เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา มีกิจกรรมดีๆ ที่เป็นประโยชน์แก่สังคม โดยเฉพาะเป็นเรื่องของการส่งเสริมการอ่านให้แก่ชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ผมอยากนำเสนอและเล่าให้ทุกท่านฟัง เรื่องที่ผมอยากจะกล่าวถึงนี้เป็นเรื่องขององค์กรและกลุ่มคนที่ทำความดีเพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์ ในการส่งเสริมให้ความรู้ผ่านการอ่านโดยเท่าเทียม ด้วยการมอบห้องสมุดมีชีวิต เพื่อเด็กและชุมชน แก่โรงเรียนวัดคลองเจ้า (แช่มชื่นราษฎร์บำรุง) จังหวัดนนทบุรี
โรงเรียนวัดคลองเจ้า (แช่มชื่นราษฎร์บำรุง) จังหวัดนนทบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จังหวัดนนทบุรี เขต 2 เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนเด็กนักเรียน 85 คน งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจึงน้อยตามไปด้วย มีตัวอาคารเรียนเก่า 1 หลัง , เรือนแถวสำหรับเด็กเล็ก , ห้องอาหารที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน แต่ยังไม่มีห้องสมุดสำหรับเด็กนักเรียนเลย
พูดคุยเรื่องการอ่าน และการส่งมอบห้องสมุดมีชีวิต เพื่อเด็กและชุมชน ให้แก่โรงเรียนวัดคลองเจ้า โดยคุณปรียาพันธ์ เสือดี ที่ปรึกษาโครงการ 1 อ่านล้านตื่น และเป็นตัวแทนจากกลุ่ม "สรรหาธรรม" พูดคุยร่วมกับนางสาวกุลิดา ทัศนพิทักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดคลองเจ้า (แช่มชื่นราษฎร์บำรุง) จังหวัดนนทบุรี
โรงเรียนวัดคลองเจ้า อยู่ชายขอบจังหวัดนนทบุรี ดูเหมือนว่าจะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สักเท่าไหร่นัก แต่พอเข้าไปถึงพื้นที่จริง ๆ ก็ต้องบอกว่าค่อนข้างห่างไกลจากความเจริญในเมืองหลวงพอสมควร โรงเรียนตั้งอยู่กลางท้องทุ่งติดกับคลองทวีวัฒนาที่แบ่งเขตจังหวัดนนทบุรีและนครปฐม (แค่ข้ามคลองก็จะเป็นจังหวัดนครปฐมแล้ว) ผมขับรถเข้าจากทางบางใหญ่ ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันตก) เข้าซอยวัดลาดปลาดุก (ทางหลวงหมายเลข 1002) เข้าไปจนสุดซอย แล้วเลี้ยวขวาเลี้ยวซ้ายไปตาม GPS รวมแล้วมากกว่า 12 กิโล จนกระทั่งไปถึงชุมชนบ้านคลองเจ้า ทางเข้าโรงเรียนจะอยู่ไม่ใกล้จากวัดคลองเจ้า ส่วนสภาพแวดล้อมและชุมชนโดยรอบนั้น ส่วนใหญ่จะพื้นที่ทำนาและทำสวนผลไม้ จำพวก มะม่วง มะละกอ กล้วย ฯลฯ เป็นหลัก
จากการสอบถามพูดคุยกับนางสาวกุลิดา ทัศนพิทักษ์ ผอ.โรงเรียนวัดคลองเจ้า ผอ.กุลิดาเล่าให้ฟังว่า โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนเก่าแก่ที่สร้างมากว่า 80 ปีแล้ว โดยการบริจาคที่ดินจากชาวบ้านในละแวกนั้น ซึ่งในวันที่มีพิธีมอบห้องสมุดฯ นี้ ยังมีเจ้าของที่ดินตัวจริงเดินอยู่ในโรงเรียนด้วย (น่าจะเป็นทายาทของผู้บริจาคเดิม) นอกนั้น ผอ.กุลิดา ยังเล่าให้ฟังต่อว่า เนื่องจากโรงเรียนวัดคลองเจ้าเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก งบประมาณที่ได้รับในแต่ละปีก็มีไม่มาก เดิมทางโรงเรียนมีมุมหนังสือที่อยู่ในห้องเรียนอยู่แล้ว แต่ ผอ.กุลิดา ทัศนพิทักษ์ อยากจะให้มีสถานที่สำหรับอ่านหนังสือเป็นสัดเป็นส่วน ที่เป็นห้องอ่านหนังสือและห้องสมุดประจำโรงเรียนและชุมชน จึงได้ใช้อาคารไม้น็อคดาวน์ที่อยู่ด้านหน้าโรงเรียนมาทำเป็นห้องสมุด จะได้ให้บริการทั้งเด็กนักเรียน ผู้ปกครองที่มารอรับลูกหลาน และผู้คนในชุมชนด้วย
