'ราคาข้าว' ปรับตัวดิ่งลงรุนแรงหลังผลผลิตล้นโลก
https://www.nationtv.tv/news/378877521

สถานการณ์ราคาข้าวตลาดโลกกำลังผันผวนอย่างหนักสะท้อนจากราคาส่งออกข้าวของไทยปรับตัวลดลงรุนแรงเฉลี่ยตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ราคาข้าวหอมมะลิ(64/65) เมื่อ22 มิ.ย.2565 อยู่ที่ตันละ 905 ดอลลาร์ ลดลงจากต้นเดือนเมื่อ 8 มิ.ย.ซึ่งอยู่ที่ตันละ 960 ดอลลาร์
ขณะที่ข้าวขาว 5% อยู่ที่ตันละ 427 ดอลลาร์ ลดลงจาก 463 ดอลลาร์ หรือ ลดลง 36 ดอลลาร์ สวนทางกระแส“ความมั่นคงด้านอาหาร”ที่ทำให้ดีมานด์สินค้าเกษตรและอาหารเพิ่มขึ้น
ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การแข่งขันด้านราคาข้าวในตลาดโลกยังรุนแรงโดยข้าวขาวที่ไทยส่งออกมีราคาเฉลี่ยที่ ตันละ 427 ดอลลาร์ ขณะที่เวียดนามอยู่ที่ 418 ดอลลาร์ และอินเดียอยู่ที่ 338ดอลลาร์ ส่วนข้าวหอมมะลิของไทย 905 ดอลลาร์ เวียดนาม 523 ดอลลาร์ ส่วนกัมพูชา 880 ดอลลาร์
“ราคาข้าวไทยยังแข่งขันได้ยาก ประกอบกับปัจจัยตลาดปลายทางที่เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก เช่น สหรัฐสามารถเคลียร์ตู้สินค้าที่ตกค้างที่พอร์ทสำคัญๆได้แล้วทำให้สินค้าเข้าสู่ตลาดจำนวนมากจึงชะลอการสั่งซื้อข้าวหอมมะลิ ขณะเดียวกันผู้ส่งออกรายสำคัญอย่างอินเดียก็เทข้าวออกขายจำนวนมากจึงกวาดคำสั่งซื้อในตลาดสำคัญๆ เช่นแอฟริกา ไปเกือบหมด ”
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของปัจจัยค่าเงินบาทแม้จะเป็นผลดีต่อการส่งออกแต่ก็เป็นการอ่อนค่าทั่วทั้งภูมิภาคจึงไม่ใช่ปัจจัยหนุนให้การส่งออกข้าวของไทยได้แต้มต่อมากนัก
นอกจากนี้ ราคาข้าว ที่ลดลงยังเป็นผลมาจากราคาส่งออกที่ปรับลดลงเช่นกัน เนื่องจากราคาข้าวอินเดียต่ำกว่าข้าวไทย ถึงตันละ 100 ดอลลาร์ต่อตัน โดยอินเดีย ถือว่าเป็นปัจจัยหลักที่สะท้อนต่อราคาข้าวโลก เพราะเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ ปีละ 22 ล้านตันคิดเป็น 50 % ของการค้าในตลาดโลก ซึ่งปีนี้อินเดียไม่ประสบภัยแล้ง และเกษตรกรปรับเปลี่ยนพันธุ์ ทำให้ผลลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น การส่งออกจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในตลาดแอฟริกา ที่มีเส้นทางใกล้กว่าเมื่อเทียบกับไทย มีท่าเรือเป็นของตนเอง จึงเป็นข้อได้เปรียบที่ไทยแข่งขันได้ลำบาก
“ในปีนี้ไทยโชคดีที่อิรักหันมาซื้อข้าวขาวของไทยไปกว่า 4 แสนตัน ไม่เช่นนั้นราคาข้าวไทยจะปรับลดลงกว่านี้ ส่วนแนวโน้มราคาข้าวช่วงสิ้นปียังไม่สามารถคาดเดาได้ ต้องดูตลาด ซึ่งซาอุดิอาระเบีย นิยมบริโภคข้าวแข็งเมล็ดยาว เช่นเดียวกับอิรัก หากหันมาซื้อข้าวของไทย จะเป็นตลาดที่ดีมาก แต่ทั้งนี้ ราคาข้าวไทยต้องไม่สูงเกินไป และคุณภาพต้องดี เพื่อให้ผู้ส่งออกเสนอราคาแข่งขันได้"
