JJNY : ติดเชื้อ4,924 เสียชีวิต37│รับเหมาวิกฤต แห่ปิด4,000ราย│จดตั้งธุรกิจใหม่เม.ย.ลดลง10%│อียูจ่อทำยึดทรัพย์ง่ายขึ้น

โควิดติดเชื้อเพิ่ม 4,924 ราย เสียชีวิต 37 ราย หายป่วย 5,560 ราย
https://www.dailynews.co.th/news/1084982/
 
 
ยอด 'โควิด-19' วันนี้ พบเสียชีวิตเพิ่มอีก 37 ราย ขณะที่พบผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มอีก 4,924 ราย กำลังรักษา 46,595 ราย.
 
สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประจำวัน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ล่าสุด วันที่ 25 พ.ค. 65 พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 4,924 ราย จำแนกเป็นผู้ป่วยจากในประเทศ 4,924 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 0 ราย ผู้ป่วยสะสม (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) 2,206,239 ราย หายป่วยกลับบ้าน 5,560 ราย หายป่วยสะสม(ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) 2,184,704 ราย กำลังรักษา 46,595 ราย

จำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 995 ราย เฉลี่ยจังหวัดละ 13 ราย อัตราครองเตียง ร้อยละ 13.8
สำหรับข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2563 มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,429,674 ราย หายป่วยแล้ว 4,353,198 ราย โดยวันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 37 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 มียอดสะสมสูงถึง 29,881 ราย... สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/1084982/



รับเหมาวิกฤต แห่ปิดกิจการ 4,000 ราย วัสดุแพงหยุดประมูลงานรัฐ
https://www.prachachat.net/property/news-939175

ธุรกิจรับเหมา 1.3 ล้านล้านป่วนหนัก สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ เผย 26,000 บริษัทเจอวิกฤตซ้อนวิกฤตปิดกิจการแล้ว 4,000 ราย โควิด-สงครามดันต้นทุนแพงเกินค่างานที่ทำสัญญากับรัฐ จี้แก้ไขเงินชดเชยค่า K 4% ขอผ่อนผัน 2 ปี หวังมีรายได้เสริมสภาพคล่องต่อลมหายใจธุรกิจ ส่องกฎหมายเก่า-ใหม่สร้างอุปสรรคเพียบ
 
นางสาวลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TCA) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า วงการรับเหมาก่อสร้างเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศ มีรายได้สัดส่วน 8-9% ต่อจีดีพี มูลค่างานตกปีละ 1.3 ล้านล้านบาท กำลังเจอปัญหาวิกฤตซ้อนวิกฤตจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำยาวนาน ซึ่งเป็นผลกระทบสถานการณ์โควิดจนถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครน
 
โควิด-สงครามต้นทุนพุ่ง 15%
 
โดยมูลค่างานปีละ 1.3 ล้านล้านบาทดังกล่าว มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในยุคโควิดตั้งแต่ปี 2563-ปัจจุบัน แบ่งเป็นสัดส่วนงานโครงการเอกชนเหลือ 45% และงานโครงการรัฐ 55%

“วิกฤตในปี 2565 ที่เรากำลังเผชิญต้องเรียนว่าหนักกว่าต้มยำกุ้งปี 2540 และหนักกว่าปี 2551 ช่วงโควิดเราเจอปัญหาเหล็กขึ้นราคา ต่อมาเจอปัญหาสงครามรัสเซียรบกับยูเครน ทำให้ต้นทุนทุกอย่างแพงขึ้น วัตถุดิบทุกอย่างที่ใช้ในการก่อสร้างขึ้นราคาตามไปหมด ตะปูตัวหนึ่งก็เป็นราคาขาขึ้น ต้นทุนก่อสร้างขึ้นแล้ว 15% ในภาพรวม”
 
“ค่า K” จุดตายรับเหมารัฐ
 
โดยจุดตายอยู่ในฝั่งผู้รับเหมางานภาครัฐซึ่งมีมูลค่างาน 6 แสนล้านบาท กำลังได้รับผลกระทบจากการคำนวณสูตรค่า K (เงินชดเชยกรณีต้นทุนมีการเปลี่ยนแปลง) ที่มีการพิจารณาล่าช้า กระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องของบริษัทรับเหมา โดยเฉพาะกลุ่มรายกลาง-รายเล็กที่มีจำนวนมากถึง 95% ที่เหลือเป็นรายใหญ่ 5%
 
