JJNY : 5in1 เบนซินทะลุ52บ.│ปุ๋ยราคาพุ่ง!ชาวนาโวย│โอดน้ำมันปาล์มขวดราคาพุ่ง│พท.ตอกย้ำผลเลือกตั้งส.ก.│กมธ.ยื่นแล้ว2กม.ลูก

จุก! ราคาเบนซินปั๊มเอกชนวันนี้ ทะลุ 52 บาท/ลิตร เช็กราคาขายปลีกทุกปั๊ม
https://www.matichon.co.th/economy/news_3363039
 
 
จุก! ราคาเบนซินปั๊มเอกชนวันนี้ ทะลุ 52 บาท/ลิตร เช็กราคาขายปลีกทุกปั๊ม
 
ภายหลัง สถานีบริการ(ปั๊ม) พีทีที สเตชั่น และ บางจาก ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น 0.50 บาทต่อลิตร และดีเซลพรีเมี่ยม ปรับขึ้น 2.00 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลคงเดิม มีผล 24 พ.ค.65 เมื่อเวลา 05.00 น.ที่ผ่านมา
 
โดยราคาขายปลีกจะเป็นดังนี้ น้ำมันเบนซิน95(เฉพาะพีทีที สเตชั่น) = 50.86 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 43.45 บาทต่อลิตร อี20 ราคา 42.34 บาทต่อลิตร โซฮอล์91 ราคา 43.18 บาทต่อลิตร อี85 ราคา 36.34 บาทต่อ ดีเซลบี5 ราคา 31.94 บาทต่อลิตร ,ดีเซลพรีเมี่ยมบี7 ราคา 42.36 บาทต่อลิตร โดยราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร
 
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง กบน.เคาะตรึงดีเซล 32 บ.ต่อถึง 29 พ.ค. เห็นใจเปิดเทอมขอลดภาระประชาชน
ผู้สื่อข่าวตรวจสอบป๊มเอกชน พบว่า มีการตั้งราคาขายน้ำมันเบนซิน95 มีราคาตั้งแต่ 50.86 บาทต่อลิตรของปั๊ม พีทีที สเตชั่น ไปจนถึงราคาแพงสุดคือ 52.21 บาทต่อลิตร ของปั๊มคาลเท็กซ์
 
ขณะที่ราคาจำหน่ายน้ำมันประเภทอื่นเป็นดังนี้

 

 
ปุ๋ยราคาพุ่ง! ชาวนาโวย หาก "กระทรวงพาณิชย์" จะไฟเขียว ปรับราคาขึ้นอีก 20-30%
https://ch3plus.com/news/economy/morning/292644
 
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ที่ หจก.จึงใจ้หมงส่งเสริมการเกษตร ในเขตเทศบาลเมืองนครสวรรค์ นายอิทธิ สุเมธโชติเมธา ตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยในนครสวรรค์ กล่าวว่า ปัญหาราคาปุ๋ยแพงทำให้เดือดร้อนทั้งเกษตรกรและผู้ค้า เพราะผู้ค้าต้องรับซื้อปุ๋ยในราคาแพงเหมือนกัน จากเดิมปุ๋ยที่เคยซื้อกันหลักร้อย ปรับสูงขึ้นเป็นหลักพันบาท
 
โดยล่าสุดปุ๋ยมีราคาสูงขึ้น 30-40% บางตัวราคาพุ่งเกือบเท่าตัว เกษตรกรหลายรายบ่นให้ฟังว่าเดือดร้อน เพราะต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น
 
ส่วนร้านค้าปุ๋ยราคาแพงกระทบกับยอดขายอย่างมาก เพราะเกษตรกรซื้อปุ๋ยน้อยลง ประกอบกับราคาสินค้าการเกษตรราคาตก ทำให้เกษตรกรไม่มีเงินซื้อปุ๋ย ทั้งนี้ ปุ๋ยในประเทศไทยนั้น ต่างทยอยปรับขึ้นทีละตัว ทำให้ลูกค้าที่เป็นเกษตรกรต้องปรับตัวในการลดปริมาณการใช้จากเดิมเกือบครึ่ง เพื่อรักษาต้นทุนการผลิต แถมยังต้องเสี่ยงสินค้าการเกษตรไม่ได้ราคา ทำให้ต้องใช้วิธีลดปุ๋ยลง เพื่อประคองต้นทุน
  
ด้าน นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า หากกระทรวงพาณิชย์ไฟเขียวให้ผู้ผลิตปุ๋ยปรับราคาขึ้น 20-30% จริง เท่ากับเป็นการซ้ำเติมชาวนา เพราะที่ผ่านมา ราคาปุ๋ยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
เพราะล่าสุดวันนี้ (24 พ.ค. 2565) ปุ๋ยยูเรียสูตร 40-0-0 ราคาขึ้นไปถึง 1,800 - 1,950 บาทต่อกระสอบ 50 กิโลฯแล้ว ส่วนแม่ปุ๋ยสูตร 18-46-0 ทะลุไปที่ราคากระสอบละ 2,000 บาทแล้ว หากให้ปรับราคาขึ้นอีก 20-30% ชาวนาจะอยู่กันอย่างไร จะถอยก็ไม่ได้ เพราะลงมือไถ่หว่านไปแล้ว
 