ด้าน รังสรรค์ สบายเมือง นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า ราคาข้าวขยับขึ้นขยับลงตามสถานการณ์ราคาโลก โดยปัจจุบันราคาข้าวหอมมะลิอยู่ที่ 13,500 -13,700 บาทต่อตัน จากเดิมที่ก่อนหน้านี้ราคาอยู่ที่ 14,000-14,500 บาทต่อตัน ราคาลดลง 200-500 บาทต่อตัน ซึ่งทำให้โรงสีจำเป็นต้องซื้อในราคาที่ลดลงเพื่อเป็นการลดต้นทุน เพราะโรงสีอยู่ตรงกลางระหว่างผู้ผลิตและผู้ส่งออก เมื่อราคาข้าวในตลาดขยับตัวลง ทางโรงสีก็ต้องบริหารจัดการโดยการลดราคารับซื้อข้าวลง ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาด
ทั้งนี้ ราคาข้าวมีการปรับราคาขึ้นสูงมากเมื่อเดือนก่อนหน้านี้ บวกกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าก็เป็นผลดีต่อการส่งออก ทำให้ราคาข้าวปรับขึ้น แต่ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาก็เริ่มขยับลงมา ซึ่งคาดว่าราคาที่ขยับลงมาจากราคาปลายทางที่ลง หรือมีปัญหาอุปสรรคในการขนส่งข้าว เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน ทำให้เกิดปัญหาการขนส่งข้าวขึ้นเรือใหญ่ไม่ได้ ส่งผลให้ไม่สามารถส่งออกข้าวได้เต็มที่
จับโป๊ะ ข้าวถุงหอมมะลิปรับราคาขึ้น ชาวนาแฉตอนซื้อขายต่ำกว่าทุกปี
https://www.thansettakij.com/economy/529968
ชาวนาฟ้อง อธิบดีกรมการค้าภายใน ผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ ข้าวเปลือกราคาต่ำลงตันละ 500-600 บาท ยังมีแนวโน้มที่จะราคาตกอีกชาวนาเริ่มทยอยเก็บเกี่ยวแล้ว แฉจับโป๊ะพ่อค้าปรับราคา "ข้าวถุงหอมมะลิ" ขึ้น ปีนี้ซื้อข้าวชาวนาราคาต่ำกว่าทุกปี รัฐชดเชยบาน ยังจะมาขอขึ้นราคาอีก
นาย
ปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และที่ปรึกษากรมการค้าภายใน เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากกรณีที่จะปรับขึ้นราคาข้าวถุง ในฐานะนายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยได้ พิจารณาดูแล้ว จำได้ว่าเมื่อต้นฤดูที่ผ่านมา ปลายเดือนธันวา 2565 ถึงต้นเดือนมกราคม 2565 ราคาข้าวหอมมะลิเกี่ยวสดอยู่ที่ชาวนาขายได้แค่ 8,500-9,000 บาท
"โครงการประกันรายได้ต้องจ่ายส่วนต่างตันละประมาณ 3,000 บาท แต่พอในช่วงประมาณเดือนมีนาคม ราคาข้าวหอมมะลิแห้งก็ปรับขึ้นมาบ้าง และช่วงปลายพฤษภา ถึงมิถุนายน ราคาข้าวเปลือกแห้งที่ชาวนาบางส่วนเก็บไว้ในยุ้งฉางก็ขายได้ประมาณ 15,000-16,000 บาท แต่ปัจจุบัน ลดลงเหลือประมาณ 14,500-15,000 บาท"
ส่วนข้าวเปลือกเจ้าเกี่ยวสดความชื้นดีหน่อย เคยขายได้ 8,600,8,700 บาท/ตัน ในช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมา แต่ในขณะนี้ราคาก็ปรับลดลง ข้าวเกี่ยวสดตอนนี้ชาวนาขายได้ประมาณ 8,000-8,300 บาท/ตัน ผมเองก็เลยงงๆ กับข่าวการจะปรับตัวขึ้นของราคาข้าวถุง เพราะข้าวเปลือกหอมมะลิของชาวนาส่วนใหญ่ขายไปเกือบจะหมดแล้ว ก็ไม่รู้นะว่า เขามีต้นทุนอะไร ส่วนชาวนามีต้นทุนเพิ่ม แต่ราคาข้าวเปลือกลดลง
ดังนั้นการเตรียมที่จะปรับขึ้นราคาของข้าวถุง ชาวนาก็ตอบได้เลยว่าไม่ได้ประโยชน์ใดๆจากการปรับราคาครั้งนี้ อีกทั้งข้าวเปลือกนาปรังก็ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ตันละ 500ถึง 600บาท จากที่เคยขายได้8,600ถึง8,700 บาตอนนี้ขายได้ 8,000-8,300 เท่านั้น ซึ่งไม่รู้ว่าจะลงไปมากกว่านี้อีกหรือไม่
