แม่เรากำลังจะเสีย จะต้องทำใจอย่างไรคะ

แม่เราเป็นมะเร็งถุงน้ำดี ระยะที่4 ต่อสู้กับมะเร็งมา 2 ปี พอหลังสงกรานต์คุณแม่กลับพบว่ามีลิ่มเลือดอุดตัดที่สมอง หลังจากนั้นก่รักษาและกลับบ้านได้ พอทีนี้วันที่3 พฤษภาคม ก็มีอาการเลือดออกเนื่องจากฉีดยาละลายลิ่มเลือดทำให้เลือดออกในช่องท้องเยอะหลายจุด กำลังจะวางแพลนการรักษากับคุณหมอตอนเช้าวันที่ 8 ตอน 10 โมง พอ 11 โมงแกกล่บชัก แลิวไม่เหมือนเดิมต่อไปเลย เป็นอะไรที่เฉียบพลันมากๆ ไม่ได้ตั้งใจเตรียมใจสำหรับการเฉียบพลันนี้เอาไว่ เพราะเผื่อใจแค่ว่ามะเร็งจะค่อยๆ เจ็บและจากไป ทีนี้แม่ไม่ตื่นเลย พูดไม่ได้ ลืมตาไม่ได้ คิดว่าน่าจะได้ยิน ความดันยังโอเค ปัสสาวะยังออกดี

ทีนี้คุยกับหมอ หมอ คนไข้ และเรา (ลูก) เห็นตรงกันว่าไม่อยากให้คุณแม่ทรมาน เพราะถ้าไปรักษา อาการชักที่คิดว่าน่าจะมี stroke ผลลัพธ์ไม่ดีแน่ๆ แต่ตอนนี้ก่ทำใจไม่ได้  ไม่เคยสูญเสียใครในชีวิตเลย และอยู่กับแม่ 2 คน สนิท และผูกพันธ์กับแม่มาก อยากทราบว่าท่าน อื่นๆ ทำยังไงให้ผ่านเหตการณ์เหล่านี้ไปได้ แอบเสียดายที่ไม่ได้อัดเสียงแม่เอาไว้ แกมาชักก่อน ไม่ได้เตรียมตัวใดใด TTTTTT กลัวคิดถึงแม่มากๆ เพราะคุยกันทุกวัน
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
ทำหน้าที่ลูกให้ดีที่สุด
ส่งแม่ให้สุดทาง

นึกถึงวันที่ท่านจูงมือคุณไปโรงเรียน  ดูคุณจนลับสายตาอย่างภูมิใจ

กุมมือท่าน ส่งท่าน
และภาวนา เกิดชาติหน้าฉันท์ใด
ขอให้ได้พบกัน เกื้อกูลกัน
จนกว่าจะถึงพระนิพพาน

แล้วคุณจะมองหาแววตาที่คุ้นเคย
ในเด็กน้อยที่คุณจะได้พบต่อไป
ความคิดเห็นที่ 26
ปกติผมไม่ค่อยเล่น pantip พอดีเห็นคนแชร์กระทู้ขึ้นมา ผมเลยอยาก login เข้ามาให้กำลังใจ ผมเข้าใจความรู้สึกทุกอย่างจองจขกท.เป็นอย่างดี
การสูญเสีย การพลัดพรากจากสิ่งของหรือบุคคลอันเป็นที่รักนั้นมันเป็นเรื่องธรรมดาคู่กับมนุษย์ทุกคนอยู่แล้วครับ ผมเสียคุณพ่อไปตอนผมอายุราวๆ 1 ขวบ ถือว่าไม่มีความทรงจำใดๆกับพ่อเลย จากนั้นผมก็อยู่กับคุณแม่มาตลอดจนผมอยู่ชั้นม.5 คุณแม่ก็มาจากไปอย่างฉับพลันด้วยอาการลิ่มเลือดวิ่งเข้าปอด แกเข้าห้อง ICU 1 วันแล้วจากไปเลย ไม่มีเวลาร่ำลาหรือพูดคุย ตอนนั้นผมเรียนพิเศษอยู่ น้องสาวคุณแม่โทรเข้าไปที่รร. บอกให้ผมรีบไปรพ.ด่วน ไปถึงรพ.แม่สบตาผมแล้วพยักหน้า จากนั้นแกก็จากไปโดยไม่ทันได้พูดอะไรกัน