สภาพปัญหาของค่า K มาจากข้อกำหนดรัฐซึ่งใช้เกณฑ์บวกลบ 4% ถ้าไม่เกินจากเพดานที่กำหนดคู่สัญญารัฐหรือผู้รับเหมาจะไม่ได้รับเงินชดเชย กรณีคำนวณแล้วพบว่าต้นทุนสูงขึ้นเกิน 4% จึงจะได้รับเงินชดเชย
 
กรณีนี้สมาคมส่งหนังสือขอความช่วยเหลือ 4 ครั้ง ส่งถึงกรมบัญชีกลาง, สำนักงบประมาณ, รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพื่อขอความช่วยเหลือออกมาตรการเยียวยาผู้รับเหมางานรัฐ 3 ข้อ
 
ได้แก่ 1.ขอให้รัฐบาลพิจารณายกเลิกส่วนต่างค่า K 4% ชั่วคราว ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563-ธันวาคม 2565 2.ขอให้เร่งรัดการจ่ายเงินค่า K และ 3.การคำนวณค่า K ในสัญญารัฐขอให้ใช้ดัชนีราคาในเดือนที่คำนวณราคากลาง แทนการใช้ดัชนีราคาในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
 
เปิดโมเดลอ้างอิงปี 2551
 
นางสาวลิซ่าอธิบายข้อเรียกร้องว่า การพิจารณายกเลิกส่วนต่างค่า K 4% ไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2551 รัฐบาลขณะนั้นได้ผ่อนผันค่า K 4% มาแล้วจึงมีบรรทัดฐานในการพิจารณาช่วยเหลือ เหตุผลที่บอกว่าปัญหาค่า K เป็นจุดตายผู้รับเหมางานรัฐ เนื่องจากสูตรค่า K จะจ่ายเงินชดเชยให้ก็ต่อเมื่อคำนวณต้นทุนแล้วสูงกว่า 4% หมายความว่ารัฐจะจ่ายเงินชดเชยค่า K ตั้งแต่เปอร์เซ็นต์ที่ 5 เป็นต้นไป ในขณะที่ผลกระทบจากโรคระบาดไม่เคยเกิดขึ้นในวิกฤตเศรษฐกิจครั้งไหนมาก่อน ดังนั้น ต้นทุนที่สูงเกินค่างานจึงมีความหมายถึงความอยู่รอดของบริษัท แนวทางจึงขอให้ใช้เกณฑ์เดียวกับปี 2551 โดยรัฐพิจารณาชดเชยให้ตั้งแต่เปอร์เซ็นต์แรก
 
“กรณีปกติ สมมุติมีต้นทุนสูงขึ้น 15% รัฐจะจ่ายชดเชยให้ตั้งแต่เปอร์เซ็นต์ที่ 5 เท่ากับจะได้รับเงินชดเชย 11% เท่านั้น ข้อเรียกร้องคือขอให้ใช้เกณฑ์ชดเชยให้ตั้งแต่เปอร์เซ็นต์แรก ซึ่งเท่ากับผู้รับเหมาได้รับเงินชดเชยเต็มจำนวน 15% ของต้นทุนที่สูงขึ้นจริง เป็นต้น”
 
ค่า K ตัวช่วยสภาพคล่อง
 
ส่วนประเด็นการเร่งรัดจ่ายเงินค่า K ทางสมาคมทราบดีว่ารัฐบาลมีการใช้งบประมาณช่วยเหลือและเยียวยาสถานการณ์โควิดมหาศาล ดังนั้น ในการจ่ายเงินชดเชยผู้รับเหมายินดีปฏิบัติตามขั้นตอนการเบิกจ่ายงบประมาณ
 
แต่สิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือคือการให้ความชัดเจนว่าจะได้รับเงินชดเชยค่า K จำนวนเท่าใด แล้วออกเอกสารยืนยันเพื่อให้ผู้รับเหมานำไปใช้เป็นหลักฐานในการกู้เงินจากธนาคารสำหรับนำมาใช้เป็นกระแสเงินสดหมุนเวียนกิจการ
 
รวมทั้งค่า K มีหลักปฏิบัติ คือ ให้คำนวณล่วงหน้า 1 เดือนก่อนเข้าแข่งขันประกวดราคา แต่ในชีวิตจริงทำได้ยากมาก โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่มักจะมีการคำนวณล่วงหน้า 4-5 เดือนเพราะมีรายละเอียดเยอะ ดังนั้น การใช้เกณฑ์คำนวณค่า K ในวันเปิดซองประกวดราคาจึงไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยขอให้ใช้เกณฑ์คำนวณค่า K ในวันที่คำนวณราคากลางแทน
 
