ผมเป็นคนที่เวลาจะซื้อของไร้สาระ แบบปรนเปรอความสุขชั่วคราว
ต้องคิดและ ว่าเออทำไม คุ้มมั้ย ความคิดพวกนี้แล่นในหัวหลังจากเห็นสิ่งของพวกนั้นทันที
ขอเล่านิดนึง ตอนนี้ผมทำงานประจำนะครับ ไม่ได้เกาะใครกิน
เป็นโปรแกรมเมอร์ อยู่ ตจว. บริษัทให้ผมทำงานอยู่บ้านจะ 2 ปีแล้ว เงินเดือนไม่เยอะ 40K โดยประมาณ
จริงๆได้รับไม่ครบเพราะหักประกันสังคมแต่ละเดือน
ไหนจะค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเน็ตบ้านรายเดือน ค่าของใช้ส่วนตัว (ครีม โฟมล้างหน้า สบู่ ยาสีฟัน ครีมโกนหนวด บลาๆๆ)
ที่อยู่ในหมวดเครื่องสำอางส่วนตัวอีก แต่ว่าในส่วนพวกนั้น ผมรู้ว่างบแต่ละเดือนจะไม่เกินเท่าไหร่ ที่ผมคุมได้
ทีนี้เนี่ย บางทีการทำงานทุกๆวัน มันก็น่าเบื่อถูกมั้ย
เพื่อนก็ไม่ค่อยได้เจอกัน เดือนละครั้งได้ บางเดือนไม่ได้นัดเจอกันเลย ทั้งๆที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน เห็นกันแต่ในเฟส
ทักคุยบ้าง แบบถามไถ่ ปล้นหนังที่อยากดู หาคอนเนคชั่นฟุตบอล กีฬา ปีนผ้า ว่าไป
พอมาถึงจุดนึง ผมอยากซื้อของใช้จ่าย ที่ไม่ได้อยู่ในความจำเป็นที่ต้องใช้
เช่น รองเท้า เสื้อผ้า(ใหม่ๆ) แต่งห้อง อะไรพวกนี้มีคิดนะ แต่พอคิดไปคิดมา กลับไม่ทำแล้ว คือแค่คิด แต่ไม่ได้ทำจริงๆว่าจะทำหรืออยากซื้อ
ผมกลับนำเงินที่จะซื้อของพวกนั้น มาซ่อมแซมบ้านที่อยู่กับ แม่ ตา ยาย ตอนนี้
ผมเอาเงินมาปรับปรุงห้องนอนให้แม่ ทำห้องน้ำใหม่ จากห้องน้ำห้องเดียว เป็นขยายเพิ่มอีก 1 ห้อง ที่เป็นแค่ชักโครกธรรมดาไม่ใช่ห้องอาบน้ำกับชักโครก คือผมปรับปรุง ให้ดูดีขึ้น โดยอยู่ในงบที่จำกัด ไม่ได้หวือหวาไฮโซมากมาย แต่มันดีขึ้นกว่าตอนไม่ทำ คนที่บ้านก็สุขสบายดี มีชีวิตที่ดีขึ้น
จากห้องครัวที่มีเตาถ่าน ผมก็ปรับปรุงเป็นแบบ มีที่ดูดควันเวลาทำกับข้าว มีเครื่องล้างจานเวลาขี้เกียจล้าง
ทำเคาเตอร์ห้องครัวใหม่ ติดตั้งตู้ติดผนัง ทำเตาแก๊สใหม่ คือผมเปลี่ยนภาพเดิมๆในบ้านแทบจะหมดเลยครับ
ยังเหลือบางอย่างที่แม่ไม่อยากให้ทิ้ง ก็เลยตามใจแก
ผมจ้างคนงานมารื้อแผ่นไม้ชั้น 2 ของบ้านออก แล้วทำเป็นปูนทั้งหมด ติดแอร์ให้ห้องนอนตากับยายด้วย
เพราะผมเห็นว่าหน้าร้อนมันต้องใช้ กลัวเขาร้อน ก็เลยอยากจะติดให้เขา เผื่อวันไหนต้องการจะใช้ จะได้มีใช้
