วนข้าวหอมมะลิของไทย 905 ดอลลาร์ เวียดนาม 523 ดอลลาร์ ส่วนกัมพูชา 880 ดอลลาร์
 
“ราคาข้าวไทยยังแข่งขันได้ยาก  ประกอบกับปัจจัยตลาดปลายทางที่เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก เช่น สหรัฐสามารถเคลียร์ตู้สินค้าที่ตกค้างที่พอร์ทสำคัญๆได้แล้วทำให้สินค้าเข้าสู่ตลาดจำนวนมากจึงชะลอการสั่งซื้อข้าวหอมมะลิ ขณะเดียวกันผู้ส่งออกรายสำคัญอย่างอินเดียก็เทข้าวออกขายจำนวนมากจึงกวาดคำสั่งซื้อในตลาดสำคัญๆ เช่นแอฟริกา ไปเกือบหมด  ”
 
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของปัจจัยค่าเงินบาทแม้จะเป็นผลดีต่อการส่งออกแต่ก็เป็นการอ่อนค่าทั่วทั้งภูมิภาคจึงไม่ใช่ปัจจัยหนุนให้การส่งออกข้าวของไทยได้แต้มต่อมากนัก
 
นอกจากนี้ ราคาข้าว ที่ลดลงยังเป็นผลมาจากราคาส่งออกที่ปรับลดลงเช่นกัน เนื่องจากราคาข้าวอินเดียต่ำกว่าข้าวไทย ถึงตันละ 100 ดอลลาร์ต่อตัน โดยอินเดีย ถือว่าเป็นปัจจัยหลักที่สะท้อนต่อราคาข้าวโลก เพราะเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ ปีละ 22 ล้านตันคิดเป็น 50 % ของการค้าในตลาดโลก ซึ่งปีนี้อินเดียไม่ประสบภัยแล้ง และเกษตรกรปรับเปลี่ยนพันธุ์ ทำให้ผลลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น การส่งออกจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในตลาดแอฟริกา ที่มีเส้นทางใกล้กว่าเมื่อเทียบกับไทย มีท่าเรือเป็นของตนเอง จึงเป็นข้อได้เปรียบที่ไทยแข่งขันได้ลำบาก
 
“ในปีนี้ไทยโชคดีที่อิรักหันมาซื้อข้าวขาวของไทยไปกว่า 4 แสนตัน ไม่เช่นนั้นราคาข้าวไทยจะปรับลดลงกว่านี้ ส่วนแนวโน้มราคาข้าวช่วงสิ้นปียังไม่สามารถคาดเดาได้ ต้องดูตลาด ซึ่งซาอุดิอาระเบีย นิยมบริโภคข้าวแข็งเมล็ดยาว เช่นเดียวกับอิรัก หากหันมาซื้อข้าวของไทย จะเป็นตลาดที่ดีมาก แต่ทั้งนี้ ราคาข้าวไทยต้องไม่สูงเกินไป และคุณภาพต้องดี เพื่อให้ผู้ส่งออกเสนอราคาแข่งขันได้"
 
            ด้าน รังสรรค์ สบายเมือง นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า ราคาข้าวขยับขึ้นขยับลงตามสถานการณ์ราคาโลก โดยปัจจุบันราคาข้าวหอมมะลิอยู่ที่ 13,500 -13,700 บาทต่อตัน จากเดิมที่ก่อนหน้านี้ราคาอยู่ที่ 14,000-14,500 บาทต่อตัน ราคาลดลง 200-500 บาทต่อตัน ซึ่งทำให้โรงสีจำเป็นต้องซื้อในราคาที่ลดลงเพื่อเป็นการลดต้นทุน เพราะโรงสีอยู่ตรงกลางระหว่างผู้ผลิตและผู้ส่งออก เมื่อราคาข้าวในตลาดขยับตัวลง ทางโรงสีก็ต้องบริหารจัดการโดยการลดราคารับซื้อข้าวลง ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาด
 