ผู้ได้รับรางวัล "บุคคลต้นแบบส่งเสริมการอ่าน" นางสาวกุลิดา ทัศนพิทักษ์ ผอ.โรงเรียนวัดคลองเจ้า
อนึ่ง ผอ.กุลิดา ทัศนพิทักษ์ ได้รับคัดเลือกเป็น “บุคคลต้นแบบส่งเสริมการอ่าน” ประจำปี 2565 จาก "โครงการ 1 อ่านล้านตื่น" ที่จัดโดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) โดยได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณจากศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เมื่อวันจันทร์ที่ 4 เมษายน 2565 ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 50 และ สัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 20 ณ สถานีกลางบางซื่อ ในการนี้ฯ ทำให้ทางผอ.กุลิดา ทัศนพิทักษ์ ได้รับเงินสนับสนุนมาจำนวนหนึ่งแล้ว ในการจัดซื้อหนังสือตรงใจ หรือหนังสือที่ทางโรงเรียนมีความต้องการเป็นพิเศษ
ดังนั้นเมื่อทางโรงเรียนวัดคลองเจ้า ได้รับหนังสือตรงใจหรือมีหนังสือใหม่เข้ามาจำนวนหนึ่งแล้ว ประกอบกับความตั้งใจของท่านผอ.กุลิดา ทัศนพิทักษ์ ที่อยากจะจัดทำห้องสมุดตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว จึงมีกลุ่มบุคคลจิตอาสาที่ตั้งใจทำความดีเพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวมในนามกลุ่ม "สรรหาธรรม" ที่ประกอบด้วย คุณทวีศักดิ์ ธนเดโชพล , คุณรมณีย์ ทวีรัตน์ , คุณจุมพจน์ มิ่งวานิช , คุณปรียาพันธ์ เสือดี และคุณอาร์ม ทิพย์จันทร์ ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อจัดซื้อแผ่นโฟมปูพื้นกันกระแทก , ชั้นวางหนังสือ , โต๊ะอ่านหนังสือสำหรับเด็กเล็ก , เบาะนั่งโฟมทรงกลม และอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งสละแรงกายแรงใจมาช่วยกันประกอบอุปกรณ์และจัดเรียงหนังสือ ช่วยกันแปลงร่างจากห้องโล่ง ๆ กลายเป็นห้องสมุดสำหรับเด็ก และห้องอ่านหนังสือสำหรับชุมชน โดยสำเร็จได้อย่างสวยงาม
ตัวผมขออนุญาตกล่าวขอบคุณ “โครงการ 1 อ่านล้านตื่น” และ กลุ่ม "สรรหาธรรม" ที่มีจิตอาสาและจิตสาธารณะสำหรับส่งเสริมด้านการอ่าน ให้แก่เด็กและชุมชน ให้มีโอกาสในการอ่านหนังสือได้อย่างเท่าเทียมกับคนในเมือง ผมขอกราบขอบพระคุณแทนน้องๆ และชาวชุมชนบ้านคลองเจ้าทุกท่านด้วยครับ
ไปชมภาพบรรยากาศกันครับ
ผอ.กุลิดาบอกว่า ท่านนี้เป็นเจ้าของที่ตัวจริง ท่านกำลังปรับที่นาเดิมที่อยู่ติดกับโรงเรียนโดยยกร่องทำเป็นสวนแทน
ผอ.กุลิดา ทัศนพิทักษ์ รับมอบหนังสือโดนใจและห้องสมุดฯ จากคุณคุณปรียาพันธ์ เสือดี ที่ปรึกษา "โครงการ 1 อ่านล้านตื่น" และเป็นตัวแทนกลุ่ม "สรรหาธรรม"
สภาพภายในห้องของบ้านน็อคดาวน์ก่อนที่จะแปลงร่างกลายเป็นห้องสมุดที่สวยงาม
กลุ่ม "สรรหาธรรม" ร่วมแรงร่วมใจช่วยกัน ร่วมกับคุณครู รร.วัดคลองเจ้า
เสร็จเป็นห้องสมุดที่สวยงามแล้วครับ ขอถ่ายภาพผู้ทำความดีร่วมกันหน่อย
ของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน สำหรับผู้ทำความดีในวันนี้
ตั้งใจจะถ่ายมะม่วงที่อยู่ในรั้ว รร. แต่โฟกัสหลุดไปที่นาติดกัน ที่เห็นคือที่ดินของเจ้าของที่ที่มอบให้สร้างโรงเรียน กำลังปรับจากที่นายกร่องทำเป็นสวนแทน