นอกจากนี้ ราคาน้ำมัน ค่าไถ่หว่าน ค่าเก็บเกี่ยว ก็ปรับขึ้นยกแผง ทำให้ต้นทุนการทำนาต่อไร่พุ่งทะลุไร่ละ 5,000 บาทไปนานแล้ว ขณะที่ราคาข้าวมีแต่ทรงกับทรุด ปัจจุบันตันละไม่ถึง 8,000 บาท ยิ่งชาวนาเกี่ยวข้าวสด ยิ่งถูกโรงสีกดราคารับซื้อ และถึงแม้จะมีโครงการประกันราคาข้าว แต่ก็มีเงื่อนไข ราคาประกันจะอิงกับค่าความชื้น ทำให้เงินที่ชาวนาได้ ไม่เต็มจำนวนตามที่ประกาศไว้
 
อย่างไรก็ดี นายกสมาคมชาวนาพยายามประสานขอความชัดเจนจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ แต่ก็ยังไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริงออกมา
 

 
พ่อค้า-แม่ค้า โอดน้ำมันปาล์มขวดราคาพุ่ง แบกต้นทุนเพิ่ม
https://www.nationtv.tv/news/378874080
 
จากสถานการณ์น้ำมันปาล์ม ราคาวัตถุดิบอาหารสด ทั้งหมู ไก่ ไข่ ที่ขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบอย่างมากกับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องใช้ประกอบอาหารขาย บางรายต้องทนแบกรับต้นทุน บางรายเตรียมขึ้นค่าอาหารเพราะแบกรับต้นทุนไม่ไหว
 
จากสถานการณ์ราคาพลังงานและต้นทุนวัตถุดิบต่างๆที่สูงขึ้น จากผลของความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกและสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้น กดดันให้สถานการณ์ปรับขึ้นราคาสินค้ารุนแรงมากขึ้น แม้ว่ารัฐบาลพยายามขอความร่วมมือให้พยุงราคา และอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลที่เป็นต้นทุนการขนส่ง เพื่อตรึงไว้อยู่ที่ 32 บาท และไม่ให้เกิน 35 บาทต่อลิตรแล้วก็ตาม
 
นอกจากนี้ สถานการณ์น้ำมันปาล์มในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาพืชน้ำมันอยู่ในเกณฑ์สูง ปัจจุบันราคาน้ำมันปาล์มขวดยังอยู่ในระดับสูง จากการสำรวจราคาตามร้านสะดวกซื้อ ห้างค้าปลีก รวมไปถึงร้านโชห่วยพบว่าราคาขายน้ำมันปาล์มขวดเฉลี่ยอยู่ที่ 70-80 บาท/ขวด ซึ่งขึ้นอยู่กับยี่ห้อ โดยพบว่าน้ำมันปาล์มขวดที่ขายนั้นสูงกว่าที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศตรึงไว้ที่ขวดละ 66.50 บาท
 
ผลกระทบจากราคาน้ำมันปาล์มขวดที่แพงขึ้น รวมกับต้นทุนสินค้าอื่น ที่ขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ เครื่องปรุงรส ก๊าซหุงต้ม ส่งผลให้ร้านอาหารต่างได้รับผลกระทบ ทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น บางร้านบอกว่าต้องทนแบกรับต้นทุนทุกอย่างที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ปรับขึ้นราคาอาหารเพื่อไม่ให้กระทบกับลูกค้าเพราะตอนนี้ทุกคนก็ลำบากกันหมด จากภาวะเศรษฐกิจ
 
ที่ยังไม่ฟื้นตัว บางร้านบอกว่าอาจต้องปรับเพิ่มราคาอาหาร หากทุกอย่างยังขึ้นราคาต่อเนื่อง จึงอยากขอให้ภาครัฐลงมาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังมากกว่านี้เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น
 
ข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่าราคาน้ำมันพืชในตลาดโลกปี 2565 ยังมีแนวโน้มขยับขึ้น จากปัญหาอุปทานตึงตัวจากความตึงเครียดระหว่าง สงครามรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงการระงับการส่งออกน้ำมันปาล์มของผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่ของโลกอย่างอินโดนีเซีย ท่ามกลางสถานการณ์สินค้าทดแทนที่มีจำกัด และอุปสงค์ในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะความต้องการจากผู้ซื้อรายใหญ่อย่างอินเดียและจีน
 