"แต่ขณะนี้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการทำนาปรับขึ้นมากมาย เช่น ปุ๋ย ยา และน้ำมัน ต้นทุนเคยอยู่ที่ประมาณ 4,500-5,000 บาทต่อไร่ ก็ปรับขึ้นไปอีก 6,000-6,500 บาทต่อไร่ ยังดีที่มีฝนตกยังพอช่วยลดค่าสูบน้ำได้บ้าง และกลางเดือน กรกฎาคม ก็จะเริ่มมีการเก็บเกี่ยวมากขึ้น ไปจนถึงเดือนสิงหาคม ถ้าราคาข้าวเปลือกลงไปอีก และปุ๋ย ยา ไม่ลดลง ชาวนาพวกผมคงแย่แน่ๆ" นาย
ปราโมทย์ กล่าวย้ำในตอนท้าย
สมาคมโรงสีข้าวไทย โพสต์ เฟซบุ๊ก Thai Rice Mill Association ประกาศราคาข้าวสาร และข้าวเปลือก
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid036TnTdFb6Vqt7Vt5DZkmTUNN5Qvty43wRwiujtuF977H8UjBvX2XgWZJqkbgnAH55l&id=187199504659343
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0aHUYKYzQnbJiWsLeJHjWFcF4KB6qNRtUmDGT3zpmromx89tqZz97rgtt7JNgqDw2l&id=187199504659343
ด้านแหล่งข่าวโรงสี กล่าวว่า ราคาต้นเดือนสาเหตุที่ราคา
"ข้าวสารแพง" "ข้าวเปลือก แพง" เพราะข้าวเปลือก เก็บเกี่ยว น้อยปลายเดือน มีข้าวเปลือก เริ่มเก็บเกี่ยว จังหวัด กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ทำให้ผู้ซื้อ รับทราบข่าวสาร จึงตั้งราคารับซื้อข้าวสารลดลงก็ตามกลไกตลาด แต่
"ข้าวถุง" เอาราคาต้นเดือน มาเป็นที่ตั้งทัวร์ก็จะลงแถมจะมาลงโรงสีข้าวด้วยว่ากดราคารับซื้อข้าวเปลือก กรรม
เพื่อไทย จ่อเพิ่ม 15 ขุนพลซักฟอกรมต. งัดหลักฐานใหม่ จี้ปมทุจริต
https://www.matichon.co.th/politics/news_3415409
‘เพื่อไทย’ เตรียม 15 ขุนพล อาจบวกเพิ่ม 2-3 คน เป็นมือเชือด รมต.ศึกซักฟอก ย้ำ ขอเวลา 5 วัน ไม่รวมลงมติ เล็งยื่น ป.ป.ช.ฟันซ้ำหลังเสร็จศึก
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 มิถุนายน ที่รัฐสภา นาย
ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีการเตรียมขุนพลอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีของพรรค พท. ว่า
พรรค พท.ได้เตรียมขุนพลอภิปรายไว้เบื้องต้นประมาณ 15 คน แต่อาจจะมีเพิ่มเติม 2-3 คน เพราะมีประเด็นใหม่ขึ้นมา
ซึ่งในส่วนของพรรค พท.จะเน้นอภิปรายในประเด็นทุจริตเป็นหลัก เพราะมีหลักฐานหลายคน รวมถึง พล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ด้วยที่พบหลักฐานชัดเจน ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย จึงต้องมีการตกลงร่วมกันในพรรคฝ่ายค้าน โดยหากจะอภิปรายเรื่องเดิมจะต้องเป็นข้อมูลใหม่ และฝ่ายค้านก็มีข้อมูลใหม่ ที่เป็นทั้งเรื่องเดิมที่เคยปรากฏมาแล้ว รวมถึงเรื่องสดใหม่ด้วย
และยอมรับว่า เสียงในสภาอาจจะไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ แต่กระแสที่จะชี้ว่า รัฐบาลจะอยู่หรือไป ขึ้นอยู่กับประชาชนและหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ทั้งนี้ ประเด็นของ พล.อ.
