[CR] รีวิวหุ่นยนต์ดูดฝุ่นระบบ AI สุดคูล iRobot Roomba j7 แค่ ปัด-ตัก-ดูด สะอาดกริบแบบที่ต้องอวยยศให้ !

     ต้องยอมรับกันเลยว่ายุคนี้ไม่ว่าบ้านไหนก็ต้องใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นมาเป็นตัวช่วยในการทำความสะอาดกันแทบทุกบ้าน มีออกกันมาหลายรุ่นหลายยี่ห้อ มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป แรก ๆ ทำเอามึนเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว ใช้เวลาศึกษาสักพักใหญ่ จนกระทั่งไปเตะตากับหุ่นยนต์ดูดฝุ่นเจ้าดังจาก USA ที่บอกได้เลยว่ารีวิวแน่นและยังเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลกเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ iRobot ค่ะ

     รุ่นที่เราจะมาป้ายยากันในวันนี้ก็คือรุ่นใหม่แกะกล่อง Roomba j7 ด้วยที่เขาเคลมมาว่า “ฉลาดขึ้นทุกครั้งที่ทำงาน” เพราะมีระบบนำทางใหม่ Precision Vision กล้องหน้า และ AI ตัวเด็ดที่ทำให้สามารถหลบเลี่ยงสิ่งต่าง ๆ ได้ไม่ว่าจะ สายไฟเอย สายชาร์จเอย หรือพวกมูลสัตว์ อ่านแล้วว้าวมาก จะอดใจยังไงไหว คันไม้คันมือเลยตัดสินใจจัดมาลองกันสักหนึ่งแมตช์!

     เริ่มจากเปิดกล่องออกมาจะพบกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งหมด 5 ชิ้น
 
     1. หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roomba j7 1 เครื่อง
     2. แท่นชาร์จและสายไฟต่อแท่นชาร์จอย่างละ 1 เส้น
     3. ฟิลเตอร์กรองฝุ่น 2 ชิ้น ( 1 ชิ้นอยู่ในเครื่องและมีเสริมอีก 1 ชิ้น)
     4. แปรงปัดด้านข้าง 2 ชิ้น ( 1 ชิ้นอยู่ในเครื่องและมีเสริมอีก 1 ชิ้น
     5. คู่มือการใช้งานและใบรับประกันเครื่อง 1 ปี
     สำหรับน้ำหนักของตัวหุ่นยนต์ถือว่าไม่หนักและไม่เบาจนเกินไป อยู่ที่ประมาณ 3 กก.  เส้นผ่าศูนย์กลาง 33.8 เซนติเมตร สูง 8.7 เซนติเมตร 
     
     การใช้งานและเชื่อมต่อครั้งแรก 
     1. เริ่มจากการโหลด App iRobot Home มีให้โหลดทั้ง Android และ IOS โดยเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ที่บ้านเท่านั้น เปิดเข้ามาของก็จะเห็นเจ้าตัวเดิมในบ้าน ส่วนใครที่ยังไม่เคยลงทะเบียนแอพก็แนะนำว่าให้มาช่วยลงทะเบียนก่อนค่ะ
     2. ทำการลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้ หากใครยังไม่มีบัญชีกดปุ่ม Create Account ให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นก็ทำการ Log in เข้าระบบได้เลย
     3. เมื่อ Log in เรียบร้อยแล้ว จะเข้ามาอยู่หน้า Add a robot เลือก เมนู Roomba เพิ่มหุ่นยนต์ของเราได้เลย ทำตามขั้นตอนเสร็จแล้วก็จะมีเจ้าน้องเพิ่มขึ้นมาในแอพตามภาพ 
      4. จากนั้นตั้งชื่อเจ้าตัวหุ่นยนต์ และเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ที่บ้านได้เลย ใน App iRobot Home บอกเลยว่าลูกเล่นที่มีคือจุก สามารถควบคุมการทำงานตัวหุ่นยนต์ได้ตลอดเวลาถึงแม้เราไม่อยู่บ้าน ดูสถานะ กำหนดเวลา ปรับแต่งพื้นที่ ประเมินเวลาทำความสะอาด เปิดโหมดลดเสียง แถมยังใช้สั่งงานร่วมกับ Google Assistant , Amazon Alexa หรือ Siri ได้ด้วย ว่าแล้วก็เริ่มสร้างแมพกันเลย