คาดการณ์ว่าไตรมาส 2/65 ราคาน้ำมันปาล์ม จะเพิ่มต่อเนื่องอยู่ที่ 68-70 บาท/ขวด เนื่องจากราคาน้ำมันพืชโลกที่ขยับขึ้นหลังอินโดนีเซียระงับการส่งออก รวมถึงเป็นช่วงปลายฤดูกาลเก็บเกี่ยวปาล์มน้ำมัน และคาดว่าในช่วงที่เหลือปี 2565 ราคาน้ำมันปาล์ม ยังมีโอกาสขยับสูงขึ้น เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 65-68 บาท/ขวด
 
ด้านกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าจากราคาสินค้าและน้ำมันปาล์มแพงขึ้น ได้มีมาตรการแก้ปัญหาทั้งเชิงรุกและเชิงลึก ซึ่งจะพิจารณาอนุญาตให้ปรับราคาเป็นรายตัว ไม่ใช่อนุญาตในภาพรวม และหากพบว่าสินค้าใดเข้าข่ายการค้ากำไรเกินควรจะดำเนินคดีโดยเด็ดขาด
 


เพื่อไทย ตอกย้ำ ผลเลือกตั้ง ส.ก.สะท้อน คนกรุงเทพฯ ไม่เอารัฐประหาร
https://www.thairath.co.th/news/politic/2400775
 
เพื่อไทย ตอกย้ำ ผลเลือกตั้ง ส.ก.สะท้อน คนกรุงเทพฯ ไม่เอารัฐประหาร
 
พรรคเพื่อไทย ตอกย้ำ ชี้ ผลเลือกตั้ง ส.ก. สะท้อนความต้องการ คนกรุงเทพฯ ไม่เอารัฐประหาร ต้องการเปลี่ยนแปลงให้เป็นเมืองมีอนาคต มีความมั่งคั่งอีกครั้ง
 
วันที่ 24 พ.ค. 65 ที่พรรคเพื่อไทย นำโดย นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ส.ก. พร้อมด้วย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ทั้ง 20 คน ร่วมแถลงข่าวขอบคุณพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ที่เลือก ส.ก.จากพรรคเพื่อไทย เป็นเสียงสะท้อนความล้มเหลวของรัฐบาล ปฏิเสธการรัฐประหารที่ผ่านมา และ ส.ก.พรรคเพื่อไทยพร้อมทำงานสนับสนุนนโยบายของกรุงเทพมหานครจากทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและฟื้นคืนประเทศไทยให้กลับมามีอนาคตมั่งคั่งอีกครั้ง
      
นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ส.ก. กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากชาวกรุงเทพมหานครที่เลือก ส.ก. พรรคเพื่อไทยถึง 20 คนซึ่งทุกคะแนนเสียง คือ เครื่องชี้วัดการไม่เอารัฐประหาร คือ การฝากความหวังจากประชาชนในวันที่รัฐบาลบริหารประเทศล้มเหลว ส.ก.พรรคเพื่อไทย ให้คำมั่นว่า เราจะทุ่มเททำงานร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิดทุกพรรค เราจะไม่แบ่งพรรคแบ่งสี เราจะผลักดันนโยบายของส.ก.พรรคเพื่อไทยในสภา กทม. รวมถึงนโยบายจากทุกพรรคที่จะสามารถช่วยแก้ปัญหาคนกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ เราสัญญาว่าจะทำงานร่วมกันเพื่อให้กรุงเทพฯ ดีขึ้นสมกับความตั้งใจของชาวกรุงเทพฯ ทุกคน
      
“คะแนนจากการเลือกตั้งครั้งนี้ สะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ เบื่อรัฐประหาร เบื่อคณะรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ชาวกรุงเทพฯ ต้องการความเปลี่ยนแปลง ผลการเลือกตั้งสนาม กทม. จะเป็นผลสะท้อนไปยังการเลือกตั้งใหญ่ ที่ทุกคนจะต้องออกมาแสดงออกเลือกพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยให้ชัดเจน เพื่อจะสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้จริงๆ” ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ส.ก. พรรคเพื่อไทย กล่าว
      
ด้านนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. กล่าวว่า ส.ก.พรรคเพื่อไทย จะทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. โดยผู้ว่าฯ กทม. เป็นฝ่ายบริหาร สภา กทม.จะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เราจะผลักดันนโยบายของพรรคเพื่อไทย 5 นโยบายเข้าสู่สภา กทม. เราจะมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กับคนกรุงเทพฯ ตามนโยบายลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ กระจายความมั่งคั่งอย่างจริงจังเพื่อตอบแทนคะแนนเสียง 6 แสนคะแนน ที่เลือกพรรคเพื่อไทย และจะเป็นพลังผลักดันให้เราทำงานต่อเนื่องสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในไม่ช้าให้สำเร็จอีกด้วย.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่