ประยุทธ์ ก็จะนำไปสู่การยื่นร้องต่อคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับการทุจริตในการบริหารราชการแผ่นดิน
• เมื่อถามว่า จะมีวิธีการจัดการการอภิปรายที่สะเปะสะปะอย่างไร
นาย
ประเสริฐกล่าวว่า ยอมรับว่ามีความยากในการจัดสรรเวลา เนื่องจากผู้อภิปรายของฝ่ายค้านแต่ละคนไม่มีการเปิดเผยข้อมูลล่วงหน้า เนื่องจาก เกรงว่าจะเป็นข้อสอบรั่ว แต่ก็ได้พยายามกำชับในที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านให้ใช้เวลาเต็มที่และเป็นประโยชน์มากที่สุด โดยคาดว่าจะสามารถอภิปรายได้ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคมเป็นต้นไป เพราะดูจากไทม์ไลน์การพิจารณากฎหมายอื่นๆ แล้ว ช่วงเวลานี้มีความเหมาะสมที่สุด โดยพรรคฝ่ายค้านยังย้ำว่าอยากได้เวลาอภิปราย 5 วันไม่รวมวันลงมติ
‘บิ๊กตู่’ ชิ่งตอบกระทู้ฯ ‘พิธา’ เจอ ‘สุชาติ’ เตือน ให้เกียรติสภาฯ สักแต่โยนตัวแทน สุดท้ายเทกันหมด
https://www.matichon.co.th/politics/news_3415654
‘บิ๊กตู่’ ชิ่งตอบกระทู้ฯ ‘พิธา’ เจอ ‘สุชาติ’ เตือน ให้เกียรติสภา สักแต่โยนตัวแทน สุดท้ายเทกันหมด
เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 23 มิถุนายน 2565 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนาย
สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เมื่อถึงช่วงกระทู้ถามสดด้วยวาจากระทู้ที่ 3 ของนาย
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เรื่องเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชน ซึ่งถาม พล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปรากฏว่า ประธานในที่ประชุมแจ้งว่า นายกรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือแจ้งว่า ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาได้ โดยมอบหมายให้นาย
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มาตอบกระทู้แทน แต่นายอาคม แจ้งว่าติดภารกิจจึงมอบหมายให้นาย
สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง มาตอบกระทู้แทน แต่ก็ได้รับหนังสือแจ้งมาว่าติดภารกิจสำคัญเช่นกัน ทำให้ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาในครั้งนี้ได้
นาย
พิธา จึงหารือประธานในที่ประชุมเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของรัฐสภาเกี่ยวกับกลไกการถามกระทู้ โดยระบุถึงข้อบังคับการประชุมข้อที่ 151 และ 156 ที่ระบุว่า นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี จะต้องเข้าร่วมประชุมสภายกเว้นมีเหตุจำเป็น จึงขอสอบถามว่าในหนังสือที่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี แจ้งมาให้เหตุผลว่าอะไร เพราะเวลาของสภามีค่า ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องอธิบายสาเหตุที่ไม่สามารถมาได้ แค่ตอบว่า ติดภารกิจสำคัญคงไม่ใช่คำตอบที่จะเอามาตอบประชาชน ทั้งนี้ กระทู้ถามสดด้วยวาจา เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน มีผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาชน ตนเป็น ส.ส.มา 4 ปี ยังไม่เคยเห็นนายกฯ มาตอบเรื่องของแพง ค่าแรงถูก ขอฝากประธานให้นายกฯ ทำตามข้อบังคับข้อที่ 151 และข้อที่ 156 ว่าจะมาตอบเมื่อไหร่ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับปากท้องเป็นความทุกข์ร้อนของประชาชน