ทั้งนี้ ราคาข้าวมีการปรับราคาขึ้นสูงมากเมื่อเดือนก่อนหน้านี้ บวกกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าก็เป็นผลดีต่อการส่งออก ทำให้ราคาข้าวปรับขึ้น แต่ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาก็เริ่มขยับลงมา ซึ่งคาดว่าราคาที่ขยับลงมาจากราคาปลายทางที่ลง หรือมีปัญหาอุปสรรคในการขนส่งข้าว เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน ทำให้เกิดปัญหาการขนส่งข้าวขึ้นเรือใหญ่ไม่ได้ ส่งผลให้ไม่สามารถส่งออกข้าวได้เต็มที่
  

 
จับโป๊ะ ข้าวถุงหอมมะลิปรับราคาขึ้น ชาวนาแฉตอนซื้อขายต่ำกว่าทุกปี
https://www.thansettakij.com/economy/529968

ชาวนาฟ้อง อธิบดีกรมการค้าภายใน ผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ ข้าวเปลือกราคาต่ำลงตันละ 500-600 บาท ยังมีแนวโน้มที่จะราคาตกอีกชาวนาเริ่มทยอยเก็บเกี่ยวแล้ว แฉจับโป๊ะพ่อค้าปรับราคา "ข้าวถุงหอมมะลิ" ขึ้น ปีนี้ซื้อข้าวชาวนาราคาต่ำกว่าทุกปี รัฐชดเชยบาน ยังจะมาขอขึ้นราคาอีก

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และที่ปรึกษากรมการค้าภายใน เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากกรณีที่จะปรับขึ้นราคาข้าวถุง ในฐานะนายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยได้ พิจารณาดูแล้ว  จำได้ว่าเมื่อต้นฤดูที่ผ่านมา ปลายเดือนธันวา 2565 ถึงต้นเดือนมกราคม 2565 ราคาข้าวหอมมะลิเกี่ยวสดอยู่ที่ชาวนาขายได้แค่ 8,500-9,000 บาท 
 
"โครงการประกันรายได้ต้องจ่ายส่วนต่างตันละประมาณ 3,000 บาท  แต่พอในช่วงประมาณเดือนมีนาคม ราคาข้าวหอมมะลิแห้งก็ปรับขึ้นมาบ้าง และช่วงปลายพฤษภา ถึงมิถุนายน ราคาข้าวเปลือกแห้งที่ชาวนาบางส่วนเก็บไว้ในยุ้งฉางก็ขายได้ประมาณ 15,000-16,000 บาท แต่ปัจจุบัน ลดลงเหลือประมาณ 14,500-15,000 บาท"
 
ส่วนข้าวเปลือกเจ้าเกี่ยวสดความชื้นดีหน่อย เคยขายได้ 8,600,8,700 บาท/ตัน ในช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมา แต่ในขณะนี้ราคาก็ปรับลดลง ข้าวเกี่ยวสดตอนนี้ชาวนาขายได้ประมาณ 8,000-8,300 บาท/ตัน ผมเองก็เลยงงๆ กับข่าวการจะปรับตัวขึ้นของราคาข้าวถุง เพราะข้าวเปลือกหอมมะลิของชาวนาส่วนใหญ่ขายไปเกือบจะหมดแล้ว ก็ไม่รู้นะว่า เขามีต้นทุนอะไร ส่วนชาวนามีต้นทุนเพิ่ม แต่ราคาข้าวเปลือกลดลง
 
ดังนั้นการเตรียมที่จะปรับขึ้นราคาของข้าวถุง ชาวนาก็ตอบได้เลยว่าไม่ได้ประโยชน์ใดๆจากการปรับราคาครั้งนี้  อีกทั้งข้าวเปลือกนาปรังก็ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ตันละ 500ถึง 600บาท  จากที่เคยขายได้8,600ถึง8,700 บาตอนนี้ขายได้ 8,000-8,300 เท่านั้น ซึ่งไม่รู้ว่าจะลงไปมากกว่านี้อีกหรือไม่
 