     เนื่องจากมีการนำเอา AI เข้ามาช่วยนำทาง เมื่อเจ้าตัวหุ่นยนต์เจอสิ่งกีดขวาง เช่นพวกสายไฟ สายชาร์จหรือของหล่นตามพื้น เขาก็แจ้งเตือนถามเราว่าจะให้หลบหลีกชั่วคราวหรือถาวร เพราะหลายคนคงเจอปัญหาหุ่นยนต์แทนที่จะทำความสะอาดแต่บางครั้งกลายเป็นเพิ่มความเละเทะในบ้านไปซะงั้น แต่ตอนนี้ไม่ต้องตามเก็บของที่พื้น ปล่อยน้องวิ่งเล่นได้แบบสบายใจถึงแม้ตัวเราเองจะไม่อยู่บ้านก็ตาม จะบอกว่านี้คือระบบที่ทำให้เราตัดสินใจซื้อเจ้านี้มาเลย 

     ลองจินตนาการอะแดปเตอร์บนพื้นเป็นวัตถุไม่พึงประสงค์ที่ปล่อยทิ้งไว้ แล้วเจ้า Roomba ดูดเข้าไปนี่บันเทิงแน่นอน แต่พอเปลี่ยนมาเป็นเจ้า J7 ก็จะหมดกังวลเพราะเค้าจะวิ่งหลบได้เอง


     และอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่แบรนด์ใส่มาคือ Smart Map ทุกครั้งที่ทำความสะอาดเจ้าหุ่นยนต์จะเรียนรู้พื้นที่ สร้างแผนที่ และปรับแผนการทำงานให้เข้ากับบ้านของเราไปพร้อม ๆ กัน จะสร้างกำแพงกั้นห้องทิพย์ใน App เพื่อแบ่งพื้นที่ทำความสะอาดก็ทำได้

     แค่ระบบที่เขาใส่เข้ามาเราว่าก็กินขาดแล้วนะ ฉลาดสมกับที่เคลมไว้เลย อีกทั้งพอสามารถควบคุมผ่าน App ได้และให้ AI ได้ทำงานอย่างเต็มที่ มันประหยัดทั้งเวลาและหายห่วงไปได้เยอะ เหมาะกับคนไลฟ์สไตล์เร่งรีบอย่างเราที่ไม่ค่อยมีเวลาทำงานบ้านสักเท่าไหร่ หรือใครที่มีน้องหมาน้องแมวที่บ้านก็น่าจะถูกใจ 

     และต่อไปคือระบบทำความสะอาด ที่ต้องเอาไปเลย 10 ดาว เพียงแค่ 3 ขั้นตอน “ปัด-ตัก-ดูด” ก็สามารถดูดฝุ่นแบบกริบ ๆ ได้เลย การทำงานของเจ้าตัวนี้ก็คือ “แปรงปัดขวา” จะปัดฝุ่นตามขอบมุมต่าง ๆ ให้มาอยู่ใต้ตัวเครื่อง จากนั้น “แปรงกวาดแบบยาง” จะตีฝุ่นให้เข้าไปในเครื่องทั้งหมด และสุดท้ายตัว “มอเตอร์พัดลมตัวจิ๋ว” จะดูดฝุ่นเข้าไปทั้งหมด และทีเด็ดที่ต้องอวยยศอีกหนึ่งเลยก็คือ Dirt Detect เป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่นละออง ถ้ามีบริเวณไหนสกปรกเป็นพิเศษระบบจะทำให้หุ่นยนต์ทำงานซ้ำจนสะอาดไม่มีฝุ่น

