โรงกลั่นทั้ง 6 โรง EP.2

กระทู้คำถาม
บริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการเปิดเผย งบการเงิน 
งบกำไรขาดทุนจากผลประกอบการเป็นรายปีและรายไตรมาส
ตามกฎกติกาอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ 
เสียภาษีทุกประเภทเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทั้งภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษี VAT 
ภาษีสรรพสามิต และภาษีที่ดิน 
ธุรกิจของแต่ละราย อาจมีรายได้มาจากหลายๆ ทาง 
เช่น จากการขายปาท่องโก๋ เป็นต้น
แล้วมันเสรีตรงไหน พอมีกำไรก็ขอบริจาค 
ถ้ากองทุนต่างที่ถืออยู่ เทขายขึ้นมาเพราะไม่เชื่อมั่น 
แล้วถ้าเกิดปลายปี น้ำมันราคาตก หรือผลประกอบการขาดทุนขึ้นมา 
หุ้นก็ตก ปันผลก็ไม่ได้ จะได้รับการชดเชยมั้ย?
 
จากพึ่งถือหุ้น 555

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 9
Regulatory risk เพิ่มขึ้นเยอะเลยในมุมมองต่างชาติ เหมือนที่ ดร.นิเวศน์บอก นักลงทุนไม่ใช่นักสู้ แต่เป็นนักเลือก
เคสโรงกลั่น ผมเป็นต่างชาติแค่โยกเงินลงทุนไปลงโรงกลั่นสิงคโปร์ก็ง่ายนิดเดียว ไม่มีความเสี่ยงแบบเมืองไทยด้วย
ความเสี่ยงมันเกิดขึ้นตั้งแต่รัฐบาลตบปากรับคำแล้ว ยกเลิกตอนนี้เงินมันไหลออกไปแล้ว คงไม่ไหลกลับมาง่ายๆ
ในอนาคตการจะลงทุนสร้างโรงงานระดับแสนล้านที่เมืองไทยต้องคิดแล้วคิดอีกถ้ามีความเสี่ยงจากเรื่องดังกล่าว
แม้กระทั้งบริษัทที่รัฐถือหุ้นใหญ่อย่าง ปตท.ก็ตาม
ความคิดเห็นที่ 16
อยากได้เงิน
1. สั่ง ปตท. ปันผลพิเศษออกมาเลย วิน-วิน ทุกฝ่าย ปตท. กำไรสะสม 900,000ล้านบาทจ่ายปันผลพิเศษออกมาหุ้นละ 5฿ใช้เงินประมาณ 140,000ล้านบาทไม่กระทบกระเทือนฐานะทางการเงินของ ปตท. เลยกระทรวงการคลังที่ถือหุ้น ปตท. อยู่ 51% ก็จะได้เงินเหนาะๆ 75,000ล้านบาทจะเอาไปเผาเล่นยังไงก็ไม่มีใครว่าแล้ว
2. ขายหุ้น AOT ที่ถืออยู่ 70% ออกไปซัก 3% ตามราคาตลาดวันนี้ก็จะได้เงิน 33,000ล้านบาท โดยขายเข้ากองทุนรวมวายุภักษ์มันก็เหมือนย้ายเงินจากกระเป๋าซ้ายมากระเป๋าขวาอ่ะครับเพราะจากการสั่งให้ ปตท. ปันผลพิเศษออกมา 5฿/หุ้นจะทำให้กองทุนรวมวายุภักษ์มีเงินปันผลเข้ากองทุนประมาณ 17,300ล้านบาทรวมกับเงินสะสมเก่าของกองทุนสามารถเอาซื้อหุ้น AOT เข้าพอร์ตกองทุนได้สบายๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่