“ปัญหาค่า K เราส่งหนังสือถึงรัฐบาลขอความช่วยเหลือตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 จนถึงตอนนี้ไม่มีคำตอบอะไรออกมาเลย สมาคมมีการสอบถามสมาชิกมีความเห็นว่าเดดไลน์ภายใน 30 มิถุนายนนี้ ถ้ารัฐบาลไม่แสดงความชัดเจนอะไรออกมา ผู้รับเหมา 2 หมื่นกว่ารายอาจมีบริษัทที่ต้องปิดกิจการเพิ่มเติม เพราะ 60-70% ขาดสภาพคล่องหนักมากอยู่แล้วในปัจจุบัน” นางสาวลิซ่ากล่าว
 
2 มุม “วิกฤตซ้อนวิกฤต”
 
นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข เลขาธิการ TCA กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากปัญหาค่า K ที่รอการพิจารณาจากรัฐบาลแล้ว ถือเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต 
 
1. สถานการณ์โควิด+สงคราม เป็นวิกฤตหนัก ๆ จากปัจจัยภายนอก 2 เรื่องมาทับซ้อนกัน
 
2. ปัจจัยภายในประเทศที่มีปัญหากฎหมาย กฎระเบียบภาครัฐที่ไม่เอื้อต่อการควบคุมต้นทุนของผู้รับเหมาก่อสร้างอีกหลายรายการ จึงกลายเป็นวิกฤตที่เกิดจากปัจจัยภายนอกทับซ้อนกับวิกฤตจากปัจจัยกฎหมาย กฎระเบียบภาครัฐ
 
ขอนิรโทษแรงงานต่างด้าว
 
ประเด็นที่ต้องการให้เร่งแก้ไขเพิ่มเติมอย่างน้อย 4 เรื่องด้วยกัน
 
เรื่องที่ 1 ปัญหาขาดแคลนแรงงานต่างด้าว โดยไซต์ก่อสร้างทั้งระบบใช้แรงงาน 4 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานต่างด้าว 40-45% หรือเกือบ 2 ล้านคน ยุคโควิดมีการเดินทางกลับประเทศและเจอปัญหาไทยปิดด่านกักกันโรคระบาด ทำให้มีแรงงานต่างด้าวบางส่วนลักลอบเข้าไทยกลายเป็นปัญหาแรงงานนอกระบบ
 
ข้อเสนอคือ ขอให้รัฐบาลพิจารณานิรโทษกรรมแรงงานต่างด้าวนอกระบบในปัจจุบันที่คาดว่ามีจำนวน 6-7 แสนคน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนแรงงานก่อสร้าง และลดปัญหาแรงงานต่างด้าวนอกระบบ
 
ขอผ่อนกฎ MIT 2 ปี
 
เรื่องที่ 2 สำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลางเพิ่งออกกฎ “การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ” ภายใต้มาตรการ MIT-Made in Thailand สาระสำคัญให้ใช้วัสดุที่ผลิตในประเทศ 60% กรณีเหล็กให้ใช้ผู้ผลิตในประเทศ 90% โดยเพิ่งมีผลบังคับใช้เป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2565 จึงถือเป็นเรื่องใหม่มาก
หลักการ MIT เหมาะสมกับ “การจัดซื้อ” ที่มีคู่สัญญาเป็นซัพพลายเออร์ เช่น คอมพิวเตอร์ วัสดุอุปกรณ์สำเร็จรูป ฯลฯ แต่เมื่อนำมาใช้กับ “การจัดจ้าง” ที่มีคู่สัญญาเป็นผู้รับเหมา พบว่าไม่เหมาะสมและมีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย

“ข้อเรียกร้องคือ ขอให้ผ่อนผันกฎ MIT อย่างน้อย 2 ปี และขอให้ TCA เป็นตัวแทนประชุมหารือร่วมกับรัฐ เพราะที่ผ่านมากฎ MIT กรมบัญชีกลางเลือกคุยกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นหลักซึ่งเป็นฝั่งผู้ผลิตสินค้า แต่สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ เป็นตัวแทนผู้ใช้งานจริงในฐานะคู่สัญญารัฐ”
 