JJNY : 5in1 'ราคาข้าว'ดิ่ง│จับโป๊ะ ข้าวถุง│พท.จ่อเพิ่ม15ขุนพลซักฟอก│ตู่ชิ่งตอบกระทู้ฯพิธา│วิจัยชี้โอมิครอนพันธุ์ย่อยใหม่
https://www.nationtv.tv/news/378877521
ขณะที่ข้าวขาว 5% อยู่ที่ตันละ 427 ดอลลาร์ ลดลงจาก 463 ดอลลาร์ หรือ ลดลง 36 ดอลลาร์ สวนทางกระแส“ความมั่นคงด้านอาหาร”ที่ทำให้ดีมานด์สินค้าเกษตรและอาหารเพิ่มขึ้น
ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การแข่งขันด้านราคาข้าวในตลาดโลกยังรุนแรงโดยข้าวขาวที่ไทยส่งออกมีราคาเฉลี่ยที่ ตันละ 427 ดอลลาร์ ขณะที่เวียดนามอยู่ที่ 418 ดอลลาร์ และอินเดียอยู่ที่ 338ดอลลาร์ ส่วนข้าวหอมมะลิของไทย 905 ดอลลาร์ เวียดนาม 523 ดอลลาร์ ส่วนกัมพูชา 880 ดอลลาร์
“ราคาข้าวไทยยังแข่งขันได้ยาก ประกอบกับปัจจัยตลาดปลายทางที่เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก เช่น สหรัฐสามารถเคลียร์ตู้สินค้าที่ตกค้างที่พอร์ทสำคัญๆได้แล้วทำให้สินค้าเข้าสู่ตลาดจำนวนมากจึงชะลอการสั่งซื้อข้าวหอมมะลิ ขณะเดียวกันผู้ส่งออกรายสำคัญอย่างอินเดียก็เทข้าวออกขายจำนวนมากจึงกวาดคำสั่งซื้อในตลาดสำคัญๆ เช่นแอฟริกา ไปเกือบหมด ”
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของปัจจัยค่าเงินบาทแม้จะเป็นผลดีต่อการส่งออกแต่ก็เป็นการอ่อนค่าทั่วทั้งภูมิภาคจึงไม่ใช่ปัจจัยหนุนให้การส่งออกข้าวของไทยได้แต้มต่อมากนัก
นอกจากนี้ ราคาข้าว ที่ลดลงยังเป็นผลมาจากราคาส่งออกที่ปรับลดลงเช่นกัน เนื่องจากราคาข้าวอินเดียต่ำกว่าข้าวไทย ถึงตันละ 100 ดอลลาร์ต่อตัน โดยอินเดีย ถือว่าเป็นปัจจัยหลักที่สะท้อนต่อราคาข้าวโลก เพราะเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ ปีละ 22 ล้านตันคิดเป็น 50 % ของการค้าในตลาดโลก ซึ่งปีนี้อินเดียไม่ประสบภัยแล้ง และเกษตรกรปรับเปลี่ยนพันธุ์ ทำให้ผลลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น การส่งออกจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในตลาดแอฟริกา ที่มีเส้นทางใกล้กว่าเมื่อเทียบกับไทย มีท่าเรือเป็นของตนเอง จึงเป็นข้อได้เปรียบที่ไทยแข่งขันได้ลำบาก
“ในปีนี้ไทยโชคดีที่อิรักหันมาซื้อข้าวขาวของไทยไปกว่า 4 แสนตัน ไม่เช่นนั้นราคาข้าวไทยจะปรับลดลงกว่านี้ ส่วนแนวโน้มราคาข้าวช่วงสิ้นปียังไม่สามารถคาดเดาได้ ต้องดูตลาด ซึ่งซาอุดิอาระเบีย นิยมบริโภคข้าวแข็งเมล็ดยาว เช่นเดียวกับอิรัก หากหันมาซื้อข้าวของไทย จะเป็นตลาดที่ดีมาก แต่ทั้งนี้ ราคาข้าวไทยต้องไม่สูงเกินไป และคุณภาพต้องดี เพื่อให้ผู้ส่งออกเสนอราคาแข่งขันได้"