ของหวานเพิ่มพลัง ผอ.บอกว่าโรงเรียนทำเอง ใช้ผลมัลเบอร์รี่ที่ปลูกมาทำเป็นไอศครีมโยเกิร์ต หวานๆ เปรี้ยวๆ เรียกพลังดีจัง
ด้านข้างติดกับโรงเรียนเป็นสวนมะม่วง
ขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านค่ะ/ครับ
มอบห้องสมุดมีชีวิตเพื่อเด็กและชุมชน ให้แก่โรงเรียนวัดคลองเจ้า (แช่มชื่นราษฎร์บำรุง) จังหวัดนนทบุรี
โรงเรียนวัดคลองเจ้า (แช่มชื่นราษฎร์บำรุง) จังหวัดนนทบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จังหวัดนนทบุรี เขต 2 เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนเด็กนักเรียน 85 คน งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจึงน้อยตามไปด้วย มีตัวอาคารเรียนเก่า 1 หลัง , เรือนแถวสำหรับเด็กเล็ก , ห้องอาหารที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน แต่ยังไม่มีห้องสมุดสำหรับเด็กนักเรียนเลย
จากการสอบถามพูดคุยกับนางสาวกุลิดา ทัศนพิทักษ์ ผอ.โรงเรียนวัดคลองเจ้า ผอ.กุลิดาเล่าให้ฟังว่า โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนเก่าแก่ที่สร้างมากว่า 80 ปีแล้ว โดยการบริจาคที่ดินจากชาวบ้านในละแวกนั้น ซึ่งในวันที่มีพิธีมอบห้องสมุดฯ นี้ ยังมีเจ้าของที่ดินตัวจริงเดินอยู่ในโรงเรียนด้วย (น่าจะเป็นทายาทของผู้บริจาคเดิม) นอกนั้น ผอ.กุลิดา ยังเล่าให้ฟังต่อว่า เนื่องจากโรงเรียนวัดคลองเจ้าเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก งบประมาณที่ได้รับในแต่ละปีก็มีไม่มาก เดิมทางโรงเรียนมีมุมหนังสือที่อยู่ในห้องเรียนอยู่แล้ว แต่ ผอ.กุลิดา ทัศนพิทักษ์ อยากจะให้มีสถานที่สำหรับอ่านหนังสือเป็นสัดเป็นส่วน ที่เป็นห้องอ่านหนังสือและห้องสมุดประจำโรงเรียนและชุมชน จึงได้ใช้อาคารไม้น็อคดาวน์ที่อยู่ด้านหน้าโรงเรียนมาทำเป็นห้องสมุด จะได้ให้บริการทั้งเด็กนักเรียน ผู้ปกครองที่มารอรับลูกหลาน และผู้คนในชุมชนด้วย
ดังนั้นเมื่อทางโรงเรียนวัดคลองเจ้า ได้รับหนังสือตรงใจหรือมีหนังสือใหม่เข้ามาจำนวนหนึ่งแล้ว ประกอบกับความตั้งใจของท่านผอ.กุลิดา ทัศนพิทักษ์ ที่อยากจะจัดทำห้องสมุดตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว จึงมีกลุ่มบุคคลจิตอาสาที่ตั้งใจทำความดีเพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวมในนามกลุ่ม "สรรหาธรรม" ที่ประกอบด้วย คุณทวีศักดิ์ ธนเดโชพล , คุณรมณีย์ ทวีรัตน์ , คุณจุมพจน์ มิ่งวานิช , คุณปรียาพันธ์ เสือดี และคุณอาร์ม ทิพย์จันทร์ ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อจัดซื้อแผ่นโฟมปูพื้นกันกระแทก , ชั้นวางหนังสือ , โต๊ะอ่านหนังสือสำหรับเด็กเล็ก , เบาะนั่งโฟมทรงกลม และอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งสละแรงกายแรงใจมาช่วยกันประกอบอุปกรณ์และจัดเรียงหนังสือ ช่วยกันแปลงร่างจากห้องโล่ง ๆ กลายเป็นห้องสมุดสำหรับเด็ก และห้องอ่านหนังสือสำหรับชุมชน โดยสำเร็จได้อย่างสวยงาม
ตัวผมขออนุญาตกล่าวขอบคุณ “โครงการ 1 อ่านล้านตื่น” และ กลุ่ม "สรรหาธรรม" ที่มีจิตอาสาและจิตสาธารณะสำหรับส่งเสริมด้านการอ่าน ให้แก่เด็กและชุมชน ให้มีโอกาสในการอ่านหนังสือได้อย่างเท่าเทียมกับคนในเมือง ผมขอกราบขอบพระคุณแทนน้องๆ และชาวชุมชนบ้านคลองเจ้าทุกท่านด้วยครับ