“ใบอนุญาตโรงงาน” ก็มา

เรื่องที่ 3 ปัญหาการขอใบอนุญาตโรงงานสำหรับแพลนต์แอสฟัลต์ ประเด็นปัญหาเกิดจากมีข้อกำหนดแพลนต์แอสฟัลต์-แพลนต์คอนกรีตต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ใบ รง.4) ในทางปฏิบัติถูกควบคุมด้วยกฎหมายผังเมืองอีกชั้นหนึ่ง การขอใบ รง.4 ได้ต้องมีผังเมืองสีม่วง
 
“คิดดูง่าย ๆ ไซต์งานราดยางมะตอยถนนส่วนใหญ่เป็นถนนชนบท อยู่ต่างตำบล แต่กฎหมายบังคับให้แพลนต์ยางมะตอยต้องขอใบอนุญาตโรงงานและตัวแพลนต์ต้องอยู่ในพื้นที่สีม่วงด้วย ถนนไกลปืนเที่ยงเราจะไปหาผังเมืองสีม่วงได้จากที่ไหน”
 
มึน “ค่าวิศวกรคุมงาน”

เรื่องที่ 4 มีต้นทุนใหม่เกิดขึ้นจากสถานการณ์โควิด โรคระบาดทำให้ไซต์งานก่อสร้างทำได้ล่าช้า และมีเหตุการณ์สั่งปิดแคมป์ก่อสร้าง 1 เดือนเต็มในปี 2564 ส่งผลกระทบต่ออายุสัญญาก่อสร้าง ซึ่งรัฐบาลออกมาตรการให้การก่อสร้างล่าช้าไม่นับเป็นการผิดสัญญา จึงไม่ต้องมีการจ่ายเงินค่าก่อสร้างล่าช้า
แต่ปัญหาใหม่คือ มีค่าใช้จ่าย “วิศวกรที่ปรึกษา” สำหรับควบคุมงาน เกิดจากรัฐจะต้องเป็นคนควบคุมงานก่อสร้างแต่กำลังคนไม่เพียงพอ จึงมีการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาทำหน้าที่แทน รายจ่ายจึงเป็นของภาครัฐ แต่กรณีก่อสร้างล่าช้าเกินสัญญามีการระบุในสัญญาว่าจะต้องเป็นค่าใช้จ่ายผู้รับเหมา
 
รับเหมา ตจว.หยุดรับงาน

เจ้าของร้านขายวัสดุก่อสร้างในจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ผู้รับเหมาก่อสร้างสั่งซื้อสินค้าจากที่ร้านลดน้อยลงมาก และบางรายต้องหยุดรับงานก่อสร้างไปก่อน ขณะที่บางรายปรับวิธีโดยรับแต่เพียงค่าแรง แต่ให้ลูกค้าจ่ายค่าวัสดุก่อสร้างเอง เพราะไม่กล้าเหมาค่าวัสดุก่อสร้าง ขณะที่ทางร้านเองก็ต้องขายวัสดุก่อสร้างที่มีอยู่ไปก่อนตามราคาตลาด และไม่สต๊อกสินค้าไว้

นายนราทร ธานินพิทักษ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ นครราชสีมา เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการธุรกิจบ้านจัดสรรในจังหวัดนครราชสีมาทุกรายได้รับผลกระทบตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งมาเจอปัญหาเศรษฐกิจ ภาษีที่ดิน และล่าสุดราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างที่ปรับราคาเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ และต้องปรับตัว เช่น โครงการบ้านจัดสรรที่ตนกำลังดำเนินการก่อสร้างขณะนี้ ก็ต้องปรับแผนด้วย โดยเจรจาพูดคุยกับผู้รับเหมาว่า สินค้าวัสดุก่อสร้างตัวไหนที่มีราคาผันผวน ทางโครงการจะจัดซื้อเอง และมีการปรับเปลี่ยนวัสดุก่อสร้างหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบบ้าน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายโดยยังคงคุณภาพเดิม

“อยากให้รัฐบาลสนับสนุนเรื่องภาษีธุรกิจเฉพาะ เช่น ภาษีในการโอนบ้านที่มีส่วนลดสำหรับราคาบ้านที่มีมูลค่าต่ำกว่า 3 ล้านบาท อยากให้รัฐบาลขยายราคาขึ้นไปให้สำหรับบ้านที่มีมูลค่าต่ำกว่า 5 ล้านบาท และอยากให้เร่งโครงการคมนาคม ทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง และมอเตอร์เวย์ ให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ”
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่