💗มาลาริน/อย่าหาทำ! บิดเบือนไทยเงินเฟ้อสูงสุดในโลก..นายกฯ ชี้เงินเฟ้อไทย 5% อยู่กลุ่มต่ำสุดในโลก ชี้เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้น

นานาโอเคนายกฯโชว์ตัวเลข‘เศรษฐกิจ’กำลังฟื้นช้าๆ ยัน‘เงินเฟ้อ’อยู่ในกลุ่มต่ำ



นายกฯปัดข่าว‘เงินเฟ้อ’ไทยสูงสุดในโลก เผยจัดอยู่ในกลุ่มต่ำสุด ยันเศรษฐกิจอยู่ช่วงฟื้นฟูอย่างช้าๆ ไม่ถือว่าชะลอ หวังไตรมาส 2-3 ตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

เมื่อเวลา 15.35 น. วันที่ 23 พฤษภาคม 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้อยากพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจสักนิด ในช่วง 3-4 เดือนของปีที่เศรษฐกิจเราโต 2.2 เปอร์เซ็นต์ ปัจจัยสำคัญดูจากการใช้จ่ายของประชาชนเพิ่มขึ้น 3.9 เปอร์เซ็นต์ ส่วนหนึ่งมาจากโครงการของรัฐบาลที่ส่งงบประมาณเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นในการดูแลมาตรการคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน และอื่นๆ การส่งออกเติบโตได้ 12 เปอร์เซ็นต์ นักท่องเที่ยวปัจจุบันที่เข้าประเทศหลังจากยกเลิกเทสแอนด์โกไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-18 พ.ค. จำนวน 1.02 ล้านคน ขณะเดียวกันทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประเมินไว้แล้วว่าปีหนึ่งน่าจะได้ถึง 7 ล้านคนถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรือมีสถานการณ์โควิดอะไรมาเพิ่มเติม ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 2.9 เปอร์เซ็นต์ การลงทุนภาครัฐอยู่ในช่วงไตรมาส 2 ของการเบิกจ่ายงบประมาณ เพราะเป็นช่วงเริ่มการก่อสร้าง หลังจากลงนามในสัญญาโครงการไตรมาส 1
 
“ส่วนเรื่องเงินเฟ้อหลายคนเป็นห่วง รัฐบาลเองก็เป็นห่วงใน 2 ปัจจัยคือราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนค่าขนส่ง รัฐบาลก็ช่วยตรงนั้นไปแล้ว ราคาหมวดอาหารใช้มาตรการลดภาษีสรรพสามิต ภาษีศุลกากรต่างๆเพื่อช่วยเหลือต้นทุนการขายปลีก โดยให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาดำเนินการตามพันธหน้าที่” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มันก็เดือดร้อนทั้งหมด ทุกประเทศเดือดร้อนเหมือนกันหมด ของเราเดือดร้อนรัฐบาลก็ดูแลอย่างเต็มที่ ส่วนกำลังซื้อภาคประชาชนค่าเงินบาทอ่อนตัว ฉะนั้นเป็นประโยชน์ต่อการส่งออกของเรา โดยเฉพาะสินค้าด้านการเกษตรปีนี้ราคาดี ไม่ว่าจะเป็นยาง ปาล์ม ข้าวโพด ข้าวยังทรงๆอยู่ เพราะมีซับพลายล้นตลาด จากข้าวที่ราคาต่ำกว่าที่อื่น ส่วนกำลังซื้อภาคชนบทก็กำลังดี ดูจากยอดขายและอื่นๆอีกหลายอย่างด้วยกัน
 