ด้าน รังสรรค์ สบายเมือง นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า ราคาข้าวขยับขึ้นขยับลงตามสถานการณ์ราคาโลก โดยปัจจุบันราคาข้าวหอมมะลิอยู่ที่ 13,500 -13,700 บาทต่อตัน จากเดิมที่ก่อนหน้านี้ราคาอยู่ที่ 14,000-14,500 บาทต่อตัน ราคาลดลง 200-500 บาทต่อตัน ซึ่งทำให้โรงสีจำเป็นต้องซื้อในราคาที่ลดลงเพื่อเป็นการลดต้นทุน เพราะโรงสีอยู่ตรงกลางระหว่างผู้ผลิตและผู้ส่งออก เมื่อราคาข้าวในตลาดขยับตัวลง ทางโรงสีก็ต้องบริหารจัดการโดยการลดราคารับซื้อข้าวลง ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาด
ทั้งนี้ ราคาข้าวมีการปรับราคาขึ้นสูงมากเมื่อเดือนก่อนหน้านี้ บวกกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าก็เป็นผลดีต่อการส่งออก ทำให้ราคาข้าวปรับขึ้น แต่ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาก็เริ่มขยับลงมา ซึ่งคาดว่าราคาที่ขยับลงมาจากราคาปลายทางที่ลง หรือมีปัญหาอุปสรรคในการขนส่งข้าว เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน ทำให้เกิดปัญหาการขนส่งข้าวขึ้นเรือใหญ่ไม่ได้ ส่งผลให้ไม่สามารถส่งออกข้าวได้เต็มที่
จับโป๊ะ ข้าวถุงหอมมะลิปรับราคาขึ้น ชาวนาแฉตอนซื้อขายต่ำกว่าทุกปี
https://www.thansettakij.com/economy/529968
ชาวนาฟ้อง อธิบดีกรมการค้าภายใน ผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ ข้าวเปลือกราคาต่ำลงตันละ 500-600 บาท ยังมีแนวโน้มที่จะราคาตกอีกชาวนาเริ่มทยอยเก็บเกี่ยวแล้ว แฉจับโป๊ะพ่อค้าปรับราคา "ข้าวถุงหอมมะลิ" ขึ้น ปีนี้ซื้อข้าวชาวนาราคาต่ำกว่าทุกปี รัฐชดเชยบาน ยังจะมาขอขึ้นราคาอีก
นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และที่ปรึกษากรมการค้าภายใน เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากกรณีที่จะปรับขึ้นราคาข้าวถุง ในฐานะนายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยได้ พิจารณาดูแล้ว จำได้ว่าเมื่อต้นฤดูที่ผ่านมา ปลายเดือนธันวา 2565 ถึงต้นเดือนมกราคม 2565 ราคาข้าวหอมมะลิเกี่ยวสดอยู่ที่ชาวนาขายได้แค่ 8,500-9,000 บาท
"โครงการประกันรายได้ต้องจ่ายส่วนต่างตันละประมาณ 3,000 บาท แต่พอในช่วงประมาณเดือนมีนาคม ราคาข้าวหอมมะลิแห้งก็ปรับขึ้นมาบ้าง และช่วงปลายพฤษภา ถึงมิถุนายน ราคาข้าวเปลือกแห้งที่ชาวนาบางส่วนเก็บไว้ในยุ้งฉางก็ขายได้ประมาณ 15,000-16,000 บาท แต่ปัจจุบัน ลดลงเหลือประมาณ 14,500-15,000 บาท"
ส่วนข้าวเปลือกเจ้าเกี่ยวสดความชื้นดีหน่อย เคยขายได้ 8,600,8,700 บาท/ตัน ในช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมา แต่ในขณะนี้ราคาก็ปรับลดลง ข้าวเกี่ยวสดตอนนี้ชาวนาขายได้ประมาณ 8,000-8,300 บาท/ตัน ผมเองก็เลยงงๆ กับข่าวการจะปรับตัวขึ้นของราคาข้าวถุง เพราะข้าวเปลือกหอมมะลิของชาวนาส่วนใหญ่ขายไปเกือบจะหมดแล้ว ก็ไม่รู้นะว่า เขามีต้นทุนอะไร ส่วนชาวนามีต้นทุนเพิ่ม แต่ราคาข้าวเปลือกลดลง
ดังนั้นการเตรียมที่จะปรับขึ้นราคาของข้าวถุง ชาวนาก็ตอบได้เลยว่าไม่ได้ประโยชน์ใดๆจากการปรับราคาครั้งนี้ อีกทั้งข้าวเปลือกนาปรังก็ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ตันละ 500ถึง 600บาท จากที่เคยขายได้8,600ถึง8,700 บาตอนนี้ขายได้ 8,000-8,300 เท่านั้น ซึ่งไม่รู้ว่าจะลงไปมากกว่านี้อีกหรือไม่