     เอกลักษณ์ของแปรงจะไม่พูดก็คงไม่ได้เพราะแปรงมีลักษณะที่เฉพาะมาก ๆ และ “มีแค่ในหุ่นยนต์ดูดฝุ่นของ IRobot เท่านั้น” !!  เป็นตัวแปรงกวาดหลักแบบยางที่เขาให้มาเป็นคู่ ด้วยลักษณะที่เป็นยางสามารถเลยใช้ได้หลากหลายพื้นผิว ไม่ว่าจะพื้นพรม  พื้นไม้หรือพื้นกระเบื้อง และหมดปัญหาเรื่องเส้นผมหรือขนสัตว์ที่จะเข้าไปพันกันในแปรงได้เลย 

     สิ่งที่ชอบเป็นพิเศษและทำให้ Roomba j7 มันแตกต่างกว่าตัวอื่น ๆ ที่เคยใช้คือ ระบบกันชน เดิมทีตัวอื่น ๆ เวลาเกิดการชนแล้วจะวกกลับไปทางอื่นทันที แต่ Roomba j7 พอชนปุ๊บ ตัวหุ่นยนต์จะไม่วกกลับทันที เรียกว่าชนแบบกันชนหยุบลงไปก่อนแล้วค่อยวกกลับ พอระบบกันชนเป็นแบบนี้ทำให้หุ่นยนต์ยังทำความสะอาดต่อได้ และสามารถทำความสะอาดในบริเวณที่เป็นชายม่านหรือซอกเล็ก ๆ เลยทำให้ไม่มีเศษฝุ่นตามขอบผนังให้ต้องมาตามเก็บที่หลังอีก 
     เมื่อทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตัวหุ่นยนต์จะกลับไปยังแท่นชาร์จได้เองแบบแม่นย่ำ เพราะหุ่นยนต์ส่งสัญญาณระหว่างตัวเครื่องและแท่นชาร์จผ่าน QR Code ที่ออกแบบใหม่มาเพื่อหุ่นยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ 

     ส่วนของกล่องเก็บขยะฝุ่นจะอยู่ด้านหลังของตัวหุ่นยนต์ ในกล่องก็จะมีช่องฝุ่นเข้า บริเวณล้อเลื่อน ที่ด้านหลัง และตัวฟิลเตอร์แบบ High-Efficiency จะแกะออกมาทำความสะอาดก็ง่าย ๆ เพียงแค่ปลดล็อกและดึงเบา ๆ และนำไปล้างน้ำได้เลย (ยกเว้นฟิลเตอร์ที่เป็นกระดาษนะ) 
     
     สรุปโดยรวมแล้วประทับใจแบบต้องอวยยศ! เพราะส่วนตัวใช้ยี่ห้ออื่นมามีทั้งปัญหาดูดไม่เกลี้ยง เส้นผมพันแปรง ลากเศษขยะไปมา หรืองอแงกลับแท่นเองไม่ได้ซะงั้น สารพัดปัญหาที่ทำให้ปวดหัว เจ้า Roomba j7  ถือว่าคุ้มค่า คุ้มราคา และคุณภาพคิดว่าสามารถใช้ได้ยาว ๆ เลย ในส่วนของประกันที่ให้มามีระยะเวลา 1 ปีทั้งตัวหุ่นยนต์และแบตเตอรี่ค่ะ

     ใครที่กำลังกุมขมับหุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวป่วนที่บ้านอยู่ หรืออยากกลับบ้านแบบไม่ต้องเหนื่อยตามเก็บให้วุ่น ลองเก็บเจ้า iRobot Roomba j7 เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ราคาอาจจะแรงไปนิด แต่อย่างที่บอกไปรู้สึกคุ้มและถือเป็นการลงทุนเพื่อความสบายใจในระยะยาวค่ะ
ชื่อสินค้า:   หุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba j7
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่