“ถ้าจะมองเศรษฐกิจของเราตอนนี้ถือว่าอยู่ในช่วงฟื้นฟูอย่างช้าๆ ไม่ถือว่าชะลอ ถ้าเทียบตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 มาเราต้องรักษาสมดุลตรงนี้ไว้ได้ เพื่อทำให้เศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่อง ผู้ทำงานจะมีรายได้เพิ่มขึ้น จากเคยโดนลดเงินเดือนค่าจ้างในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราพยายามจะรักษาระดับเงินเฟ้อให้ต่ำกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเงินเฟ้อของเรามีคนไปพูดบิดเบือนว่าเรามากกว่าเขา เงินเฟ้อเราไม่ได้สูงที่สุดในโลก แต่เราอยู่ในกลุ่มที่ต่ำสุด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เราจะต้องกำกับดูแลราคาสินค้าในท้องตลาดให้ได้มากที่สุด เรื่องดอกเบี้ยนโยบายต่างๆทางธนาคารกำลังพิจารณาเพื่อพิจารณาตามความเหมาะสม 4 เดือนแรกเรายังคงมีเงินลงทุนโดยตรงเดือนละประมาณ 4 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามในไตรมาส 2 และ 3 เราจำเป็นต้องเร่งผ่อนคลายมาตรการโควิดเพื่อดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาให้มาก รวมถึงนักท่องเที่ยวในประเทศเราด้วย ซึ่งยังพอมีเวลาตั้งแต่เวลานี้จนถึงช่วงไฮซีซันปลายปี โดยหลายเรื่องเราได้ดำเนินการไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ถ้าดูตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยกว่าล้านคน ส่งผลให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวไตรมาสแรกในปี 65 น่าจะเพิ่ม 2,000 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเดิมไม่มี ตัวเลขเป็นศูนย์ ฉะนั้นตัวนี้ก็ดูสูงดี แต่ก็น่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ รายได้เพิ่มขึ้นถึง 1.4 พันเปอร์เซ็นต์ มองตัวเลขดูดีมากๆ ถ้าเปรียบกับที่มันดรอป ก็ขอให้เข้าใจร่วมกัน วันนี้สถานการณ์โควิดยังมีแนวโน้มคงที่ จึงต้องนำมาพิจารณา

https://www.naewna.com/politic/655448



ในขณะที่เรากำลังแผชิญกับราคาน้ำมันที่แพงกว่าปีก่อนหน้าและมีการปรับราคาขึ้นของสินค้าหลายชนิด จนสังคมมีความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยจะเพิ่มนำไปก่อนค่าแรง และจะทำให้ค่าครองชีพสูงกว่ารายได้ สร้างปัญหาในการดำรงชีวิต

วันนี้ #เศรษฐศาสตร์ตลาดสด อยากฝากประเด็นเงินเฟ้อกับการเติบโตเศรษฐกิจของโลกที่กำลังประสบปัญหาไม่ต่างจากไทย และในบางประเทศมีปัญหาที่รุนแรงกว่าไทยไปมากแล้ว และอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจและเศรษฐกิจของไทยเพิ่มขึ้น  

ในหลายๆ ประเทศกำลังประสบกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ในบางประเทศมีอัตราเงินเฟ้อสูงกว่า 10% อย่างเช่น
👉- ตุรกีที่กำลังประสบปัญหาเงินเฟ้อขั้นรุนแรง มีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 69.97%
👉- อาร์เจนตินาที่กำลังประสบภาวะวิกฤต มีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 58.00%
👉- รัสเซียซึ่งเป็นประเทศที่กำลังมีสงครามมีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 17.80%
👉- บราซิลมีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 12.13% เพิ่มจาก 11.3%  ในเดือนก่อนหน้า

และในประเทศพัฒนาแล้วที่เป็นสมาชิกกลุ่ม G20 ที่ต่างเคยมีอัตราเงินเฟ้อต่ำกว่า 3% ก่อนมีการระบาดของโควิด-19 ในปี 2563 และมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัวมาตั้งแต่กลางปี 2564 ก็กลับมีอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งทะยานจากปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงเนื่องจากสงคราม ในขณะที่กำลังการผลิตยังไม่สามารถปรับตัวได้ทันกับการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้การผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการ อัตราเงินเฟ้อของประเทศในยุโรปและอเมริกาพุ่งไปสูงจุดสูงที่สุดในรอบ 25 ปี เช่น

👉-เนเธอร์แลนด๋ (9.6%)
👉-อเมริกา (8.3%)
👉-สเปน (8.3%)
👉-เยอรมนี (7.4%)
👉-สหราชอาณาจักร (7%)  
👉-และฝรั่งเศส (4.8%)