"แต่ขณะนี้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการทำนาปรับขึ้นมากมาย เช่น ปุ๋ย ยา และน้ำมัน ต้นทุนเคยอยู่ที่ประมาณ 4,500-5,000 บาทต่อไร่ ก็ปรับขึ้นไปอีก 6,000-6,500 บาทต่อไร่  ยังดีที่มีฝนตกยังพอช่วยลดค่าสูบน้ำได้บ้าง และกลางเดือน กรกฎาคม ก็จะเริ่มมีการเก็บเกี่ยวมากขึ้น ไปจนถึงเดือนสิงหาคม ถ้าราคาข้าวเปลือกลงไปอีก และปุ๋ย ยา ไม่ลดลง ชาวนาพวกผมคงแย่แน่ๆ" นายปราโมทย์ กล่าวย้ำในตอนท้าย
 
 สมาคมโรงสีข้าวไทย โพสต์ เฟซบุ๊ก Thai Rice Mill Association ประกาศราคาข้าวสาร และข้าวเปลือก

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid036TnTdFb6Vqt7Vt5DZkmTUNN5Qvty43wRwiujtuF977H8UjBvX2XgWZJqkbgnAH55l&id=187199504659343

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0aHUYKYzQnbJiWsLeJHjWFcF4KB6qNRtUmDGT3zpmromx89tqZz97rgtt7JNgqDw2l&id=187199504659343

ด้านแหล่งข่าวโรงสี กล่าวว่า ราคาต้นเดือนสาเหตุที่ราคา "ข้าวสารแพง"  "ข้าวเปลือก แพง" เพราะข้าวเปลือก เก็บเกี่ยว น้อยปลายเดือน มีข้าวเปลือก เริ่มเก็บเกี่ยว  จังหวัด กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี  ทำให้ผู้ซื้อ รับทราบข่าวสาร จึงตั้งราคารับซื้อข้าวสารลดลงก็ตามกลไกตลาด แต่ "ข้าวถุง" เอาราคาต้นเดือน  มาเป็นที่ตั้งทัวร์ก็จะลงแถมจะมาลงโรงสีข้าวด้วยว่ากดราคารับซื้อข้าวเปลือก กรรม
 

 
เพื่อไทย จ่อเพิ่ม 15 ขุนพลซักฟอกรมต. งัดหลักฐานใหม่ จี้ปมทุจริต
https://www.matichon.co.th/politics/news_3415409
 
‘เพื่อไทย’ เตรียม 15 ขุนพล อาจบวกเพิ่ม 2-3 คน เป็นมือเชือด รมต.ศึกซักฟอก ย้ำ ขอเวลา 5 วัน ไม่รวมลงมติ เล็งยื่น ป.ป.ช.ฟันซ้ำหลังเสร็จศึก
 
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีการเตรียมขุนพลอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีของพรรค พท. ว่า
 
พรรค พท.ได้เตรียมขุนพลอภิปรายไว้เบื้องต้นประมาณ 15 คน แต่อาจจะมีเพิ่มเติม 2-3 คน เพราะมีประเด็นใหม่ขึ้นมา
 
ซึ่งในส่วนของพรรค พท.จะเน้นอภิปรายในประเด็นทุจริตเป็นหลัก เพราะมีหลักฐานหลายคน รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ด้วยที่พบหลักฐานชัดเจน ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย จึงต้องมีการตกลงร่วมกันในพรรคฝ่ายค้าน โดยหากจะอภิปรายเรื่องเดิมจะต้องเป็นข้อมูลใหม่ และฝ่ายค้านก็มีข้อมูลใหม่ ที่เป็นทั้งเรื่องเดิมที่เคยปรากฏมาแล้ว รวมถึงเรื่องสดใหม่ด้วย
 