"แต่ขณะนี้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการทำนาปรับขึ้นมากมาย เช่น ปุ๋ย ยา และน้ำมัน ต้นทุนเคยอยู่ที่ประมาณ 4,500-5,000 บาทต่อไร่ ก็ปรับขึ้นไปอีก 6,000-6,500 บาทต่อไร่ ยังดีที่มีฝนตกยังพอช่วยลดค่าสูบน้ำได้บ้าง และกลางเดือน กรกฎาคม ก็จะเริ่มมีการเก็บเกี่ยวมากขึ้น ไปจนถึงเดือนสิงหาคม ถ้าราคาข้าวเปลือกลงไปอีก และปุ๋ย ยา ไม่ลดลง ชาวนาพวกผมคงแย่แน่ๆ" นายปราโมทย์ กล่าวย้ำในตอนท้าย
สมาคมโรงสีข้าวไทย โพสต์ เฟซบุ๊ก Thai Rice Mill Association ประกาศราคาข้าวสาร และข้าวเปลือก
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid036TnTdFb6Vqt7Vt5DZkmTUNN5Qvty43wRwiujtuF977H8UjBvX2XgWZJqkbgnAH55l&id=187199504659343
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0aHUYKYzQnbJiWsLeJHjWFcF4KB6qNRtUmDGT3zpmromx89tqZz97rgtt7JNgqDw2l&id=187199504659343
ด้านแหล่งข่าวโรงสี กล่าวว่า ราคาต้นเดือนสาเหตุที่ราคา "ข้าวสารแพง" "ข้าวเปลือก แพง" เพราะข้าวเปลือก เก็บเกี่ยว น้อยปลายเดือน มีข้าวเปลือก เริ่มเก็บเกี่ยว จังหวัด กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ทำให้ผู้ซื้อ รับทราบข่าวสาร จึงตั้งราคารับซื้อข้าวสารลดลงก็ตามกลไกตลาด แต่ "ข้าวถุง" เอาราคาต้นเดือน มาเป็นที่ตั้งทัวร์ก็จะลงแถมจะมาลงโรงสีข้าวด้วยว่ากดราคารับซื้อข้าวเปลือก กรรม
เพื่อไทย จ่อเพิ่ม 15 ขุนพลซักฟอกรมต. งัดหลักฐานใหม่ จี้ปมทุจริต
https://www.matichon.co.th/politics/news_3415409
‘เพื่อไทย’ เตรียม 15 ขุนพล อาจบวกเพิ่ม 2-3 คน เป็นมือเชือด รมต.ศึกซักฟอก ย้ำ ขอเวลา 5 วัน ไม่รวมลงมติ เล็งยื่น ป.ป.ช.ฟันซ้ำหลังเสร็จศึก
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีการเตรียมขุนพลอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีของพรรค พท. ว่า
พรรค พท.ได้เตรียมขุนพลอภิปรายไว้เบื้องต้นประมาณ 15 คน แต่อาจจะมีเพิ่มเติม 2-3 คน เพราะมีประเด็นใหม่ขึ้นมา
ซึ่งในส่วนของพรรค พท.จะเน้นอภิปรายในประเด็นทุจริตเป็นหลัก เพราะมีหลักฐานหลายคน รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ด้วยที่พบหลักฐานชัดเจน ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย จึงต้องมีการตกลงร่วมกันในพรรคฝ่ายค้าน โดยหากจะอภิปรายเรื่องเดิมจะต้องเป็นข้อมูลใหม่ และฝ่ายค้านก็มีข้อมูลใหม่ ที่เป็นทั้งเรื่องเดิมที่เคยปรากฏมาแล้ว รวมถึงเรื่องสดใหม่ด้วย
และยอมรับว่า เสียงในสภาอาจจะไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ แต่กระแสที่จะชี้ว่า รัฐบาลจะอยู่หรือไป ขึ้นอยู่กับประชาชนและหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ทั้งนี้ ประเด็นของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะนำไปสู่การยื่นร้องต่อคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับการทุจริตในการบริหารราชการแผ่นดิน
• เมื่อถามว่า จะมีวิธีการจัดการการอภิปรายที่สะเปะสะปะอย่างไร
