คุณคิดอย่างไรกับเรื่องราวชีวิตของผมบางครับและผมควรหาทางออกยังไงดีครับ?

ณ ตอนนี้ผมอยู่ในช่วงวัยรุ่นยังเรียนอยู่แต่ผมกลับรู้สึกว่างเปล่า รู้สึกชีวิตไร้ค่ามาก ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมแต่ก็อยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าผมจะทนไปได้ถึงเมื่อไหร่ จริงๆแล้วนะ เรื่องมันเริ่มต้นขึ้นจากห้องคอนโดเล็กๆ ขนาดสักประมาณ 30 ตร.ม. ที่ผมอยู่อาศัยกับครอบครัวทั้ง 4 คน มันเป็นห้องที่แคบมากเมื่อมีคนอยู่กันเยอะแต่ก็อยู่ได้ ผมมีความสุขดีครับตอนที่แม่ของผมไม่อยู่ ผมก็ไม่รู้ว่าแม่คนอื่นเป็นแบบนี้ไหม แต่แม่ของผมทำให้บ้านเปรียบเสมือนนรกหรือคำที่เอาไว้สาธยายความทรมานที่ไม่มีวันจบนะครับ แรกๆ ผมก็ไม่ค่อยอะไรมาก ตอนที่แม่อายุราวๆ 40 กว่าๆ แม่ผมก็เดินเหินเองได้หยิบของเองแต่ก็ยังชอบใช้งานคนอื่นอยู่ดี เวลาโกรธก็ชอบพานใส่คนอื่น หรือเวลาตัวเองทำผิดก็จะบอกว่าคนอื่นผิดหรือไม่ก็จะเอาชนะให้ได้โดยไม่สนวิธี จนกระทั่งหลังๆ อายุเข้าเลข 5 ก็เริ่มมีนิสัยแบบแปลกๆ เช่นชอบยัวโมโหคนอื่นหรือไม่ว่าจะเป็นการสั่งงานเล็กน้อยๆที่เขาก็สามารถทำเองได้หรือจะเป็นการให้ยกของไปมา(ย้ายไปแล้วก็ย้ายกลับ) และพอผมถามก็จะให้เหตุผลพร้อมเรียกน้ำตาว่า "แม่ทำเองไม่ไว้แล้ว แม่แก่แล้ว" (ทำเสียงเหมือนจะร้องหาย) ตอนนี้หลายคนอาจจะคิดว่าผมเองที่ไม่ดีแล้วโทษแม่ แต่ความจริงไม่ใช่ยังงั้นเลยครับ บางวันถ้าผมไม่ทำตามเขาพูดเขาเช่นเขาให้ผมยกของเยอะจนผมไม่ไว้ผมบอกพอแต่เขาไม่พอ เขาก็ขึ้นเสียงแล้วด่าผม ถ้าหนักๆก็จะเขวี้ยงของใส่ผม แน่นอนว่าเขาต้องเคยปาของใส่ผมแล้วผมเลือดออกอยู่แล้วครับ แต่ถ้าบางวันผมทนได้ผมก็จะอดทนทำงานามคำสั่งเขา บางทีผมก็เหนื่อยมากผมก็ไประบายกับพ่อผม แต่พ่อผมบอกว่าเขาเป็นแม่ของผม ผมก็ต้องทน ผมทนมา 6 ปีละครับ ตั้งแต่วันแรกที่เขาพูดทำลายจิตใจผม จนไปถึงจับผมไปบวชโดยไม่บอกผมสักคำ หรือจะเป็นพาผมไปเป็นชาวนา(เดินลุยโคลนเพื่อนฉีดยานั้นก็คือแบกของที่หนักประมาณ 2 กิโลอยู่บนหลังแล้วเดินลุยโคลน) เด็กอายุแค่ 12 ขวบต้องไปทำแล้ว ยังไม่พอครับ ผมติดอยู่ยังงั้นประมาณเกือนหนึ่งปีเต็มๆ ผมเห็นชาวนาคนอื่นเขาทำงานนะแต่ผมไม่เห็นว่าเขาต้องทำงานหนักขนาดนี้เลยนะ แล้วอีกอย่างคือเขาทำเพื่อหาเงิน แต่ของผมคืออะไรความสนุกหรอ? ผมไม่สนุกด้วยอะ คนที่สั่งไม่มาทำแล้วก็เอาแต่บ่น วีรกรรมของแมาผมยังไม่จบครับ ผมถูกแม่ใช้งานให้ไปชงนมและหยิบของส่วนตัวให้เขาทุกคืนที่เขาอยู่คอนโด พอผมไม่ทำเขาก็จะด่าผมว่า "ไอสัตว์น_ก, ไอเ_ี้ย, ไอสั_ว์, มาทั้งสวนสัตว์และสัตว์ในนรก" ก็มาหมดครับแล้วปิดท้ายด้วยการพูดคนเดียวว่า "ชิ้วๆๆๆๆๆ" นั้นก็คืออาการที่เขาไว้ใช้ไล่ผมครับ อาจจะยังมีอีกแต่ผมอาจจะจำไม่ได้ ทั้งหมดนี้ก็คือเหตุผลของการที่ผมรู้สึกชีวิตมันไร้ค่ามาก ผมเรียนจันทร์ถึงศุกร์ เหนื่อยมาก กลับบ้านมาแทนที่จะได้พักกลับโดนใช้งาน เสาร์อาทิตย์ไหนที่แม่ผมไม่อยู่นั้นเท่ากับสวรรค์ครับ แต่ก็ยังต้องทำการบ้าน ตอนนี้ผมมืดแปดด้านมาก ใช้ชีวิตไปวันๆ พ่อผมก็เอาแต่บีบบังคับให้ผมเรียนให้ได้ แล้วก็เอาแต่ล้างสมองผมว่า "ถ้ามีเวลาว่างเล่นเกมก็ต้องมีเวลาอ่านหนังสือ" ผมต้องทำยังไงดีครับ? แล้วผมก็อยากถามคนอื่นๆด้วยว่าเรื่องราวชีวิตของผมนี้มัน ปกติไหม? ผมจะขอเสริมเรื่องราวในส่วนของผมอีกละกันนะครับ ชีวิตในวัยเด็กของผมไม่มีเพราะพ่อแม่ผมไม่ให้ไปไหนหรือพาไปไหน ไกลสุดคือห้าง แล้วก็กลับมีแค่นั้น โตมาอีกนิดอายุสัก 6-8 เรียนและกลับบ้านมาเพื่อจัดบ้านที่จัดเป็นร้อยรอบ แต่ก็ยังเหมือนเดิมเพราะการจัดคือแค่ย้ายที่ไม่ได้เอาออก เสาร์อาทิตย์ก็ต้องทำ ไม่มีวันไหนที่ผมอยากกลับบ้านผมรู้สึกว่าอยากอยู่แต่โรงเรียนและนอนที่โรงเรียน บ้านสำหรับมันไม่ใช้ที่พักแต่เป็นอะไรสักอย่างที่ผมไม่อยากไป ต่อมาอายุได้สักประมาณ 9-13 เป็นช่วงเวลาของเด็กหัวรั้น ดื้อ ติดเกม พ่อแม่ผมกลุ้มใจกับเรื่องนี้มากจนถึงจับผมขึ้นรถแล้วไม่บอกสักคำว่าไปไหน แล้วขับรถตรงไปที่วัดแล้วบังคับให้ผมบวชทันที เหตุการณ์ทำให้นิยามคำว่าบวชแย่มากทันทีครับ ในตอนนั้นผมยอมรับว่าผมติดเกมจริงๆ เรียนตั้งแต่ 8:00-15:30 กลับมาถึงบ้านสักหกโมงผมก็นั่งเล่นเกมจนนอน แต่ก็ต้องเข้าใจอีกอย่างว่าผมเหนื่อยทางจิตใจมาก ถึงแม้ทางกายอาจจะไม่เยอะและผมก็ไม่มีที่พึ่งพิงนอกจากเพื่อนและเกม พ่อแม่มองผมเป็นเด็กติดเกมจัดๆคนหนึ่ง แต่พวกเขาไม่เคยถามผมสักคำว่าเหนื่อยไหมไปเรียน หรือเรียนมาเป็นยังไงบ้าง ไว้ไหมสำหรับพรุ่งนี้ ไม่เคยครับ แม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต ผมเห็นเด็กคนอื่นพ่อแม่มารับ กอดกันบ้าง ถามสาระทุกสุกดิบกัน ยิ้มมีความสุข แต่ของผมคือเงียบตลอดการเดินทาง ผมก็จึงเป็นเด็กติดเกม ซึ่งผมก็ไม่โทษพวกเขาอยู่ดี เพราะผมคือคนที่เล่นเอง ก้าวเข้าสู่ม.1 ผมใช้ชีวิตโดยการตื่นตีห้า อาบน้ำ ไปโรงเรียน เลิกเรียนกลับบ้านเล่นเกม ทำการบ้าน เสาร์อาทิตย์พักผ่อน ทำการบ้าน 1 ปีเต็มๆ ตอนนั้นคือตอนแรกที่ผมรู้สึกว่าชีวิตมันมีแค่นี้หรอ มันไร้ค่า พ่อผมก็เคยด่าผมตอนเล่นเกมว่าถ้าใช้ชีวิตแค่นี้ก็ไปตายสะเถอะ ผมก็เก็บมาคิดแล้วมันก็จริงๆอย่างที่เขาพูดครับ พอใกล้จบม.1 ผมก็คิดได้ว่าผมควรลองตั้งใจเรียนสักครั้งเพื่อพ่อผม ไม่ใช่แม่นะครับ ผมตั้งใจเรียนสุดชีวิตถึงแม้เกรดเทอมแรกอาจจะไม่ได้ดีตามคาดแต่ ผมเก็บมาปรับปรุงและพัฒนาจนเทอมสองผมตั้งใจเต็มทีจนได้ 3.98 ผมดีใจมากเพราะนั้นคือคะแนนที่ผมตั้งใจทำอย่างสุดความสามารถถึงแม้ผมจะพลาดแค่คะแนนเดียว แต่ผมก็ยังดีใจมาก วันนั้นผมจำได้เลย วันที่ผมรับผลสอบมันควรเป็นวันที่ผมดีใจมากสุดในชีวิต แต่กลับกันเลยครับมันเป็นวันที่ผมเปลี่ยนทัศนคติของคำว่าชื่นชมทันทีครับ วันนั้นผมเดินออกมาจากโรงเรียนเพื่อเดินไปที่รถพ่อผม ผมนึกในใจว่าถ้าผมบอกพ่อผมไปเขาต้องดีใจสุดๆแน่ พอไปถึงรถ เปิดประตูเข้ารถผมหันไปบอกพ่อผมว่า ผมได้ 3.98 คำแรกที่เขาพูดออกมา ไม่ใช่ดีใจด้วยแต่เป็น "พลาดตรงไหน" ผมเจ็บปวดจนพูดไม่ออกเลยครับ ผมตอบพ่อไปครับ แล้วก็นั่งนิ่งเงียบตลอดทางจนถึงบ้าน ผมก็นั่งร้องไห้คนเดียวแล้วก็ถามตัวเองว่าผมผิดเองใช่ไหมที่คาดหวัง แล้วก็หลับทั้งน้ำตา ตื่นเช้าผมก็คิดได้ทันทีว่าถ้าคนเราไม่คาดหวัง ก็จะไม่ผิดหวัง ผมจึงไม่หวังสิ่งใดในชีวิตอีก ผมใช้ชีวิตนั้นต่อมาอีกหนึ่งปี ก็เป็นช่วงโตวิดพอดี บวกกับแม่ผมไม่ค่อยอยู่บ้าน ก็เหมือนจะได้พักอยู่นิดนึง แต่ถึงอย่างไรก็ตามวันไหนที่แม่ผมกลับมาผมก็เหนื่อยทันทีเมื่อเห็นหน้าเขา และผมก็เริ่มรู้สึกไม่ไว้แล้วด้วย ผมจึงอยากถามคนอื่นว่าผมควรทำอย่างไรดี? เพราะถ้านานกว่านี้ผมคิดว่าอาจจะเรื่องที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นครับ.
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่