ส่วนของแม่ ผมติดให้พร้อมกับห้องผม ตอนผมกลับมาทำงานอยู่บ้านเมื่อสองปีก่อน แต่เขาไม่ชอบเปิดแอร์เท่าไหร่ เป็นคนขี้หนาว
ส่วนรถยนต์ หรืออะไรที่ต้องผ่อน ผมไม่มีนะ ทุกวันนี้ทำงานก็ไม่ต้องผ่อนอะไร เก็บบ้างใช้บ้าง ส่วนใหญ่เงินที่ผมลงทุนกับบ้านไป ผมเอาเงินจากพอร์ตหุ้นมาใช้ทั้งนั้น ไม่ได้หยิบจากเงินเดือนประจำของผมสักบาท
มาถึงตรงนี้แล้ว ผมกลับมาคิดดูว่า ทำไมเราถึงไม่ยอมใช้เงินเพื่อปรนเปรอความสุขให้ตัวเองบ้าง
ทั้งๆที่เราพร้อม แต่นิสัยของผมคือ เวลาจะซื้อของที่ให้ความสุขระยะสั้น ผมมักจะเสียดายเงิน มากกว่าความอยากได้
ไม่รู้ว่าจะจัดการความคิดนี้ยังไงดี แต่ก็เข้าข้างตัวเองหรือปลอบว่า เออ มันดีแล้วนะ ถูกต้องแล้วนะ ความสุขระยะสั้น เดี๋ยวแปบๆมันก็จะหายไป มันอาจจะเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบก็ได้ พอเบื่อก็ไม่สนใจมัน กลายเป็นขยะในบ้านไปอีก เนี่ย ผมจะคิดแบบนี้ตลอดเลย
ผมจะแก้ยังไงดีครับ หรือว่าสิ่งที่ผมเป็นอยู่ มันดีแล้ว ???
เป็นคนที่รู้จักการใช้ตังค์จนเหมือนจะเข้าข่ายความเสียดายเงินเพื่อซื้อของความสุขอันสั้น แก้ไงดีครับ
ต้องคิดและ ว่าเออทำไม คุ้มมั้ย ความคิดพวกนี้แล่นในหัวหลังจากเห็นสิ่งของพวกนั้นทันที
ขอเล่านิดนึง ตอนนี้ผมทำงานประจำนะครับ ไม่ได้เกาะใครกิน
เป็นโปรแกรมเมอร์ อยู่ ตจว. บริษัทให้ผมทำงานอยู่บ้านจะ 2 ปีแล้ว เงินเดือนไม่เยอะ 40K โดยประมาณ
จริงๆได้รับไม่ครบเพราะหักประกันสังคมแต่ละเดือน
ไหนจะค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเน็ตบ้านรายเดือน ค่าของใช้ส่วนตัว (ครีม โฟมล้างหน้า สบู่ ยาสีฟัน ครีมโกนหนวด บลาๆๆ)
ที่อยู่ในหมวดเครื่องสำอางส่วนตัวอีก แต่ว่าในส่วนพวกนั้น ผมรู้ว่างบแต่ละเดือนจะไม่เกินเท่าไหร่ ที่ผมคุมได้
ทีนี้เนี่ย บางทีการทำงานทุกๆวัน มันก็น่าเบื่อถูกมั้ย
เพื่อนก็ไม่ค่อยได้เจอกัน เดือนละครั้งได้ บางเดือนไม่ได้นัดเจอกันเลย ทั้งๆที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน เห็นกันแต่ในเฟส
ทักคุยบ้าง แบบถามไถ่ ปล้นหนังที่อยากดู หาคอนเนคชั่นฟุตบอล กีฬา ปีนผ้า ว่าไป