และยอมรับว่า เสียงในสภาอาจจะไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ แต่กระแสที่จะชี้ว่า รัฐบาลจะอยู่หรือไป ขึ้นอยู่กับประชาชนและหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
 
ทั้งนี้ ประเด็นของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะนำไปสู่การยื่นร้องต่อคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับการทุจริตในการบริหารราชการแผ่นดิน
 
• เมื่อถามว่า จะมีวิธีการจัดการการอภิปรายที่สะเปะสะปะอย่างไร 
 
นายประเสริฐกล่าวว่า ยอมรับว่ามีความยากในการจัดสรรเวลา เนื่องจากผู้อภิปรายของฝ่ายค้านแต่ละคนไม่มีการเปิดเผยข้อมูลล่วงหน้า เนื่องจาก เกรงว่าจะเป็นข้อสอบรั่ว แต่ก็ได้พยายามกำชับในที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านให้ใช้เวลาเต็มที่และเป็นประโยชน์มากที่สุด โดยคาดว่าจะสามารถอภิปรายได้ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคมเป็นต้นไป เพราะดูจากไทม์ไลน์การพิจารณากฎหมายอื่นๆ แล้ว ช่วงเวลานี้มีความเหมาะสมที่สุด โดยพรรคฝ่ายค้านยังย้ำว่าอยากได้เวลาอภิปราย 5 วันไม่รวมวันลงมติ
 

 
‘บิ๊กตู่’ ชิ่งตอบกระทู้ฯ ‘พิธา’ เจอ ‘สุชาติ’ เตือน ให้เกียรติสภาฯ สักแต่โยนตัวแทน สุดท้ายเทกันหมด
https://www.matichon.co.th/politics/news_3415654
 
‘บิ๊กตู่’ ชิ่งตอบกระทู้ฯ ‘พิธา’ เจอ ‘สุชาติ’ เตือน ให้เกียรติสภา สักแต่โยนตัวแทน สุดท้ายเทกันหมด
 
เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 23 มิถุนายน 2565 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เมื่อถึงช่วงกระทู้ถามสดด้วยวาจากระทู้ที่ 3 ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เรื่องเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชน ซึ่งถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปรากฏว่า ประธานในที่ประชุมแจ้งว่า นายกรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือแจ้งว่า ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาได้ โดยมอบหมายให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มาตอบกระทู้แทน แต่นายอาคม แจ้งว่าติดภารกิจจึงมอบหมายให้นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง มาตอบกระทู้แทน แต่ก็ได้รับหนังสือแจ้งมาว่าติดภารกิจสำคัญเช่นกัน ทำให้ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาในครั้งนี้ได้
 
นายพิธา จึงหารือประธานในที่ประชุมเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของรัฐสภาเกี่ยวกับกลไกการถามกระทู้ โดยระบุถึงข้อบังคับการประชุมข้อที่ 151 และ 156 ที่ระบุว่า นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี จะต้องเข้าร่วมประชุมสภายกเว้นมีเหตุจำเป็น จึงขอสอบถามว่าในหนังสือที่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี แจ้งมาให้เหตุผลว่าอะไร เพราะเวลาของสภามีค่า ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องอธิบายสาเหตุที่ไม่สามารถมาได้ แค่ตอบว่า ติดภารกิจสำคัญคงไม่ใช่คำตอบที่จะเอามาตอบประชาชน ทั้งนี้ กระทู้ถามสดด้วยวาจา เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน มีผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาชน ตนเป็น ส.ส.มา 4 ปี ยังไม่เคยเห็นนายกฯ มาตอบเรื่องของแพง ค่าแรงถูก ขอฝากประธานให้นายกฯ ทำตามข้อบังคับข้อที่ 151 และข้อที่ 156 ว่าจะมาตอบเมื่อไหร่ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับปากท้องเป็นความทุกข์ร้อนของประชาชน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่