ตอนนี้ผมอายุใกล้เลขสี่ ศึกษาธรรมะอยู่บ้างนิดๆหน่อยๆไว้เป็นเกราะป้องกันอารมณ์ตัวเอง ด้วยปัญญาอันน้อยนิดผมเข้าใจหลักธรรมอยู่แค่ข้อเดียว อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา (ไตรลักษณ์) ไม่มีใครหนีความจริงอันธรรมดานี้พ้น ไม่ว่าคุณแม่ผม ตัวผม ภรรยา ลูก หรือแม้แต่สิ่งของทรัพย์สมบัติที่ผมรัก ที่มีเกิดขึ้นมาได้ ก็ต้องมีวันดับสลายไปได้ ความเจ็บปวดจริงๆมันอยู่ตรงที่เมื่อไหร่มากกว่า ที่เราไม่สามารถกำหนดมันได้เลย ว่าอยากให้มันเป็นวันนี้ พรุ่งนี้ อีก 5 ปี 10 ปี

ครั้งหนึ่งผมเคยมีโอกาสได้ฟังคำสอนพระอาจารย์ท่านนึง ผมจำประโยคที่หลวงพ่อท่านบอกได้แม่น "เมื่อมีสิ่งที่รักหนึ่งสิ่ง ก็จะมีสิ่งที่ทุกข์หนึ่งสิ่ง หากวันนี้โยมเสียสิ่งที่รักไป ก็เท่ากับว่าโยมหมดทุกข์ไปอีกสิ่ง"  

สุดท้ายนี้อยากขอเป็นกำลังใจให้จขกท.ผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ด้วยจิตใจที่ดี
ความคิดเห็นที่ 7
ลูกสาวเสียชีวิตไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว  คุณหมอบอกคนไข้ตามตรงว่า  ไม่มียาใดๆ สามารถรักษาเธอได้แล้ว
ท่านถามคนไข้ว่า  สุดท้ายอยาก  ทำอะไรมากที่สุด เธอบอก "อยากกลับบ้าน"  ก็ตอบไปว่า  "รักษาตัว
ให้แข็งแรงอีกหน่อย  จะได้กลับบ้านได้"

อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เธอโทรมาหา บอกว่า "ช่วยบอกคุณหมอด้วย  อยากนอนหลับแบบไม่ตื่นแล้ว"
คุณหมอเพิ่มยาให้  แล้วเธอก็หลับไปค่ะ  ....ดิฉันก็ไม่ได้อยู่ในวาระสุดท้าย ตอนเดินเข้าไปในห้อง
คนป่วย  คุณหมอเพิ่งเดินสวนออกมา

เธอจากไปแบบสงบ  ดิฉันเตรียมใจไว้นานแล้วเมื่อทราบว่าเธอเป็นมะเร็งที่ต่อมน้ำเหลือง   ดิฉันกับ
ลูกชาย ได้บอกคุณหมอว่า  เราไม่ต้องการยื้อชีวิต จะไม่มีการใส่ท่อช่วยหายใจ  ปั๊มหัวใจ เจาะคอ
ไม่เข้าไอซียู  เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมดา ของชีวิตค่ะ

ส่วนมากรพ.จะมีทีมแพทย์ที่จะมาบอกผู้ป่วยและญาติ เมื่อถึงวาระสุดท้ายค่ะ  เขาพ้นทุกข์ หมดกรรมแล้ว
ดิฉันไม่ได้เสียน้ำตาเลย  เพราะคิดว่า เราได้รักษาเขาอย่างดีที่สุดแล้ว
สาวแว่น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่