นายประเสริฐกล่าวว่า ยอมรับว่ามีความยากในการจัดสรรเวลา เนื่องจากผู้อภิปรายของฝ่ายค้านแต่ละคนไม่มีการเปิดเผยข้อมูลล่วงหน้า เนื่องจาก เกรงว่าจะเป็นข้อสอบรั่ว แต่ก็ได้พยายามกำชับในที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านให้ใช้เวลาเต็มที่และเป็นประโยชน์มากที่สุด โดยคาดว่าจะสามารถอภิปรายได้ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคมเป็นต้นไป เพราะดูจากไทม์ไลน์การพิจารณากฎหมายอื่นๆ แล้ว ช่วงเวลานี้มีความเหมาะสมที่สุด โดยพรรคฝ่ายค้านยังย้ำว่าอยากได้เวลาอภิปราย 5 วันไม่รวมวันลงมติ
‘บิ๊กตู่’ ชิ่งตอบกระทู้ฯ ‘พิธา’ เจอ ‘สุชาติ’ เตือน ให้เกียรติสภาฯ สักแต่โยนตัวแทน สุดท้ายเทกันหมด
https://www.matichon.co.th/politics/news_3415654
‘บิ๊กตู่’ ชิ่งตอบกระทู้ฯ ‘พิธา’ เจอ ‘สุชาติ’ เตือน ให้เกียรติสภา สักแต่โยนตัวแทน สุดท้ายเทกันหมด
เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 23 มิถุนายน 2565 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เมื่อถึงช่วงกระทู้ถามสดด้วยวาจากระทู้ที่ 3 ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เรื่องเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชน ซึ่งถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปรากฏว่า ประธานในที่ประชุมแจ้งว่า นายกรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือแจ้งว่า ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาได้ โดยมอบหมายให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มาตอบกระทู้แทน แต่นายอาคม แจ้งว่าติดภารกิจจึงมอบหมายให้นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง มาตอบกระทู้แทน แต่ก็ได้รับหนังสือแจ้งมาว่าติดภารกิจสำคัญเช่นกัน ทำให้ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาในครั้งนี้ได้
นายพิธา จึงหารือประธานในที่ประชุมเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของรัฐสภาเกี่ยวกับกลไกการถามกระทู้ โดยระบุถึงข้อบังคับการประชุมข้อที่ 151 และ 156 ที่ระบุว่า นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี จะต้องเข้าร่วมประชุมสภายกเว้นมีเหตุจำเป็น จึงขอสอบถามว่าในหนังสือที่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี แจ้งมาให้เหตุผลว่าอะไร เพราะเวลาของสภามีค่า ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องอธิบายสาเหตุที่ไม่สามารถมาได้ แค่ตอบว่า ติดภารกิจสำคัญคงไม่ใช่คำตอบที่จะเอามาตอบประชาชน ทั้งนี้ กระทู้ถามสดด้วยวาจา เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน มีผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาชน ตนเป็น ส.ส.มา 4 ปี ยังไม่เคยเห็นนายกฯ มาตอบเรื่องของแพง ค่าแรงถูก ขอฝากประธานให้นายกฯ ทำตามข้อบังคับข้อที่ 151 และข้อที่ 156 ว่าจะมาตอบเมื่อไหร่ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับปากท้องเป็นความทุกข์ร้อนของประชาชน