กระทู้นี้จะมาชวนสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นในที่ทำงานดูว่าตอนนี้เรากำลังโดนเอาเปรียบอยู่ไหม ใครเป็นคนเอาเปรียบเรา แล้วเราโดนมานานขนาดไหนแล้ว
เราอาจเคยโดนขอให้ช่วยงานที่ไม่ได้อยู่ในหน้าที่ของเราและไม่ได้ส่งเสริม Performance การทำงานของเราเลย หรืออาจถึงขั้นถูกขอให้เข้ามาทำงานในวันหยุดโดยไม่มีค่าตอบแทน ถ้าใครที่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ ก็มีความเป็นไปได้ว่าเราอาจไม่ได้ถูกมองว่าเป็น “คนใจดี” ประจำทีม แต่อาจถูกมองเป็นคนที่มีภาพจำว่าเป็นคนว่าง่าย บอกให้ทำอะไรก็ทำ ซึ่งคนที่ทำให้เราเสียเปรียบก็คือตัวเราเองที่ยอมเขาอยู่เรื่อย
การที่เราไม่กล้าพูดปฏิเสธก็อาจเป็นปัญหากับเราได้ เช่น งานล้นมือ งานส่วนตัวก็ทำเกือบจะไม่ทันและอาจออกมาไม่เรียบร้อย เพราะต้องแบ่งเวลาไปทำงานที่รับมาจากคนอื่นด้วย แล้วเราเองก็อาจรู้สึกเบื่อ ไม่สนุกกับการทำงาน และไม่อยากทำงานไปเลย
ถึงเราจะมีความรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมและอยากจะปฏิเสธ แต่ก็ปากหนักทุกครั้งเพราะกลัวความรู้สึกผิดที่จะต้องปฏิเสธคน แต่อย่าลืมว่า “เราไม่มีทางทำอะไรให้ทุกคนพอใจได้อยู่แล้ว” ปรับขอบเขตความใจดีของเราใหม่ ยึดเอากำลังตัวเองและขอบเขตหน้าที่ของเรามาเป็นที่ตั้ง เช่น เราต้องมี Work-Life Balance ที่ชัดเจนขึ้น หรือต้องทำงานตัวเองให้เสร็จก่อนถึงยื่นมือไปช่วยคนอื่น และถ้าครั้งต่อ ๆ ไปเราถูกขอให้ทำอะไรที่ไม่แฟร์กับตัวเอง ก็ตอบว่า “ไม่” ออกไปบ้าง การปฏิเสธจะทำให้คนอื่นรู้ว่าลิมิตของเราอยู่ตรงไหนและไม่เนียนเอาเปรียบเราง่าย ๆ
แล้วเพื่อน ๆ คนทำงานคนไหนเคยถูกเอาเปรียบในที่ทำงานบ้าง มีวิธีการจัดการยังไง มาแชร์กันหน่อยนะคะ
เรากำลังถูกเพื่อนร่วมงานเอาเปรียบอยู่รึเปล่า?
เราอาจเคยโดนขอให้ช่วยงานที่ไม่ได้อยู่ในหน้าที่ของเราและไม่ได้ส่งเสริม Performance การทำงานของเราเลย หรืออาจถึงขั้นถูกขอให้เข้ามาทำงานในวันหยุดโดยไม่มีค่าตอบแทน ถ้าใครที่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ ก็มีความเป็นไปได้ว่าเราอาจไม่ได้ถูกมองว่าเป็น “คนใจดี” ประจำทีม แต่อาจถูกมองเป็นคนที่มีภาพจำว่าเป็นคนว่าง่าย บอกให้ทำอะไรก็ทำ ซึ่งคนที่ทำให้เราเสียเปรียบก็คือตัวเราเองที่ยอมเขาอยู่เรื่อย
การที่เราไม่กล้าพูดปฏิเสธก็อาจเป็นปัญหากับเราได้ เช่น งานล้นมือ งานส่วนตัวก็ทำเกือบจะไม่ทันและอาจออกมาไม่เรียบร้อย เพราะต้องแบ่งเวลาไปทำงานที่รับมาจากคนอื่นด้วย แล้วเราเองก็อาจรู้สึกเบื่อ ไม่สนุกกับการทำงาน และไม่อยากทำงานไปเลย
ถึงเราจะมีความรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมและอยากจะปฏิเสธ แต่ก็ปากหนักทุกครั้งเพราะกลัวความรู้สึกผิดที่จะต้องปฏิเสธคน แต่อย่าลืมว่า “เราไม่มีทางทำอะไรให้ทุกคนพอใจได้อยู่แล้ว” ปรับขอบเขตความใจดีของเราใหม่ ยึดเอากำลังตัวเองและขอบเขตหน้าที่ของเรามาเป็นที่ตั้ง เช่น เราต้องมี Work-Life Balance ที่ชัดเจนขึ้น หรือต้องทำงานตัวเองให้เสร็จก่อนถึงยื่นมือไปช่วยคนอื่น และถ้าครั้งต่อ ๆ ไปเราถูกขอให้ทำอะไรที่ไม่แฟร์กับตัวเอง ก็ตอบว่า “ไม่” ออกไปบ้าง การปฏิเสธจะทำให้คนอื่นรู้ว่าลิมิตของเราอยู่ตรงไหนและไม่เนียนเอาเปรียบเราง่าย ๆ
แล้วเพื่อน ๆ คนทำงานคนไหนเคยถูกเอาเปรียบในที่ทำงานบ้าง มีวิธีการจัดการยังไง มาแชร์กันหน่อยนะคะ