ในขณะที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ตั้งแต่มีวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 1997 มีอัตราเงินเฟ้อในแต่ละเดือนส่วนใหญ่ติดลบหรือไม่เกิน 1% แต่ตัวเลขล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม มีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.2%

ในขณะที่กลุ่มประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจเติบโตสูงในช่วงก่อนมีการระบาดของโควิด-19 เองแม้จะมีอัตราเงินเฟ้อใกล้เคียงกับช่วงก่อนมีการระบาดโควิด-19 อย่างเช่น

👉-อินเดีย (7.79%)
👉-แอฟริกาใต้ (5.9%)
👉-และจีน (2.1%)

แต่สิ่งที่น่ากังวลของกลุ่มนี้คือ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อค่อนข้างมาก
ประเทศอินเดียและจีนต่างก็เป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมาตั้งแต่ปี 2543 และช่วยดันให้อัตราการเติบโตเศรษฐกิจของโลกยังคงเป็นบวกในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่มีวิกฤตการเงินโลกในปี 2551-2552 โดยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ประมาณ 6-7% ใกล้เคียงหรือมากกว่าอัตราเงินเฟ้อภายในประเทศ สะท้อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริงของทั้งสองประเทศ

แต่ปัจจุบัน ทั้งสองประเทศมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี และความห่างระหว่างอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อก็มีมากขึ้น

- อินเดียมีอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจอยู่ที่ 5.4% ต่อปีในปี 2564 และไตรมาสสุดท้ายของปีมีการขยายตัวเพียง 1.84% จาก 13.7% ในไตรมาส 3 และต่ำกว่าอัตราการเติบโตในไตรมาส 4 ปี 2563 (อยู่ที่ 6%) แสดงให้เห็นถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจอินเดียที่ชัดเจน 

- จีนมีอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจอยู่ที่ 4% ในปี 2564 มีการขยายตัวในไตรมาสสุดท้ายอยู่ที่ 1.5% แต่ไตรมาส 1 ของปี 2565 มีการขยายตัวชะลอลงมาอยู่ที่ 1.3%

ไม่เพียงเท่านี้กว่าครึ่งของประเทศในกลุ่ม G20 และเอเชียกำลังอยู่ในภาวะเดียวกันนี้ คืออัตราเงินเฟ้อสูงกว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ไทยเองก็มีตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของไทยที่สูงกว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะชะลอลงในเดือนเมษายน มาอยู่ที่ 4.65% ลดลงจาก 5.73% ในเดือนก่อนหน้า

แต่เมื่อเทียบ สภาวะที่ราคาเพิ่มสูงขึ้นในอัตราเร่งหรือก็คืออัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และการเพิ่มขึ้นของราคาเร็วกว่าการเพิ่มขึ้นของผลผลิต (อัตราเงินเฟ้อสูงกว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ) เช่นนี้ เป็นภาวะที่อาจนำไปสู่การชะงักงันของเศรษฐกิจ เพราะการเพิ่มขึ้นของราคามักมาพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนทางธุรกิจที่สูงขึ้น และเมื่อทั่วโลกตกอยู่ในภาวะเดียวกัน เราอาจต้องเตรียมรับมือปรับตัว ปรับวิถีการใช้จ่ายและบริหารรายรับ-รายจ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น

https://news.ch7.com/detail/570513

    ..... ชี้แจงชัดเจนนะคะ  ขอบคุณค่ะ 

ที่ดูแลเศรษฐกิจทำให้ไทยมีภาวะเงินเฟ้อยังอยู่ในกลุ่มต่ำสุด บ้านเราของที่จำเป็นต้องกินและใช้ไม่แพงจนเอื้อมไม่ถึง

และกำลังฟื้นขึ้นอย่างช้าๆ  จะเร็วขึ้นอีกหากหมดวิกฤตต่างๆ

ทั่วโลกหนักยิ่งกว่าไทยก็มีมากนะคะ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 9
เออ.. มีพวกกลับดำเป็นขาวตามอย่างที่เขาร่ำลือจริงด้วย ประเทศไทยเงินเฟ้อต่ำกว่า 5% พวกนี้ไม่ยินดีนะครับ

พวกนี้ชอบรับประทานแห้ว เพี้ยนแห้วอีก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่