พอมาถึงจุดนึง ผมอยากซื้อของใช้จ่าย ที่ไม่ได้อยู่ในความจำเป็นที่ต้องใช้
เช่น รองเท้า เสื้อผ้า(ใหม่ๆ) แต่งห้อง อะไรพวกนี้มีคิดนะ แต่พอคิดไปคิดมา กลับไม่ทำแล้ว คือแค่คิด แต่ไม่ได้ทำจริงๆว่าจะทำหรืออยากซื้อ
ผมกลับนำเงินที่จะซื้อของพวกนั้น มาซ่อมแซมบ้านที่อยู่กับ แม่ ตา ยาย ตอนนี้
ผมเอาเงินมาปรับปรุงห้องนอนให้แม่ ทำห้องน้ำใหม่ จากห้องน้ำห้องเดียว เป็นขยายเพิ่มอีก 1 ห้อง ที่เป็นแค่ชักโครกธรรมดาไม่ใช่ห้องอาบน้ำกับชักโครก คือผมปรับปรุง ให้ดูดีขึ้น โดยอยู่ในงบที่จำกัด ไม่ได้หวือหวาไฮโซมากมาย แต่มันดีขึ้นกว่าตอนไม่ทำ คนที่บ้านก็สุขสบายดี มีชีวิตที่ดีขึ้น
จากห้องครัวที่มีเตาถ่าน ผมก็ปรับปรุงเป็นแบบ มีที่ดูดควันเวลาทำกับข้าว มีเครื่องล้างจานเวลาขี้เกียจล้าง
ทำเคาเตอร์ห้องครัวใหม่ ติดตั้งตู้ติดผนัง ทำเตาแก๊สใหม่ คือผมเปลี่ยนภาพเดิมๆในบ้านแทบจะหมดเลยครับ
ยังเหลือบางอย่างที่แม่ไม่อยากให้ทิ้ง ก็เลยตามใจแก
ผมจ้างคนงานมารื้อแผ่นไม้ชั้น 2 ของบ้านออก แล้วทำเป็นปูนทั้งหมด ติดแอร์ให้ห้องนอนตากับยายด้วย
เพราะผมเห็นว่าหน้าร้อนมันต้องใช้ กลัวเขาร้อน ก็เลยอยากจะติดให้เขา เผื่อวันไหนต้องการจะใช้ จะได้มีใช้
ส่วนของแม่ ผมติดให้พร้อมกับห้องผม ตอนผมกลับมาทำงานอยู่บ้านเมื่อสองปีก่อน แต่เขาไม่ชอบเปิดแอร์เท่าไหร่ เป็นคนขี้หนาว
ส่วนรถยนต์ หรืออะไรที่ต้องผ่อน ผมไม่มีนะ ทุกวันนี้ทำงานก็ไม่ต้องผ่อนอะไร เก็บบ้างใช้บ้าง ส่วนใหญ่เงินที่ผมลงทุนกับบ้านไป ผมเอาเงินจากพอร์ตหุ้นมาใช้ทั้งนั้น ไม่ได้หยิบจากเงินเดือนประจำของผมสักบาท
มาถึงตรงนี้แล้ว ผมกลับมาคิดดูว่า ทำไมเราถึงไม่ยอมใช้เงินเพื่อปรนเปรอความสุขให้ตัวเองบ้าง
ทั้งๆที่เราพร้อม แต่นิสัยของผมคือ เวลาจะซื้อของที่ให้ความสุขระยะสั้น ผมมักจะเสียดายเงิน มากกว่าความอยากได้
ไม่รู้ว่าจะจัดการความคิดนี้ยังไงดี แต่ก็เข้าข้างตัวเองหรือปลอบว่า เออ มันดีแล้วนะ ถูกต้องแล้วนะ ความสุขระยะสั้น เดี๋ยวแปบๆมันก็จะหายไป มันอาจจะเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบก็ได้ พอเบื่อก็ไม่สนใจมัน กลายเป็นขยะในบ้านไปอีก เนี่ย ผมจะคิดแบบนี้ตลอดเลย
ผมจะแก้ยังไงดีครับ หรือว่าสิ่งที่ผมเป็นอยู่ มันดีแล้ว ???